เพียงฝันเป็สาวน้อยมากประสบการณ์ในการร้องเล่นเต้น เธอคนนี้เป็ทั้งนางแบบเป็ทั้งนักร้องและดารามากความสามารถ แต่โชคชะตาทำให้เธอไม่โด่งดังเท่าไหร่ เธอจึงไขว่คว้าโอกาสต่างๆด้วยการประกวดร้องเพลงในรายการมากมายและสิ่งที่เธอทำทั้งหมดนั้น เธอมีจุดประสงค์ จุดประสงค์ของการอยากมีชื่อเสียงของเธอก็คือบิดา บิดาที่ั้แ่เกิดมาเธอยังไม่เคยได้เห็นหน้าเลยสักครั้ง มีเพียงรูปถ่ายและเื่เล่าจากมารดาเท่านั้น ที่เป็จุดเชื่อมกันระหว่างเธอกับบิดา
เพียงฝันรู้แต่ว่าบิดาเธอนั้นเป็คนจีนที่มาทำงานที่ประเทศไทยแล้วได้พบรักกับแม่ แม่เดือนเพ็ญที่ตอนนั้นทั้งสาวทั้งสวยจนพ่อเห็นแล้วตกหลุมรักจึงจีบแม่มาเป็นานปี แม่เลยตอบรับรักพ่อจนมีเพียงฝันน้อยขึ้นมา แล้วอยู่ๆพ่อก็หายไปเฉยๆทิ้งเธอและแม่ไป ดังนั้นเธอจะต้องทำยังไงก็ได้ที่เธอจะสามารถดังและสร้างชื่อเสียงให้เป็ที่รู้จักและโลดแล่นอยู่ในวงการของประเทศจีน เพื่อให้เขาคนนั้นที่ทิ้งเธอและแม่ไป เสียใจและเสียดายที่ทิ้งลูกอย่างเธอ
“ฝันสรุปแกแคสงานได้ไหม”
“ไม่แน่ใจเหมือนกันพินฉันก็ได้แต่หวังว่ามันจะสำเร็จ”
“ยังไงก็ขอให้แกได้นะแกจะได้เจอพ่อของแกสักที”
“ขอบใจนะ”
“รถฉันมาแล้วไปก่อนนะ”
พินเพื่อนสนิทอีกคนของเพียงฝันเดินขึ้นรถไปเมื่อรถที่บ้านมาถึงหน้าตึกค่ายที่เธอและพินเป็เด็กในสังกัด ส่วนเธอนั้นต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS กลับบ้านเอาเองทำไงได้ล่ะก็บ้านเธอไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนๆนิ ที่เลิกงานแล้วจะมีรถมารอรับ ชีวิตเธอต้องดิ้นรนเองทุกอย่างทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เธอก็ไม่ได้จะโทษใครนะ เธอดีใจด้วยซ้ำที่ถึงแม้เธอไม่ได้รวยแต่เธอยังมีแม่เดือนเพ็ญที่คอยอยู่ข้างๆเลี้ยงเธอมาอย่างดีจนเธอเหมือนไม่ขาดอะไรเลยถ้าเทียบจากเด็กคนอื่นแถวบ้านสมัยตอนอยู่สลัมเล็กๆ
“แม่คะฝันกลับมาแล้วค่ะ”
แม่เดือนเพ็ญของเธอที่ยืนทำกับข้าวอยู่ในครัวหันมาส่งยิ้มให้ลูกสาวพร้อมกับบอกให้ลูกสาวอันเป็ที่รัก 1 เดียวไปล้างเท้าล้างมือจะใด้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน
“แม่คะวันนี้ฝันไปแคสงานที่เคยคุยกับแม่ไว้แล้วนะคะ”
เดือนเพ็ญใจหาย เพราะเธอไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ที่ลูกสาวเธอจะไปประเทศจีน
“แม่ว่าหนูอย่าไปเลยนะลูก แค่ที่เรามีกันแค่นี้ก็พอแล้ว ”
“แม่คะฝันขอร้องให้ฝันไปเหอะ ั้แ่เป็เด็กฝันมีสิ่งเดียวที่อยากได้คือเห็นหน้าพ่อ”
เดือนเพ็ญที่เห็นลูกพูดแบบนั้นจึงพยักหน้าให้ เธอคงต้องปล่อยให้เป็ไปตามที่ลูกสาวเธอ้าสักที ลูกเธอโตพอที่จะห้ามปรามไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้แล้ว
“ก็ได้ แม่จะคอยดูหนูอยู่ห่างๆ แต่ถ้าเจอแล้วเจ็บหนูควรหยุดนะลูกสัญญากับแม่ได้มั้ย”
“ค่ะแม่ ฝันรักแม่นะคะ”
สองแม่ลูกกอดกันกลม ทั้งสองฝ่าฝันอุปสรรคในชีวิตกันมามากมาย แม้กระทั้งอดมื้อกินมื้อ หรืออยู่ในสลัมเหม็นๆที่มีแต่ขี้ยาก็เคยอยู่มาแล้ว เธอทั้งสองคิดอยู่ในใจเสมอว่าจะไม่มีทางที่ชวิตจะเดินกลับไปเป็แบบเดิมแน่นอน เงินทุกบาทที่เพียงฝันหามาจึงถูกแม่เก็บออมไว้อย่างดี จะเอามาใช้ก็แค่ซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรในกรุงเทพมหานครนี้
ณ.เวลาตี 2:00 น ของอีกวันเพียงฝันกำลังนอนหลับสนิทก็ถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่โต๊ะข้างหัวเตียง
“ฮัลโหล”
“ฝัน!มาช่วยฉันหน่อยฉันอยู่โรงพัก”
“ห่ะ!...”
