[จบ] บันทึกเส้นทางจอมโจรจอมราชัน

    บทที่ 30 พวกมันบุกมาแล้ว

    บทที่ 30 พวกมันบุกมาแล้ว


    "พวกเราน่ะหรือ นับเป็นใครกับใครกันเล่า ก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ไยต้องแบ่งแยก" 


    เนี่ยเฉินหัวเราะร่วนพลางนั่งลงข้าง ๆ เวิงชิวฉาน 


    "เฮอะ! ใครเป็นครอบครัวเดียวกับเจ้ากัน หน้าไม่อายเสียจริง รีบกินข้าวได้แล้ว" 


    เวิงชิวฉานเปิดฝาแล้วนำอาหารที่อยู่ในชามออกมาวางบนโต๊ะ 


    เมื่อเห็นดังนั้นเนี่ยเฉินก็หัวเราะเสียงดัง


    "โอ้ นี่แหละนะมีภรรยาดีเป็นเช่นไร ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน พอกลับบ้านก็ได้กินอาหารร้อน ๆ รสชาติดีเช่นนี้ ช่างเป็นความรู้สึกที่ดีจริง ๆ"


    "ไปให้พ้น ๆ เลย ใครเป็นภรรยาเจ้ากัน กินข้าวเสร็จแล้วก็ไสหัวไปไกล ๆ เลยนะ ถ้าไม่ติดว่าเจ้าเป็นคนคิดค้นอาวุธขึ้นมาละก็ ข้าไม่ทำให้กินหรอก"


    เวิงชิวฉานช่างเป็นหญิงปากแข็งเสียจริง


    เนี่ยเฉินคุ้นเคยกับนิสัยนางดีจึงมิได้ถือสา คว้าซาลาเปากับขาไก่ขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย


    เวิงชิวฉานกลอกตาขึ้นบนแล้วกล่าวว่า


    "เจ้าดูสิ นี่ก็ใกล้ยามจื่อ*[1]แล้ว ผู้อื่นเขากลับไปนอนพักผ่อนกันหมดแล้ว เหตุใดเจ้ายังทำงานอยู่เล่า?"


    "ภรรยากำลังเป็นห่วงสามีหรือ? สามีรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก"


    "ข้าเป็นห่วงเจ้าบ้าอะไรกัน ข้าแค่รำคาญที่เจ้าทำให้ข้าต้องรอนานจนพักผ่อนไม่ได้ต่างหาก"


    โดยไม่ทันรู้ตัว เวิงชิวฉานก็ยอมรับคำเรียกว่าภรรยาแล้ว ถือว่าเป็นเพราะความหน้าด้านของชายผู้นี้


    "หากข้าสามารถสร้างหน้าไม้ปราบทัพได้อีกหนึ่งอันก่อนการโจมตีจากเขาเฮยเฟิง โอกาสชนะของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน และจะช่วยลดการสูญเสียพี่น้องของเราได้อีกหลายคน"


    เนี่ยเฉินกล่าวอย่างเรียบเฉย


    เวิงชิวฉานได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำเสียงก็อ่อนลงด้วย


    "เอ่อ ข้าถามเจ้าหน่อย สิ่งที่เจ้าพูดกับจางเทาซานวันนี้เป็นความจริงหรือ?"


    "ประโยคไหนหรือ?"


    "ก็ประโยคสุดท้ายนั่นน่ะ"


    "อ้อ จริงสิ พวกมันอยากได้เจ้าไป ก็ต้องเหยียบศพข้าไปก่อน"


    เนี่ยเฉินหัวเราะเบา ๆ มองเวิงชิวฉานแล้วกล่าวว่า


    "แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าข้าตายจริง ๆ เจ้าต้องรีบหนีไปที่หลังเขา วิ่งไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลับไปบ้านเกิดของเจ้า ไปหาพ่อของเจ้าที่เคยติดตามท่านอ๋องสักคนหนึ่ง


    อย่าโง่เขลาสู้ตายเพื่อข้า มันไม่คุ้มค่าหรอก"


    ดวงตากลมโตของเวิงชิวฉานเป็นประกาย นางแสร้งทำเป็นดูถูกเหยียดหยาม


    "เฮอะ เจ้าคิดแบบนั้นจริง ๆ หรือ"


    "แน่นอนสิ แม้แต่ผู้หญิงของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะเป็นบุรุษไปทำไม"


    "แล้วคืนนี้เจ้า..."


