กู้เลี่ยงรุ่ยแสร้งพยักหน้าน้อยๆ ไม่อยากเผยอะไรออกไปมากนัก พลางคิดว่าจะแสดงเป็บทบาทเ้าสำนักกู้อย่างไร หากเป็เขา คงต้องถามเื่ฉีอ้ายอันก่อน ต้องแคร์จิตใจนางเป็อันดับแรก
“นางเป็อย่างไรบ้าง กังวลมากหรือไม่” ด้วยความผูกพันที่อ่านกันมาถึงห้าเล่ม มีหรือที่กู้เลี่ยงรุ่ยจะไม่คุ้นชินละสนิทกับฉีอ้ายอัน เรียกได้ว่านิสัยของนางเป็คนยังไงนั้น เขารู้แจ้งแก่ใจ ตอนนี้คงจะกังวลจนนอนไม่หลับแน่ๆ
“เรียนเ้าสำนักกู้ คุณหนูเล็กเป็ห่วงท่านมาก กังวลจนบ่าวเองก็ร้อนใจ”
ว่าแล้วว่าต้องเป็อย่างนี้ ฉีอ้ายอันคนดีจะไม่เป็ห่วงเ้าสำนักกู้ได้อย่างไร ถึงกระนั้นคำสั่งของฉีอ๋องก็ยากจะเมินจริงๆ คนผู้นี้อยู่ไหนก็แผ่รังสีและสามารถคอนโทรลชีวิตผู้คนได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกับฉีอ้ายอันที่รักและเคารพพี่ชายแล้ว นางไหนเลยจะกล้าขัดคำสั่ง แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวโดนกักบริเวณถึงหนึ่งปี
กู้เลี่ยงรุ่ยได้ฟังก็คิดว่าจะทำยังไงดีให้ฉีอ้ายอันสงบลง ไม่งั้นคงจะรู้สึกผิดต่อเ้าสำนักกู้ที่ทำให้คนรักของเขาเป็ทุกข์ ตอนนั้นเองที่ภายในอกเหมือนจะรับรู้ได้ว่ามีห่อผ้าอยู่ จริงด้วยสิ!
“ฝากเ้านำของสิ่งนี้ไปให้นางด้วย บอกให้นางอย่ากังวล ข้าไม่เป็ไร” ของทุกอย่างถูกริบไปหมดก็จริงแต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ถูกริบ คือหยกประจำตัวที่หักของเขา ก็เคยคิดจะทำใหม่ถึงกับเคยขออาจารย์กู้ว่าอยากจะทำใหม่ พกหยกหักไม่เห็นจะเท่ห์เลย แต่อาจารย์กู้มองตนนิ่งๆ ก่อนจะบอกว่าไม่จำเป็ต้องทำใหม่ เพราะหยกหักอย่างงี้อยู่นานแล้ว พอตนถามว่าั้แ่เมื่อไหร่และหักได้อย่างไร อาจารย์กู้ก็ไม่ตอบ และเดินหนีไปนั่งสมาธิ ตนมาคิดๆ ดู ไม่น่าจะต่ำกว่าสิบปีแล้ว เพราะตลอดสิบปีมานี้อาจารย์กู้เร้นกายไม่สนใจสำนักเลย การที่อาจารย์กู้รู้แต่ไม่พูดก็น่าจะรู้จากเมื่อสิบปีก่อน ทำให้น่าสงสัยไปอีกว่าทำไมคนระดับเ้าสำนักอย่างกู้เลี่ยงรุ่ยพกหยกหักไม่ทำใหม่มาเป็เวลานานขนาดนี้ ทั้งยังทะนุถนอมไว้ในห่อผ้าด้วย
ใช่ว่าตนไม่เคยรบเร้าอาจารย์กู้ให้ตอบแต่ไม่สัมฤทธิ์ผล และเคยถามทั้งอาจารย์อาและอู๋เยี่ยนแล้ว แต่ไม่มีใครตอบได้ อาจารย์อานั้นไม่รู้จริงๆ ส่วนอู๋เยี่ยนก็ไม่พูด เลียนแบบอาจารย์กู้โดยปริยาย สุดท้ายจึงต้องพกหยกหักๆ ต่อไป