ฝันตื่นทันทีจากที่รับสายด้วยความง่วง และดูโทรศัพท์อีกครั้งว่าเพื่อนคนไหนของเธอโทรมา
“ลูกหว้า”
“ใช่ฉันเอง”
“แป๊บนะฉันจะรีบไป”
ฝันเดินไปปลุกแม่ให้แม่พาไปที่โรงพักแถวบ้านซึ่งเป็ที่เดียวกันกับที่ยายลูกหว้าเพื่อนในกลุ่มของเธออยู่ที่นั่น และเมื่อมาถึงสถานีตำรวจที่เป็เหตุ ฝันก็เห็นลูหว้านั่งอยู่ตรงข้ามกับตำรวจร้อยเวรที่เขียนบันทึกหรือสอบสวนอะไรบางอย่างจากเพื่อนของเธออยู่
“ ลูกหว้า”
“ฝัน คุณแม่เดือนสวัสดีค่ะ”
“มันเกิดอะไรขึ้นลูก ลูกหว้า”
“คือเขาหาว่าหว้าขโมยของในร้านสะดวกซื้อค่ะ แต่หว้าไม่ได้ขโมยนะคะแม่”
ใช่ลูกหว้าไม่ได้ขโมยเธอเชื่อสนิทใจ เหตุผลที่เชื่อเป็เพราะบ้านลูกหว้านั้นเป็เศรษฐีผู้ดีเก่าต้นตระกูลเป็ถึงขุนนาง ในรัชกาลที่ 5 แถมปัจจุบันลูกหว้ายังเป็ทายาทรุ่นที่ 7 ของดีโอดีจำกัดขายสุขภัณฑ์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีก
“ลูกหว้า ฝัน แม่เดือนสวัสดีค่ะ”
เป็เสียงพินนั่นเอง ที่เดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดและทนายความของตระกูล
“คู่กรณีอยู่ไหน”
คุณหนูลูกนักการเมืองใหญ่แถมยังมีพี่ๆเป็ถึงข้าราชการระดับสูงของกองทัพและรัฐบาลพูดขึ้นอย่างโมโหหันซ้ายหันขวาหาคนที่มันใส่ร้ายเพื่อนของเธอ
“รบกวนใช้ความสงบด้วยครับที่นี่คือสถานที่ราชการ”
ตำรวจร้อยเวรที่กำลังชะตาขาดพูดขึ้นอย่างไม่ชอบใจด้วยน้ำเสียงไม่สุภาพ คงคิดว่าตัวเองเป็ตำรวจสินะถึงถึงทำกิริยาแบบนี้ หึทั้งๆที่ดาวบนบ่ามีแค่ดาวเดียวแท้ๆ กลับหยิ่งผย่องทำตัวเหนือคน
“แล้วคู่กรณีอยู่ไหนฉันจะแจ้งข้อหาให้การเท็จและปรักปรำผู้อื่น”
“คู่กรณีให้การอยู่อีกห้องครับส่วนเื่แจ้งข้อหาคงแจ้งไม่ได้เพราะผู้หญิงคนนี้ทำผิดจริง”
“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาว่าเพื่อนฉันผิด”
ฝันทนไม่ไหวพูดออกมาโดยที่แม่เดือนเพ็ญของตนสะกิดหลังเตือนเบาