ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก (Midnight High-School)

    ตอนที่ 65 : ชัยชนะที่โอ้อวดไม่ได้ ไม่เรียกว่าชัยชนะ

     

    ตอนที่ 65 : ชัยชนะที่โอ้อวดไม่ได้ ไม่เรียกว่าชัยชนะ

     

              หลังจากที่เคนเนธเสนอวิธีตัดสินคนที่จะมาคู่กับชินในงานเต้นรำ ทุกคนก็สงสัยกันว่าจะใช้วิธีไหน

              แต่แทนที่จะบอกทันที เจ้าตัวกลับอุบไว้ก่อนแล้วชวนไปร้านเช่าชุดเดรสเสียอย่างนั้น

              แม้ไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดอะไรอยู่ แต่ว่าไปแล้วมันก็สมเหตุสมผล เพราะคงไม่มีใครเตรียมชุดเดรสสำหรับเต้นรำมาจากบ้านอยู่แล้ว ทางเลือกเดียวจึงมีแต่การเช่าชุด

              และด้วยเหตุนั้น... กลุ่มของชินจึงกำลังอยู่ในร้านสำหรับชุดเดรสโดยเฉพาะ

     

              อาคารภายนอกเป็นสไตล์โมเดิร์นสีขาว แต่การตกแต่งภายในนั้นเป็นแบบย้อนยุค บรรยากาศอย่างกับถอดแบบมาจากในภาพยนตร์ ถึงแบบนั้นชุดเดรสก็มีแทบจะทุกแบบทุกสไตล์ให้เลือกสรร ทั้งหมดเรียงรายตามผนังและกลางร้าน ดูละลานตาไปหมด

              ตัวต้นคิดอย่างเคนเนธเดินนำเข้ามาในร้าน ลูบคางนึกสนุกอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว จนชินชักจะกังวลว่าหมอนี่มีแผนแบบไหนอยู่ในหัว

     

              แต่หญิงสาวในห้วงแห่งรักหาได้สนใจเรื่องนั้นไม่

              โอลิเวีย เกวนและซูซานจ้ำอ้าวเข้ามาในร้านก่อนชิน ยืนประจันหลังเคนเนธด้วยออร่าร้อนระอุจนเขารู้สึกได้ เคนเนธเลยต้องรีบหันกลับมามอง

     

    “มาถึงร้านแล้วนะคะ เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ” ซูซานกอดอกเร่งเร้าไม่รอช้า เป็นไปในทางเดียวกับโอลิเวียและเกวนที่หรี่ตามองเคนเนธเสียคมกริบยังกับจะไปทำสงคราม

              ชินกับจินที่มาทีหลังเลยจำต้องเป็นคนดู

              ส่วนทูตผู้สร้างสันติภาพอย่างเคนเนธนั้นกลับยิ้มร่าไม่ทุกข์ร้อน เขากระแอมเพื่อให้มั่นใจว่าเสียงใสก่อนจะตอบ

     

    “อะแฮ่ม! เมื่อกี้ฉันพูดถึงความเข้ากันกับชินใช่ป่ะ? แล้วถ้าพูดถึงงานเต้นรำมันก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างความสามารถในการเต้น หรือมารยาท แต่คนหัวทึบอย่างฉันตัดสินของที่เป็นนามธรรมแบบนั้นไม่ได้หรอก!”

    “ก็แล้วมันอะไรเล่า! รีบพูดมาสิ!” เกวนชูไม้ชูมือชักจะรอไม่ไหว

              ในตอนนั้นเคนเนธก็ผายมือทั้งสองข้างออกไปทางชุดเดรสในร้าน

     

    “รสนิยมเรื่องการแต่งตัวไงล่ะ! ถ้าทั้งสองคนเลือกชุดได้เข้ากัน มันก็แสดงว่าเทสพอ ๆ กันไง! เข้าใจง่ายดีใช่ไหมล่ะ!!!”

