บทที่หก
ทำงาน
วิ่งออกมาบริเวณด้านนอกฝ่ามือเปิดประตูไม้ที่ถูกปิดเอาไว้ออกไปแสงอรุณจากแสงอาทิตย์นั้นส่องผ่านลงมากระทบที่ใบหน้า
ยามนี้ม่านหมอกสีขาวในยามราตรียังคงปกคลุมอยู่บริเวณรอบรอบความหนาวเย็นก็ยังคงเหลืออยู่เล็กน้อย
เมื่อเปิดประตูออกมาพบเห็นว่าตอนนี้บริเวณด้านหน้าบ้านหย่งคังกำลังใช้มีดเล่มใหญ่แยกชิ้นส่วนของหมูป่าที่ตนเองนั้นล่ามาได้
ชายผู้นี้กำลังแสดงท่าทางที่ดูน่ากลัวด้วยมัดกล้ามที่ทั่วทั้งร่างกายทำให้เขานั้นออกแรงสับเพียงแค่เดียวร่างของหมู่บ้านแยกเป็สองส่วน
เมื่อมองเห็นภาพเช่นนั้นก็ไม่แปลกอันใดหรอกที่ผู้คนภายในเมือจะหวาดกลัวเขา
แต่ว่ายามนี้ความหวาดกลัวต่อชายผู้นี้สำหรับภายในใจของจางหยวนลดน้อยลงไปมากแล้ว
เป็เพราะว่าหย่งคังน่าจะเป็คนที่เข้าใจความรู้สึกได้ดีที่สุดให้คาดเดาผู้คนภายในเมืองไม่ค่อยอยากจะเข้าใกล้เขาสักเท่าไหร่
เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ตลอดนับสิบปีที่ผ่านมาที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้เค้าคงจะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด
เมื่อพบเจอจางหยวนที่มีสภาพคล้ายคลึงกันเลยยื่นมือเข้าช่วย
“ ตื่นแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ ท่านกำลังทำอะไรอยู่?”
“ แยกส่วนแล้วก็กำลังจะนำไปขาย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจางหยวนจึงรู้ได้ว่างานแผนพรานป่าที่ทำการแยกส่วนจำเป็จะต้องแยกส่วนแล้วก็นำไปขายให้กับพวกร้านขายเนื้อสัตว์ภายในเมือง
การขายเนื้อสัตว์ทั้งตัวที่ยังไม่ได้แยกสวนแน่นอนว่าย่อมในราคาที่ต่ำกว่า
จางหยวนที่กำลังหางานทำเขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆลองศึกษาดูสิ่งที่หย่งคังข้างกำลังทำอยู่ในตอนนี้
เมื่อมองเห็นว่าหย่งคังแยกสัดส่วนของเนื้อได้เป็อย่างดีจึงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย“ หมูป่าหนึ่งตัวท่านขายได้ราคาเท่าไหร่? ”
“ เนื้อหมู่ป่าทั้งตัวแยกชิ้นส่วนในการขายมองดูแล้วก็น่าจะได้ซักประมาณหกร้อยถึงเจ็ดร้อยอีแปะกระมัง”
หลังจากที่ได้ยินราคาเช่นนั้นจางหยวนหยุดนิ่งไปเล็กน้อยแล้วก็คิดภายในใจของตนเอง“เมื่อลองเทียบมองดูราคาแล้วก็ไม่ได้แปลกอันใดภายในยุคสมัยนี้ราคาของซาลาเปาลูกหนึ่งเพียงแค่ประมาณ10 ถึง 20 อีแปะ ”
“ การทีมหมูป่าทั้งตัวจะขายได้ในราคา600 ถึง 700 อีกแปะไม่ใช่เื่ที่เกินความเป็จริงก่อนหน้านี้ตัวของเราเป็เพียงแค่ทาสภายในสวนไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกราคาพวกนี้เลยแม้แต่น้อย”
“ ลองเทียบดูแล้วทานอาหารมื้อหนึ่งก็คงจะต้องใช้เงินประมาณ60 ถึง 70 อีแปะ สำหรับคนธรรมดาทั่วไป”
“ ตอนนี้มีอยู่สามตำลึงถ้าลองคิดคำนวณตามมื้อก็อาจจะอยู่ได้เป็เดือนไม่สิ่อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำจำเป็จะต้องใช้อย่างประหยัด ”
“ แต่ว่าค่าดำรงชีพของภายในยุคสมัยแห่งนี้มันเองก็จะเรียกว่าถูกก็ไม่ได้แพงก็ไม่ได้”
เขากำลังขบคิดอย่างจริงจังก่อนที่จะมองไปที่หย่งคังแล้วถามขึ้น“ ข้าอยากจะได้เงินมีอะไรที่ข้าทำแล้วสามารถได้เงินหรือไม่? ”
“ การเป็พรานรวยหรือไม่ท่านสามารถขายพวกหมูป่าพวกนี้ได้ในราคา600 ถึง 700 อีแปะเลยไม่ใช่หรือ?”
