บทที่ 14นาฬิกาพก
“ศิษย์พ่อมดนั่นหมายความว่าพ่อมดไม่ได้เป็เพียงแค่ตำนานแต่พวกเขามีตัวตนอยู่จริงบนโลกใบนี้!”
หัวใจของเฮรัคสั่นระรัวด้วยความโหยหาอย่างยากจะอธิบายความปรารถนาที่จะก้าวเดินบนเส้นทางแห่งมนตราเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างแรงกล้า
“เชนหลาน ตั้งชื่อพลังงานรังสีไม่ทราบชนิดนี้ว่าพลังเวทมนต์ ชั่วคราว”
“รับทราบการตั้งชื่อเสร็จสมบูรณ์”
ชิปพันธุกรรม ตอบสนองทันที
จากข้อมูลที่ได้รับจากนาฬิกาพกเฮรัคมั่นใจว่าพลังงานลึกลับที่เขาดูดซับมาคือพลังเวทมนต์แต่สิ่งที่ทำให้เขางุนงงที่สุดก็คือเหตุใดร่างกายของเขาถึงสามารถกักเก็บพลังงานเหล่านี้ได้ทั้งที่เขาไม่เคยเรียนรู้ศาสตร์ของพ่อมดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย
“เชนหลานตอนนี้ร่างกายของข้าสามารถกักเก็บพลังเวทมนต์ได้อีกเท่าไหร่?”
“สถานะปัจจุบัน:พลังงานกักเก็บเต็มขีดจำกัด”
“กำหนดให้พลังเวทปัจจุบันเท่ากับหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์และบันทึกลงในข้อมูลร่างกายส่วนบุคคล”
“[สถานะปัจจุบัน:เฮรัค เมอร์ลิน]
พละกำลัง: 2.0
ความว่องไว: 1.6
ความทนทาน: 2.2
พลังจิต 2.5
พลังเวทมนต์ 100%”
เฮรัคปรารถนาจะทดลองใช้เวทการรักษาศักดิ์สิทธิ์ ที่สลักอยู่ในนาฬิกาพกใจจะขาด
ทว่าเขากลับต้องยับยั้งชั่งใจไว้เพราะไม่รู้ว่าการร่ายเวทหนึ่งครั้งจะสิ้นเปลืองพลังงานมากเพียงใดและในตอนนี้เขาก็ยังไม่มีแหล่งเติมพลังเวทอื่นใดอีกนาฬิกาพกเรือนนี้จึงเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าที่ต้องใช้อย่างระมัดระวังที่สุด
“นิโคลัส คาร์ลอส แคมบี”
เฮรัคจดจำชื่อของเ้าของเดิมไว้ในใจเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าเหตุใดของล้ำค่าเช่นนี้จึงมาจมอยู่ใต้ก้นทะเลสาบนานกว่าสี่สิบปีแต่จากเจตนาของผู้สร้าง นาฬิกาพกนี้ควรจะเป็เครื่องมือรักษาไม่ใช่เครื่องมือสังหาร
ใบหน้าผีร้ายที่เขาเห็นใต้น้ำคงเป็สิ่งมีชีวิตประหลาดที่เข้ามาสิงสู่และอาศัยพลังจากนาฬิกาจนกลายเป็ปีศาจร่ำไห้
“ข้าได้ยินเสียงกรีดร้องนั่นอีกครั้งมันดังมาจากใต้ทะเลสาบ ข้านึกว่าเ้าจะแย่ไปแล้วเสียอีก”
เอมิลกล่าวด้วยสีหน้าที่ยังไม่หายตระหนก
เฮรัคเขย่านาฬิกาพกในมือเบาๆ
“เสียงนั่นทำอะไรข้าไม่ได้หรอกครับท่านเอมิลดูเหมือนสิ่งชั่วร้ายที่เกาะอยู่กับมันจะถูกกำจัดไปหมดสิ้นแล้ว”
“มันต้องเป็สมบัติที่มูลค่ามหาศาลแน่ๆเ้าเก็บรักษามันไว้ให้ดีเถอะ”
เอมิลกล่าวชื่นชมด้วยใจจริงเพราะความกล้าหาญของเฮรัคเขาจึงคิดว่าการที่เฮรัคเก็บสิ่งมีค่านี้ไว้มันเหมาะสมแล้ว
“ครับแต่มันคงมีความลับอีกมากที่ข้าต้องค้นหา”
เฮรัคคล้องโซ่ทองคำไว้ที่คอและซ่อนนาฬิกาพกไว้ใต้เสื้ออย่างมิดชิด
ทั้งสองช่วยกันรวบรวมโครงกระดูกที่กระจัดกระจายอยู่ริมฝั่งแม้จะแยกไม่ออกว่าชิ้นส่วนไหนเป็ของใครแต่พวกเขาก็ฝังกระดูกและชุดเกราะทั้งหมดรวมกันไว้ในสุสานชั่วคราวยามทั้งห้าที่หายสาบสูญไปนานนับทศวรรษ ในที่สุดก็ได้พักผ่อนอย่างสงบเสียที
เมื่อแสงอรุณเริ่มสาดส่องขับไล่ความอึมครึมเหนือไร่ฟักทองทั้งคู่ก็เดินทางกลับมาถึงที่พักมัสซิโมยืนรออยู่ที่ประตูพลางถือลูกกุญแจที่หักคาประตูและสบถด่ายับเยิน
“เ้าพวกปัญญาอ่อน! ข้าให้กุญแจไปแล้วทำไมต้องพังประตูเหล็กข้าด้วย!”