              เคนเนธพูดจบก็ชูนิ้วโป้งให้ทุกคน ภูมิใจมากกับแผนสุดบรรเจิดของตัวเอง ...ถ้าไม่ติดว่าเขาทำจมูกฟึดฟัดเหมือนตื่นเต้นอะไรบางอย่างอยู่

              ถึงอาการนั่นจะทำชินสงสัย แต่เรื่องการตัดสินด้วยการเลือกชุดมันก็แอบเข้าท่าอยู่

              ซูซานที่จับคางครุ่นคิดมาตลอดยังพยักหน้ารับเห็นด้วยเลย

     

    “ว่าไปแล้วก็จริงค่ะ... เรื่องความเข้ากันของชุดมันเปรียบเทียบง่าย ต่อให้เป็นคนทั่วไปก็ตัดสินได้”     

    “ถ้าเป็นเรื่องที่เห็นชัดเจนแบบนี้ก็ตัดสินแบบอคติไม่ได้ ถือว่ายุติธรรมดีค่ะ” โอลิเวียเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

    “งั้นถ้าทุกคนโอเคฉันก็เอาด้วย ...ไม่ยักรู้ว่านายจะฉลาดขนาดนี้นะเนี่ยเคนเนธ”

    “ใช่ไหมล่า!”

              เคนเนธยิ้มภูมิใจอีกรอบแม้จะโดนเกวนยิ้มแซว ส่วนสามสาวก็ตกลงกันได้ ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าที่ชินคาดจนเขายังอึ้ง ทำเอารู้สึกผิดเลยที่คิดว่าเคนเนธจะทำอะไรแผลง ๆ

     

              พอดีกับที่พนักงานร้านสาวเดินเข้ามาหา แววตาของสามสาวจึงคมกริบขึ้นอีกครั้ง

              เพราะมันหมายความว่าการแข่งได้เริ่มขึ้นแล้ว

     

    “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่ากำลังตามหาชุดแบบไหนเหรอคะ?”

    “พวกเราอยากมาดูชุดสำหรับงานเต้นรำน่ะค่ะ” เกวนพูดเปิดก่อนเพราะอยู่ใกล้พนักงานที่สุด พนักงานสาวก็ผายมือเข้าไปในร้านและเดินนำพวกเธอทันที

    “งานเต้นรำสินะคะ! แล้วเป็นงานสไตล์ไหนเหรอคะ?”

    “คือว่าเรื่องนั้น———”

              สามสาวตามพนักงานที่เดินนำไปก่อน ทิ้งให้สามหนุ่มอยู่แถวหน้าร้าน

              แล้วพอสบโอกาสเพราะเห็นว่าพวกเธอไม่อยู่ เคนเนธก็เข้ามากอดคอชินจนเขาตกใจ ส่วนเจ้าตัวดันกลับมาแสยะยิ้มเหมือนมีแผนการร้ายอีกครั้ง

     

    “เป็นไง? แผนฉันเจ๋งป่ะล่ะ?”

    “หา? พูดเรื่องอะไรเนี่ย” ชินขมวดคิ้วสับสน แต่เคนเนธดันขมวดคิ้วยังกับว่าชินแกล้งโง่

    “อย่ามาทำเป็นไม่เข้าใจสิเพื่อน! นี่เราจะได้เห็นสาวงามระดับ S ของโรงเรียนถึงสามคน ในชุดเดรสเซ็กซี่ก่อนเพื่อนร่วมชั้นเลยนะเฮ้ย! ไม่ตื่นเต้นเลยเรอะ!”

    “...เห้อ นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก”

              เห็นเคนเนธแสดงความต้องการซื่อตรงขนาดนั้น ชินก็ถึงกับกุมขมับ เขาบ้าอย่างไรก็บ้าอย่างนั้นอยู่วันยันค่ำ

     

              ...ช่างตรงข้ามกับจินผู้เงียบสงบ

              แต่กลับจับตามองชินอยู่ตลอด ราวกับมีจุดประสงค์บางอย่าง

     

    ❖❖❖❖❖

     

    “เชิญเลยค่ะคุณลูกค้า! ส่วนนี้เป็นเดรสของสุภาพสตรีทั้งหมด ส่วนห้องลองเสื้ออยู่ทางด้านในสุด เชิญเลือกได้ตามสบายเลยนะคะ!”

    “ขอบคุณมากเลยค่ะ!”

              เกวนโค้งตัวให้พนักงานสาวที่ผละตัวออกไปดูลูกค้าคนอื่น โอลิเวียกับซูซานเองก็ก้มหน้าตาม

              แล้วสัญญาณการแข่งก็เริ่มขึ้นทันที... ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยิ้มยกของซูซาน และแววตาอันคมกริบขึ้นของเธอ มองไปยังโอลิเวียและเกวนราวกับท้าทาย

     

    “สงสัยจังเลยค่ะว่าทั้งสองคนจะเลือกชุดแบบไหน” ซูซานส่งแววตาท้าทายไปที่โอลิเวียเป็นพิเศษ

              และโอลิเวียก็รับรู้ได้ จึงพยายามปรับอารมณ์ตัวเองให้เย็นก่อนตอบ

     

    “...จะลอกกันเหรอคะ? แบบนั้นก็ตัดสินไม่ได้พอดีสิคะ”

    “เอ๋!? ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไมล่ะคะ ในเมื่อคนที่รู้ดีที่สุดว่าชินชอบแบบไหนก็คือฉันอยู่แล้ว”

              ซูซานแฝงใบมีดโกนไปกับคำพูดอย่างจงใจ

              ...เลยโดนสวนกลับมาด้วยแววตาหรี่ลงครึ่งของโอลิเวียจนได้

     

    ครืน...

