มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน

    อ้อมกอด

    เว่ยเจียวจิ้นและหานเทียนนั่งดื่มชายามบ่ายใต้ต้นหลิวริมสระบัวของจวน หานลี่กันที่ทำขนมเพิ่งเสร็จได้ให้บ่าวนำไปให้มู่หนิงหวง อีกทั้งยังแบ่งให้คนในจวนโหวและจวนหานตามจำนวนนายของจวนนั้น ๆ ก่อนจะนำขนมที่ได้เตรียมไว้นั้นขึ้นโต๊ะเว่ยเจียวจิ้นและหานเทียน

    “ท่านพ่อ ท่านโหว”

    “ลี่เออร์เองหรอกหรือ”

    “เจ้าค่ะ ลูกนำขนมที่เพิ่งทำเสร็จมาให้เจ้าค่ะ”

    “ขอบใจเจ้ามาก”

    เว่ยเจียวจิ้นมองหานลี่กันที่กำลังนำจานขนมวางบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยปากพูดกับหานลี่กัน

    “เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่ทัพหยางกลับมาแล้ว”

    “พอจะได้ยินมาบ้างเจ้าค่ะ”

    “อื่ม รู้แล้วก็ดี อีกไม่นานเขาก็คงจะมาพบเจ้า”

    “เจ้าค่ะ”

    “ดูเหมือนวันนี้แม่ทัพหยางของเจ้าจะขาดการประชุม”

    “อื่ม ดูเหมือนเขาจะไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลยจริง ๆ ถึงกลับกล้าขาดการประชุม”

    หานเทียนเอ่ยตอบเว่ยเจียวจิ้น หานลี่กันที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้แต่แอบกรอกตาบน ‘ดูเหมือนคุณสามีของฉันจะมีเรื่องสนุกให้ได้ยินมากกว่านี้แน่ ๆ’

    “แล้ว ฝ่าบาท...”

    “หึ ฝ่าบาทจะว่าอะไรได้อีก ดูเหมือนพระองค์จะทรงพอพระทัยในตัวแม่ทัพหยางคนนี้อยู่ไม่น้อย เห็นทีการที่พระองค์ทรงให้ท้ายหยางเฟยหย่าเช่นนี้.....คงทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเป็นแน่”

    “อื่ม เรื่องนั้นก็น่าเป็นห่วง อีกไม่นานเจ้าเองก็จะออกเรือนกับแม่ทัพหยาง เรื่องพวกนี้เจ้าควรรู้ไว้”

    “เจ้าค่ะ ลูกจดจำไว้แล้ว หากไม่มีอะไรลูกขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

    เมื่อหานลี่กันเดินจากไป สองบุรุษมากอายุมองตามหญิงสาวไปจนลับสายตาพร้อมกับเอ่ยพูดจากันถึงเรื่องของสตรีที่เพิ่งจากไปนั้น

    “ลี่เออร์ดูแล้วช่างเหมือนเหลียนเออร์ และมารดาของนางที่จากไปยิ่งนัก”

    “อื่ม...แต่การที่นางจะแต่งเข้าจวนหยางเองก็คงจะนำเรื่องราวปวดหัวมาให้ทั้งจวนเจ้าและจวนข้าอีกไม่น้อยเช่นกัน”

    “เรื่องนั้นหากเกิดขึ้นจริง พวกเราก็คงจะต้องอยู่ข้างนางอยู่แล้วมิใช่หรือ เพราะอย่างไรก็ดีการที่นางแต่งงานกับหยางเฟยหย่านั้นก็ส่งผลดีต่อเรา...มากอยู่เหมือนกัน”

    “อื่ม...ที่พูดมาก็ถูกของเจ้า แม้กระทั่งฮองเฮาก็ทรงเอ็นดูนาง พระสนมเสิ่นเองที่ไม่ค่อยเข้าใครก็ยังอ่อนกับนางมากทีเดียว”

    “องค์ชายสิบสองเองตอนนี้ก็ตามติดชุนเออร์ และชอบที่จะพูดคุยอย่างสนิทสนมกับลี่เออร์ หากจะว่าไปตอนนี้ดูเหมือนองค์ชายสิบสองจะเปลี่ยนไปมากทีเดียว นี่คงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พระสนมเสิ่นเริ่มไว้ใจในตัวลี่เออร์”

    ไม่ไกลออกไปเด็กชายสองคนที่ว่างเว้นจากการฝึกซ้อมได้ปีนต้นไม้เล่นโดยมีบ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนตัวคอยเฝ้าอยู่ด้านล่าง

    “ทำไมข้าเห็นเจ้าทำหน้าแปลก ๆ เช่นนั้นเมื่อมองไปทางเรือนนั้นทางฝั่งจวนโหว”

    “องค์ชาย..”

