เทพราชันมังกรหวนคืน

    ตอนที่ 56 การทดสอบผู้ช่วยนักหลอมโอสถ (ตอนจบ)

    ตึกหลอมโอสถนั้น อยู่ขั้นสูงไปอีกจากที่พักและบริเวณพื้นที่ของศิษย์นอก แน่นอนว่าหลินเฟิงนั้นเดินช้ามากๆ เนื่องจากร่างกายยังไม่หายดีและบาดเจ็บค่อนข้างหนัก ระหว่างทางหลินเฟิงก็เจอศิษย์นอกบางคนเดินสวนไปมา ด้วยเช่นกัน เพราะนอกสวนสมุนไพร ก็อยู่ข้างมนเช่นเดียวกัน เพียงแต่มันไม่ได้อยู่สูงเท่าตึกหลอมโอสถและตึกหลอมอาวุธ


    การที่ศิษย์นอกจะสามารถขึ้นมาได้สูงกว่าบริเวณพื้นที่ของศิษย์นั่น ต้องยื่นเรื่องและอธิบายเหตุผลกับทางอาการศิษย์นอกเสียก่อน จึงจะสามารถขึ้นมาได้ หากใครที่ขึ้นมาโดยไม่ยื่นเรื่องต่ออาคารศิษย์นอกก่อนจะได้รับโทษตามกฎของนิกาย


    ไม่นานหลินเฟิงก็มาถึงตึกแห่งหนึ่งที่มีสามชั้น มันเป็นตึกที่ใหญ่มาก นอกจากนี้ยังมีศิษย์นอกหลายคนเดินเข้าออกไปมา นอกจากศิษย์แล้วยังมีผู้อาวุโสบ้างประปราย ตึกแห่งนี้ไม่ใช่อะไรที่ไหนแต่เป็น ตึกหลอมโอสถ ที่หลินเฟิงจะมานั่นเอง 


    พวกศิษยืที่เดินเข้าออกนั่นสมควรเป็นพวกศิษย์ที่ทำภารกิจสงสมุนไพร หรือไม่ก็เคลื่อนย้ายโอสถ เม็ดยาที่ต้องนำไปไว้ให้ อาคารจัดการ นอกจากนี้ยังมีศิษย์นอกบางคนที่ใส่ชุดแปลกจากศิาย์คนอื่นๆ ชุดพวกเขาเป็นสีเทา และมีอักษรคำว่า ศิษย์นอก ปักเอาไว้ แต่ที่ต่างออกไปคือ มันมีคำว่า ผูช่วย ปักอยู่ถัดลงมาจากคำว่า ศิษย์นอก ทำให้หลินเฟิงรู้ได้ทันทีว่าบางคนที่เดินเข้าออกก็เป็นผู้ช่วยนักหลอมโอสถ แต่จำนวนนั้นกลับมีไม่มากเท่าใด


    หลินเฟิงเดินเข้ามา ภายในชั้นแรกนั้นมีห้องมากมาย ห้องพวกนี้เป็นห้องที่มีไว้ให้นักหลอมโอสถมาหลอมโอสถ ดูแล้วมันมีราวๆ 10 ด้วยกัน ส่วนชั้นสองและชั้นสามนั้นหลินเฟิงยังไม่รู้ เพราะเขาไม่ได้ขึ้นไป แม้ว่าเขาอยากจะขึ้นแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปอยู่ดี อย่างน้อยต้องเป็นผู้ช่วยถึงจะมีสิทธิ์ได้ขึ้นไป 


    “เจ้ามาทำอะไร” ศิษย์คนหนึ่งกล่าวกับหลินเฟิง 


    หลินเฟิงเดินเข้ามาได้ไม่นาน ก็มีสิษย์คนหนึ่งถามถึงเหตุผลที่หลินเฟิงมาที่ตึกหลอมโอสถ ศิษย์คนนี้รับภารกิจดูแลตึกโอสถ จริงๆก็ทำเพียงแค่ถามว่าใครมาทำอะไรแล้วจัดการธุระของพวกเขาเหล่านั้น น่าที่ค่อนข้างสะดวกสบาย ส่วนแต้มสะสมนั้นก็ได้มาไม่มากไม่น้อยทำให้หลายๆคนต้องการเลือกภารกิจนี้ แต่มันมีจำนวนจำกัดทำให้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้