              บรรยากาศรอบตัวเธอเย็นลงยังกับมีทุ่งน้ำแข็งปกคลุม โอลิเวียถึงกับต้องรีบตั้งสติก่อนทั้งร้านจะกลายเป็นช่องฟรีส

              อุณหภูมิกลับมาปกติจนเกวนโล่งอก แต่เห็นซูซานเข้าปะทะนอกประเด็นแล้วก็แอบหงุดหงิด ขัดกับความยุติธรรมในใจเธออยู่เหมือนกัน

     

    “อย่าเล่นนอกเกมสิซูซาน แบบนั้นมันไม่ดีเลยนะ”

    “...แต่คนที่พูดแบบนั้น ร้อยทั้งร้อยอกหักหมดเลยนะคะ”

    “!?”

              โดนซูซานสวนกลับมา มือเกวนที่จับเนื้อผ้าอยู่ก็ถึงกับแข็งกึก เหมือนจะไปจี้ใจดำเข้าเต็ม ๆ

     

    “ละ แล้วไงล่ะ!” แต่เกวนก็ยังใจแข็ง สั่นคลอนความสูงส่งในใจเธอไม่ได้ เกวนเลยพยายามไม่เก็บมาคิดแล้วเลือกเสื้อตัวต่อไป

              ทางโอลิเวียเองก็ตั้งสติเพื่อเมินคำจิกกัดของซูซาน มันชัดเจนอยู่แล้วว่าซูซาน... ชงหยวนต้องการสั่นคลอนอารมณ์ให้พวกเธอตัดสินใจได้แย่ลง

              ...แม้ว่าสิ่งที่พูด มันจะแอบสะท้อนสิ่งที่เธอจะทำก็ตาม

     

    เกวน... ทั้งความรักและสงครามน่ะ

    ถ้ามัวแต่เลือกวิธีการมันจะแพ้เอานะ

              ซูซานคิดราวกับตัวเองอยู่ในจุดที่เหนือกว่า แม้ในระนาบจะเดินเข้าไปขั้นกลางระหว่างเกวนกับโอลิเวียอย่างเท่าเทียม

              มองเทียบกัน ใครก็รู้ว่าทั้งสามคนงดงาม เก่งกาจและฉลาดล้ำไม่หนีกันมาก

              และสิ่งเดียวที่จะสร้างความเหนือกว่าได้ในสถานการณ์อันทัดเทียม... ก็มีแต่เล่ห์กล

     

    “ ‘หยุดซะ’ ”

              ชงหยวนเปิดปากพร้อมประกาศิต ใช้พลังไนท์ของเธอเข้าควบคุมเกวนและโอลิเวียผ่านโสตประสาทแบบไม่ให้พวกเธอตั้งตัว

              พริบตานั้นรอยยิ้มแห่งชัยชนะของชงหยวนก็ผุดขึ้น ตามแววตาของโอลิเวียที่เริ่มเทาลงเหมือนต้องมนตร์สะกด

              เพียงเท่านี้ชงหยวนก็สามารถสั่งให้พวกเธอเลือกชุดที่ไม่มีทางเข้ากับชินได้ ชัยชนะก็จะกลายเป็นของชงหยวนอย่างแน่นอน

     

    ชีวิตมันก็แบบนี้แหละนะทั้งสองคน ฉันไม่ยอมยกที่ข้างชินให้หรอก

    ขอรับชัยชนะไปล่ะ———

              ...แต่รอยยิ้มแห่งชัยชนะ กลับไม่ได้อยู่กับเธอนานเท่าที่หวัง

     

    “อึก... เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?”

    “!!!?”