“บอกให้นางไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ข้าออกจาก...นี้ แล้วจะไปหานางเอง” หลังประคองส่งหยกในมือให้แล้ว มู่ฮวาก็จากไปทันที
เมื่อเห็นว่ามู่ฮวาจากไปแล้วจริงๆ ก็ไม่ต้องแสร้งตีหน้าขรึมอีก ไหล่ก็ไม่ต้องเชิดอีกแล้ว กู้เลี่ยงรุ่ยเลื่อนสำรับมาใกล้ ลักษณะของสำรับถูกจัดมาในกล่องไม้ คล้ายปิ่นโตเป็ชั้นๆ สำรับที่ฉีอ้ายอันเตรียมมาให้ เป็น้ำแกงหนึ่งชั้น ข้าวร้อนๆ หนึ่งชั้น ผัดหมูเปรี้ยวหวาน และเกี๊ยวผักจี้ไฉ ทั้งยังมีผลพุทราลูกสีขาวอมเขียวนวลผลโตมาด้วย แค่นี้กู้เลี่ยงรุ่ยก็น้ำลายสอ
แต่ว่ายังไม่ทันได้กินก็ต้องชะงักกับจดหมายที่แนบมาก่อน เป็จดหมายจากฉีอ้ายอันอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะไม่อยากอ่านแต่ต่อมความอยากรู้ก็ขับเคลื่อนให้หยิบมาคลี่เปิดอ่าน ก่อนจะพบว่าด้านในเป็ลายมือเป็ระเบียบเรียบร้อยของฉีอ้ายอันจริงๆ โดยมีเนื้อหาสั้นๆ แต่ได้ใจความ
‘คุณชายกู้ ท่านไม่ต้องกังวล พี่ใหญ่เพียงแค่นำท่านมาไต่สวนตามหน้าที่ ไม่ได้คิดจะทำร้ายท่านอีก ท่านไม่ต้องเป็ห่วง พรุ่งนี้ท่านก็จะได้ออกมาแล้ว ข้าสัญญากับท่าน รักษาตัวด้วย...อ้ายอัน’
อ่านจบแล้วก็เก็บใส่อกเสื้อ ความอยากอาหารก็หายไปเกือบครึ่ง ทำไมนะทำไมหญิงสาวที่แสนดีอย่างฉีอ้ายอันต้องโชคร้ายซ้ำซ้อน โชคร้ายอันแรกคือการที่เกิดมามีพี่ชายแบบฉีอ๋อง โชคร้ายชั้นที่สองคือว่าที่สามีของนางตายแล้ว...
แต่เื่ของกระเพาะและหัวใจแยกออกจากกัน ไม่นานเมื่อสามารถปรับอารมณ์ได้ กู้เลี่ยงรุ่ยก็หยิบอาหารขึ้นมากินอย่างเปี่ยมสุข แต่ๆ ยังไม่ทันที่จะได้ตักข้าวเข้าปาก เสียงกรุ้งกริ๊งของโซ่ตรวนที่อยู่ด้านข้างห้องก็ดังขึ้น กู้เลี่ยงรุ่ยตอนเข้ามาไม่เห็นว่าข้างๆ ห้องขังของตนมีนักโทษห้องข้างๆ อยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังถูกทรมานจนดูไม่ต่างอะไรไปกับซากศพเดินได้ เอาจริงๆ อธิบายแบบนี้อาจจะเกินไปหน่อย เพียงแต่คนผู้นี้ถูกจับมัดติดอยู่กับเสาในท่าตรึงกางเขนของพระเยซูไม่มีผิด ใบหน้าอาบเืและมีโซ่เหล็กขนาดใหญ่พันรอบตัวไว้
เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นักโทษคดีอุจฉกรรจ์
