ตอนที่ 1 เกิดใหม่ แรกพบ
คำเตือน : มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย
“แกร๊ก” ประตูห้องที่ปิดสนิทถูกเปิดออกจากด้านนอกแสงไฟสลัวส่องไล่ความมืดมิดออกไป ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเกลี้ยงเกลาน่ามองทว่าผิวพรรณกลับซีดเซียวเหมือนคนป่วยเดินเข้ามาดวงตาหม่นหมองแฝงไว้ด้วยความเงียบงัน
เจียงฉือช้อนตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองห้องโล่งกว้างของตัวเอง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในครัวจัดวางอาหารที่ตระเตรียมเรียบร้อยเอาไว้บนโต๊ะ ทว่าแทนที่จะกินมันเข้าไป เขากลับเดินเข้าไปในห้องน้ำแทน
เขาทำสิ่งเหล่านี้ทุกวันราวกับเป็เครื่องจักร ทำทุกอย่างซ้ำซากจำเจโดยไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จสิ้น เจียงฉือก็เดินเท้าเปลือยเปล่าตรงไปนั่งลงตรงมุมห้องั์ตาไร้อารมณ์จับจ้องห้องพักอันเย็นเยียบ ใบหน้าซีดเซียวลงเรื่อยๆ ภายในห้องได้ยินเพียงเสียงติ๋งๆของน้ำที่หยดเป็จังหวะ เขาฝังใบหน้าลงกับหน้าขา ก่อนจะค่อยๆ หลับไป
ต่อมาก็มีข่าวเช้ารายงานว่า “เช้าวันนี้ทางตำรวจพบร่างของชายวัยยี่สิบเจ็ดปีรายหนึ่งที่ห้อง420 อพาร์ตเมนต์ B ตึกหฺวาซย่า คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะกรีดข้อมือเพื่อปลิดชีพตัวเองมาได้สามวันแล้วจากข้าวของที่ผู้เสียชีวิตทิ้งไว้ ทางตำรวจพบบัตรเอทีเอ็มใบหนึ่ง และเอกสารฉบับหนึ่งที่ทำให้ระบุได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็โรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง…”
ในรายงานปรากฏภาพชายคนหนึ่งที่ถูกห้อมล้อมด้วยเ้าหน้าที่ตำรวจ และบริเวณโดยรอบมีการขึงเทปปิดล้อมที่เกิดเหตุเอาไว้ชายผู้นั้นนอนราบอยู่บนพื้นอย่างสงบ ราวกับว่าความตายไม่ใช่เื่น่าหวาดกลัวอะไรเลยมุมปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มนุ่มนวล ดูสงบนิ่งเป็อย่างมาก ชุดนอนสีขาวถูกเืย้อมจนแดงฉาน
ด้านนอกมีคนกลุ่มหนึ่งทอดถอนใจกับการเสียชีวิตของเขา ในน้ำเสียงแสดงถึงความเสียใจ…
“เสี่ยวฉือ เสี่ยวฉือ…” เจียงฉือถูกเสียงเอะอะโวยวายน่าหนวกหูทำให้ตื่นเขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แล้วก็พบกับสภาพแวดล้อมที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา เขาจึงงุนงงเป็อย่างมากไม่ใช่ว่าเขาตายไปแล้วหรอกเหรอ พอเหลือบตาขึ้นก็พบว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ข้างๆ ทำเอาตกตะลึงไปพักหนึ่งนี่เพื่อนสมัยเด็กที่สนิทกับเขาที่สุดไม่ใช่เหรอ เจียงฉือมองไปที่เธอ ทันใดนั้นความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามาหากไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอ เด็กสาวตรงหน้าก็คงไม่…
“เจียงฉือ” เด็กสาวส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
“อื้อ” เจียงฉือได้สติกลับมาจากห้วงความทรงจำ เขาเปิดปากส่งเสียงเรียกชื่อที่ไม่ได้เอ่ยมานานออกไปอย่างยากลำบาก“หวัง…ฉิง”
“อะไรของนาย จำเพื่อนร่วมโต๊ะที่ทั้งสวย จิตใจดีแล้วก็น่ารักของนายไม่ได้แล้วหรือไง” หวังฉิงพูดหยอกล้อ“อีกเดี๋ยวก็เข้าคาบเรียนแล้ว ห้ามหลับเชียวนะ ครูประจำชั้นใกล้จะเข้ามาแล้ว”พูดจบหวังฉิงก็หันหน้าออกไป