              เกวนบ่นโอดโอยอยู่ทางฝั่งขวาชงหยวน ทำเอาแผ่นหลังเธอสะดุ้ง ขนลุกไปจนถึงหัว

              พอหันไปมองก็พบว่าเกวนกำลังกุมศีรษะ สภาพเธอคล้ายกับกำลังเมาเครื่องบินคล้ายกับตอนที่ชินโดน สะท้อนความจริงอันน่าขนลุก

              นั่นคือเกวนไม่ตกอยู่ภายใต้ไนท์ของชงหยวน

     

    หา!? ได้ไง!?

    ทำไมเกวนถึงทนพลังของฉันได้ล่ะ!?

              ชงหยวนถึงกับหน้าถอดสี คนที่ทนพลังประกาศิตของเธอได้ควรจะมีแต่แวมไพร์สายเลือดแท้ระดับสูงเท่านั้นแท้ ๆ กระทั่งคนที่นึกออกก็มีแต่ชินคนเดียวด้วยซ้ำ

              แต่สาเหตุจะเป็นอย่างไรคงต้องเอาไว้ก่อน

     

    ชิ! ช่วยไม่ได้!

              ชงหยวนกัดฟันจำต้องเปลี่ยนแผน เธอรีบคลายมนตร์ให้โอลิเวียเพื่อไม่ให้น่าสงสัย ก่อนจะเข้าไปประคองเกวน

     

    “เป็นอะไรรึเปล่าคะเกวน?” ซูซานเข้าไปจับมือเกวนให้ยืนขึ้นตรง แต่เจ้าตัวก็ยังกุมขมับจากอาการมึนอยู่

    “ไม่เป็นไรจ่ะ... อยู่ ๆ ก็หน้ามืดเฉยเลยน่ะ”

    “...ระวังหน่อยก็ดีนะคะ”

              ซูซานยิ้มอ่อนตอบ แอบรู้สึกกระอักกระอ่วนมากกว่ารู้สึกผิด เพราะยังไงเธอก็เป็นคนทำเกวนเอง

              และเพราะกังวลกับผลที่ตามมา สัญชาตญาณเลยสัมผัสได้ถึงสายตาทิ่มแทง ...มาจากโอลิเวียที่อยู่ด้านข้างกำลังจ้องหลังเธออยู่

              ดูจากดวงตาที่หรี่มองลงมา โอลิเวียคงพอเดาได้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในคนที่รู้จักพลังของชงหยวน

     

    น่าขายหน้าซะจริง

              ไฟในอกชงหยวนสุมแทบจะปะทุ กับคนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างเธอมันทนไม่ได้ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นไม้เบื่อไม้เมาด้วยยิ่งรู้สึกพ่ายแพ้เป็นสองสามเท่า

              แต่ชงหยวนก็ได้แต่กัดฟันทนไว้ ในเมื่อแผนนึงล้มเหลว จะเคลื่อนไหวอะไรต่อก็ยิ่งต้องระวัง

              ครั้นจะอยู่ตรงนี้ต่อ บรรยากาศก็คงไม่ดีเท่าไหร่อีก

     

    “งั้นฉันขอไปเลือกชุดทางนั้นก่อนนะคะ”

    “เอ่อ... อื้ม”

              เกวนพยักหน้าแบบสงสัยไม่หาย ได้แต่มองปริบ ๆ ตามหลังซูซานที่เดินออกไป

              พอผละจากสายตาทิ่มแทงของโอลิเวียมาได้ ความสงบก็เริ่มกลับมาบ้าง 

     

              ...กระนั้นความรู้สึกขมุกขมัวในอกกลับยังตกค้าง มันไม่ใช่แค่ความหงุดหงิดจากความพ่ายแพ้อย่างเดียว

     

    นี่เราทำบ้าอะไรอยู่กันนะ

              ชงหยวนชักสับสนในตัวเอง สิ่งที่ทำลงไปมันช่างขัดกับหลักการที่เธอยึดถือมาทั้งชีวิตเหลือเกิน

              เธอควรจะชนะอย่างองอาจและยุติธรรม สามารถยิ้มและยืดอกกับผลลัพธ์ได้ไม่ใช่เหรอ? คิดแบบนั้นรอยยิ้มของคู่แข่งตัวฉกาจอย่างโอลิเวียยิ่งทิ่มแทง

              เพราะมันไม่ใช่สายตาดูถูก ...แต่เป็นความผิดหวัง

     

              เป็นความจริงที่เธอจำเป็นต้องคู่กับชินให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่มีโอกาสได้ยืนยันตัวตนของเขา

              แต่เพื่อการนั้น... มันถึงกับต้องแลกความภาคภูมิที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเลยงั้นเหรอ?

     

    ตัวเรากลายเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าชินยังไม่ตาย?