“ ไม่รวย…หมูป่าพวกนี้ไม่ใช่ว่าได้มาทุกวัน ข้าโชคดีได้มาสามตัวคงจะสามารถขายได้ราคาดีแต่ว่าวันปกติทั่วไปล่าสัตว์ป่าก็ได้เพียงแค่พวกสัตว์เล็กๆ ”หย่งคังบอกกลับขณะที่มือกำลังแยกส่วนหมูป่าอยู่อย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หยุดคิดจางหยวนพอจะเข้าใจว่าอาชีพนี้จำเป็จะต้องใช้ดวงเช่นเดียวกัน
ไม่เพียงเท่านั้นยังเสี่ยงอันตรายด้วยลำพังเขาที่เป็เพียงแค่คนธรรมดาแถมยังพิการถ้าต้องไปล่าหมูป่าจริงๆคงจะโดนหมูป่าฆ่าตายอย่างแน่นอน
จางหยวนหลังจากที่รู้ว่าตนเองไม่สามารถมีพร์ในด้านนี้ได้จึงแสดงใบหน้าสลดใจ
หย่งคังหันมาเห็นจึงกล่าวขึ้น“ ถ้าเช่นนั้นมาช่วยข้าแยกส่วนพวกนี้แล้วจะแบ่งเงินให้ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของจางหยวนเปล่งประกายขึ้นแล้วรีบลงมือทำในทันที
หย่งคังสอนหลายหลายอย่างให้เกี่ยวกับการแยกชิ้นส่วนของเนื้อสัตว์พวกนี้
เขาสอนแม้กระทั่งวิธีการใช้มีดว่าต้องใช้อย่างไรถึงจะสามารถรักษาเนื้อที่ดีที่สุด
หลังจากที่ลงมือทำตลอดทั้งวันเริ่มเข้าใจกับมันได้มากขึ้น
ในวันนี้แยกชิ้นส่วนหมูป่าหลายตัวเสร็จเรียบร้อยวันรุ่งขึ้นจะนำไปขายภายในเมือง
…
วันถัดมา
จางหยวนยืนอยู่ด้านบ้านรอหย่งคังที่เข้าไปภายในเมืองเขายืนรอเช่นนี้มาสักพักนึงแล้ว
หลังจากที่ยืนรอมาสักพักดวงตาสังเกตุเห็นว่าบริเวณด้านหน้าหย่งคังได้เดินทางกลับมาแล้ว
หย่งคังเดินเข้ามาแล้วส่งถุงเงินให้กับจางหยวนจางหยวน รับเอาไว้ด้วยความยินดี
หลังจากนั้นก็ลองใช้ดวงตาสังเกตภายในถุงเงินที่ถูกส่งมอบให้ด้านนายมีเงินบรรจุอยู่ประมาณ 400 อีแปะ
นี่คือส่วนแบ่งที่ได้หลังจากที่ลงมือช่วยงานเมื่อวาน
เมื่อเห็นเช่นนั้นดวงตาก็เป็ของตายร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการลงแรงทำงานเมื่อวานก็หายสนิท
ยามนี้ภายในใจคิดอย่างเดียวจำเป็จะต้องมีเงินเอาไว้เยอะเยอะเผื่อช่วยไถ่ตัวน้องทั้งสอง
หย่งคังกล่าวขึ้นมา“ นี่ถือว่าเป็เงินส่วนมาก แต่ว่าในทุกๆวันพวกเราไม่ได้เงินเท่านี้ทั้งหมด ”
“ บางครั้งก็อาจจะไม่ได้เงินเลยแต่ไม่จำเป็จะต้องกังวลพวกเราไม่อดตายเพราะมีอาหารกิน” หย่งคังกล่าวขึ้นความลำบากของพรานป่า
นี่ถือว่าเป็เงินส่วนใหญ่ที่ได้รับมาโดยทั่วไปแล้วอาชีพพรานที่ล่าสัตว์ย่อมได้รับเงินที่ไม่เท่ากัน
โดยบางวันนั้นเขาได้เพียงแค่สัตว์เล็กย่อมไม่สามารถขายได้ราคาดี
แต่ว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือไม่อดตายอย่างแน่นอนเพราะว่ามีเนื้อสัตว์กิน
เมื่อเดินหายเข้าไปภายในบ้านกลับออกมาอีกครั้งหย่งคังถึงคันธนูไม้ที่ทำขึ้นมาเองออกมาด้วย
เมื่อถือมันออกมาบริเวณด้านนอกก็โยนให้กับจางหยวนอย่างรวดเร็ว
จางหยวนถือธนูไม้นั้นเอาไว้พร้อมกับแสดงใบหน้าสงสัยถามขึ้น“ อันใดอย่างนั้นหรือ? ”
“ ธนูไม้ข้าจะฝึกฝนให้เ้าใช้ธนูอย่างน้อยก็เอาไปล่าสัตว์ได้ร่างกายเ้าเป็เช่นนี้ไม่มีทางที่จะล่าสัตว์ได้ตรงตรงจำเป็จะต้องใช้ธนูในการช่วย” หย่งคังพูด
