TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 184 ความร้ายกาจของกลุ่มสัตว์ประหลาดเฒ่า

    ตอนที่ 184 ความร้ายกาจของกลุ่มสัตว์ประหลาดเฒ่า


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 




    เด็กหนุ่มกล่าวอย่างท้าทายพร้อมกับลอยตัวกลางอากาศ


    ดวงตาของเหล่าผู้อาวุโสหรี่แคบลงในทันที


    เหิมเกริมเกินไปแล้ว! 


    ต่อให้เขาจะเป็นแรงค์ SSS จริง แต่การจะต่อสู้กับเวเนเตอร์แรงค์ SS ห้าคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขาไม่ใช่เหล่ามอนสเตอร์ที่มีพลังรบและการโจมตีทื่อๆ


    หลายครั้งที่ในโลกนี้เวเนเตอร์แรงค์ SSS ได้พ่ายแพ้ให้กับ กลุ่มคนแรงค์ SS มีเพียงไม่กี่ตัวตนเท่านั้นที่สามารถเอาชนะพวกเขาทั้งหมดได้


    ยิ่งพวกเขาโจมตีร่วมกันพลังรบยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไม่ด้อยไปกว่าแรงค์ SSS คนหนึ่งเลยแม้แต่น้อย


    ‘เด็กคนนี้ช่างอ่อนประสบการณ์เสียจริง กล้าท้าทายพวกเราทั้งห้าเลยหรอ?’ รองผู้การคนหนึ่งส่ายศีรษะไปมา


    ตอนนั้นเองดวงตาของผู้อาวุโสทั้งห้าก็สว่างขึ้นก่อนที่พวกเขาจะดีดตัวขึ้นไป ลอยตัวกลางอากาศเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่ม


    “คุณมั่นใจจริงๆ หรอว่าจะสามารถเอาชนะพวกเราได้?” ผู้การภาวินเอ่ย


    เด็กหนุ่มยืนกลางอากาศอย่างสง่างาม สองมือไพล่หลัง ดวงตาสีนิลกวาดมองผู้อาวุโสทั้งห้า 


    “นี่ไม่ใช่การพิสูจน์ฝีมือหรอกหรอ? เรื่องแบบนี้มันไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องแพ้ชนะ” เฟิร์สเอ่ยด้วยท่าทางที่สบายๆ


    เวลานั้นผู้อาวุโสทั้งห้าก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดนั้นคือความจริง พวกเขาเพียงต้องการพิสูจน์ฝีมือของเด็กหนุ่มเท่านั้น ไม่ใช่ห้ำหั่นกันจนตาย


    ก่อนหน้านี้พวกเค้าคิดว่าเด็กหนุ่มนั้นดูถูกพวกเขา แต่ตอนนี้พวกเขารู้จุดประสงค์นั้นแล้ว และพวกเขาคิดผิดจึงลอบตำหนิตัวเองในใจขึ้นมา


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว ... ถ้าอย่างนั้นเธอก็ระวังตัวให้ดีหน่อยล่ะ แม้พวกเราจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังพอมีกำลังวังชาที่จะทำให้เธอบาดเจ็บได้” รองผู้การศีรษะล้านเอ่ย ก่อนจะเรียกไอเทมสปีริตของเขาออกมา


    จากนั้นผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็เรียกไอเทมสปีริตของพวกเขาออกมาด้วยเช่นกัน 


    ไอเทมสปีริตของพวกเขาแต่ละคนล้วนแปลกประหลาดมากแต่ละชิ้นมีพลังที่จะเขย่าท้องฟ้า


    รองผู้การที่เป็นหญิงชราเพียงหนึ่งเดียวเรียกตะเกียงจ้าวพายุของเธอออกมา เปลวเพลิงในตะเกียงดูร้อนแรงเป็นอย่างมาก เพียงแค่มันปรากฏอุณภูมิก็สูงขึ้นโดยทันตา แม้ว่าเธอพึ่งจะเรียกมันออกมาก็ตาม


    รองผู้การศีรษะไอเทมสปีริตของเขาประหลาดสุด มันคือกีต้าผลึกสีน้ำเงินไร้สาย แต่ทันทีที่มันอยู่ในมือของชายชราแล้ว สายที่ล่องหนนั้นก็เหมือนจะปรากฏออกมาลางๆ อากาศพากันสั่นระริก แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ดีดมันก็ตาม เห็นได้ชัดว่าพลังคลื่นเสียงของกีต้าตัวนี้ดูจะไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย


    ส่วนรองผู้การเฒ่าอีกสองคนพวกเขาต่างใช้ทวนสีน้ำเงินทั้งคู่ หากดูจากหน้าตาของทั้งสองแล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นฝาแฝดกัน ไม่เท่านั้นพวกเขายังมีไอเทมสปีริตชนิดเดียวกัน ทวนเล่มนั้นสว่างประกายความคมแวววาว ราวกับจะสามารถเจาะทะลุผ่านได้ทุกการป้องกัน ดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก


    ส่วนคนสุดท้ายก็คือผู้การเฒ่าภาวิน หัวหน้าใหญ่ของนิวโฮปประเทศไทย เวเนเตอร์แรงค์ SS+ ที่มีไอเทมสปีริตเป็นชุดเกราะสีน้ำเงิน ทันทีที่เกราะเหล่านั้นปรากฏออกมา ร่างกายของเขาก็ปะทุพลังมหาศาล อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้าง แม้จะเป็นเกราะแต่กลับเป็นไอเทมสปีริตสายโจมตีที่ทรงพลัง และต้องรู้ไว้ว่าผู้การภาวินคนนี้เคยเป็นครูมวยของบัญชาเมฆ เวเนเตอร์แรงค์ SSS ที่ติดร้อยอันดับของโลก


    วินาทีที่กลุ่มผู้อาวุโสเรียกไอเทมสปีริตออกมา ท้องฟ้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พลังสปีริตมากมายหมุนม้วนตลบส่งเสียงราวกับอัศนีบาตฟ้าฟาด


    “ทำไมคุณไม่เรียกไอเทมสปีริตของคุณออกมาล่ะ” รองผู้การคนหนึ่งเอ่ย


    เฟิร์สยิ้มและเอ่ย “พวกคุณคงลืมไปว่าผมเป็นสายสนับสนุน อีกอย่างผมไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนั้น”


    สิ่งที่เด็กหนุ่มพูดนั้นไม่ผิดนัก เพราะอย่างที่รู้กันว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความสามารถด้านพลังจิตมากกว่า


    “พวกคุณสามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่ ผมกางม่านพลังทั้งหมดไว้แล้ว หากไม่ใช่พลังที่อยู่ในขอบเขตแรงค์ SSS ที่รุนแรง มันจะไม่เล็ดลอดออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน” เฟิร์สเอ่ยอย่างสบายๆ


    ทว่าคนทั้งห้าต่างมีแววตาสว่างวาบขึ้นมา


    ‘ถึงกับกางม่านพลังโดยที่ไม่ใช่พลังของแกนสปีริตระดับสีน้ำเงินโดยป้องกันพลังรบที่ต่ำกว่าแรงค์ SSS ได้ พลังจิตของเขาน่ากลัวในระดับไหนกันแน่?’


    “ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะไม่เกรงใจแล้วนะ” 


    “เชิญ” เฟิร์สเหยียดหลังตรง ผายมือออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ


    “รับมือ!” ผู้อาวุโสหญิงเสียงหนึ่งเดียวตะโกนขึ้น ก่อนที่เธอจะปล่อยเปลวเพลิงสีน้ำเงินออกมาจากตะเกียงเจ้าพายุ


    วูม!


    เปลวไฟสีน้ำเงินโหมทะยานออกไปอย่างดุร้าย ความร้อนภายในอากาศสูงขึ้นหลายเท่าทวี ราวกับจะหลอมละลายทุกสิ่งเบื้องหน้า


    คลื่นทะเลเพลิงอันน่าหวาดหวั่นโถมซัดไปยังเด็กหนุ่ม เป็นการโจมตีอันน่าหวาดหวั่นจนทำให้คนรอบข้างต้องถอยห่างออกไป


    เฟิร์สยังคงนิ่งสงบ เขายิ้มออกมาแล้วเอ่ย “เป็นพลังเพลิงที่ดี แต่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้นั้นเป็นผม”


    เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมและไม่มีท่าทางแม้แต่จะตั้งรับ


    เหล่าผู้อาวุโสต่างพากันประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นภาพนี้ แต่เมื่อคิดว่าเขาคือผู้ใช้พลังจิต อาวุธและท่วงท่านั้นไม่สำคัญสำหรับเขาจึงเข้าใจได้


    โครม!


    วูม ... วูม ... วูม ...


    เปลวเพลิงสีน้ำเงินร้อนแรงหาที่ใดเปรียบ กลายเป็นทะเลเพลิงถาโถมไปที่เด็กหนุ่ม แต่ในวินาทีนั้นเองเด็กหนุ่มก็ทำให้เหล่าผู้อาวุโสต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเขาไม่คิดที่จะใช้พลังออกมาต่อต้านหรือโจมตีโต้กลับเลยแม้แต่น้อย


    ร่างของเด็กหนุ่มจมเข้าไปในทะเลเพลิงที่มีความร้อนสูง


    หญิงชราผู้ใช้พลังนี้จึงตกใจเป็นอย่างมาก


    “ทำไมเขาถึงไม่ทำอะไรเลย?”


