เกิดอะไรกับต้นตะขาบเขียว
หลังจากวันเปิดร้านอาหารแล้ว ครอบครัวเจี้ยนเฉิงก็กลับมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องที่จวนต่อดีที่วันเปิดร้านนอกจากคุณชายทั้งสองก็ไม่มีแขกพิเศษคนใดมาเพิ่มอีกส่วนงานก็ผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรติดขัดคนงานก็เริ่มจะปรับตัวได้พวกเขาจึงวางใจไปเปราะหนึ่ง
“เชี่ยนเชี่ยน เจ้าว่าพวกต้นไม้เมืองร้อนพวกนี้เราต้องจัดการอย่างไรดี”ชิงเถาปรึกษาตัวช่วยนางออกมาเมื่อมีเรื่องสำคัญต้องคิด
‘จัดการแบบไหน’เชี่ยนเชี่ยนที่นอนบนเตียงของนางส่งเสียงตอบกลับมาถาม
“ก็แบบมันไม่ถูกกับอากาศหนาวๆ ที่นี่ไง เราควรจัดการเช่นไร”
‘สร้างค่ายกลก็ได้หนิไม่เห็นจะยาก’ เชี่ยนเชี่ยนตอบนางออกมาเหมือนนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยสำหรับนางน้ำเสียงที่บอกออกมานั้นเหมือนว่านางโง๊โง่
“แสดงว่าเจ้าจะสร้างให้ใช่หรือไม่”ชิงเถารีบลุกจากเตียงไปเกาะตู้แหงนหน้ามองนางบนที่นอนทันที
‘ไม่หรอก’ตอบออกมาอย่างนี้ท่าทางชิงเถาจากหน้าตาชื่นบานก็แห้งเหี่ยวไปนะสิ
“ก็เจ้าบอกว่าไม่ยากหนิแล้วเท่าไม” นางถามออกมาอย่างสงสัย
‘ก็เจ้าต้องเป็นคนสร้างเองข้าจะเป็นคนสอนเจ้าเอง แต่คงต้องใช้เวลาเสียหน่อย’ เชี่ยนเชี่ยนบอกนางออกมาอย่างจริงจังไม่ได้ล้อเล่นกับนางแต่อย่างไรสงสัยเรื่องนี้ชิงเถาต้องลงมือเองจริงๆ เสียแล้ว
“ได้ข้าจะทำแล้วต้องเริ่มจากตรงไหน” ชิงเถาถามออกมาอย่างกระตือรือร้นถ้าบอกว่าให้นางทำเองนางก็ต้องรีบๆ เข้าแล้ว เพราะไม่รู้จะทำได้ตอนไหน
เชี่ยนเชี่ยนไม่ตอบแต่กลับบินไปที่โต๊ะหนังสือของชิงเถาบังคับให้พู่กันจุ่มหมึกเองแล้วก็บังคับต่อให้มันวาดค่ายกลและวิธีฝึกลงไปให้นางไว้ศึกษา เขียนอยู่ครู่หนึ่งจนเสร็จนางก็ละออกไปนอนต่อปล่อยให้ชิงเถาที่ยืนดูนางตั้งแต่ตอนแรกได้เอามันไปศึกษา
‘ทำความเข้าใจดูก่อนอย่างน้อยๆ ก็ต้องจำรูปแบบการจัดเรียงของค่ายกลให้ได้เสียก่อน’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยกับนางเพียงเท่านั้นก็เงียบไปปล่อยนางไว้ให้นั่งดูกระดาษที่อยู่ในมือการสร้างค่ายกลจะต้องจดจำรูปแบบของมันให้ได้เราต้องจำมันได้ทั้งหมดในหัวแล้วใช้พลังปราณที่มีเป็นตัวกระตุ้นค่ายกลให้สลักลงในสิ่งต่างๆซึ่งตอนนี้นางจะต้องจดจำสิ่งที่เชี่ยนเชี่ยนวาดให้ดูให้ขึ้นใจเสียก่อนขั้นต่อไปจึงจะทำต่อได้
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ที่จ้างให้แรงงานมาทำรั่วกั้นเขตแดนให้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยด้วยจำนวนคนที่จ้างมาหลายสิบคนทีเดียวตอนนี้จึงเป็นการขุดดินทำเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ไว้ใช้ในสวนต่อไป ซึ่งนี่ก็ถือเป็นงานใหญ่ต้องให้แรงงานเยอะทีเดียวกว่าจะเสร็จคงอีกห้าวันได้เพราะคนงานอีกส่วนก็ต้องไปเตรียมดินไห้พร้อมในการปลูกต้นไม้ ทั้งถางหญ้าพลิกหน้าดินที่ก็ต้องใช้เวลาหลายวันเช่นกันซึ่งงานนี้ก็ปล่อยให้คนงานทำไปพวกเขาก็จัดการธุระของตัวเองไปแต่ว่าจะเป็นวันว่างสำหรับพวกเขาก็ว่าได้นะ แต่นี่คงไม่ใช่วันว่างธรรมดาแล้วสงสัยจะเป็นวันว่างที่แสนโชคดีก็ว่าได้ เพราะนั่งๆอยู่ก็เหมือนจะมีโชคอีกชั้นมาหล่นทับ
“ท่านพ่อท่านแม่” สองแฝดวิ่งเข้ามาส่งเสียงเรียกทั้งสองในจวนแต่เสียงนี่มาก่อนจะเข้ามาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเขามีเรื่องด่วนอันใดกัน
“หืมเสียงสองแฝดส่งเสียงเรื่องอะไรกัน”จิ้นสิงที่นั่งตรวจบัญชีในห้องโถงของบ้านกับบุตรสาวทั้งสองเอ่ยออกมาอย่างสงสัย
“ท่านพี่มีเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะเสียงดังเชียว”นางลี่จูที่อยู่ในครัวกับเยว่ซินได้ยินเสียงยังรีบเดินออกมาถาม
“ข้าก็ไม่รู้ได้ยินเพียงเสียงร้องเรียกอ่ะนั่นไงมากันแล้ว” จิ้นสิงตอบภรรยาออกมาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นกันแต่เมื่อบุตรชายวิ่งเข้ามาพอดีเขาจึงหันไปหาทั้งสองที่พึ่งเข้ามา
“เช่นไรลูกมีเรื่องอะไรกันร้องดังมาเชียว” นางลี่จูถามออกมาทันทีเมื่อเห็นทั้งสอง
“ต้นไม้ขอรับต้นไม้เปลี่ยนสี” “อยู่ๆ ต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็งอกสีอื่นขึ้นมา”สองแฝดพูดออกมากันทั้งสองเสียงพูดพูดปะปนกันไปหมดจนฟังไม่เข้าใจไปแล้ว
“เดี๋ยวก่อนๆพูดที่ละคนนะลูก พวกเราฟังไม่ทันแล้ว”จิ้นสิงร้องขัดบุตรชายทั้งสองออกมาก่อนที่จะมั่วกันไปกว่านี้
“ก็ว่านที่ปลูก” “อยู่ๆ มีต้นที่เกิดใหม่เป็นสีอื่น”แต่ก็ยังแย่งกันตอบอยู่ดี
“พอๆหมิงเลี่ยนไหนลองบอกออกมาก่อนสิลูก”จิ้นสิงยังต้องหยุดทั้งสองและเอ่ยชื่อให้พูดกันเลยทีเดียวถ้าไม่เช่นนั้นคงเป็นเช่นเดิมอีกรอบ ไม่ต้องรู้เรื่องกันพอดี
“ต้นไม้ในสวนขอรับอยู่ๆ ก็งอกสีอื่นออกมา” หมิงเลี่ยนรีบบอกมาออกมาก่อนเมื่อบิดาบอกให้พูด
“ก็ปกติหนิก็หญ้าไผ่หยกขาวพี่ก็บอกไปแล้ว ถ้ามันเติบโตได้รับพลังปราณเต็มที่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีขาวได้”ชิงเถาเอ่ยออกมาเมื่อน้องพูดเรื่องต้นไม้ที่เปลี่ยนสีได้ขึ้นมา
“ไม่ๆขอรับไม่ใช่ต้นนั้น” หมิงเลี่ยนบอกปัดพี่สาวออกมาเพราะมันไม่ใช่ต้นนั้นถ้าเป็นต้นนั้นพวกเขาจะตื่นตกใจไปใย
“มันเป็นต้นตะขาบเขียวของท่านพ่อขอรับตอนนี้มีต้นเล็กๆ งอกขึ้นมาเป็นสีเหลืองและสีขาว หลายต้นด้วย”หมิงลู่เอ่ยเสริมพี่ชายออกมาอีกเมื่อยังเหลือข้อมูลให้เขาได้พูด
“ต้นตะขาบเขียวเช่นนั้นรึมันงอกเป็นสีอื่น เป็นสีอื่นออกมา หรือว่า” จิ้นสิงคิดตามที่สองแฝดพูดอยู่ๆเขาก็ร้องขึ้นอย่างดังและลุกขึ้นวิ่งออกไปทันทีวิ่งออกไปโดยไม่บอกกล่าวอะไรพวกนางที่นั่งอยู่ด้วยซ้ำแต่ไม่เป็นไรพวกนางที่อยากรู้ด้วยก็พียงรีบตามออกไปเท่านั้น ก็คงได้รู้ความแล้ว
ออกมาหลังเรือนตรงที่เป็นแปลงปลูกต้นตะขาบเขียวตอนนี้มันยังเป็นแปลงอยู่ยังไม่ได้ถูกแยกไปปลูกรอบๆจวนแต่อย่างไรส่วนจิ้นสิงที่วิ่งมาถึงเจอเยว่สือยืนรออยู่จึงถามหาเจ้าสิ่งที่บุตรชายวิ่งไปบอกทันที
“ไหนกันอาสือที่เจ้าสองแฝดวิ่งไปบอกพ่อเมื่อครู่” เขาถามออกมาอย่างตื่นเต้นปนร้อนใจเยว่สือก็ชั่งตอบช้าไม่ดูหน้าตาที่รีบร้อนของเขาเสียเลย
“นี่ขอรับที่มันแปลกไป”เยว่สือนั่งย่อลงแล้วคลี่เจ้าต้นตะขาบเขียวต้นใหญ่ออกให้เขาได้เห็นต้นอ่อนที่มีเพียงห้าถึงหกใบที่ซ่อนอยู่ให้เขาดูทั้งๆ ที่ตอนเช้าเยว่สือและสองแฝดออกมารดน้ำไปแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่เจอแต่เมื่อก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเขาทั้งสามออกมาฝึกยิงธนูที่อยู่ไม่ไกลในตอนกลางวันมีแดดส่องไปโดนพวกมันเข้าพวกเขาจึงสังเกตเห็นแล้วเข้ามาดู
“นี่ นี่มัน”จิ้นสิงรีบเข้าไปดูใกล้ๆ ทันที เจ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกของต้นตะขาบเขียวหรอกแต่มันเป็นเรื่องพิเศษต่างหากไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะปลูกแล้วมีต้นสีนี้เกิดขึ้นมาได้