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเื่นั้นนั้นเองก็เป็จริงเช่นนั้นจางหยวนมีขาเป๋พิการหนึ่งข้างคงจะไม่มีทางที่จะไปวิ่งไล่ตามพวกสัตว์ป่าท่านอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นจึงต้องใช้ธนูในการช่วยถ้าอยากจะล่าสัตว์ในฐานะพราน
จางหยวนตกลงยังไม่บิดพลิ้วเขาเริ่มทำการฝึกฝนการยิงธนูตามคำแนะนำของหย่งคัง
ผ่านไปวันแล้ววันเล่าหลังจากที่ฝึกฝนยิงธนูอย่างหนัก
ผ่านไปประมาณห้าวันลูกธนูได้ถูกยิงออกไปเป็จำนวนมากเริ่มถูกยิงตรงเป้าหมายที่วางเอาไว้มากขึ้น
ลูกธนูไม้ที่ถูกเหลาปลายเอาไว้จนแหลมคมพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วปักเข้าที่ลำต้นของต้นไม้ใหญ่ยังแม่นยัง“ ปัก!!! ”
จางหยวนหลังจากมองเห็นว่าตนเองสามารถยิงธนูให้แม่นยำมากขึ้นก็เต็มไปด้วยความยินดีปากทั้งสองข้างค่อยค่อยปรากฏรอยยิ้มออกมา
“ อย่าพึ่งยินดีไปการยิงเป้าหมายที่เคลื่อนไหวย่อมยากเย็นกว่า” หย่งคังกล่าวหลังจากที่จางหยวนดูจะลำพองใจ
ในตอนนี้ไม่ใช่ว่าเมื่อมีพื้นฐานของการยิงธนูแล้วจะไม่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติม
เขายังจำเป็จะต้องฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้การยิงธนูนั้นแม่นยำมากขึ้น
…
ยามวิกาลที่มืดมิดภายในบ้านหลังเก่าเก่าในป่าของหย่งคัง
ยามนี้จางหยวนกำลังนอนมองเพดานไม้พร้อมกับนึกคิดบางอย่างนี่เขาก็มาอาศัยอยู่ที่สถานที่แห่งนี้หลายวันแล้วมีเื่ราวเกิดขึ้นมากมาย
แต่ในขณะที่นอนคิดในขณะที่ตนเองนั้นนอนไม่หลับก็นั่งคิดถึงบางอย่างขึ้นมา“ จริงสิ… ”
จางหยวนสะบัดมือภัยภายในอากาศหนึ่งครั้ง
[ ชื่อ จางหยวน อายุ 18 ปี เพศชาย ]
[ สิทธิ์ตำแหน่ง : ลูกค้าใหม่ ]
[จำนวนเงิน : 3 ตำลึง 400 อีแปะ]
[ กระเป๋ามิติ น้ำหนัก 10\0 กิโลกรัม ]
[ ร้านค้าทั่วไปขั้นต่ำ ]
[ ร้านค้าลึกลับขั้นต่ำ ]
[ ร้านค้าาขั้นต่ำ ]
“ ตัวของเรายังไม่ได้เริ่มดูเกี่ยวกับพวกร้านค้าลึกลับเลยสินะ”ในตอนนี้เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีระบบร้านค้าลึกลับและร้านค้าาที่ยังไม่ได้ดู
หลังจากที่ลองดูร้านค้าทั่วไปก่อนหน้านี้เห็นว่าราคานั้นสูงเป็อย่างมากจึงรู้สึกถอดใจและคิดว่ามันเป็ระบบไร้ค่า
ยามนี้ยามว่างนอนเองก็ยังคงไม่หลับจึงนึกคิดถึงมันขึ้นมา
“ เปิดใช้งานร้านค้าลึกลับ”
“ เรียนท่านลูกค้ายินดีต้อนรับเข้าสู่ร้านค้าลึกลับเปิดใช้งานแล้ว” เสียงภายในหัวที่ไม่ได้ยินมาหลายวันดังขึ้นมาอีกครั้ง
[ รายการของที่ตั้งขายในร้านค้าลึกลับ เวลารีเซ็ตของภายในร้านอีก 2 ชั่วโมง]
[ เมล็ดพืชธรรมดา[แบบสุ่ม] หนึ่งถุง ราคา 1 อีแปะ ]
[ เมล็ดสมุนไพรระดับสูง[แบบสุ่ม] หนึ่งถุง 1 ตำลึง ]
[ ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า สิบเม็ด ราคา 100 อีแปะ ]
[ เหยื่อล่อสัตว์ป่า หนึ่งถุง ราคา 50 อีแปะ]
[ รองเท้าเก่าๆ หนึ่งคู่ ราคา 2 อีแปะ ]
เมื่อเห็นเ้าของที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าจางหยวนะโขึ้นมาอยู่ในท่านั่งอย่างรวดเร็ว“ นี่มัน!! ”
จบบท