ตอนที่ 665 ตำหนักศาลาแสนศาสตรา
“ยาชุดนี้ในขวดนี้มีเม็ดยาทิพย์เมฆ์บรรจุอยู่ทั้งหมด 15 เม็ดและเม็ดยาทิพย์แก่น์สร้างอีก 3 เม็ดซึ่งทุกๆเดือนเ้าจะได้รับยาทิพย์ทั้งหมดนี้!แต่หากเ้ามียาทิพย์ตัวไหนที่้าเป็พิเศษเ้าสามารถมาที่ตำหนักหอโอสถแห่งนี้และจ้างวานศิษย์สาขาปรุงยาให้นักปรุงยาชนิดนั้นให้กับเ้าได้แต่เ้าจะต้องนำส่วนผสมทั้งหมดมาเอง”ก่อนที่เจิ้งฟู่จะไปชายชราได้บอกว่ายาชุดที่เขาได้รับไปนั้นมียาทิพย์อะไรบ้างและมีจำนวนเท่าไหร่รวมถึงบอกเื่การทำธุรกิจว่าจ้างศิษย์สาขาปรุงยาให้ปรุงยาชนิดที่เขา้าได้อีกด้วย.......
หือ?
เจิ้งฟู่รู้สึกใเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของชายชราซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาในั้นก็คือจำนวนของยาทิพย์ที่เขาได้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ชายวัยกลางมินโฮได้บอกไว้ซึ่งชายวัยกลางมินโฮเองก็รู้สึกใไม่แพ้กันที่ได้ยินจำนวนที่ชายชราบอก......
“ท่านผู้าุโกุยจางไม่ใช่ว่า.......”
“เ้าไม่ต้องถามมาก!ทั้งหมดเป็ข้าเองที่มอบให้ ข้าพอใจที่จะมอบให้กับเ้าหนูนี้เองเพราะข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้าหนูนี่อย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญข้ารู้สึกได้ว่าข้ากับเขาจะได้ร่วมงานกันในเร็วๆนี้หรือบางทีมันอาจจะในวันนี้เลยก็เป็ได้!” ชายชราพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ชายวัยกลางมินโฮจะได้ถามออกไปซึ่งจำนวนยาทิพย์ที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็เพราะชายชรามอบให้เองไม่ได้เกี่ยวกับทางนิกายเลย เหตุผลนั้นก็เพราะว่าชายชรารู้สึกถูกชะตากับเจิ้งฟู่และประสบการณ์การปรุงยาของเขาก็บอกให้เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นักปรุงยาเหมือนกัน.......
อ่า!!
“ขอบคุณท่านผู้าุโกุยจางศิษย์เจิ้งฟู่ไม่รู้จักขอบคุณท่านอย่างไรในความกรุณานี้ หากในอนาคตศิษย์เติบโตและแข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยอะไรท่านได้ขอให้ท่านบอกต่อศิษย์!" เจิ้งฟู่ไม่คิดว่าชายชราจะกล่าวออกมาเช่นนี้แต่เมื่อเขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของชายชราแล้วเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าชายชรานั้นต้องััได้ถึงการเป็นักปรุงยาของเขาแน่......
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“ดี! ดี!ดี! เมื่อถึงวันนั้นข้าจะต้องบอกเ้าแน่!”ชายชรารู้สึกอารมณ์ดีเป็อย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่ซึ่งหากใครได้เห็นสีหน้าของหนึ่งชราหนึ่งเด็กหนุ่มตรงนี้แล้วละก็พวกต้องพูดออกมาเป็เสียงเดียวกันแน่ว่านี้คือการพูดคุยของสองจิ้งจอกหาใช่มนุษย์ทั่วไปคุยกัน........
