Vanquish God Soul ผู้พิชิตวิญญาณ

    ผู้พิชิตวิญญาณตอนที่ 34

            ทักษะวิญญาณ รากฐานวิชาแห่งพลังที่มีอยู่คู่กับผู้ฝึกฝนวิญญาณมาตั้งแต่ที่ถือกำเนิด มีมาเนิ่นนานเมื่อโลกมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไป


            พวกเขาสามารถนำเอาพลังวิญญาณเพื่อปลดปล่อยออกมาสนับสนุนภูติวิญญาณประจำตัวได้


            ทว่าทักษะวิชาเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ มันเกี่ยวข้องกับการซัพพอร์ตและไม่มีทักษะการโจมตีอะไรทั้งสิ้น พวกเขาไม่สามารถใช้วิชาพวกนี้ในการสังหารพวกวิญญาณร้ายต่างๆได้


            มันถูกบัญญติมาไว้เช่นนั้น ทว่าเจ้าเมืองมังกรนั่นได้ค้นพบเส้นทางของตนเอง ตัวของเขาได้สรรสร้างทักษะวิญญาณสุดแข็งแกร่งขึ้นมา


            ทักษะวิญญาณนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ทักษะที่สามารถใช้สยบวิญญาณร้ายรวมถึงทำลายมันได้อย่างสมบูรณ์ มันถูกเรียกว่ากระบวนยุทธหมัดมังกร


            วิชาการโจมตีสุดร้ายกาจและทำให้ชื่อเสียงของเจ้าเมืองมังกรโด่งดังไปทั่ว ต่อให้เขาจะไม่ใช้ภูติวิญญาณประจำตัว ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็สามารถต่อกรกับวิญญาณร้ายได้ด้วยร่างกายของตนเอง


            เขาเหมือนกับเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีในเรื่องเล่านิทานต่างๆ แข็งแกร่งและไร้เทียมทานอย่างมาก


            "เฮ้อ ลูกของข้ามันไม่ได้เรื่องได้เลยซักคน"


            "ข้าสั่งสอนไปมากเท่าไหร่ก็ยังไม่เข้าถึงทักษะวิญญาณของข้าเลย ข้าเลยตัดสินใจที่จะเดิมพันไปกับตัวของเซียงหลินยังไงละ"


            เจ้าเมืองมังกรพูดจบก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ในหัวเองก็ย้อนไปนึกถึงใบหน้าของลูกๆทุกคน


            ถ้าเป็นไปได้ตัวของเขาก็อยากถ่ายทอดทักษะวิญญาณนี้ให้กับทายาททั้งหมด ทว่าพวกเขากลับฝึกฝนทักษะวิญญาณนี้ได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น


            เหตุผลส่วนนึงก็อาจเป็นเพราะรากฐานพลังรวมถึงภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายาที่ตนเองครอบครองอยู่


            ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม้เขาเองก็ยังหาสาเหตุในการสืบทอดไม่ได้ แต่ที่แน่ๆเลยก็คือมันจะต้องเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์อย่างแน่นอน


            [น่าสนใจจริงๆโฮสต์ของเรา]


            [รับชายคนนี้เป็นอาจารย์เถอะ]


            [โอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อยๆหรอกนะ]


            ระบบรีบรบเร้าให้ชายหนุ่มรับคริสสันเอชคนนี้เป็นอาจารย์ ถึงยังไงนี่ก็คือผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์เทพสงคราม


            ถ้าโฮสต์มีคนผู้นี้คอยอยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุน การฝึกฝนพลังวิญญาณของเซียงหลินก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี แถมยังไม่มีใครกล้าที่จะลงมือกับลูกศิษย์ของเจ้าเมืองมังกรอีกด้วย


            "อืมมม ดูเหมือนเขาจะพูดความจริง!!"


            "ไม่มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงเลยทั้งสิ้น เป็นจิตอันบริสุทธิ์ที่อยากจะรับฉันไปเป็นลูกศิษย์"


            เซียงหลินตรวจสอบชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ในใจเองก็กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ


            ถึงตอนแรกชายหนุ่มอาจไม่สนใจที่จะไปเป็นศิษย์ของใครบางคน ทว่าทิฐิของมารสวรรค์ในอดีตมันก็ได้จางหายไปแล้ว


            พวกเขาตอนนี้ได้มาอยู่ในโลกแห่งวิญญาณ โลกที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันลี้ลับ ต้องเริ่มต้นในเส้นทางใหม่ทั้งหมด


            การมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังมันก็ย่อมเป็นอะไรที่ดียิ่งกว่า แถมในชีวิตก่อนเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีอาจารย์ เขาเคยมีอาจารย์ที่สำคัญคนนึงเช่นเดียวกัน


            ชายชราคนนั้นเป็นผู้ที่ถ่ายทอดพื้นฐานรวมถึงวรยุทธต่างๆให้กับเขาทั้งหมด กลายมาเป็นคนสำคัญในใจของชายหนุ่มไปในทันที


            บอกตามตรงเลยว่าถ้าไม่มีตัวตนเช่นชายชราคนนั้น มารสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ในโลกแห่งวรยุทธก็คงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน


            "หึหึ อาจารย์คนที่สองหรอ?"


            เมื่อคิดจบเซียงหลินก็ได้ตัดสินใจในทันที


            เขาก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าอย่างช้าๆ เดินผ่านชายชราทั้งสองคนที่กำลังสาธยายเรื่องต่างๆของตนเองออกมา ทั้งคู่ที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ชะงักค้าง หันขวับมามองหน้ากันด้วยแววตาที่หม่นหมอง ดูเหมือนจะเป็นเหมือนที่พวกมันคิดเอาไว้จริงๆ


            "ตัดสินใจแล้วใช่ไหมเซียงหลิน.."


            คริมสันเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังเดินตรงมายังทิศทางนี้ก็เอ่ยถามขึ้น ซึ่งตัวของเซียงหลินก็พยักหน้ารับ จากนั้นชายหนุ่มก็ย่อตัวพร้อมกับคุกเข่าทั้งสองข้างลงที่เบื้องหน้าของชายวัยกลางคน เริ่มแสดงความเคารพในแบบฉบับของตนเอง


            "คำนับท่านอาจารย์คริมสันเอช"


            "ได้โปรดรับการคารวะจากผมด้วย"


            เสียงของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองเข้ามา


            บรรยากาศตอนนี้มันเงียบสงัดยิ่งกว่าป่าช้า พวกมันได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน


            เพราะในที่สุดเจ้าเมืองมังกรก็ได้มีลูกศิษย์เป็นของตนเองแล้ว ตัวของเขาได้รับลูกศิษย์ผู้ฝึกฝนวิญญาณที่มีเทพอาชูร่าอยู่ในการครอบครอง มีศักยภาพรวมถึงพรสวรรค์อย่างถึงที่สุด


            "ฮ่าฮ่าฮ่า ดีมากเซียงหลิน!!"


            คริสสันหัวเราะร่าออกมาอย่างเบิกบาน


            ขณะเดียวกันก็ย่อตัวและยื่นมือไปประคองร่างของชายหนุ่มให้ยืนขึ้น นัยน์ตาของเขาตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น


            นี่คือครั้งแรกที่มันได้เปิดใจรับลูกศิษย์ของตน มันอาจเป็นผลลัพธ์ที่ดีในเรื่องราวหลังจากนี้ก็เป็นได้


            "ยินดีด้วยๆท่านเจ้าเมืองมังกร"


            "ท่านได้คนที่มีพรสวรรค์ไปแล้ว"


            จางเหว่ยรีบเข้ามาแสดงความยินดีอย่างรวดเร็ว โดยที่สีหน้าของมันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิด มันยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความบริสุทธิ์ใจ


            ส่วนด้านในความคิดที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันก็คงไม่มีใครรู้ได้ยกเว้นก็แต่ว่าจะเป็นตัวของจางเหว่ยเอง


            "เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆนะพวกเราเนี่ย"


            "แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่บุญวาสนาแข่งกันไม่ได้จริงๆ เจ้าเมืองมังกรเพรียบพร้อมยิ่งกว่าพวกเราซะอีก"


            หลิงหานกับสเวนมองหน้ากันอยู่เล็กน้อย พวกเขาได้แต่ส่ายหัวออกมาพลางถอนหายใจออกมา


            ถึงอยากจะได้เซียงหลินไปเป็นลูกศิษย์ของตนเองก็ตาม ทว่าเมื่อเอาไปเทียบกับตำแหน่งรวมถึงสถานะของเจ้าเมืองมังกรแล้ว พวกมันทั้งสองคนต่อให้จะรวมกันก็ยังเทียบชั้นไม่ได้


            แล้วไม่คิดเลยว่าชายวัยกลางคนผู้นี้จะถ่ายทอดทักษะวิญญาณกระบวนยุทธหมัดมังกรให้กับเซียงหลิน มันน่าเหลือเชื่อซะจนพูดอะไรไม่ออก


