แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักเล็กๆ กานต์แก้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เช้าวันนี้ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นสบาย เหมือนเป็เช้าที่โลกกำลังเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนยืดแขนบิดี้เี และหาวเสียจนตาปิด
"อรุณสวัสดิ์นะคนเก่ง"
เธอพูดกับตัวเองพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากข้อความในMSNไม่ได้เกิดจากเสียงโทรศัพท์ของใคร แต่เกิดจากหัวใจของตัวเอง สายน้ำจากฝักบัวไหลผ่านเส้นผมยาวสลวยเสียงเพลงจากวิทยุเครื่องเก่าดังคลออยู่ในห้องน้ำ กานต์แก้วเผลอฮัมเพลงตามพร้อมโยกตัวเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เธอหัวเราะกับตัวเอง เมื่อเผลอจำเนื้อเพลงผิดอีกครั้ง ชีวิตยังเหมือนเดิมแต่ความรู้สึกข้างในกำลังเปลี่ยนไป หลังจากชงกาแฟแก้วโปรดเสร็จ เธอนั่งดูข่าวเช้าบนโซฟาตัวเก่าสายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง แล้วก็ร้องลั่นห้อง
"ตายแล้ว!"
แก้วกาแฟแทบหลุดมือหญิงสาวรีบคว้ากุญแจรถหนังสือเรียน และกระเป๋าสะพายวิ่งลงบันไดแฟลตอย่างรวดเร็ว จนคุณป้าห้องข้าง ๆยังหัวเราะ
"รีบทุกวันเลยนะหนู"
"สายทุกวันเลยค่ะป้า!"
เธอตอบพร้อมเสียงหัวเราะ รถสีบรอนซ์คันเล็กเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัยต้นปีบสองข้างทางกำลังออกดอกสีขาวสะพรั่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมากับสายลม กานต์แก้วจอดรถแล้วมองตึกเรียนตรงหน้า ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เหมือนเด็กคนหนึ่งที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกอีกใบโลกที่ไม่ได้มีเพียงความรัก แต่มีความฝันรออยู่ด้วย
"เรียนปริญญาโทหรือเปล่าจ๊ะ"
เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้น กานต์แก้วหันไปยิ้มก่อนพยักหน้า
"มาสิ เดินไปด้วยกัน"
เพียงไม่กี่นาทีเธอก็มีเพื่อนใหม่ เหมือนทุกครั้งในชีวิตเพราะรอยยิ้มของกานต์แก้ว มักเปิดประตูให้ผู้คนเดินเข้ามาเสมอ
เมื่อเปิดประตูห้องเรียนภาพแรกที่เห็นคือกลุ่มคนหลากหลายวัยข้าราชการ ครู พยาบาล นักธุรกิจ และคนทำงานอีกหลายอาชีพ บางคนอายุเท่าเธอ บางคนอายุมากกว่าเป็สิบปีแต่ทุกคนมีประกายตาแบบเดียวกัน ประกายตาของคนที่ยังไม่หยุดเรียนรู้
"น้อง มานั่งตรงนี้ก็ได้"
ชายร่างท้วมหัวเกรียนโบกมือเรียกใบหน้าใจดียิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ กานต์แก้วนั่งลง และเริ่มต้นแนะนำตัว เพียงไม่นาน เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั่วโต๊ะเหมือนเธอรู้จักคนเหล่านี้มานานแล้ว
เที่ยงวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังเลิกเรียนหัวหน้าห้องประกาศเสียงดัง
"เย็นนี้ประชุมวิชาการนะครับ"ทุกคนตั้งใจฟัง ก่อนเขาจะพูดต่อ
"ประชุมที่ร้านข้างมหาวิทยาลัยมีเบียร์เย็น ๆ ประกอบการเรียนรู้" เสียงหัวเราะดังลั่นห้องทันทีรวมทั้งกานต์แก้วด้วยระหว่างมองเพื่อนร่วมชั้นคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอเพิ่งรู้ตัวว่าหลายเดือนที่ผ่านมาโลกของเธอค่อยๆ กว้างขึ้นมีหนังสือ มีการเรียน มีเพื่อนใหม่ มีเป้าหมายใหม่และมีตัวเธอเอง แน่นอนเธอยังคิดถึงต้นไม้ ยังยิ้มทุกครั้งเมื่อเห็นข้อความจากเขา ยังดีใจทุกครั้งที่โทรศัพท์ดังความรักไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เธอไม่ได้เอาหัวใจทั้งหมดไปฝากไว้กับใครอีกแล้ว บางทีการเติบโตอาจไม่ใช่การลืมใครสักคนแต่คือการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตต่อไปทั้งที่ยังรักอยู่
กานต์แก้วยิ้มให้ตัวเองขณะที่เดินลงบันไดอาคารเรียนกานต์แก้วก็คิดถึงต้นไม้โดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่าวันนี้เขาเหนื่อยไหม กินข้าวแล้วหรือยัง แล้วเธอก็ยิ้มกับความคิดนั้นเพราะนั่นคือหลักฐานว่าเธอยังรักเขาอยู่ แต่ครั้งนี้เธอยิ้มได้โดยไม่จำเป็ต้องโทรหาเขาทันที และนั่น...คือ “ความเติบโต”