TOY'S TALKอวดเก่ง ลองดีนี่คือสิ่งที่นิยามความเป็นริสาได้อย่างดีเลยล่ะ"กรี๊ดด!! " เสียงเล็กหวีดร้องดังเล็ดลอดออกมาจากในห้องนั่น แน่นอนว่าผมไม่ได้ไปไหน ผมยังยืนอยู่หน้าห้องพักหลังเล็กๆ นี่ไม่ได้ไปไหน และได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนก็เห็นเก่งนัก ก็ควรจะหนีออกมาให้ได้สิวะ บอกตามตรงเลย ความจริงผมอยากจะฆ่าเธอทิ้งไปเลยด้วยซ้ำ เพราะไอ้นิสัยชอบสร้างเรื่องของเธอที่มันเรื่องทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนมาเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นทำธุรกิจผมเสียหายไม่เป็นท่า มันก็ต้องสั่งสอนกันสักหน่อย"พวกมึงไปรออีกห้อง! ""ปล่อยนะ!! ฮึกก""ฮึก..ปล่อยฉันเถอะ ฉันกลัวแล้ว..""ปล่อยฉันไปเถอะ"เธอเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า คล้ายคนกำลังจะหมดแรง ผมยืนฟังทุกอย่างอยู่แบบนั้นด้วยความรู้สึกที่มันแปลกไปจากทุกที..เลือดในกายมันร้อนระอุขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มือไม้สั่นอย่างน่าฉงนจนผมต้องกำกำปั้นไว้แน่นแต่ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงข้างในชุลมุนอยู่ไม่น้อย พร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของลูกน้องผมเอง นั่นบ่งบอกได้ดีว่าเธอต่อกรกับไอ้พวกนั้นได้ดีเลยล่ะ"ก็เก่งนี่.." ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"แต่จะแค่ไหนกันเชียว" ผมหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับเพื่อกลับไปสะสางเรื่องที่ทำค้างไว้ต่อจะเป็นตายยังไงก็ช่างสิวะ เมื่อคิดแบบนั้นขาผมก็ก้าวออกมาทันที แต่ยังไม่ทันได้เดินมาถึงสามก้าว"อั่ก! "เสียงเล็กๆ ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของผมที่อยู่ด้านในก็ดังขึ้น ก่อนทุกอย่างในบ้านจะเงียบไป"แม่งเอ๊ย!! " ผมสบถกับตัวเองแล้ว หมุนตัวกลับก่อนจะกระชากประตูออกอย่างแรง เพราะมันไม่ได้ล็อกไว้ตั้งแต่แรก"ไปมึง รุมแม่งเลย" ภาพของลูกน้องของผมสี่คนกำลังหอบร่างเล็กของเธออยู่"...!! คุณเทวินณ์!! " ทุกคนดูตกใจไม่น้อย กับการปรากฏตัวของผมพลั่ก!หมัดหนักๆ ของผมกระแทกเข้าหน้าหนึ่งในหนักไปไม่ยั้งแรง"นายครับ! " และอีกคนก็พยายามจะทักท้วงผม"นายยกเธอให้เราแล้วนะครับ" นั่นดิ เป็นเหี้ยไรวะตัวผมเนี่ย.."หรอ? ""ก็นาย.." ถึงอย่างนั้นผมก็เชื่อและทำตามความคิดอยู่ดีพรึ่บผมกระชากร่างบางมาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองแล้ว ก่อนจะใช้กำปั้นหนักๆ ต่อยไปที่หน้าของมันอีกคนละหลายที"กูอนุญาตให้พวกมึงตีเมียกูหรอ? " ผมเลิกคิ้วถาม ซึ่งพวกมันก็เงียบปากกันไปโดยปริยาย"ไสหัวไป อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก""นายครับ! ""กูบอกให้ไป!! "ร่างบางถูกอุ้มมาวางบนเตียงในบ้านหลังใหญ่ของผมในเวลาถัดมาทำไมผมต้องช่วยเธอด้วยวะ ทั้งๆ ที่เป็นคนทำร้ายเธอเอง ผมก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้เหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าผมสะดวกแบบนี้ ผมรู้สึกว่าแบบนี้ดีแล้วก็แค่นั้น..ถ้าผมปล่อยให้ริสาถูกไอพวกนั้นรุมยำจริงๆ ผมคงกลายเป็นไอ้ชั่วที่นรกส่งมาเกิดแน่ๆ"แค่นี้แล้วกัน ถือว่าแต่สั่งสอน" ผมพูดกับร่างบางที่หลับอยู่ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนั้นเพื่อมาหาแม่บ้าน"ป้าสร้อยครับ ฝากเธอด้วยนะครับ" ผมบอกป้าสร้อยที่เป็นแม่บ้านประจำบ้านนี้ ผมนับถือเธอเสมือนญาติผู้ใหญ่คนนึงเพราะเธอคอยดูแลความสะดวกสบายให้ผมตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งผมซื้อบ้านหลังนี้เธอก็ตามมาดูแลผมที่นี่อีก"ได้ค่ะ" ป้าสร้อยตอบ แล้วส่งรอยยิ้มมีเลศนัยส่งกลับมา"ที่พูด ผมกลัวว่าเธอจะสร้างความวุ่นวายอีกต่างหากครับ" ผมบอกไป เพราะคิดว่าป้าสร้อยกำลังคิดว่าผมห่วงยัยนั่นอยู่แน่ๆ"ป้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะคะ คิก.." ป้าสร้อยเอ่ยแซว แล้วหัวเราะคิกคัก ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่เลือกที่จะเดินเลี่ยงมาอีกทางแทน.."คุณริสาคะ""อื้อออ" ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาเพราะเสียงเรียกของใครสักคนที่บริเวณข้างเตียงเดี๋ยวนะ.. ก่อนหน้านี้ฉัน..!!เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ฉันก็ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงแล้วรีบมองไปรอบๆ ห้อง แล้วสายตาก็ไปสะดุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ เธอคือแม่บ้านคนที่พาฉันเข้าไปในบ่อนนี่นา.. แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ว่าแล้วฉันก็รีบก้มลงมองสำรวจตัวเอง ก็ปกติดีนี่หว่า"คุณริสาจะทานข้าวเลยหรือเปล่าคะ" เธอถาม"ทำฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ" ฉันถามสิ่งที่สงสัยออกไปด้วยสีหน้างุนงง"คุณเทวินณ์เป็นคนพามาค่ะ" ห้ะ..? ไอ้บ้านั่นน่ะนะ พาฉันมาที่นี่"เขาดูเป็นห่วงคุณริสามากเลยนะคะ สั่งให้ฉันทำอาหารให้คุณกินแล้วก็ดูแลคุณด้วย" แม่บ้านบอกทอยเนี่ยนะเป็นห่วงฉัน คนอย่างเขาไม่มีแม้แต่ความรู้สึก ไม่มีแม้แต่ความเป็นคนด้วยซ้ำ ที่ช่วยฉันมาคงเพราะกลัวจะต้องติดคุกหัวโตมากกว่าเดี๋ยวได้จะได้รู้กันทอย ว่าริสาไม่ใช่คนที่จะยอมนาย!!"แล้วเขาอยู่ไหนคะ? " ฉันหันไปถามเธอ"เห็นว่าไปทำงานข้างนอกน่ะค่ะ""งั้นฝากบอกเขาด้วยนะคะ ว่าฉันจะกลับคอนโดไปแล้ว" ฉันบอกแล้วคว้ากระเป๋า รีบเดินออกมาจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังเบอร์ๆ หนึ่ง"ฮายย ที่รัก" รอไม่นานนักปลายสายตอบกลับมาเมื่อรับสาย"แม็กริคนายช่วยอะไรฉันหน่อยสิ" ฉันพูดในขณะที่ก้าวขึ้นรถและสตาร์ทพร้อมออกไปเรียบร้อย"สำหรับเธอฉันพร้อมช่วยเสมอ" แม็กริคเพื่อนตอนเรียนดีไซเนอร์ของฉัน ที่จริงความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างอธิบายยาก แม็กริคเขาชอบฉัน แต่ฉันปฏิเสธเราก็เลยกลายมาเป็นเพื่อนที่สนิทกันแทน"งั้นมาเจอกันหน่อย""ที่ไหนครับเบบี๋""คอนโดฉันเอง.."เดี๋ยวนายจะได้รู้กันทอย ว่าไม่ใช่นายคนเดียวที่สามารถสั่งสอนคนอื่นได้ นายนั่นแหละที่สมควรถูกสั่งสอนที่สุด นายจะต้องรู้บ้างว่าฉันมีค่า และฉันไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือที่รอให้นายขยี้ ถ้าเทียบกันแล้วความเลวของเรามันก็คงพอๆ กันนั่นแหละ เพียงแค่ฉันเลือกที่จะปฏิบัติดีกับคนทั้งโลกแล้วเลวกับนายคนเดียวเท่านั้นเอง!!