    ตั้งแต่ที่คิดว่าไม่อยากเสียเขาไปอีกแล้ว? หรือตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอีก?

              ชงหยวนได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าตัวเธอเป็นคนยังไงกันแน่

              มือที่จับเนื้อผ้าตามราวแขวน ลูบผ่านไปเรื่อยอย่างเลื่อนลอยดังความรู้สึกอันไม่ชัดเจน

     

              และคงเพราะกำลังโหยหาตัวตนเมื่อก่อน... สิ่งที่เกี่ยวข้องกับอดีตจึงกระตุ้นความทรงจำเธอ

     

    “!!?”

              ชงหยวนหยุดมือลงเมื่อไปสัมผัสกับเดรสสีแดงเข้า เป็นเดรสกระโปรงยาวลายลูกไม้สำหรับเดินพรมแดง

              นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุ้นตาหรือเคยสวมมาก่อน แต่ความโดดเด่นของเดรสที่อยู่ท่ามกลางสีโทนอ่อนมันทำให้เธอนึกถึงใครบางคน

              ใครคนนั้นยึดมั่นสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่แคร์รอบข้าง ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง แม้จะถูกคนใกล้ชิดผลักไสเธอก็ยังพยายามยืนหยัด

              ใครคนนั้น... คือตัวของเธอเอง

     

              ...ถ้าจำไม่ผิดนั่นคงเป็นงานเต้นรำครั้งแรกหลังจากได้เป็นคู่หมั้นกับชิน

              ความรู้สึกที่ถูกบ้านเกิดใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองยังสดใหม่ ความกลัวต่อบ้านหลังใหม่ก็ยังแจ่มชัดเหมือนแผลเพิ่งโดนกรีด

              แต่เธอไม่อาจยอมให้ตัวเองเชื่อว่านี่เป็นทางเลือกที่ถูกต้องได้ ในงานเต้นรำที่มีธีมสีดำทมิฬยามค่ำคืน ชงหยวนจึงทำอารยะขัดขืนด้วยการสวมชุดเดรสสีแดงเข้าร่วมงาน

              เพิ่งเข้าใจคำว่าแกะดำก็วันนั้น... สายตาทิ่มแทงจำนวนมากถูกส่งมาที่เธอ ทั้งที่เป็นแขกและผู้น้อย แถมยังอาศัยบ้านเข้าอยู่ แต่กลับไม่รักษามารยาทเสียได้

              คำติฉินพวกนั้นมันสมควรแล้ว ชงหยวนรู้ดีแต่ก็ทำได้แค่เจ็บใจ ทนเสียงดูแคลนและยืนกำกระโปรงเสียแทบขาดปานโกรธแค้นโชคชะตา

     

              ทั้งที่เป็นแบบนั้น... ชายคนที่น่าจะหัวเสียที่สุดกลับเดินเข้ามาและยื่นมือเข้าหา

              ชายหนุ่มผู้ที่ควรจะเสียหน้าที่สุดเพราะต้องครองคู่กับหญิงสาวไร้มารยาท เขาคนนั้นกลับยื่นมือเข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

     

    “ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจนะคะ” ชงหยวนกล่าวอย่างสำนึก แม้จะยังกริ้วโกรธกับความอยุติธรรมที่ถาโถม

              แต่ชายหนุ่ม... ชินกลับยังคงยิ้มด้วยรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจ

              เขาไม่สนใจและเริ่มชวนเธอเต้นรำ

              ก็จริงที่เป็นการทำไปตามมารยาทและพิธี แต่ความอ่อนโยนนี้ไม่ใช่ของเทียมแน่ ชงหยวนรู้สึกได้

     

    “ไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ” ชินบอกแบบนั้นขณะเพลงเริ่มบรรเลงและก้าวเท้า

    “มันคงยากสำหรับเธอที่ถูกบังคับให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันว่ามันก็ไม่มีปัญหาหรอก”

    “...แต่คนในงานเขาไม่ชอบกันนี่คะ” ชงหยวนขมวดคิ้วในขณะย่ำเท้าตามจังหวะชิน ความกระอักกระอ่วนทำให้แสดงฝีมือออกมาไม่เท่าที่ซ้อม

              แต่คนที่นำเธอกลับเป็นชินอีกครั้ง ทั้งที่ถูกสายตาจับจ้องเหมือนกันแต่เขากลับไม่หวั่นไหวเลยสักนิด

     