    คำว่า 'อย่าไปเลย' เวิงชิวฉานไม่ได้เอ่ยออกมา ใบหน้าของนางแดงก่ำ คืนนี้อย่างไรเสียเขาก็คงไม่ไปไหน


    เนี่ยเฉินไม่ได้สนใจท่าทีของนาง เขาตั้งอกตั้งใจกินข้าวต่อ


    เมื่อกินอิ่มหนำสำราญแล้ว เขาก็เช็ดปากแล้วดึงเวิงชิวฉานขึ้นไปบนเตียง


    ท่าทางบุ่มบ่ามไม่ถามความเห็นของเขา กลับไม่ทำให้เวิงชิวฉานรู้สึกขัดใจแม้แต่น้อย


    ทั้งสองปลดเสื้อผ้าลง นอนลงบนเตียงโดยไม่มีใครพูดอะไร


    คืนนี้เนี่ยเฉินพบว่าเวิงชิวฉานกระตือรือร้นเป็นพิเศษ นางเผยท่วงท่าใหม่ ๆ มากมาย ดูเหมือนหากใจหญิงเปลี่ยนไป ก็คงเหมือนพลิกแผ่นดิน


    สักพักข้าควรลองกัดหรือจูบดูหรือไม่นะ...


    เนี่ยเฉินผล็อยหลับไป


    วันรุ่งขึ้น การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


    เรื่องการฝึกนั้น หัวหน้าใหญ่เชี่ยวชาญกว่าเนี่ยเฉินมาก เนี่ยเฉินจึงไม่ต้องกังวล ทำเพียงอุทิศตนให้กับการผลิตอาวุธ


    ถ่านหินและแร่เหล็กจากเหมืองข้างเคียงถูกส่งมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ถูกนำไปหลอมตีเป็นอาวุธนานาชนิด


    เนี่ยเฉินทั้งยุ่งและเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยสร้างหน้าไม้ได้ถึงแปดอัน


    ช่างไม้เหล่านั้นต่างก็เรียนรู้การสร้างหน้าไม้จนเชี่ยวชาญ พวกเขาไม่ต้องพึ่งพาฝีมือเนี่ยเฉินอีกต่อไป อีกทั้งเนื่องด้วยค่าแรงที่เนี่ยเฉินมอบให้นั้นเป็นจำนวนที่มาก บัดนี้ต่อให้ไล่ตะเพิดอย่างไร พวกเขาก็คงไม่ยอมลงจากเขาเป็นแน่


    รัตติกาลมาเยือน เนี่ยเฉินกลับมายังที่พักอันแสนคุ้นเคย เวลาผ่านไป กระทั่งกินอาหารเย็นร่วมกับเวิงชิวฉานเสร็จสิ้น เขาก็โอบกอดนางไว้แนบอก แล้วเข้าร่วมห้วงรักอันเร่าร้อนดุจเพลิงผลาญ กระนั้นด้วยความเหนื่อยล้าจึงมิได้คิดค้นท่วงท่าพิสดารอันใด ก่อนจะปล่อยตนเองจมสู่ห้วงนิทราในที่สุด


    ยามเที่ยงวันของอีกสามวันถัดมา ขณะที่เนี่ยเฉินกำลังตรวจสอบหน้าไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนกองดิน โซ่วโฮ่วก็ควบม้าขึ้นมายังบนยอดเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


    "หัวหน้าใหญ่ รองหัวหน้า! พวกมันมาแล้ว! พวกโจรเขาเฮยเฟิงยกทัพมาแล้ว!"


    ได้ยินดังนั้น เนี่ยเฉิน ต้าจ้วง และหัวหน้าใหญ่ต่างก็ห้อมล้อมเข้ามาพร้อมเอ่ยถามเป็นเสียงเดียวกัน


    "มาถึงไหนแล้ว!"


    "ตอนนี้พวกมันอยู่บนยอดเขาทางทิศใต้ พอลงมาได้ก็ถึงตีนเขาชิงเฟิงของพวกเราแล้ว คาดว่าอีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามพวกมันก็คงมาถึง มีสักหกร้อยถึงเจ็ดร้อยคนเห็นจะได้" 


    "หึ กล้ามาก! คิดว่าคนเพียงหกร้อยเจ็ดร้อยจะมาตีชิงเอาที่มั่นของพวกข้าได้หรือ คิดผิดแล้ว! พี่น้องทั้งหลาย! หยิบอาวุธแล้วตามข้ามา!" 