    “ข้าบอกแล้วอย่างไร ให้เจ้าเรียกข้าว่าซีหยาง”

    “ได้ ๆ ข้าจะเรียกพระองค์ว่าซีหยางเมื่ออยู่ด้วยกันสองคนก็แล้วกัน”

    “ดีมาก...แล้วอย่างไรที่ถามไป”

    “เรือนนั้นเป็นเรือนที่ท่านป้ารองพักอยู่ ท่านป้ารองชอบทำให้มามี้ลำบากอยู่เรื่อย ข้าจึงไม่ค่อยชอบนางเท่าใดนัก ตอนนี้ที่นางไม่สามารถออกมาก่อความรำคาญให้มามี้ได้ก็เพราะนางกำลังถูกลงโทษอยู่ มิเช่นนั้นมามี้ของข้าคงมีเรื่องให้ปวดหัวอีกแน่ ๆ”

    “เรื่องนั้นข้าพอจะได้ยินมาบ้าง”

    “แน่นอนว่าพระองค์ย่อมต้องได้ยินอย่างแน่นอน เพราะพระองค์ทรงหูตากว้างไกลถึงเพียงนั้น”

    หยางชุนเอ่ยขึ้นอย่างล้อเลียน เฟิงซีหยางถึงกับหัวเราะในท่าทางเช่นนั้นของหยางชุน ‘ทุกคนล้วนแล้วแต่กลัวข้าและไม่กล้าหยอกล้อเช่นนี้กับข้า มีเพียงคุณหนูหานและเสี่ยวชุนเท่านั้นที่กล้าหยอกล้อเช่นนี้กับข้า’

    “แน่นอนสิ ที่ข้าต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของตัวข้าและคอยช่วยเหลือเพื่อนเช่นเจ้าอย่างไรล่ะ”

    “ขอบพระทัยที่ทรงเมตตา”

    หยางชุนเอ่ยขึ้นก่อนจะนึกอะไรสนุก ๆ แล้วเอ่ยกระซิบกับองค์ชายสิบสอง เด็กชายตัวน้อยที่ถูกหยางชุนกระซิบบางอย่างเงี่ยหูฟังก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ แล้วพยักหน้ารับอย่างนึกสนุกด้วยเช่นกัน

    “เข้าท่า ๆ งั้นเราไปจัดการกันเถอะ”

    “แต่พวกเราจะทำเช่นใดมิให้คนเห็นกัน”

    “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงองครักษ์ของข้าล้วนแล้วแต่มีวรยุทธ เรื่องแค่นี้....ให้พวกเขาจัดการให้ พวกเราแค่รออยู่นิ่ง ๆ รอดูผลงานก็พอ”

    องค์ชายสิบสองเรียกชุยเฟิงองครักษ์ประจำตัวให้ขึ้นมา เพียงชั่วพริบตาบุรุษหนุ่มใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นมาเหยียบอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ ๆ องค์ชายสิบสองและหยางชุนเพื่อรอคำสั่ง เด็กชายกระซิบบอกบางอย่างก่อนจะรอดูผลงานอยู่บนต้นไม้นั้น

    “กรี๊ดดดดดดด ๆ ๆ ๆ ๆ งู ๆ ๆ ๆ”

    เสียงสตรีกรีดร้องออกมาจากเรือนก่อนที่ร่างในอาภรณ์เหลืองจะวิ่งออกมาหน้าตาตื่น

    “พวกเจ้า ๆ รีบเข้ามาดูหน่อยเร็วเข้า ด้านในเรือนของข้ามีงูเต็มไปหมด”

    บ่าวรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นจึงได้รีบเข้าไปเพื่อจับงูในทันที หยางชุนและองค์ชายสิบสองหรือเฟิงซีหยางที่นั่งดูผลงานอยู่บนต้นไม้ถึงกับหัวเราะชอบใจ

    “ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ต้องขอบพระทัยพี่ซีหยางที่กรุณา”

    “เรื่องเล็กน้อย ๆ”

    สองเด็กชายเอ่ยหยอกล้อกันก่อนที่หยางชุนจะลงมาจากต้นไม้และเอ่ยขอบคุณชุยเฟิง บุรุษหนุ่มถึงกับตกใจเล็กน้อยที่เด็กชายตัวน้อยลงมาขอบคุณตนเอง

    “เหตุใดเจ้าต้องขอบคุณชุยเฟิงด้วยเล่า ในเมื่อเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องรับใช้พวกเราอยู่แล้ว เจ้ามิคิดเช่นนั้นหรือ”