    “คนอื่นจะดูถูกก็เป็นปัญหาของพวกเขานะ” แววตาชินมองตรงเข้ามา ไม่ใช่แค่ดวงตาของเธอแต่เป็นถึงหัวใจ เพราะมันถูกส่งมาด้วยความเข้าใจ

    “ไม่ว่าเราจะเป็นคนแบบไหน ถ้าแตกต่างจากคนอื่นก็จะมีคนไม่ชอบอยู่เสมอนั่นแหละ... แล้วฉันว่าการทำแบบนี้มันกล้าหาญแล้วก็น่าชื่นชมมาก งานใหญ่ขนาดนี้เป็นฉันเองยังไม่กล้าเลย”

              ชินเอ่ยด้วยรอยยิ้มแห้ง ไม่กล้าจินตนาการว่าหากเป็นตัวเองจะกล้าทำไหม

              แต่สำหรับชงหยวน... คำเยินยอนั่นมันแทบจะทำเอาหัวใจเธอละลาย ทั้งที่มันควรจะถูกแช่แข็งเพราะถูกบ้านเกิดทรยศไปแล้วแท้ ๆ

              ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะคำพูดอ่อนโยนของเขา... เป็นเพราะเขาไม่ปฏิเสธสิ่งที่เธอเลือก

     

    “เป็นตัวของตัวเองให้เต็มที่เถอะนะชงหยวน แค่ถูกบังคับมาอยู่ต่างถิ่นมันก็แย่พออยู่แล้ว ...อย่างน้อยตอนที่รับบทคู่หมั้นกัน ถ้ามีสายตาแบบนั้นอีกฉันจะช่วยแบ่งเบาให้เอง”

    “...ค่ะ”

              ถูกโอบอ้อมด้วยรอยยิ้มราวกับดวงอาทิตย์ ใครหนอจะไม่หวั่นไหว

              ทั้งที่เคยบอกว่าจะรับบทพอเป็นพิธี และจะไม่แตะต้องจนกว่าจะได้เป็นอิสระ แต่กลับใช้คำพูดหวานมาสัมผัสละลายหัวใจ แบบนี้ใครเล่าจะทนไหว

     

              แต่... ก็ต้องขอบคุณคำพูดเขา ชงหยวนถึงได้ไม่ทนทุกข์กับบ้านใหม่อีก

              ไม่สิ... เขาทำให้เธอไม่สูญเสียความเป็นตัวเองด้วยซ้ำ

              คนที่ทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเองได้ คนที่สนับสนุนว่าการยืนหยัดเพื่อตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด คน ๆ นั้นคือรักแรกและรักเดียวคนนี้

              พอมานึกดู... ความรู้สึกหวานอมเปรี้ยวนี้อาจเกิดขึ้น ณ ตอนนั้นก็ได้ เธอนึกแล้วยังอมยิ้มไม่หาย

              แต่พอเทียบกับตอนนี้แล้ว

     

    เราเปลี่ยนไปจริง ๆ ด้วยสินะ

              คำตอบช่างทิ่มแทง ตอนนี้เธอเป็นได้กระทั่งคนที่ตัวเองเกลียด ถึงกับทลายความยุติธรรมของตัวเองเพื่อสิ่งที่ต้องการ

              แล้วแบบนี้... เธอจะมีหน้าไปเปลี่ยนโลกให้ผู้คนสมควรได้รับสิ่งที่ตัวเองทำได้เหรอ?

              ความซื่อตรงเริ่มจะทำให้ความรู้สึกเธอแจ่มชัดขึ้นเช่นนั้น

     

              และตัวเลือก... ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เสมอ

     

    กริ๊ง! กริ๊ง!

              โฮโลวอชที่ข้อมือของชงหยวนเกิดสั่นขึ้นมา พอเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นดูก็พบว่ามีข้อความใหม่จากจิน

     

    จะว่าไปแล้ว... เรามีแผนสำรองที่จะให้จินส่งคำตอบมาให้เราด้วยนี่นะ

              ชงหยวนนึกถึงการเตรียมการก่อนเริ่มแข่ง

              เธอให้จินที่เป็นผู้ชายด้วยกันแอบส่งข้อมูลมาให้ว่าชินเลือกชุดแบบไหน เธอจะได้เลือกชุดที่เหมาะสมตาม เรียกว่าแอบส่งโพยก็คงไม่ผิด

     

              ...แต่หลังจากที่นึกเรื่องในอดีตขึ้นมาได้ นิ้วที่กำลังจะเปิดข้อความกลับชะงัก

              มันต้องชะงักอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ที่ใช้ไนท์หวังควบคุมคู่แข่งให้แพ้ เธอทำไปเพราะความร้อนรน

              แต่หากสงบลงแล้วยังเลือกทางเดิม มันก็ไม่ต่างจากการตั้งใจทำลายตัวตนของตัวเอง

              และนั่นคือฟางเส้นสุดท้าย... ที่เธอไม่มีวันตัด

     

    พอที!