“เช่นนั้นพวกเราต้องขอตัวก่อน ข้าน้อยยังต้องพาเขาไปยังตำหนักศาลาแสนศาสตราอีก!”เมื่อได้รับยาทิพย์แล้วผู้าุโมินโฮก็กล่าวลาชายชรากุยจางและพาเจิ้งฟู่ไปยังตำหนักศาลาแสนศาสตราต่อซึ่งอยู่ไกลจากตำหนักหอโอสถราวๆสามกิโลเมตรได้.......
อ่า!!
หลังจากที่ออกมาจากตำหนักหอโอสถแล้วทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังตำหนักศาลาแสนศาสตราต่อซึ่งในระหว่างที่เจิ้งฟู่จากไปแล้วนั้นข่าวการที่เขาปรากฏตัวที่ตำหนักหอโอสถก็แผ่ออกไปยังผู้ที่กำลังตามหาตัวเขาอย่างรวดเร็วและเพียงไม่นานคนจำนวนมากก็มารวมตัวกันที่หน้าตำหนักหอโอสถทว่าเจิ้งฟู่ไม่ได้อยู่ที่นั้นแล้ว แต่เมื่อพวกเขาก็ทราบว่าเจิ้งฟู่จะไปที่ตำหนักศาลาแสนศาสตราพวกเขาก็มุ่งตามเจิ้งฟู่ไปในทันที......
ณ ตำหนักแสนศาลาแสนศาสตรา......
ตำหนักศาลาแสนศาสตรานั้นตั้งอยู่บนหน้าทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งถ้ำแห่งนี้มีขนาดที่กว้างใหญ่มากจนสามารถสร้างห้องโถงขนาดกว้างได้ที่ตำหนักแห่งนี้สร้างอยู่ที่นี้ก็เพราะถ้ำแห่งนี้ถูกปรับแต่งให้กลายเป็ห้องเก็บสมบัติและสิ่งของต่างๆที่มีไว้เพื่อให้ศิษย์ภายในนิกายบัญชา์นำคะแนนผลงานของตนมาแลกของซึ่งรวมถึงสัตว์อสูรพาหนะที่เจิ้งฟู่้าด้วย......
“ที่นี้แหละตำหนักศาลแสนศาสตรา!”เมื่อมาถึงแล้วชายวัยกลางมินโฮก็ชี้นิ้วไปทางหน้าทางเข้าตำหนักที่มีผู้ศิษย์หลากหลายระบบรวมตัวกันอยู่ก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังตำหนักสูงห้าชั้น “และนั้นก็คือตำหนักหอตำรายุทธของนิกายเราซึ่งเ้าจะต้องใช้คะแนนผลงานของเ้าในการแลกเปลี่ยนและยืมเอาตำราทักษะยุทธมาศึกษาเช่นกัน”ซึ่งตำหนักสูงห้าชั้นที่ว่านี้ก็คือหอตำราที่เก็บรวบรวมทักษะยุทธต่างๆเอาไว้นั้นเอง......
อ่า!
ในตอนนี้เจิ้งฟู่ยังไม่สนใจเกี่ยวกับทักษะยุทธเท่าไหร่เพราะทักษะที่เขามีนั้นมันยังสามารถพัฒนาระดับให้สูงขึ้นได้ตราบเท่าที่เขาใช้เวลาในการฝึกฝนและปรับปรุงแก้ไขมันดังนั้นสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือการเข้าไปในตำหนักศาลาแสนศาสตราเพื่อหาแลกของที่เขา้า......
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ชี้แนะและเป็ธุระพาศิษย์มาด้วยตนเอง!”เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณชายวัยกลามินโฮที่เป็ธุระพาเขามายังสถานที่ต่างๆด้วยตนเอง......
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกพอดีข้าเองก็้ามาที่ตำหนักศาลาแสนศาสตราเหมือนกันกับเ้า ดังนั้นมันจึงไม่ใช่นำทางแต่เป็ทางเดียวกันที่ต้องมาต่างหาก!”ชายวัยกลางมินโฮเองก็้าที่จะมาที่นี้ด้วยเช่นกันมันจึงไม่เป็การรบกวนอะไรตัวเขาเลย......
