ทั่วทั้งแดนพฤกษชาติตกอยู่ในความโกลาหลเพียงเพราะการปรากฏตัวอีกครั้งของเทพสังหาร เย่หยุนซี
ไม่ว่าจะเผ่ามนุษย์ เทพ หรือปีศาจก็ต่างละทิ้งความสนใจจากจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติเพื่อออกล่าหาเหยื่อชิ้นใหม่ที่ใหญ่กว่า หากจะพูดว่าพวกมันมีเป้าหมายเดียวกันก็คงไม่ผิดนัก
"เพื่อของรางวัลจากเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์"
"เพื่อของรางวัลจากมหาเทพปีศาจ"
สองประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวสมองของเหล่าผู้ฝึกตนทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมไม่ขาดสาย ซึ่งมันได้กลายเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีสำหรับพวกมัน
"เหอะ คิดจะออกล่าข้างั้นหรือ เกรงว่าพวกเจ้าจะยังไม่มีคุณสมบัตินั้น" ทางด้านเย่หยุนซีที่รู้เรื่องทุกอย่างก็เผยรอยยิ้มเหี้ยมหาญอออกมา แต่ทว่าเขากลับไม่คิดจะหลบซ่อนหรือปลอมตัวอีกต่อไป
อีกทั้งในเวลานี้ชายหนุ่มยังได้มาถึงยังจุดหมายของตนเองหลังจากเดินทางตามแผนที่มานับ 10 วัน ทัศนียภาพเบื้องหน้าในตอนนี้นั้น ก็คือป่าไม้ที่สุดแสนจะธรรมดาหากมองด้วยสายตาของบุคคลทั่วไป
แต่ทว่าภายใต้ดวงเนตรปีศาจสวรรค์ ทำให้เย่หยุนซีได้ค้นพบสิ่งที่น่าแปลกประหลาดอยู่ 1 อย่าง ภายในโพลงไม้เล็กๆซึ่งอยู่ใจกลาง กลับมีค่ายกลผนึก 8 ทิศระดับเซียนสลักเอาไว้ ซึ่งรูปแบบมันช่างคล้ายกับผนึกที่ภูตมารดาแห่งโลกเป็นคนสร้างเป็นอย่างมาก
'นี่คือเรื่องบังเอิญงั้นหรือ......ไม่สิ! ดูเหมือนว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกันก็เป็นได้' เย่หยุนซีครุ่นคิดพิจารณาพลางบ่นพึมพำในใจ ก่อนจะบินลงไปแล้วใช้วิธีเดิมในการปลดตราผนึกที่โพลงไม้นั้น
"บูม"
ทันทีที่ผนึกถูกปลดออก แสงสว่างสีเขียวก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างฉับพลัน ต่อมาไม่นาน! ร่างของหญิงสาวตัวเล็กๆผมสีเขียวอาภรณ์สีเขียวมีปีกเหมือนแมลอปอก็ปรากฏขึ้นมาจากโพลงไม้
"ขอบคุณที่ปลดผนึกให้ข้านะเจ้าค่ะ นับจากนี้ไปท่านคือนายเหนือหัวแห่งข้า"
"อืม! เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ............บอกข้ามาว่า เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับมารดาภูติแห่งโลกของดินแดนหายนะ" เย่หยุนซีเอ่ยปากถามถึงสิ่งที่ตนเองสงสัย
หญิงสาวร่างจิ๋วดวงตาเบิกกว้างในทันใด "นายท่านรู้จักดินแดนแห่งหายนะและนายเหนือหัวองค์ก่อนของข้าได้อย่างไรกันเจ้าคะ?.........หรือว่านายท่านจะมาจากที่นั่น?"