    “ข้ามาทดสอบผู้ช่วยนักหลอมโอสถ” หลินเฟิงยื่นใบภารกิจให้กับศิษย์คนนั้น หลังจากกล่าวถึงเหตุผลที่ตนมา


    ศิษย์คนนั้นที่เห็นเช่นนั้นก็มองหลินเฟิงคราหนึ่ง ก่อนจะกล่าวกลับหลินเฟิง


    “เจ้าแน่ใจรึที่จะรับการทดสอบกับผู้อาวุโสหลิง” ศิษย์คนนั้นกล่าวถามหลินเฟิงด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้ารับภารกิจนี้


    “ข้าแน่ใจ” หลินเฟิงกล่าวตอบ เขารู้ว่าศิษย์คนนี้หมายถึงอะไร เขาดูเงือนไขภารกิจทั้งหมดที่รับผู้ช่วยแล้ว ผู้อาวุโสหนิงคนนี้มีเงือนไขและการทดสอบที่ยากที่สุด ดังนั้นหลินเฟิงจึงคิดว่าเขามีความรู้และเป็นนักหลอมโอสถที่เก่งที่สุดเช่นกัน 


    “เอาละข้าจะไปบอก ผู้อาวุโสหนิง ให้ เจ้ารออยู่ที่นี้ก่อน” ศิษย์คนนั้นหล่าวกับหลินเฟิงและเขาก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองทันที


    ไม่นานนักศิษย์คนนั้นก็เดินลงมาพร้อมกับบอกให้หลินเฟิงขึ้นไปที่ชั้นสอง แล้วก็บอกหมายเลขห้องให้หลินเนฟิงด้วย หลินเฟิงไม่คิดเลยว่า ผู้อาวุโสหนิงจะอยู่ที่ชั้นสอง ทั้งๆที่นักหลอมคนอื่นๆส่วนมากจะอยู่ที่ชั้นหนึ่งเท่านั้น นี้ทำให้เขารู้สึกว่าเขาคิดถูกแล้วที่เลือกผู้อาวุโสหนิง


    เมื่อขึ้นมาชั้นห้อง หลินเฟิงเห็นห้องเพียง 3 ห้องเท่านั้น สองห้องเป็นห้องหลอมโอสถ หน้าห้องมีป้ายเขียนที่เขียนชื่อของผู้อาวุโสที่เป็นเจ้าของห้องเอาไว้ด้วย แน่นอนว่าหนุ่งในนั้นมีของผู้อาวุโสหนิง ส่วนอีกห้องหนึ่งนั้น เป็นห้องเก็บสมุนไพรและโอสถ มันใหญ่กว่าห้องหลอมโอสถสองห้องรวมกันเสียอีก แน่นอนว่าภายในย่อมมีสมุนไพรมากมายเป็นแน่ 


    ก็อกๆ


    หลินเฟิงเลิกสำรวจชั้นสอง และเดินไปเคาะประตูของผู้อาวุโสหนิงทันที


    “หลินเฟิงขอรับ” หลินเฟิงกล่าวแนะนำตัวเองหลังจากเคาะประตูเสร็จ


    “เข้ามา”เสียงของชายชราดังมาจากข้างใน เสียงค่อนข้างแข็งกระด้าง ทำให้ฟังดูแล้วค่อนข้างน่ากลัวอยู่บ้าง


    หลินเฟิงเปิดรปะตูเข้าไปและเห็นชายชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะและอ่านแผ่นกระดาาแผ่นหนึ่งอยู่ ส่วนรอบๆห้องนั้น นอกจากมีโต๊ะแล้วยังมีเตาหลอม รวมถึงสมุนไพรอีกหลายชนิด หลินเฟิงสามารถได้กลิ่นสมุนไพรได้อย่างชัดเจนและนี้ทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย เพราะสมุนไพรเหล่านี้นอกจากจะหอมแล้วยังทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นหลายส่วน