เอมิลทำได้เพียงก้มศีรษะขอโทษซ้ำๆขณะที่มัสซิโมยังบ่นพึมพำไม่หยุด
“ข้านึกว่าพวกเ้าจะหายหัวไปเหมือนคนก่อนๆเสียแล้ว... ใครจะคิดว่าจะรอดกลับมาได้”
“เราพบยามทั้งห้าคนที่หายไปแล้วครับมัสซิโม...พวกเขาถูกฝังไว้ที่ป่าข้างทะเลสาบทางเหนือแล้ว”
เฮรัคกล่าวเสียงเรียบโดยไม่สนใจคำบ่นด่าของมัสซิโม
มัสซิโมชะงักไปครู่หนึ่งแววตาที่ขุ่นมัวฉายแววอาวรณ์ออกมา
“ดีแล้ว พบพวกเขาเสียทีก็ดีแล้ว”
หลังจากคืนนั้นสิ่งประหลาดที่ไร่แห่งนี้ก็ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือน
อากาศหนาวเหน็บเข้าขั้นวิกฤตไร่ฟักทองทั้งผืนถูกหิมะสีขาวโพลนปกคลุมจนกลายเป็ทะเลสีเงินสะท้อนแสงเฮรัคเดินฝ่าหิมะหนาเตอะในมือถือกระต่ายป่าที่เพิ่งล่ามาได้การหาเสบียงในฤดูนี้ยากลำบากยิ่งนัก
่นี้เอมิลอารมณ์ไม่สู้ดีนักเขามักขังตัวอยู่ในห้องเพียงลำพังเฮรัครู้ดีว่าสาเหตุมาจากวันแต่งงานของคุณหนูเมลิสซาที่กำลังใกล้เข้ามาทุกทีเมื่อคนรักไม่อาจครองคู่ ใจอัศวินก็แหลกสลายได้ไม่ต่างจากคนธรรมดา
เฮรัคได้แต่ขอบคุณที่ตนเองไม่มีพันธะทางใจเช่นนั้นสิ่งเดียวที่เขาโฟกัสคือการกลับปราสาทเพื่อหาข้อมูลเื่พ่อมดเพิ่มเติม
ขณะที่เฮรัคกำลังจมอยู่ในความคิดััที่เฉียบคมก็ตรวจพบความผิดปกติจากระยะไกล
“เสียงกีบม้า... จำนวนไม่น้อยเลย”
จิตใจของเฮรัครีบตื่นตัวทันทีเสียงนั้นดังมาจากทิศตะวันตก ทิศทางของดินแดนเบฮัด
เฮรัครีบปีนขึ้นสู่ที่สูงเพื่อสังเกตการณ์ภาพที่เห็นคือกองกำลังติดอาวุธครบมือกลุ่มหนึ่งกำลังควบม้าอย่างเร่งรีบผ่านเส้นทางเชิงเขาพวกมันดูเหมือนจะใช้ไร่ฟักทองเป็ทางผ่านเพื่อข้ามเทือกเขาหยกไปซุ่มโจมตีปราสาทดูร์วัลเลย์ใน่งานแต่งงาน!
เฮรัคเห็นดังนั้นเขาจึงรีบกลับไปแจ้งเอมิลรู้ทันทีทั้งคู่สวมชุดเกราะและเตรียมอาวุธเต็มพิกัด
“ข้านึกว่าพวกเบฮัดจะยอมถอยไปแล้วแต่การบุกมาในเวลานี้ แสดงว่าเื่นี้ชักจะไม่ง่ายอย่างที่คิด”
เอมิลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เฮรัคสะพายถุงลูกธนูหกถุงไว้บนหลัง
“ไปกันเถอะครับพวกมันคงไม่คิดว่าจะมีใครซุ่มดักรออยู่ที่นี่ เราจะจัดการพวกมันก่อนแล้วค่อยจับมาเค้นความจริงสักคน”
“ไป!”
เอมิละโขึ้นม้าแววตาที่เคยมืดมนกลับโชติ่ด้วยจิตสังหาร
ทั้งคู่ควบม้ามาถึงช่องเขาทางทิศตะวันตกอย่างรวดเร็วเฮรัคเลือกชัยภูมิบนที่สูงและง้างคันธนูเหล็กกล้าที่เขาหยิบมาจากปราสาทแม้ธนูนี้จะดึงยากจนต้องใช้พละกำลังมหาศาลแต่มันให้พลังทำลายล้างที่ธนูไม้ไม่อาจเทียบได้
“ทั้งหมดสิบสี่คน ผู้นำเป็อัศวินมีตราประจำตระกูลไซมอน”
เฮรัครายงานศัตรูผ่านความช่วยเหลือของ ชิปพันธุกรรม
กองกำลังศัตรูเคลื่อนตัวเข้ามาในระยะสังหารเฮรัคนิ่งสงบดุจภูผา เขารอจนพวกมันก้าวเข้ามาในจุดที่ไร้ทางถอยก่อนจะปล่อยลูกธนูดอกแรกออกไป!
ฟิว!
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังกึกก้องลูกธนูเหล็กพุ่งทะลุคอหอยทหารเบฮัดคนแรกด้วยความเร็วสูงจนร่างนั้นกระเด็นตกจากม้าเืสาดกระจายไปทั่วพื้นหิมะสีขาว
“ศัตรูซุ่มโจมตี!”
กลุ่มทหารรีบลงจากม้าและหาที่กำบังอย่างเป็ระเบียบแต่ต่อหน้าการประมวลผลของ เชนหลาน ชิปพรรธุกรรม การซ่อนตัวหลังต้นไม้หรือโขดหินก็ไม่ต่างจากการยืนเป็เป้านิ่งตราบเท่าที่เฮรัคยังมีมุมยิง!