“ถึงอย่างนั้นศิษย์ก็ยังต้องขอบคุณท่านผู้าุโอยู่ดี!”ไม่ว่าเหตุผลของชายวัยกลางจะคืออะไรแต่เขาก็ยังคิดที่จะกล่าวขอบคุณอยู่ดี......
“เอาละ! ข้าจะไปแลกของที่ข้า้าส่วนเ้าก็สามารถเข้าไปตรวจสอบดูสิ่งของที่เ้า้าแลกได้ที่จุดแลกตรงนั้น!”ก่อนที่ชายวัยกลางมินโฮจะเดินจากไปเขาได้ชี้บอกจุดให้เจิ้งฟู่ได้รู้ว่าเขาควรที่จะเดินไปติดต่อเพื่อแลกสิ่งของตรงไหน......
“ขอรับท่านผู้าุโ!”เมื่อชายวัยกลางมินโฮเดินจากไปแล้ว เจิ้งฟู่ก็เดินไปยังจุดแลกคะแนนตามที่ชายวัยกลางบอกในทันทีซึ่งจุดแลกคะแนนตรงนี้มีช่องเหมือนช่องจ่ายยาอยู่รับสิบช่อง แต่ละช่องจะมีศิษย์หญิงสาวหน้าตาดีที่รับหน้าที่เป็เ้าหน้าที่ในการให้บริการ......
“สวัสดี!เ้า้าแลกคะแนนเป็สิ่งของหรือนำสิ่งของมาแลกเป็คะแนน?” เสียงที่หวานใสของศิษย์หญิงที่รับหน้าที่เป็พนักงานแลกเปลี่ยนดังขึ้นเมื่อเจิ้งฟู่เข้ามายังช่องที่นางดูแลอยู่.....
“ข้า้าแลกคะแนนเป็สิ่งของ!” เจิ้งฟู่ตอบกลับไปในทันที หลังจากที่เขาได้สติกลับคืนมา.....
“ได้! ว่าแต่เ้า้าสิ่งของประเภทใดกันข้าจะได้ค้นหาให้เ้าถูก!?” หญิงสาวทำหน้าที่ของนางได้ดีมากนางถามและตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำไม่มีเขินอายใดๆเลย......
“ข้า้าสัตว์อสูรพาหนะบินได้เ้าพอจะบอกได้ไหวว่ามีสัตว์อสูรประเภทใดและระดับใดบ้างรวมถึงอัตราในการแลกเปลี่ยนของมันด้วย!” เจิ้งฟู่เองก็ไม่รอช้าพูดเข้าประเด็ดหลักที่เขามาที่นี้ในทันทีซึ่งนั้นก็คือการเอาคะแนนที่มีอยู่หนึ่งแสนหาเลือกสัตว์อสูรบินได้นั้นเอง.....
“สัตว์อสูรบินได้?เ้า้าสัตว์อสูรบินได้อย่างนั้นเหรอ?เ้าเป็แค่ศิษย์สายนอกจะเอาสัตว์อสูรบินได้ไปทำไมกัน?” หญิงสาวพลันเบิกตาโตด้วยความสงสัยก่อนจะถามว่าเจิ้งฟู่จะเอาสัตว์อสูรบินไปทำไมในเมื่อเขาเป็เพียงศิษย์สายนอกเท่านั้น......
“เ้าก็แค่ทำหน้าที่ของเ้าไป! นำรายชื่อสัตว์อสูรบินได้ทั้งหมดมาให้ข้าดูก็พอแล้ว” เจิ้งฟู่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับคำถามของหญิงสาวรวมถึงสายตาที่นางมองมาที่เขาอย่างดูถูกเล็กน้อย......
อ่า!!