              ชงหยวนตัดสินใจเด็ดขาด เลื่อนมือปิดโฮโลวอชไม่อ่านข้อความ

              แววตาแน่วแน่ของเธอหวนคืน กลับไปเป็นหญิงผู้องอาจ

              ดั่งตัวตนที่เคยลืม... ตัวตนที่เคยได้รับคำชื่นชมจากเขาคนนั้น

     

    ฉันคือชงหยวน! คนที่จะเป็นราชาของโลกใบใหม่!

    ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีหลอกลวง!

     

    ถ้าชนะอย่างภาคภูมิไม่ได้ ก็ขอตายซะดีกว่า!!!

     

    ❖❖❖❖❖

     

              หลังจากที่ฝั่งผู้หญิงแยกไปเปลี่ยนชุด ฝั่งชายเองก็กำลังเตรียมตัวอยู่เหมือนกัน

              แต่ถึงจะบอกว่าเตรียมตัว คนที่อยู่ในชุดสูทก็มีแต่ชินคนเดียวอยู่แล้ว

              ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสูทสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาว เนคไทที่ผูกเป็นสีดำ ว่าไปแล้วก็เป็นชุดมาตรฐานทั่วไป

     

    “ธรรมดาอ่ะ!” เคนเนธเลยทำหน้ามุ่ยบ่นอุบซะแบบนั้น

              แต่จินได้ยินเขาบ่นแล้วยิ่งหรี่ตา ...เพราะถ้าชินแต่งตัวออกมาดูธรรมดาจริง สาว ๆ ในร้านคงไม่มองเขาเป็นตารูปหัวใจกันหมดทั้งร้านอย่างนี้

              แต่เหมือนจินจะจ้องมากไปหน่อย ชินเลยรู้ตัวและมองกลับคืนมา

     

    “แล้วจินไม่เลือกชุดของตัวเองเหรอ?”

    “...ของผมไว้ทีหลังก็ได้”

              จินตอบสงบเสงี่ยมเหมือนเคย

              แต่ชินรู้ว่ามันหมายความว่ายังไง เพราะเขาเห็นจินใช้งานโฮโลวอชหลายครั้งตอนเขาเลือกชุด

     

    ถึงจริง ๆ อาจจะใช้งานเรื่องส่วนตัวก็เป็นไปได้

    แต่ขอเดาไว้ก่อน 90% เลยว่าคงส่งข้อมูลให้ชงหยวนแน่ ๆ

              ชินคาดเดาเอาตามลักษณะนิสัยของจิน เพราะเขาเป็นพวกเคร่งมารยาท ประเภทที่จะไม่เล่นโฮโลวอชตอนทานข้าวกับเพื่อน

              แต่หากใช้วิธีนั้นเพื่อเอาชนะการแข่ง ชินคงรู้สึกผิดหวังในตัวชงหยวน แม้จะเข้าใจได้ว่ามันจำเป็นก็เถอะ

     

    “อู้วว!!!”

              อยู่ดี ๆ เคนเนธก็ส่งเสียงดีใจ ชินเลยมองตาม

              แล้วก็รู้คำตอบในทันที... โอลิเวีย เกวนและซูซาน ทั้งสามคนเดินเข้ามารวมกลุ่มอีกครั้ง สาวงามทั้งสามในชุดเดรสสะกดสายตาทั้งชายหญิงในร้านไปหมด

     

              ทางด้านของเกวนเป็นชุดเดรสสีขาวลายลูกไม้ แต่ปิดบังเนื้อหนังทั้งหมดอย่างสงวนตัว กระนั้นก็แสดงออกถึงความแก่นแก้วด้วยกระโปรงสั้นเสมอเข่าดูร่าเริงสมเป็นเจ้าตัว

              ต่างจากเดรสสีเขียวใบไม้ของโอลิเวียที่เป็นลายลูกไม้เหมือนกัน แต่ด้วยความที่ชุดเป็นแบบเปิดไหล่เลยทำให้รู้สึกเป็นผู้ใหญ่กว่า กระโปรงยาวที่ควรจะรู้สึกเรียบร้อยกลับเป็นแบบแสกข้าง ตั้งใจขับเน้นความเป็นผู้หญิงของตัวเองออกมาเต็มที่