    คนอื่นๆ เองก็มีอาการเช่นเดียวกับเธอ มองภาพของเด็กหนุ่มที่จมหายเข้าไปในเปลวเพลิงสีน้ำเงิน


    ยิ่งบนร่างของเด็กหนุ่มเหมือนไร้ซึ่งกลิ่นอายอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่รู้ว่าในตอนนี้เด็กหนุ่มมีความเป็นอยู่อย่างไร


    หญิงชราตกใจเกินไปเธอรีบเก็บเปลวเพลิงของเธอเข้ามาในตะเกียง 


    ทว่าเมื่อเปลวเพลิงถูกเก็บเข้าไป มันก็เผยให้เห็นถึงร่างของเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนเหยียดหลังตรงอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ตรงนั้น โดยที่ร่างกายไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย แม้แต่เสื้อผ้าของเขายังไม่มีกลิ่นของการเผาไหม้


    เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะออกมา


    ‘เปลวเพลิงแค่นี้คิดจะมาเผาร่างกายาวิญญาณอัคคีน่ะหรอ ยังห่างไกลอีกหลายขุม’ เด็กหนุ่มคิดในใจ


    “ผมว่าพวกคุณควรโจมตีเข้ามาพร้อมกันนะครับ แบบนั้นอาจจะทำให้ผมแสดงฝีมือได้ง่ายกว่า” เฟิร์สเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แม้คำพูดของเขาจะดูสุภาพ แต่มันกลับฟังดูเย้ยหยันมากกว่า


    แม้เด็กหนุ่มจะไม่พูดออกมา แต่ผู้อาวุโสก็ตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดออกมานั้นคือเรื่องจริง


    ‘เด็กหนุ่มคนนี้มีฝีมืออย่างที่ว่าจริงๆ พวกเราควรโจมตีเข้าไปพร้อมกัน’ ผู้การภาวินส่งสัญญาณให้โจมตีร่วมกันในทันที


    “ได้ เธอเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ”


    “เข้ามาได้เลยครับ”


    ทั้งสองฝ่ายพูดคุยตอบโต้กันพอเป็นพิธี แต่ทันทีที่เสียงของพวกเขาเงียบลง อำนาจพลังทำลายล้างที่น่ากลัวก็ระเบิดออกมา


    รองผู้การเฒ่าหัวล้านดีดเครื่องดนตรีกีต้าในมือ ทันทีที่เสียงของกีต้ากระจายออกไป ฟ้าดินก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น คลื่นเสียงพลันก่อรูปร่างเป็นอสูรร่างยักษ์ออกมา พลังอำนาจของมันน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมากพุ่งโจมตีอย่างดุร้าย


    หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่ายิ่งผู้การเฒ่าหัวล้านบรรเลงเพลงอย่างดุเดือดมากเท่าไหร่ พลังของอสูรตัวนี้ก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่กลิ่นอายพลังรบอยู่ในแรงค์ SS ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นเป็นแรงค์ SS+ ที่เก่งกาจ


    ขณะเดียวกันผู้การภาวินในชุดเกราะที่แยกชิ้นก็ลงมือเช่นเดียวกัน เกราะแต่ละชิ้นเสริมพลังทุกสัดส่วนที่สวมใส่ หมัด เท้า เข่า ศอก สี่อาวุธซึ่งเป็นพื้นฐานของมวยไทย มันจริงอย่างที่ว่า เกราะเหล่านี้ไม่ใช่วัตถุป้องกัน แต่มันคืออาวุธโจมตีที่น่าเกรงขามของเขานั่นเอง


    พลังรบระดับแรงค์ SS+ ระเบิดออกมาอย่างพรวดพราด สมแล้วที่เขาได้ชื่อว่าครูมวยของบัญชาเมฆ


    สองฝาแฝดผู้ใช้หอกก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน หอกของพวกเขาแหลมคมเป็นอย่างมาก เพียงแค่วาดออกไปอย่างเรียบง่าย อากาศก็เหมือนจะเกิดเป็นรอยแผล ตัวตนของพวกเขาทั้งสองมีพลังรบในระดับแรงค์ SS+ อยู่แล้ว เมื่อร่วมมือโจมตีร่วมกันพลังรบก็เพิ่มขึ้นเหลือคณา


    ส่วนหญิงชราเพียงหนึ่งเดียวเธอไม่ได้ใช้เปลวเพลิงของเธอเป็นการโจมตีอีกต่อไป แต่เธอกลับปล่อยมันออกมาจากตะเกียงจ้าวพายุแล้วกลายเป็นพลังสนับสนุนเสริมอำนาจของเพื่อนร่วมทีม จนทำให้พลังรบของทุกคนเกือบจะแตะเข้าสู่ขอบเขตแรงค์ SSS 


    การร่วมมือของสัตว์ประหลาดเฒ่ากลุ่มนี้ น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ต่อให้แรงค์ SSS เผชิญหน้ากับพวกเขาก็ยังต้องระวังตัว


    เด็กหนุ่มเมื่อเห็นภาพนี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา 


    “ดี!!!”


    มือขาวชี้นิ้วเป็นดัชนีจากนั้นก็ค่อยๆ ยกขึ้นแล้วแทงไปด้านหน้า


    ครืน ...