    หลินเฟิงเลิกสนใจภายในห้องและทำความเคารพผู้วุโสหนิง ก่อนจะยื่นใยภารกิจให้กับผู้อาวุโสหนิงที่นั่งอ่านแผ่นกระดาษอยู่


    “เจ้าไปท่องจำมาให้ได้ภายใน 3 วัน ” ผู้อาวุโสหนิงกล่าวกับหลินเฟิง ขณะยื่นตำราเล่มหนึ่งให้หลินเฟิง มันเป็นตำราที่หน้าประมาณ 2 นิ้ว 


    ตำราที่หลินเฟิงรับมานั้น คือตำราสมุนสมุนไพร ข้างในมือรายชื่อสมุนไพรระดับ 1 ราวๆ พันชนิด นอกจากสมุนไพรระดับ2อยู่ไม่กี่สิบชนิด มันมีทั้งรูปและรายละเอียด ของสมุนไพรนั้นๆ หลินเฟิงรู้อยู่แล้วว่าการทดสอบเป็นเช่นนี้เพราะมีเขียนอยู่ที่ใบภารกิจ แต่พอมาเจอเข้าจริงๆแล้ว ใครมันจะไปทำได้ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อสมุนไพร รวมไปถึงลักษณะ สรรพคุณ อีก 


    หากเป็นการทดสอบของผู้อาวุโสท่านอื่นจะเป็นการจำสมุนไพรไม่กี่ชนิดเท่านั้น และจะยาก แต่คนธรรมดาก็สามารถทำได้ แต่การให้จำสมุนไพรทั้งตำราเช่นนี้ภายในสามวัน มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงสามวัน ต่อให้เป็นเดือนก็ยังไม่รู้ว่าจะจำได้หรือเปล่า


    จากนั้นหลินเฟิงลาผู้อาวุโสหนิง แล้วก็เดินทางกลับไปบ้านพักทันที เมื่อกลับมาถึงเขาก็อ่านท่องจำตำราสมุนไพรทันที แม้ว่าจะยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะจากการได้มาเกิดใหม่เขาก็มีความสามารถด้านความจำ ความเข้าใจที่ดีเลิศมากๆ ทำให้เขาคิดว่ามันไม่มีปัญหาสำหรับเขาเลยในการท่องจำตำราทั้งเล่มนี้


    สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว 


    “ในที่สุดก็เสร็จสักที” หลินเฟิงวางตำราลง เขาไม่คิดเลยว่าจะฉิวเฉียดเช่นนี้ ในตลอดสามวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้ออกไปไหนเลย นอกจากเวลากินแล้วเขาเอาแต่ท่องจำตำราสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ไม่แม้แต่จะฝึกฝนอันใดเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็เกือบจะท่องจำตำรานี้ไม่ทันเสียแล้ว หากมไ่ใช่เพราะเขามีสมาธิมากเป็นพิเศษและมีความต้องการเป็นนักหลอมโอสถแล้วละก็ เขาคงยอมแพ้ไปแล้ว 


    ในตลอดสามวันมานี้ กลุถ่มของเขาทำภารกิจกันจนได้แต้มสะสมมาหลายสิบคะแนน ทำให้พวกเขามีแต้มไปแลกสมุนไพรและทรัพยากรที่พวกเขาต้องการได้บางส่วนแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาแลกสมุนไพรและเม็ดยารักษามาให้หลินเฟิงด้วย แต่หลินเฟิงปฏิเสธไป เพราะอย่างไรเขาก็จะหายดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ และอีกอย่างพวกเขาต้องเหนื่อยกับการทำภารกิจแล้วจะให้หลินเฟิงไปใช้แต้มสะสมของพวกเขาได้อย่างไร


    “เอาละ ไปดีกว่า” หลินเฟิงพูดกับตัวเองเสร็จก็ทางไปตึกหลอมโอสถทันที