    หัวหน้าใหญ่โบกมือเพียงครั้งเดียว บรรดาลูกน้องกว่าสองร้อยชีวิตที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เคลื่อนพลติดตามไปในทันที


    นอกจากสามสิบคนที่ควบคุมหน้าไม้พายุพิฆาตแล้ว ที่เหลือล้วนถือดาบดำและหน้าไม้ติดตัวลงเขาตามข้าไป


    พวกโจรสะพายดาบดำไว้บนหลัง ติดตามหัวหน้าใหญ่ เนี่ยเฉิน ต้าจ้วงลงจากเขาไป 


    มาถึงบริเวณกลางเขา ข้างทางหลักบนเนินเขาทั้งสองฝั่ง หัวหน้าใหญ่ออกคำสั่ง


    “พลธนู! เข้าไปในป่า หลบอยู่บนต้นไม้ รอจนกว่าศัตรูจะตกหลุมพรางค่อยระดมยิง”


    “ขอรับ!”


    “ส่วนที่เหลือ ขนท่อนซุงและหินที่เตรียมไว้ขึ้นมาให้หมด!”


    “ขอรับ!”


    เพราะต้องเตรียมรับมือกับการบุกโจมตีของกลุ่มโจรเขาเฮยเฟิง หัวหน้าใหญ่จึงสั่งให้คนเตรียมท่อนซุงและหินลับไว้บริเวณเนินเขาสองฝั่งนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว


    พวกเราอยู่บนที่สูง จึงต้องใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เป็นประโยชน์


    ไม่นานนักทุกอย่างก็พร้อม


    หัวหน้าใหญ่กล่าว 


    "เมื่อถึงเวลานั้น ห้ามผู้ใดใจร้อน ห้ามปะทะกับศัตรูอย่างรุนแรง จงฟังคำสั่งของข้า เมื่อข้าสั่งให้พวกเจ้าถอย พวกเจ้าก็ต้องถอย!"


    "รับคำสั่งหัวหน้าใหญ่!"


    ในฐานะกลุ่มอิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงสุ่ย เขาเฮยเฟิงย่อมได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อไม่กี่วันก่อนทราบว่าค่ายชิงเฟิงได้ล่วงเกินเขาเฮยเฟิง กลุ่มโจรหลายแห่งต่างจับตามองที่นี่ บางกลุ่มถึงกับส่งสายลับมาสอดแนมอยู่ห่าง ๆ รอให้ค่ายชิงเฟิงถูกทำลายแล้วจะเข้ามาแย่งชิงดินแดนของค่ายชิงเฟิง 


    ไม่นานนักก็เห็นผู้คนมากมายปรากฏตัวที่เชิงเขา


    ทุกคนมองไป เห็นชายสองคนนำคนหกร้อยถึงเจ็ดร้อยคนขึ้นเขามา


    ในสองคนนั้น คนหนึ่งมีเคราแพะ เนี่ยเฉินรู้จักว่าเป็นจางเทาซาน ส่วนอีกคนไม่รู้จัก ถามต้าจ้วงจึงรู้ว่าเป็นจางเทาไห่


    เนี่ยเฉินยิ้มพลางกล่าวว่า


    "ดูเหมือนคราวนี้จางเทาเหนียนจะให้ความสำคัญกับพวกเราอยู่ไม่น้อย ถึงกับส่งน้องชายทั้งสองคนมา


    น่าสนใจทีเดียว ไม่ได้บุกขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมด แต่รู้จักแยกกำลังขึ้นมาทางถนนขึ้นภูเขาและป่าเสียด้วย"


    เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าใหญ่ก็หัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า


    "หากพวกเขามีสมอง พวกเขาควรส่งทหารสอดแนมจำนวนน้อยมาสำรวจเส้นทางก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยให้กองกำลังหลักเคลื่อนพล


    เนี่ยเฉิน ต่อไปหากเจ้าต้องนำทัพออกรบ อย่าได้ทำความผิดพลาดเช่นนี้เป็นอันขาด จงจำไว้ ทหารสอดแนมคือดวงตาของกองทัพ หากไม่สำรวจสภาพเส้นทางและข้อมูลข้าศึก เจ้าก็เท่ากับกำลังต่อสู้กับผู้อื่นด้วยตาที่ปิดสนิท"


    เนี่ยเฉินพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าหัวหน้าใหญ่กำลังสั่งสอนและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสงครามให้แก่เขา


    สองพี่น้องจางเทาไห่และจางเทาซานถือดาบใหญ่ นำพวกโจรบุกขึ้นเขาอย่างดุดัน โจรส่วนใหญ่ถือดาบเหล็กดิบที่เป็นสนิม บางส่วนถือไม้กระบองและค้อนไม้


    ดูเหมือนว่าเขาเฮยเฟิงจะไม่ร่ำรวยเท่าไหร่เพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นไม่สามารถจัดหาอาวุธให้ทุกคนได้



    [1] ยามจื่อ เป็นหน่วยนับเวลาของจีนโบราณ เป็นเวลาประมาณ 23.00-24.59

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] บันทึกเส้นทางจอมโจรจอมราชัน ที่คุณอ่าน