เจียงฉือยืดตัวขึ้น “ซี้ด” เนื่องจากขยับตัวกะทันหัน จึงรู้สึกถึงความเ็ปที่แพร่กระจายอยู่บนร่างกายเจียงฉือถกแขนเสื้อขึ้น ทันใดนั้นรอยแดงช้ำแต่ละรอยก็สะท้อนเข้ามาในม่านตา บ้างก็เป็สีแดงบ้างก็เป็สีม่วง ทั้งยังมีจุดที่เกือบจะหายดีแล้วอีกจำนวนหนึ่ง เพียงแค่รอยจางๆ ที่เหลืออยู่พวกนั้นก็พอจะทำให้ผู้พบเห็นรู้ได้ในปราดเดียวว่าาแเ่าั้ผ่านการสะสมมาเป็เวลานานหลายปี
ทว่าเจียงฉือไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ารู้สึกเคยชินแล้ว เขาพลิกเปิดหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างลังเลใจแทน“ม.ต้นปี 3!” เจียงฉือรู้สึกตระหนกในใจไม่คิดเลยว่าเขาจะได้ย้อนกลับมาเมื่อสิบสองปีก่อน มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขมขื่นขึ้นมา
เขายืดตัวตรงและมองไปโดยรอบ ก่อนสายตาจะประสานเข้ากับเด็กหนุ่มที่อยู่มุมห้องโดยไม่ได้ตั้งใจคนคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ ผิวหน้าขาวดูสะอาดหมดจด โครงหน้าชัดเจนดูเคร่งขรึม ดวงตาดำขลับคู่นั้นพร่าเลือนท่าทางหงุดหงิด เหมือนกับเพิ่งตื่นอย่างไรอย่างนั้น เจียงฉือจ้องเขาอย่างใจลอย ทว่าจากนั้นไม่นานเด็กหนุ่มก็ก้มหน้าฟุบลงกับโต๊ะต่อ ทั่วทั้งร่างั้แ่หัวจรดเท้าแผ่กลิ่นอายความอ้างว้างและเ็า
เจียงฉือรำลึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนี้ในสมอง
“กู้ชวน”
เขาครุ่นคิดอยู่นาน และสุดท้ายก็นึกออก
ชาติก่อนพ่อแม่ของกู้ชวนหย่ากัน ครอบครัวของภรรยาคนใหม่ที่พ่อเขาแต่งงานด้วยนั้นค่อนข้างใหญ่โตคุณแม่กู้เองก็ทุกข์ใจจนมีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรง ต่อมานิสัยของกู้ชวนก็เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็คนที่ทั้งดื้อรั้นและฉุนเฉียวง่าย หลังจากที่แม่เขาเสียชีวิต เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ไหน แน่นอนว่าไม่มีใครเคยใส่ใจด้วย
เื่เหล่านี้เป็สิ่งที่เจียงฉือฟังคนอื่นพูดมา ตอนนั้นเขาเองรู้สึกเห็นใจเด็กหนุ่มคนนี้เป็อย่างยิ่งทว่าก็ได้แต่เฝ้ามองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ ไม่กล้าเข้าไปหา เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมองเขาด้วยสายตาแปลกๆกู้ชวนนั้นมักไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่แล้ว และแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเห็นเขายิ้มเลย ราวกับว่าชีวิตนี้ไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย
หากแต่สุดท้ายตนเองก็หนีไม่พ้นชะตากรรมนี้ เขาเติบโตมาภายใต้การทุบตีด่าทอของพ่อแม่ภายหลังจึงมีนิสัยขาดความมั่นใจและขี้ขลาดอ่อนแอ สุดท้ายก็ต้องหยุดเรียนกลางคันเพราะถูกแม่เลี้ยงบีบบังคับและเลือกทำงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบแทน หลังจากเข้าทำงานแล้ว ก็ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้จึงกลายเป็คนโดดเดี่ยว และถูกตีตนออกหาก
หลังจากนั้นพออายุยี่สิบสี่ปีก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็โรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงพออายุยี่สิบเจ็ดปี อารมณ์และจิตใจก็พังทลายลง สุดท้ายจึงตัดสินใจกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย...
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8