กู้เลี่ยงรุ่ยไม่คิดยุ่ง ค่อยๆ หันหลังให้อีกฝ่ายก่อนจะเริ่มต้นหยิบช้อนไม้มาตักข้าวใส่ปาก แต่ก็ต้องยั้งไว้อีกครั้งเพราะเสียงเขย่าโซ่ดังขึ้นอีกแล้ว คราวนี้กู้เลี่ยงรุ่ยที่ไม่อยากยุ่งก็ทำเป็ไม่ได้ยินต่อไป แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจงใจ เขย่าโซ่จนเสียงดังเรียกเอาทหารเฝ้ายามถือคบเพลิงลงมาดูกันหน้าสะหล่อน กู้เลี่ยงรุ่ยวางช้อน ไม่ต้องกงไม่ต้องกินมันแล้ว
“เงียบๆ กันหน่อย!” ทหารยามถือไม้ตะบองมาด้วย เคาะๆ ลงกับซี่กรงเหล็กอย่างแรงแล้วจากไปอย่างคาดโทษ กู้เลี่ยงรุ่ยรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างที่ต้องถูกหมารวมเป็นักโทษก่อความไม่เรียบร้อย ถึงยังไงเขาก็เป็นักโทษชั้นดีเห็นๆ ไฉนต้องถูกมองว่าเป็พวกเดียวกันด้วย
“เ้าเงียบหน่อย” พอได้ยินเสียงเขย่าโซ่อีก กู้เลี่ยงรุ่ยก็ต้องตักเตือนอีกฝ่าย
ทว่าอีกฝ่ายก็ยังเขย่าโซ่ต่อ คราวนี้กู้เลี่ยงรุ่ยอดไม่ได้ต้องหันไปมองอีกฝ่ายที่ถูกตรึงติดอยู่กับที่ สภาพน่าสังเวชจนไม่น่าจะรอดไปได้ ยามนั้นแสงจันทร์ด้านนอกทอแสงเข้ามาพอดี เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่โดนแสงจันทร์ แต่ก็ยังมองไม่ออกอยู่ดีว่าเป็ใคร เอาจริงๆ คือไม่เหลือสภาพอย่างมนุษย์มากกว่า
“หิว...” นอกจากจะเขย่าโซ่แล้ว ก็เปล่งเสียงออกมาคำหนึ่ง เป็เสียงที่แ่เบาหวิวอย่างยิ่ง เห็นแล้วกู้เลี่ยงรุ่ยก็อดสงสารไม่ได้จึงขยับตัวไปใกล้ลูกกรงหน่อย คิดว่าจะมองให้ชัดเจนเสียก่อนค่อยเมตตา จะให้ดีคือต้องรู้ก่อนว่าอีกฝ่ายเป็ใคร แม้จะการันตีไม่ได้ว่าจะรู้จักก็ตาม เพราะตอนนี้มีคนที่ในนิยายห้าเล่มไม่เคยปรากฏตัวอยู่เยอะมาก
“เ้าเป็ใครทำไมถึงโดนจับมาทรมานขนาดนี้” แน่นอนอยู่แล้วว่าคนที่มีอำนาจมากที่สุดในจวนย่อมเป็ฉีอ๋อง ไม่เขาจับมาแล้วใครจะจับมาอีก คิดแล้วก็อดรู้สึกขนลุกขึ้นมาตงิดๆ ขืนเขาไปล่วงเกินฉีอ๋องอีกแล้วฝ่ายนั้นลุแก่โทสะแล้วจับตนมาโบยและทรมานเช่นนี้เล่าจะเกิดอะไรขึ้น
คนผู้นี้ไม่ควรเป็ศัตรูด้วยเด็ดขาดจริงๆ ทว่าเขาเป็ไปแล้ว ตีรถกลับไม่ทันแล้วด้วย
“ไม่รู้...”
“เ้าไม่รู้หรือ? แล้วเ้าชื่ออะไร ชื่อนะ”
“ไม่รู้...”
“อะไรกัน ทำไมอะไรเ้าก็ไม่รู้ล่ะ แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”
“ไม่รู้...”
“พอแล้วๆ ข้ารู้แล้วว่าเ้าไม่รู้ แล้วยังไงจะให้ข้าเอาอาหารให้เ้ายังไง ข้าไม่ได้มีมือแม่นากพอที่จะเอื้อมมือไปหาเ้าหรอกนะ” กู้เลี่ยงรุ่ยก็ว่าไปเรื่อยไม่ได้ใส่ใจคำพูดตัวเองเลย จนอีกฝ่ายถามกลับมาเนี้ยแหละ
“อะไรคือแม่นาก?”