เย่หยุนซีเมื่อสดับวาจานั้นก็ไม่ได้เอ่ยปากตอบหญิงสาว แต่กลับปลดปล่อยพลังของจ้าวผู้ครองโลกาและทำการเปิดมิติต่อหน้าของนางเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันสถานะ
"อ๊ะ! กลิ่นอายพลังจิตวิญญาณแบบนี้ หรือว่าจะ!!............หลิวหยาถิง คาราวะท่านจ้าวผู้ครองโลกาองค์ใหม่" หญิงสาวร่างจิ๋วหรือก็คือเทพธิดาแห่งธรรมชาติ หลิวหยาถิง เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าคุ้นเคยก็คุกเข่าทำความเคารพชายหนุ่มโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ
"อืม ลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธีไป............ดูเหมือนเจ้าจะเป็นนายเหนือหัวของดินแดนแห่งนี้อยู่ใช่หรือเปล่า?"
"เรียนนายท่าน ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ตัวข้าเป็นเพียงผู้ดูแลและควบคุมแดนลับก็เท่านั้น ส่วนเจ้าของแท้ที่จริงก็คือนายท่านผู้ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวผู้ครองโลกาของดินแดนแห่งหายนะ" หลิวหยาถิงเอ่ยปากอธิบายหลังจากที่ลุกขึ้นยืนตามคำสั่ง
เย่หยุนซีเมื่อได้ฟังก็พอจะเชื่อมโยงเรื่องทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ "แดนพฤกษชาติแห่งนี้ แท้จริงแล้วมีไว้เพื่อตามหาผู้ถูกเลือกที่มีโชคชะตาเกี่ยวข้องกับดินแดนแห่งหายนะ"
หลิวหยาถิงพยักหน้าตอบกลับ "เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ในเมื่อนายท่านได้รับการสืบทอดจากนายเหนือหัวองค์ก่อนและปลดผนึกข้าแล้ว กรรมสิทธิ์ทุกอย่างของแดนลับนี้ก็จะตกอยู่ในการครอบครองของนายท่าน"
"หึหึ แบบนี้ก็ยอดเยี่ยมไปเลยไม่ใช่หรือไงกัน" เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีออกมา แต่ทว่าทันใดนั้น! ที่บริเวณโดยรอบจู่ๆก็ปรากฏเหล่าผู้ฝึกตนของทั้งสามเผ่า
"เทพสังหารอยู่ที่นี่จริงๆด้วย พวกเราลงมือจับมัน!!" ชายจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้หนึ่งเผยรอยยิ้มเหี้ยมหาญพลางประกาศคำสั่งราวกับว่ามันคือหัวหน้า
"ชายคนนี้เป็นเป้าหมายของเผ่าปีศาจของข้า ถ้าหากผู้ใดหาญกล้าแย่งชิง บทลงโทษก็คือความตาย" อีกด้านหนึ่ง องค์ชายกู่ฉี ที่มาพร้อมกับกองทัพปีศาจประกาศคำชี้ขาดออกไป ทำให้เหล่ามนุษย์ที่กำลังจะลงมือถึงกับหยุดชะงักฝีเท้าเพราะความหวาดหวั่น
"คิกคิก ถ้าหากเผ่าเทพของข้าคิดจะแย่งชิงเล่า เจ้าจะทำอะไรข้าได้กัน?" องค์หญิงแห่งเผ่าเทพสวรรค์แห่งชีวิต เหว่ยหนิง หัวเราะอย่างขบขัน ด้านหลังของนางคือกองทัพเผ่าพันธุ์เทพที่ทรงพลังไม่แพ้กองทัพปีศาจ
การเผชิญหน้ากันของทั้งสองขั่วอำนาจ ส่งผลให้เผ่ามนุษย์ที่เป็นดั่งบริวารแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปเข้าร่วมกับทั้งสองกองทัพในทันที ราวกับว่านี่คือสงครามศักดิ์สิทธิ์ขนาดย่อยก็ไม่ปาน
"เหอะๆ นี่พวกเจ้าเห็นข้าเป็นสิ่งของหรืออย่างไรกัน?" เย่หยุนซีที่ได้เห็นและได้ยินทุกอย่างรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ทว่าเขาก็ยังไม่คิดที่จะลงมือทำอะไร เพราะอยากเห็นทั้งสองฝ่ายกัดกันมากกว่านี้