เมื่อเทียบกับเสียงฝูงชนในห้องโถงแล้ว ห้องส่วนตัวบนชั้นสองนั้นเงียบกว่ามากโดยที่ไม่ต้องสงสัย
จากหน้าต่างของห้องส่วนตัวเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเล็กน้อย ก็จะมองแท่นประมูลได้อย่างชัดเจน
ส่วนผู้คนด้านล่างนั้น หากว่าอยากจะมองโดยรอบให้ชัดอย่างห้องส่วนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย
“คุณชายหลิน นี้เป็นห้องส่วนตัวที่เตรียมเอาไว้ให้ท่าน หากว่าไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ข้าน้อยก็ขอตัวก่อนแล้ว” เมื่อผู้ดูแลนำหลินอวิ๋นมาถึงยังห้องส่วนตัวแล้ว ก็เอ่ยพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ
“ช้าก่อน ตอนนี้ยังรับของประมูลอีกหรือไม่?”
หลินอวิ๋นเรียกอีกฝ่ายเอาไว้ เอ่ยถามออกมาเสียงเบา
“แน่นอน แต่ว่าคงต้องดูเสียก่อนว่าคืออะไร หากว่ามูลค่าไม่สูง ก็คงจะนำขึ้นประมูลไม่ได้” ผู้ดูแลยังคงเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มสุภาพดั่งเดิม แต่มองออกว่าเขาไม่ใส่ใจนัก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าหลินอวิ๋นจะนำสมบัติล้ำค่าออกมาได้
“เอ่อ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้จะมีราคาเท่าใด นี้เป็นเขาของผู้นำกระทิงทองตัวหนึ่ง เจ้าช่วยข้าดูหน่อย?”
หลินอวิ๋นนำเขากระทิงทองออกมา ส่งให้กับอีกฝ่าย
วันนั้นเพื่อที่จะระเบิดความสิ้นหวังทิ้งไป เขาใช้หมัดเดียวกระแทกสังหารผู้นำของกระทิงทองตัวนี้ทิ้งเสีย ถึงได้หนีรอดจากความตายมาได้
ส่วนสำหรับมูลค่าของเขากระทิงทองนั้น เขาไม่รู้จริง ๆ
“เขาผู้นำกระทิงทอง?”
ผู้ดูแลชุดดำดวงตาเป็นประกาย เอ่ยเสียงเคร่งขรึม “ข้าดูหน่อย นี่… เป็นเขาของผู้นำกระทิงทองจริง ๆ ด้วย! หากว่าเป็นเขาของกระทิงทองทั่วไปแล้วคงจะไม่ใหญ่ยักษ์เช่นนี้ ทั้งอันนี้เกือบจะถึงสองเมตรเข้าไปแล้ว อีกทั้งยังแข็งคม เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งกว่าเขากระทิงทองทั่วไปมากนัก”
สามารถดำรงในตำแหน่งผู้ดูแลงานประมูลได้ สายตาไม่อาจจะอ่อนด้อยไปได้
“คุณชายหลิน กระทิงทองเหล่านี้เคลื่อนไหวกันกลุ่ม น้อยนักที่จะมีคนกล้ายั่วยุ ท่านสังหารมันได้อย่างไรกัน!” หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าเป็นเขาผู้นำกระทิงทองแล้ว ผู้ดูแลชุดดำก็ปรากฏร่องรอยของความสะพรึงกลัวขึ้นในดวงตาโดยไม่อาจปิดบังได้
หลินอวิ๋นไม่ได้ตอบกลับไป เอ่ยออกมาน้ำเสียงราบเรียบ “ดูเหมือนว่ามูลค่าคงไม่เลวนัก เช่นนั้นท่านก็ช่วยข้านำไปประมูลเถอะ”
“ได้ ข้าจะไปเตรียมพร้อมเดี๋ยวนี้ คุณชายหลินหากว่ามีอะไรที่ต้องการก็สั่งออกมาได้ตลอดเวลา” เมื่อเห็นว่าฝีมือของหลินอวิ๋นไม่ธรรมดา ผู้ดูแลชุดดำก็เก็บความดูถูกที่มีก่อนหน้านี้เอาไว้ แล้วออกไปด้วยความนอบน้อม