“อ่า เอ่อ...ช่างมันเถอะ อธิบายไปเ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เอางี้สิ ข้าจะเออ ว่ายังไงดี เ้าขยับไม่ได้สักนิดเลยหรือ ถ้าได้ก็ขยับมาหน่อย ข้าเอื้อมจนสุดแขนแล้ว หากไม่ได้ก็ต้องอดแล้วล่ะ” ก็เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายโดนมัดละล่ามด้วยโซ่ขนาดใหญ่ อย่าว่าแต่ขยับมาเลย แต่หันตัวยังยาก ถึงกระนั้นอีกฝ่ายก็ลองดู
“ไม่ได้ คงต้องอดแล้ว”
“เสียใจด้วยนะ ข้าก็พยายามสุดความสามารถแล้ว” อีกฝ่ายพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะจ้องมองมาทางนี้อย่างไม่ลดละ กู้เลี่ยงรุ่ยที่คิดจะไม่สนใจอีกก็ต้องเปลี่ยนใจ ลากเก้าอี้และสำรับอาหารมานั่งคุยกับอีกฝ่ายที่อยู่ห้องข้างๆ ตักข้าวกินไปหนึ่งคำพร้อมกับหมูผัดเปรี้ยวหวานที่กำลังกลมกล่อมได้ที่สุดๆ เนื้อหมูกำลังตุ๋นได้ที่ ผัดกับซอสเฉพาะตัวที่มีรสเปรี้ยวนำหวานตาม กินกับข้าวสายเรียงเม็ดกำลังดีเช่นนี้แล้วเหมือนขึ้น์ มันก็จริงอยู่นะที่อาหารการกินของสำนักไม่แย่ แต่ด้วยความที่เป็สำนักคุ้มภัย อาหารเลยค่อนข้างจืดชืดไปบ้าง จึงขาดเนื้อเต็มปากเต็มคำไปด้วย
“อร่อยหรือไม่ บรรยายให้ข้าฟังหน่อย”
“เช่นนี้เ้าจะไม่ยิ่งหิวหรือ ข้าจะทรมานเ้าเปล่าๆ อย่าอยากฟังเลย” พูดไปก็อาหารเต็มปาก
“ก็จริง...ข้าเองก็ชอบผัดหมูเปรี้ยวหวาน” อีกฝ่ายเหมือนพูดออกมาแบบละเมอ
“ไหนว่าจำอะไรไม่ได้ ทำไมจำเื่กินได้ล่ะ แสนรู้อีกว่าข้ากินผัดหมูเปรี้ยวหวาน กลิ่นหอมมากใช่หรือไม่” อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ กู้เลี่ยงรุ่ยหัวเราะน้อยๆ พลางเช็ดปากที่เลอะซอสออก ก่อนจะคิดได้ว่าเอาแต่เรียกอีกฝ่ายว่าอีกฝ่ายอยู่ได้ ควรจะมีชื่อเรียกอะไรหน่อยมั๊ย อย่างน้อยก็พบเจอกันแล้ว ถึงจะเป็ระยะเวลาสั้นๆ แต่กู้เลี่ยงรุ่ยรู้สึกถูกชะตาชายคนนี้อย่างแปลกประหลาด
“ข้าเอาแต่เรียกเ้าว่าเ้าอยู่ได้ เ้าอยากมีชื่อหรือไม่ ข้าจะตั้งให้ เอาไว้เรียกเ้าโดยเฉพาะ”
“ได้ ข้าชื่ออะไร”
กู้เลี่ยงรุ่ยคิดเล็กน้อย ตักเกี๊ยวผักจี้ไฉมาล้างคอ รสชาตินุ่มๆ แป้งเหนียวนิดๆ กับน้ำซุปร้อนกำลังดี พลางคิดออกแล้ว “เอ็กซ์ เ้าชื่อเอ็กซ์ก็แล้วกัน”
“เอ็กซ์...คืออะไร ข้าเหมือนจะไม่เคยได้ยินมาก่อน”