“ก็ได้!แต่ข้าขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่าราคาของมันสูงมาก สำหรับศิษย์ใหม่และเป็ศิษย์สายนอกอย่างเ้าแล้วมันคงจะสูงเกินไปที่เ้าจะแลกได้ แต่ก็เอาเถอะ! หากเ้าอยากดูข้าก็จะให้เ้าดูเผื่อเ้าจะได้เข้าใจว่าที่ข้าพูดไปนั้นหมายถึงอะไร!”ศิษย์หญิงสาวถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจกลับเมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่ที่ไม่ไว้หน้านางเลยดังนั้นนางจึงคิดที่จะตอกย้ำเขาด้วยคำว่าศิษย์เข้าใหม่และศิษย์สายนอกที่ไม่มีปัญญาแลกของราคาสูง......
อื้ม!
ทว่าเจิ้งฟู่กลับไม่สนใจในคำพูดของศิษย์หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อยเขายื่นมือออกจับหยกที่หญิงสาวส่งให้กับเขา ก่อนที่ภาพสัตว์อสูรบินหลากสายพันธุ์จะปรากฏขึ้นมาให้เขาเห็นพร้อมกับแสดงรายละเอียดและราคาอัตราแลกเปลี่ยนของพวกมันเอาไว้ด้วย.......
‘ว้าว! อย่างกับภาพฉายสามมิติเลยแหะไม่คิดเลยว่าโลกเบื้องหลักจะมีของเช่นนี้ด้วย’เจิ้งฟู่รู้สึกใในครั้งแรกที่เขาเห็นภาพฉายสามมิติที่แสดงขึ้นจากหยกที่หญิงสาวส่งให้แต่ไม่นานเขาก็กลับคืนสติและเริ่มที่จะตรวจสอบดูสัตว์อสูรบินได้แต่ละชนิดที่มีอยู่......
สัตว์อสูรบินในหน้าแรกนั้นเป็สัตว์จำพวกนกทั่วๆไปที่มีระดับพลังั้แ่ราชันย์เทวะขึ้นสูงไปจนถึงระดับราก์ขั้นที่สามซึ่งราคาอัตราแลกเปลี่ยนของสัตว์อสูรเหล่านี้อยู่ที่ สองร้อยห้าสิบคะแนนผลงานจนถึงสี่ร้อยคะแนนผลงานซึ่งเป็ราคาที่ศิษย์ทั่วไปสามารถหยิบจับได้ ทว่าด้วยราคาที่ต่ำอัตราความเร็วของมันก็ต่ำลงด้วยเช่นกันส่วนมากพวกมันจะถูกนำมาใช้สำหรับส่งของ.......
ส่วนในหน้าที่สองนั้นจะดีขึ้นมาหน่อยเนื่องจากสัตว์อสูรบินในหน้านี้เป็สัตว์อสูรระดับราก์ขั้นกลางไปจนถึงขั้นสูงเลยนอกจากสัตว์อสูรประเภทนกแล้วมันมีม้าที่มีปีกด้วย ทว่าพวกมันไม่ใช่เพกาซัสอย่างที่เจิ้งฟู่คิดพวกมันเป็เพียงม้าธรรมดาทั่วไปที่มีปีก ซึ่งความเร็วของพวกมันก็ไม่ได้ต่างไปจากสัตว์อสูรประเภทนกเลย......
หญิงสาวที่จ้องมองดูใบหน้าของเจิ้งฟู่ในขณะที่เขาเปิดผ่านหน้าแรกและหน้าที่สองพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นนางก็อดที่จะฉีกยิ้มอย่างพอใจและสะใจไม่ได้ นางคิดว่าเจิ้งฟู่จะต้องกำลังคิดหนักเื่อัตราแลกเปลี่ยนอยู่แน่ๆและเมื่อใดมี่เจิ้งฟู่คืนหยกให้กับนางโดยไม่แลกสัตว์อสูรบินตัวใดไปแล้วละก็นางจะไม่รอช้าที่จะพูดตอกซ้ำเขาอย่างมีความสุขแน่.......
หวืดดดดด!!
อ่า!!