              ในขณะที่ซูซานเป็นชุดเดรสสีดำสนิท เนื้อผ้าเรียบลื่นสบายตา แนบเนื้อไปโครงร่างผอมบางของเจ้าตัว กระโปรงมีความยาวถึงน่องพอเหมาะกับความเรียบร้อยและเหมาะสมสำหรับการเต้น เรียกว่าเป็นความงามที่สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอย

     

              ทั้งสามสาวยืนอยู่ด้านหน้าชิน... จากทีแรกหวังให้เขาประทับใจ ดันกลายเป็นหน้าแดงเมื่อเห็นเขาในชุดสูทแทนเสียได้

              ...แต่เกรงว่านั่นไม่ใช่สาเหตุเดียวที่พวกเธอใจสั่นผิดจังหวะ

              เพราะหลังจากเห็นว่าชุดของชินเป็นสีดำ เกวนก็หน้าถอดสี โอลิเวียก็ยืนแข็งทื่อ

              ต่างจากซูซานที่ฉีกยิ้มกว้าง

     

    “นึกว่าจะต้องตัดสินด้วยการออกแบบอะไรทำนองนั้น ...แต่ดูเหมือนแค่โทนสีก็คงบอกผู้ชนะได้แล้วสินะคะเนี่ย”

              ชัยชนะปรากฏตั้งแต่พริบตาที่เห็นตัวชิน สไตล์การแต่งตัวของทั้งสี่คนไม่ได้ต่างกันเลยนอกจากสี

              และคนที่เข้าคู่ที่สุดราวกับนัดกัน ก็มีแต่ซูซานที่สวมสีดำ

     

              ผลลัพธ์ทำเกวนกุมหน้าอก ยิ่งเห็นซูซานเดินเข้าไปหาชินเธอยิ่งทำใจลำบาก

              แม้ว่าทางชินจะไม่ยี่หระใด ๆ นอกจากมองตามซูซานที่ร่นเข้ามาหา เธอฉีกยิ้มของสาวน้อยแรกแย้มราวกับเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยม

              ชินที่ระแวงเธอยังสัมผัสได้แต่ความเที่ยงธรรม ไม่รู้สึกเลยว่ารอยยิ้มแห่งชัยชนะนี้ได้มาจากวิธีสกปรก

     

    “ฝากตัวอีกครั้งด้วยนะคะ ชิน”

    “...อื้ม ฝากตัวด้วยนะ”

              ชินจำต้องรับสภาพ เพราะกฎก็ต้องเป็นกฎ

     

              แต่คนที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นคนที่แพ้มากกว่า... เกวนถึงได้กำมือแน่นมองซูซานกับชินคู่กันปานจะหลั่งน้ำตา

     

    “คุณโอลิเวีย... แบบนี้จะไม่แย่เหรอคะ?”

              เกวนกัดฟันหันไปถาม แม้ไม่คิดแคลงใจผลตัดสินแต่ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงชิน เพราะเธอรู้ว่าซูซานต้องหวังอะไรมากกว่าได้คู่เขาแน่

              ทั้งอย่างนั้น... พอมองโอลิเวียที่อยู่ข้าง ๆ เกวนกลับพบว่าเธอสงบกว่าที่คิด อย่างน้อยก็สงบกว่าเธอแน่ ๆ

     

    “ไม่หรอกค่ะ แบบนี้แหละดีแล้ว”

              โอลิเวียเปรยยิ้มทำเกวนรู้สึกทึ่ง ไม่คิดเลยว่าเธอจะใจกว้างถึงขนาดนี้

              ทั้งที่พอเป็นเกวนเธอทั้งจะแขวะทั้งแซวแท้ ๆ คิดแบบนั้นเลยกลายเป็นแอบงอนแก้มป่องให้โอลิเวียแทน

     

              ทว่า... เกวนคิดผิดถนัด

              เพราะสายตาที่โอลิเวียมองซูซานมันไม่ใช่ความอ่อนโยน และรอยยิ้มของเธอก็ไม่ได้เกิดจากความยินดี

              หากแต่เป็นสายตาของผู้ชนะที่กำลังมองผู้แพ้สวนทางกับผลลัพธ์

              ราวกับการแข่งนี้ เป็นเพียงแค่ทางผ่านสู่บางอย่าง


    ❖❖❖❖❖


    คล้ายกับเรื่องปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก (Midnight High-School) ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577