นั้นก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว จะไปได้ยินได้ไงล่ะ ก็นี่มันภาษาอังกฤษ เคยได้ยินก็แปลกแล้ว
“ชื่อนี่ของเ้ามาจากภาษาต่างประเทศ เอ็กซ์ในที่นี้ของเ้าหมายถึงปริศนาของเ้าอย่างไรล่ะ เ้าจำตัวเองก็ไม่ได้ จำอะไรไม่ได้สักอย่างหรือเรียกง่ายๆ ว่าความจำเสื่อม เพราะฉะนั้นอย่างนี้ก็แปลกว่าเ้ามีปริศนาเต็มไปหมด ในอดีตสมัยที่ข้าเรียน เราจะเรียนวิชาหนึ่งที่แสนจะน่าเบื่อ ในวิชานั้นเราจะเรียนสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าสมการ ซึ่งพวกเรามักจะแทนค่าสิ่งต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าเอ็กซ์ และเรามีหน้าที่ต้องหาคำตอบของเอ็กซ์ให้ได้” เกริ่นยาวขนาดแล้วกู้เลี่ยงรุ่ยก็อดรู้สึกคอแห้งไม่ได้ต้องซดน้ำซุปอีกคำ
“ข้าชอบ งั้นข้าชื่อเอ็กซ์ เ้าล่ะ?”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะเอ็กซ์ ข้าชื่อ...” ยังไม่ทันที่กู้เลียงรุ่ยจะได้แนะนำตัวอย่างเป็ทางการกับเอ็กซ์ เพื่อนใหม่ในห้องขัง เสียงวุ่นวายด้านนอก็ดังขึ้น และกว่าที่จะรู้ตัว ก็มีคนชุดดำโหนตัวเองลงมาจากหลังคาอย่างกับไอ้แมงมุม ระดับฝีมือความเก่งกาจไม่ต้องพูดถึง คนผู้นั้นเหมือนมีวิชาพิสดาร พริบตาเดียวก็ลงมายังพื้นอย่างปลอดภัย ทั้งยังขว้างมีดสั้นปักอกทหารที่วิ่งเข้ามาขว้างราวกับจับวางคนแล้วคนเล่า เหมือนปลิดชีพแมลงน่ารำคาญ กู้เลี่ยงรุ่ยถอยกรูด ซ่อนตัวในทันทีหลังเห็นฉากสังหารอันอุจอาจ พลางคิดว่านี่มันคือการปล้นนักโทษชัดๆ แล้วทำไมต้องเป็วันนี้ด้วย วันอื่นมีเยอะแยะทำไมต้องเป็วันที่กู้เลี่ยงรุ่ยรู้เห็นเป็พยาน
ทว่าเหมือนฟ้าจะไม่เป็ใจ ไอ้โม่งที่บุกเข้ามาทำการสะเดาะกุญแจเข้าไปในห้องของเอ็กซ์ได้อย่างง่ายดายแล้วและพร้อมจะจัดการพาเอ็กซ์หลบหนีไป แต่อีกฝ่ายก็ชะงักเมื่อหันมาสบตากับกู้เลี่ยงรุ่ยที่นั่งหลบอยู่ที่ตั่งเตียง สายตาคู่นั้นเหมือนแผ่รังสีอินฟาเรดได้ กู้เลี่ยงรุ่ยร้อนผ่าว รับรู้ได้เลยว่าวินาทีนั้นไอ้โม่งอยากจะฆ่าเขา!
“ฮึ! ดูสิว่าเ้าจะรอดได้ได้อีกหรือไม่!” จบคำนั้นไอ้โม่งที่มีน้ำเสียงของสตรีแน่ๆ ก็ขว้างมีดสั้นใส่กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ยั้ง ดีที่ตนไหวตัวทันรีบเอาตั่งเตียงมาเป็เกาะกำบังเอาไว้ ไม่งั้นพรุนไปทั้งร่างแน่ๆ
เวรๆ! ตายเยี่ยงเขียดแน่งานนี้!