แต่เจิ้งฟู่ไม่ได้รู้เลยว่าหญิงสาวกำลังจ้องมองเขาอยู่ที่เขาขมวดคิ้วเพราะว่าไม่สัตว์อสูรบินตัวไหนที่ถูกใจเขาเลยในสองหน้าแรกดังนั้นเจิ้งฟู่จึงเปิดดูหน้าต่อไป และในตอนั้นเองสีหน้าของเขาก็ดูดีขึ้นเมื่อเขาเห็นนกกระเรียนขาวอยู่ในหน้านั้นทว่านกกระเรียนขาวตัวนี้เป็เพียงสัตว์อสูรระดับ์ก่อเกิดขั้นต้นเท่านั้นมันยังห่างกับนกกระเรียนขาวของชายวัยกลางมินโฮอยู่มาก แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหากเขาจะเลือกมันเพราะความเร็วที่มันทำได้นั้นจะทำให้เขาเดินทางไปกลับนิกายและบ้านพักของเขาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น........
ส่วนราคาอัตราแลกเปลี่ยนของมันก็อยู่ที่หนึ่งพันห้าร้อยคะแนนผลงานซึ่งเป็จำนวนที่น้อยมากสำหรับเจิ้งฟู่ ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงคิดที่จะเก็บมันเอาไว้ก่อนแล้วเลือกดูสัตว์อสูรบินตัวอื่นๆที่ยังเหลือซึ่งตัวต่อไปที่เข้าตาเขาก็คือลูกสัตว์สิงโตปีกม่วงถึงแม้มันจะยังอายุน้อยอยู่และยังบินไม่ได้ในตอนนี้แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้มันจะบินได้อย่างแน่นอนดังนั้นแล้วราคาของมันจึงยังถูกอยู่ หากรอให้มันบินได้เมื่อไหร่ราคาของมันต้องพุ่งสูงขึ้นกว่านี้แน่ๆ.......
“เ้าลูกสิงโตนี้น่าสนใจแหะ!” เจิ้งฟู่เผลอหลุดเสียงพูดออกมาว่าเขานั้นพอใจต่อลูกสิงโตปีกม่วงตัวนี้และคำพูดของเขาก็ทำให้หญิงสาวพลันสะดุ้งตัวอย่างใเพราะนางกำลังจดจ่ออยู่กับการจ้องใบหน้าของเจิ้งฟู่ซึ่งมันกำลังทำให้นางเคลิบเคลิ้มเลย.......
“เ้าสนใจลูกสิงโตตัวนี้อย่างนั้นรึ? หึ!ราคาของมันสูงถึงสองพันห้าร้อยคะแนนเชียวนะอย่างเ้าคงไม่มีปัญ...........”
หวืดดดดดดดด!!
แต่ก่อนที่ศิษย์หญิงสาวจะทันได้พูดจบ เจิ้งฟู่ก็เอาแหวนของเขาประทับไปที่ช่องสำหรับใส่แหวนหยกเบื้องหน้าของเขาแล้วซึ่งหลังจากที่เขาประทับแหวนลงไป รูปและข้อมูลของลูกสิงโตปีกม่วงก็พลันหายไปเปลี่ยนเป็ขึ้นว่าได้ถูกแลกเปลี่ยนไปแล้ว.......
“ข้าจะมีปัญญาหรือไม่นั้นไม่ใช่เื่ของเ้าสิ่งไหนที่ข้าอยากได้ข้าก็จะเอา!” เจิ้งฟู่เริ่มที่จะรำคราญหญิงสาวคนนี้เต็มที่แล้วเพราะนางเอาแต่พูดว่าเขาไม่มีบ้างแหละ เป็เพียงศิษย์ใหม่และศิษย์สายนอกบ้างแหละแต่ถึงเขาจะไม่สนใจต่อคำพูดเหล่านี้เพียงใด แต่ต่อมขี้อวดของเขามันกลับไม่ยอมที่จะอยู่เฉยๆผลักดันให้เขาเลือกซื้อลูกสิ่งโตตัวนี้มา........
อ้า!!