            "งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ"


            "ไปยังคฤหาสน์เจ้าเมืองมังกร"


            หลังจากนั้นเซียงหลินก็ได้ถูกคริมสันพาตัวออกไปจากห้องโถงวิญญาณในทันที ทุกคนได้แต่จ้องมองไล่หลังพวกเขาไปด้วยความอิจฉาตาร้อน


            หลายคนก็กรีดร้องออกมาอย่างอดกลั้นไม่อยู่ ผู้ฝึกฝนวิญญาณหน้าใหม่มากมายก็อยากจะเป็นลูกศิษย์ของท่านผู้นั้นด้วยกันทั้งสิ้น


            "เหอะๆ เจ้าเด็กบ้าพวกนี้มันเป็นอะไรกันวะ?"


            "ไม่แปลก พวกเขาอิจฉาในตัวเซียงหลินยังไงละ"


            "ฮ่าฮ่าฮ่า ก็เหมือนที่ตัวของท่านหลิงหานพูดนั่นแหละ แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่บุญวาสนาแข่งกันไม่ได้จริง มีภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายา แถมยังเป็นถึงเทพอาชูร่าที่ยิ่งใหญ่ ไม่แปลกเลยที่เส้นทางของเขาหลังจากนี้จะเต็มไปด้วยอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด"


            ผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับเดียวกันหลังจากนี้ย่อมเทียบกันไม่ติดอย่างแน่นอนอยู่แล้ว


            หลายคนพูดขึ้นพร้อมกับแสดงความยินดีให้ตัวของชายหนุ่ม พวกมันเองก็พลอยที่จะมีความสุขไปด้วยไม่ได้ ในอนาคตโลกมนุษย์ของพวกมันจะกำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาอีกคนนึง เขาต้องกลายมาเป็นหนึ่งในเสาหลักของเมืองมังกรแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน


            ไม่นานข่าวสารที่เกิดขึ้นภายในห้องโถงวิญญาณก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองมังกร ไม่ใช่ซิ มันแทบจะแพร่กระจายออกไปทั่วทั้งโลกมนุษย์


            ผู้ฝึกฝนวิญญาณทั้งหมดได้ทราบกันแล้วว่าเจ้าเมืองมังกรมีลูกศิษย์เป็นของตนเองแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นคือผู้ที่มีเทพอาชูร่าอยู่นั่นเอง


            ขณะเดียวกันที่สถาบันวิญญาณมังกร ในอาณาเขตของลานฝึกซ้อมที่ว่างเปล่าไม่มีผู้คน


            บนลานประลองที่โล่งกว้างนั่นกำลังมีชายหนุ่มคนนึงที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ใบหน้าของชายคนนี้หล่อเหลาได้รูป เส้นผมสีแดงเพลิงตัดสั้น ดวงตาคมดุจใบดาบ เขาเปลือยกายท่อนบนจนปรากฏให้เห็นถึงร่างกายที่สมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนต้องกรีดร้อง


            ชายหนุ่มเวลานี้กำลังย่อตัวกางขาทั้งสองข้างออก นิ้วของเขาขดเป็นกรงเล็บราวกับมังกร แขนข้างนึงเองก็เริ่มหมุนวนเคลื่อนไหวไปมา


            พร้อมกับที่มีอณูพลังวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏรายล้อมอยู่รอบตัว ประกายแสงวิญญาณดังกล่าวก่อตัวขึ้นเสมือนเป็นรูปลักษณ์ของมังกรยาว


            อีกไม่นานฉันก็จะฝึกฝนกระบวนยุทธหมัดมังกรไปยังลำดับขั้นถัดไปได้แล้ว


            "ถ้าเกิดว่าท่านพ่อมาเห็นเข้าละก็..."


            "ท่านคงชื่นชมในตัวของข้าอยู่เป็นแน่"


            ชายผมแดงบ่นพึมพำออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข ทว่าในเวลานั้นร่างเงาของใครบางคนก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก


            ใบหน้าของชายคนนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังก้องขึ้นไปทั่ว


            "ยะ.ยะ..แย่แล้วครับลูกพี่ใหญ่คริมสันเฟรม"


            "ท่านพ่อของท่าน ท่านเจ้าเมืองมังกรรับใครก็ไม่รู้มาเป็นลูกศิษย์สืบทอด แล้วข่าวสารนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองมังกรแห่งนี้แล้วครับ"