    “ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ เรื่องที่พวกเขาต้องรับใช้เรานั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่มามี้สอนข้าว่าทุกคนล้วนมีชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ แม้การที่พวกเขาต้องรับใช้เรานั้นเป็นหน้าที่ แต่หากเราเอื้ออาทรแก่พวกเขาบ้าง นั่นก็มิได้ทำให้เราเสียหายอะไร แต่กับพวกเขานั้นคือน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับ เมื่อก่อนข้าที่ถูกรังแกมาและได้เจอมามี้โดยบังเอิญ ตอนนั้นข้าที่....มิต่างจากขอทานกลับถูกมามี้ใส่ใจและไม่รังเกียจจึงทำให้ข้าได้มีวันนี้ แม้แต่จื่อรั่วเองก็เช่นกัน”

    เฟิงซีหยางพยักหน้ารับช้า ๆ อย่างเข้าใจ ชุยเฟิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นอดชื่นชมกับการสอนของหานลี่กันไม่ได้

    “แต่มามี้บอกว่าเรื่องนี้ต้องดูเป็นคน ๆ ไป”

    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

    “มามี้บอกว่า เรื่องราวทุกอย่างนั้นไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน เหมือนกับพี่น้องพ่อแม่เดียวกันแต่กลับมีนิสัยที่แตกต่างกัน แม้จะมีอาจารย์คนเดียว นั่งเรียนด้วยกันแต่ความรู้ที่ได้กลับไม่เท่ากันอย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

    “อ่อ...ข้าพอจะเข้าใจแล้ว มามี้ของเจ้าช่างสอนเจ้าได้...แปลกดียิ่งนัก”

    “ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ มามี้ของข้าสอนได้เหมือน...เหมือนผู้ผ่านโลกมาหลายโลกอย่างไรอย่างงั้น”

    “ใครกันที่แอบบอกว่าข้าผ่านโลกมาหลายโลก”

    “มามี้!!!”

    “คุณหนูหาน”

    หานลี่กันเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะนำขนมและของว่างมาให้เด็ก ๆ

    “ยามว่างเช่นนี้พวกเจ้าทำอะไรกัน”

    เด็กชายตัวน้อยก้มหน้าลงเล็กน้อย หานลี่กันจึงเข้าไปบีบแก้มน้อย ๆ ของหยางชุน

    “ท่าทางแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องซน ๆ ชวนให้ถูกดุใช่หรือไม่”

    หยางชุนจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับหานลี่กันฟัง สตรีในอาภรณ์ชมพูถึงกับส่ายหัวไปมาให้กับความซนของหยางชุน

    “ชุนเออร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เจ้าที่ยังเป็นเด็กไม่ควรยื่นมือเข้ามายุ่ง ได้ยินหรือไม่”

    “ขอโทษขอรับมามี้”

    “ข้าได้บอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นพี่สาวของข้า คงต้องรอดูว่าใครจะอดทนได้มากกว่ากัน เมื่อถึงเวลา...ทุกอย่างก็จะกระจ่างเอง รวมถึงเรื่องของเจ้าด้วย”

    “ขอรับมามี้”

    เด็กชายทำหน้าเศร้าเล็กน้อย หานลี่กันจึงดึงเด็กชายเข้ามากอดเบา ๆ

    “ขอบใจนะที่เจ้าคิดเผื่อข้า”

    หยางชุนยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินคำเอ่ยขอบใจจากหานลี่กัน เฟิงซีหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างมองหยางชุนด้วยความรู้สึกที่แม้แต่เขาเองก็ไม่อาจอธิบายได้ ‘ทำไมข้าที่เห็นคุณหนูหานกอดเสี่ยวชุนแล้วรู้สึกหนักใจแปลก ๆ ....ข้า....เป็นอะไรนะ’ หานลี่กันที่เห็นองค์ชายสิบสองยืนทำหน้าแปลก ๆ อยู่ด้านข้างจึงได้ดึงตัวเด็กชายเข้ามากอดด้วย

    “ขออนุญาตนะเพคะ”

    ร่างน้อย ๆ ถูกดึงเข้ามากอด แม้ใจเขาจะพยายามขัดขืนแต่ร่างกายกลับรู้สึกดีและชอบอ้อมกอดนี้เหลือเกิน ‘นี่ข้า...ชอบการกอดของนางเช่นนั้นหรือ...แต่ข้า...โตเกินกว่าจะทำแบบนี้....ข้า’ เฟิงซีหยางตัดความคิดทุกอย่างออกก่อนจะปล่อยตัวให้ดื่มด่ำกับอ้อมกอดที่เขาถวิลหามาแสนนาน

    คล้ายกับเรื่องมามี้ของข้าไม่อ่อนโยน ที่คุณอ่าน