หลินอวิ๋นที่สังเกตคำพูดและสีหน้าอยู่ก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อผู้ดูแลไป แน่นอนว่าย่อมชัดแจ้งขึ้น แต่ว่าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เมื่อเห็นว่างานประมูลยังไม่เริ่มขึ้น
ก็หยิบศิลาวิญญาณระดับล่างขึ้นมาทันทีสี่ก้อน หลับตาลงปรับลมปราณ เคล็ดวิชาวิชาตะวันบริสุทธิ์ก็ค่อย ๆ หมุนวน
เคล็ดวิชาวิชาตะวันบริสุทธิ์ดูดซับเอาพลังวิญญาณจากศิลาวิญญาณอย่างตะกละตะกลาม เคล็ดวิชาวิชาตะวันบริสุทธิ์ระดับสามนี้ดูเหมือนว่าจะปะทุออกมาได้ตลอดเวลา
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม ศิลาวิญญาณในมือทั้งสี่ก้อนก็หายไปจนว่างเปล่า
กลายเป็นเพียงแค่ศิลาไร้ค่าที่ไม่มีพลังวิญญาณเคลื่อนไหวอยู่ แล้วถูกวางทิ้งเอาด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อหลินอวิ๋นเงยหน้าขึ้นไปมองบนแท่นประมูลนั้นไม่รู้ว่าเมื่อใดที่มีสาวงามกายอวบอิ่มผู้หนึ่งเพิ่มขึ้นมา
“สวัสดีทุกท่าน เสี่ยวหนี่ว์จื่อคือผู้ดำเนินการประมูลในครั้งนี้ชิวหลาน ทุกท่านเรียกข้าว่าพี่หลานก็พอแล้ว ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประมูลในครั้งนี้ ข้าจะช่วยเหลือทุกท่านอย่างเต็มที่”
ร่างกายร้อนแรง คิ้วงามโค้งยิ้ม ราวกับเปลวเพลิงร้อนแรงแผดเผา
เมื่อน้ำเสียงสิ้นลงก็ค่อย ๆ โค้งกายลง เผยให้เห็นพื้นที่ขาวกระจ่างใสขนาดใหญ่ พริบตาเดียวทั่วทั้งลานประมูลก็ร้อนระอุขึ้นมาในทันที
“พี่หลาน รีบเริ่มเข้าเถอะ พวกเราทนรอกันไม่ไหวแล้ว!”
“ใช่ ใช่ ใช่ รีบเข้าเถอะ”
ราวว่ามีอะไรอยู่ในคำพูดอยู่ ชิวหลานค่อย ๆ ยิ้มออกมา เอ่ยเสียงเคร่งขรึม “ไม่ต้องกังวลไป ข้าขอประเดิมของที่จะประมูลเป็นชิ้นแรกในครั้งนี้ก่อน”
ว้าว!
นางเอื้อมมือออกมาดึงผ้าม่านสีแดงเพลิงบนแท่นประมูลออกมา เผยให้เห็นยาลูกกลอนละลายโลหิตเม็ดหนึ่ง
“ยาลูกกลอนละลายโลหิตเม็ดนี้เทียบเท่ากับคุณภาพของสำนัก มูลค่าของยาลูกกลอนละลายโลหิตก็ไม่จำต้องเอ่ยออกมาทุกท่านก็คงจะเข้าใจ ราคาเริ่มต้นประมูลอยู่ที่ศิลาวิญญาณระดับล่างห้าร้อยก้อน เริ่มต้นประมูลได้ในตอนนี้!”
แต่ว่าธรรมดาแล้วของที่ใช้เริ่มต้นประมูล จะไม่ใช่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุด แต่จะต้องเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้คนได้
ในฐานะที่เป็นของประเดิม ใช้ยาลูกกลอนละลายโลหิตมาเป็นของประมูลชิ้นแรก นับว่าถูกต้องแล้ว
หลินอวิ๋นเองก็จับตาดูมัน ยาลูกกลอนละลายโลหิตเดิมนั้นก็มีไม่มาก สามารถลองแย่งชิงดู
“ห้าร้อยห้าสิบก้อน!”
“หกร้อยก้อน!”
“เจ็ดร้อยห้าสิบก้อน!”
...
“หนึ่งพันก้อน!”
เพียงแค่ชั่วครู่ ราคาของยาลูกกลอนละลายโลหิตนี้ ก็สูงขึ้นถึงเท่าหนึ่ง
เมื่อราคามาจนถึงศิลาวิญญาณระดับล่างหนึ่งพันก้อน ลานประลองก็เริ่มที่จะเงียบลง ราคานี้ก็นับว่าสูงมากแล้ว
ผู้ที่สามารถนำศิลาวิญญาณระดับล่างออกมาได้ถึงหนึ่งพันก้อนได้อย่างง่ายดายแล้ว คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
“หนึ่งพันสองร้อย!”
