ชายหนุ่มยกหูโทรศัพท์สั่งเลขาส่วนตัวให้เชิญเรือนขวัญเข้ามาพบทันที แต่ก็ได้รับคำตอบว่าหล่อนไม่ได้มาทำงาน เมื่อซักถามก็ได้ความว่าคณะที่พึ่งกลับจากต่างประเทศนั้นได้รับอนุญาตให้หยุดงานหนึ่งวัน
เขาวางหูโทรศัพท์ลง คว้าหนังสือพิมพ์แล้วปาไปที่มุมห้องอย่างหัวเสีย ทำไมงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ไม่มีใครบอกเขาสักคน ดีที่เขาได้ทานอะไรเข้าไปเสียก่อน เพราะถ้าเจอข่าวนี้ก่อน เขาต้องทานอะไรไม่ลงเป็แน่
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่นายเกรียงไกรจะก้าวเข้ามา
“อ้าว? ทำไมหน้าบึ้งชนิดที่บอกบุญไม่รับอย่างนั้นล่ะ”
เขากล่าวทักบุตรชายอย่างอารมณ์ดี ขณะที่เดินเข้าไปทรุดลงนั่งยังเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้าม
ชายหนุ่มหันมาจ้องหน้าบิดาตาเขม็งทีเดียว
“ว่ะ ถามก็ไม่พูดเอาแต่จ้องหน้าอยู่นั้นเอง ทำไม แกจำฉันไม่ได้หรือไง”
นายเกรียงไกรยื่นหน้าไปสบตากับบุตรชายในระยะใกล้ๆเป็เชิงล้อเลียน
“ป๋าฮะ ผมกำลังซีเรียสอยู่นะ”
เขาทำเสียงหงุดหงิดใส่บิดา
“เหรอ”
ผู้เป็บิดาแก้ลงทำหน้าตื่น เขาเหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่กระจายอยู่มุมห้องั้แ่ก้าวเข้ามาแล้ว จึงพอจะเดาสาเหตุที่ทำให้บุตรชายของเขาต้องนั่งหน้าหงิกอยู่อย่างนี้ได้
ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจกับท่าทางอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวของบิดาเต็มกำลัง
“ทำไมงานเลี้ยงของบริษัทเมื่อคืนนี้ไม่มีใครบอกผม”
“เมื่อวานตอนเช้าแม่ของแกเขาก็โทรไปบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าตอนเย็นให้กลับบ้าน”
“แต่คุณแม่ไม่ได้บอกเื่งานเลี้ยงนี่ครับ”
“แล้วแกได้ถามหรือเปล่าล่ะ”
เจอคำถามนี้เข้าไปชายหนุ่มก็ต้องอึ้ง เพราะจำได้ว่า พอมารดาโทรบอกให้ไปที่บ้าน เขาก็รีบรับคำแล้วขอตัววางสายเลย เพราะกำลังยุ่งอยู่กับแม่พวกสาวๆที่เข้ามาหาถึงในห้อง
“แต่...ป๋าก็น่าจะบอกผมล่วงหน้าสักหลายๆวัน”
เขาชักจะเถียงได้ไม่เต็มเสียง
“แกก็ไม่ได้มีธุระอะไรนักหนานี่หว่า ฉันถามแล้วแกก็บอกว่าวันนั้นนะว่าง และอีกอย่าง งานเลี้ยงของบริษัทจัดกี่ครั้งๆ ให้ใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ ฉันก็ไม่เคยเห็นแกจะโผล่หัวไปสักที ใครจะไปนึกล่ะว่างานนี้ แกเกิดอยากจะไปจนตัวสั่นขึ้นมา”
เมื่อเถียงกับบิดาไม่ชนะ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้น
“แล้วนั้นแกจะไปไหนเ้าเกริก”
บิดาถามก่อนที่เขาจะทันก้าวเท้า
“ผมจะออกไปข้างนอก”
“ไม่ได้”
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งตามเดิม แล้วมองหน้าบิดาด้วยสายตาคำถาม
นายเกรียงไกรจึงพูดต่อไปว่า
“เดี๋ยวแกจะต้องออกไปพบคุณทรงพล ที่ป๋านัดเอาไว้เื่งาน”
“แล้วทำไมไม่ให้คนโปรดของป๋าไปละฮะ”
เกริกเกียรติย้อนถามอย่างพาลๆ
“แกหมายถึงใครวะ”
ผู้เป็บิดาย้อนถามอย่างงงๆ
“ก็ไอ้คุณปองคุณหน้าปลาจวดนั้นไงฮะ”
ชายหนุ่มตวัดเสียงตอบอย่างฉุนเฉียว
ผู้เป็บิดาส่ายหน้ากับวาจาไม่เข้าท่าของบุตรชายหัวรั้น ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่เคยเห็นว่าเกริกเกียรติ จะมีอคติกับปองคุณแต่อย่างใดเลย แล้วนี่จู่ๆมันเกิดอะไรขึ้น
“เหลวไหลน่าเ้าเกริก แกอย่าทำง่องแง่งแสนงอนเป็เด็กขี้อิจฉาหน่อยเลยว่ะ”