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่เพียงครู่ หลินอวิ๋นก็เริ่มที่ราคาหนึ่งพันสองร้อย
มีหลายคราวที่ยาลูกกลอนละลายโลหิตนั้น มีศิลาวิญญาณอยู่แต่ไม่อาจจะซื้อได้ และเมื่อมีโอกาสที่จะซื้อแล้วก็อย่าได้พลาดไป
ศิลาวิญญาณเพิ่มมากทีเดียวถึงสองร้อยก้อน ก็ทำให้ผู้คนมากมายลังเลในทันที คนที่ลังเลว่าจะเพิ่มราคาดีหรือไม่เลือกที่จะถอดใจไป
“หนึ่งครั้ง สองครั้ง... หนึ่งพันสองร้อยก้อนครั้งที่สาม ขาย!”
ชิวหลานมองไปยังห้องที่หลินอวิ๋นอยู่ คิ้วงามราวดอกไม้ เอ่ยพร้อมรอยยิ้มออกมา “ยินดีกับสหายในห้องส่วนตัวชั้นสองท่านนี้ด้วย ประมูลได้ยาลูกกลอนละลายโลหิต อีกครู่เดียวจะมีคนนำไปส่งให้ท่านที่ห้องส่วนตัว”
“เฮ้ เดาได้อยู่แล้วว่ายาลูกกลอนละลายโลหิตนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะซื้อได้”
“กี่ครั้งก็ล้วนเป็นเช่นนี้ ราคาของยาลูกกลอนละลายโลหิตจะต้องเพิ่มสูงขึ้นไปถึงเท่าตัว”
“น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าหากว่าข้ามียาลูกกลอนละลายโลหิตสักเม็ดหนึ่ง ก็คงจะทะลุพลังยุทธ์ขั้นห้าได้ในทันที”
“รอก่อนเถอะ รออีกครู่จะต้องมียาลูกกลอนหลอมกายออกมาประมูล ก็เพียงพอให้ใช้เช่นกัน”
ห้องโถงด้านล่าง เกิดเสียงถอนหายใจดังออกมามากมาย แต่ว่าเมื่อมองดูสีหน้าของพวกเขาแล้วก็ไม่ได้ดูประหลาดใจแต่อย่างใด
ต่างก็รู้กันว่ายาลูกกลอนละลายโลหิตนี้ ไม่ใช่ว่าจะใช้ศิลาวิญญาณกี่ร้อยก้อนแล้วจะถูกพวกเขาประมูลได้
ชิวหลานบนแท่นประมูลแอบลอบส่งเสียงในใจว่าเริ่มต้นได้ไม่เลวนัก
อารมณ์ของเหล่าจอมยุทธ์ในลานประมูล ได้ถูกยาลูกกลอนละลายโลหิตทำให้ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
ตามมาด้วย การประมูลมากกว่าสิบก็ล้วนแต่สำเร็จได้ราคาที่ไม่เลวนัก
มีอาวุธ มียาลูกกลอน มีเคล็ดวิชาลับ กระทั่งถึงการประมูลสัตว์อสูร และเหมือนว่าจะมีเกือบทุกอย่างที่เหล่าจอมยุทธ์สนใจอยู่ หรือว่าเป็นเพราะมองสูงจนเกินไป ในมุมมองของหลินอวิ๋นแล้วไม่มีอะไรที่จะเอ่ยออกมา จึงไม่ได้สนใจแม้แต่เพียงชิ้นเดียว
“ชิ้นถัดไปที่จะทำการประมูลกัน เป็นชิ้นที่เพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหัน เขาของผู้นำกระทิงทอง”
ว้าว
ผู้ดำเนินการประมูลชิวหลานเปิดม่านสีแดงออกมา ภายใต้การส่องแสงของโคมไฟล้ำค่าบนเพดานแล้ว เขาของผู้นำกระทิงทองส่องประกายแพรวพราวออกมา
ทันใดนั้น แสงสีทองของกระทิงทองก็ส่องแสงแวววาวออกมา แล้วก็ดึงดูดสายตาของเหล่าจอมยุทธ์ในลานประมูล
“ช่างเป็นเขากระทิงที่แหลมคมนัก!”
“ได้ยินมาว่าเขาของกระทิงทอง สามารตัดทำลายปราการป้องกันของสัตว์อสูรในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย แทบที่จะไม่มีผู้ใดกล้าจะปะทะกับมัน”
“พวกกระทิงทองเหล่านี้ลงมือกันเป็นกลุ่ม น้อยสุดก็ร้อยกว่าไปจนถึงนับพันตัว แล้วเขาของผู้นำมันเอามาได้อย่างไรกัน?”
ผู้คนด้านล่างนั้นต่างก็พากันพูดคุยกันขึ้นมา แต่ว่าภายในห้องส่วนตัวชั้นสองนั้น คนผู้หนึ่งมองเมื่อเห็นเขาของกระทิงทองนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป
คนผู้นี้ก็คือนายน้อยตระกูลอวิ๋นที่หลบหนีออกมาจากความตายในส่วนลึกของเขาเหิงอวิ๋น
“สมควรตาย ของชิ้นนี้เป็นใครที่ส่งเข้ามา!”
สีหน้าของนายน้อยตระกูลอวิ๋นดูมืดมนจนน่าหวาดกลัว ไอสังหารแผ่ออกไปทั่วทุกทิศ เอ่ยเสียงเคร่งขรึมออกมา “พวกเจ้าสองคน ไปตรวจสอบมาข้าเดี๋ยวนี้ ตกลงแล้วเป็นผู้ใดที่เพิ่มเข้ามาอย่างกะทันกัน คนผู้นั้นตอนนี้อยู่ที่ใด ไปตรวจสอบมาให้ข้าอย่างชัดเจน!”
ทหารอารักขาที่อยู่ด้านข้าง ล้วนแต่ประหลาดใจ เหตุใดนายน้อยของตนถึงได้เปลี่ยนไปจนน่าสะพรึงกลัวในทันที
“ยังจะชักช้ากันอยู่ทำไม รีบไปเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ ขอรับ ขอรับ!”
ชิวหลานที่อยู่บนแท่นประมูลมองลงมายังใบหน้าสนอกสนใจของเหล่าจอมยุทธ์ด้านล่างอย่างค่อนข้างพอใจ ยิ้มแล้วเอ่ยออกมา “ทุกท่านล้วนรู้ว่าอาวุธลึกลับนั้นยากที่จะหาพบ แต่ว่าเขากระทิงทองที่นำมาขัดจนกลายเป็นดาบโบราณ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุธลึกลับสักเท่าไหร่ ราคาเริ่มต้นประมูลของเขากระทิงทองอยู่ที่ศิลาวิญญาณระดับล่างสองพันก้อน!”
เมื่อราคาถูกเผยออกมา ก็ทำให้หลายคนล่าถอยออกไป
เห็นได้ชัดว่าเขาของกระทิงทองตัวนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อขายคนธรรมดาทั่วไป มีเพียงแค่ศิษย์ฝ่ายในของสี่สำนักใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถซื้อได้
และตามที่คาดการณ์เอาไว้ ผู้ที่เสนอราคาล้วนแต่เป็นแขกผู้มีเกียรติที่อยู่ในห้องส่วนตัวทั้งนั้น แย่งชิงหมุนวนกันอยู่ภายในจำนวนนับสิบคนเท่านั้น
สุดท้ายแล้ว เขากระทิงทองนี้ถูกประมูลไปในราคาศิลาวิญญาณระดับล่างสามพันห้าร้อยก้อนถ้วน
“โชคดีไม่น้อยเลย”
หลินอวิ๋นยิ้มออกมาเล็กน้อย ศิลาวิญญาณระดับล่างสามพันห้าร้อยก้อน ก็สมกับที่วันนั้นเขาเสี่ยงอันตรายจนเกือบจะถึงตายแล้ว
ชิ้นถัดไปที่จะประมูลก็ค่อนข้างที่จะน่าสนใจแล้ว เป็นชายฉกรรจ์สองคนรวมแรงเพื่อยกมันขึ้นมา
สีหน้าของชายฉกรรจ์เผยให้เห็นว่าใช้แรงไปเยอะ เมื่อวางลงบนแท่นประมูลแล้วก็ผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“ของอะไรกัน? ถึงได้หนักเพียงนี้!”
“แร่หินเหล็กจากฟ้า?”
“อาวุธทหาร?”
“เกราะสงคราม?”
สุดท้ายแล้วล้วนแต่ไม่ใช่ ตรงข้ามกับที่ทุกคนคิดเอาไว้ สินค้าที่นำขึ้นมาประมูลในครั้งนี้กลับเป็นกล่องดาบ อีกทั้งยังดูเก่า ผิวภายนอกยังมีสนิมเกาะอยู่ไม่น้อย พูดให้น่าฟังหน่อยคือเก่าโบราณ ไม่น่าฟังก็คือทั้งแตกทั้งเน่า
เมื่อเห็นเข้า ฝูงชนด้านล่างเห็นได้ชัดว่ามีไม่น้อยที่จะเผยความผิดหวังออกมา
ชิวหลานยิ้มออกมาจาง ๆ แล้วเอ่ยออกมา “ถึงแม้ว่าทุกท่านจะทายผิดไป แต่ว่ากล่องดาบนี้เป็นของดีอย่างแน่นอน เป็นของที่นักผจญภัยท่านหนึ่ง ได้มาจากสนามรบโบราณนอกแคว้นเทียนสุ่ย หลบหนีออกมาจากอันตรายเสี่ยงชีวิตถึงได้พบเข้า อย่างน้อยก็มีประวัติมายาวนานถึงกว่าสามร้อยปี ภายในกล่องดาบยังคงเย็นเยือกจับขั้วกระดูก... ”
เมื่อพูดถึงเรื่องกล่องดาบขึ้นมา แม้แต่ผู้ดำเนินการประมูลที่มีวาทศิลป์อย่างชิวหลานเอง ก็ไม่รู้จะเอ่ยออกมาเช่นไร
หลังจากที่เอ่ยแนะนำแล้ว ก็ประกาศราคาออกมา เป็นศิลาวิญญาณระดับล่างแปดร้อยก้อน!
“ขยะอะไรกัน ไม่สมควรที่จะมีราคามากถึงศิลาวิญญาณระดับล่างแปดร้อยก้อน”
“ผู้ใดจะมาซื้อของเล่นผุพังนี้กัน?”
“กล่องดาบนอกจากว่าเอาไว้ตกแต่งแล้วยังจะมีประโยชน์อะไรอีกกัน?”
“รีบเปลี่ยนซะ รีบเปลี่ยนมันซะ!”
ฝูงชนด้านล่างส่งเสียงโห่ร้องออกมา ชิวหลานจู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอันขึ้นมา ราคาของกล่องดาบนี้เป็นผู้ประเมินราคาของลานประมูลที่เป็นผู้กำหนดขึ้นมา
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียด แต่ว่าจากอายุของกล่องดาบและที่มาแล้ว ก็เชื่อว่าอย่างน้อยควรจะเป็นราคาที่ศิลาวิญญาณระดับล่างแปดร้อยก้อน
แต่ว่าในตอนนี้ เหล่าจอมยุทธ์ด้านล่าง เห็นได้ชัดว่าล้วนแต่ไม่ยอมซื้อ
หรือว่าจะประมูลไม่สำเร็จซะแล้ว?
ผู้ดำเนินการประมูลอย่างชิวหลาน ในใจดูมืดมนลง หากว่าประมูลไม่สำเร็จ ก็จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียของผู้ดำเนินการประมูลอย่างมาก
ดังนั้น รีบเอ่ยแนะนำออกมาอย่างรวดเร็ว
“ของที่ออกมาจากสนามรบในสมัยโบราณ ที่ผ่านมาล้วนแต่ไม่เลวนัก หากว่าโชคดีแล้ว ก็อาจจะพบเข้ากับสมบัติล้ำค่าที่มีอายุมากกว่าพันปี และก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นอาวุธลึกลับก็เป็นได้? หากว่าสามารถซ่อมมันได้แล้วก็เป็นกำไรมหาศาลทีเดียว ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว... ”
ใบหน้าของชิวหลานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เอ่ยแนะนำออกมาอย่างกะตือรือร้น ทว่าผู้ชมด้านล่างนั้นมีน้อยนัก ผลลัพธ์จึงไม่ได้ดีมาก
หลินอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ เมื่อคิดว่ากระบี่บุปผามรณะจะต้องใช้ดอกไม้คอยบำรุงรักษาดาบ ดูเหมือนจะจะต้องการกล่องดาบสักกล่องจริง ๆ
เพียงแต่ว่ากล่องดาบนี้ ดูเหมือนว่าจะเก่าผุพังจนเกินไปแล้ว
-โปรดติดตามตอนต่อไป-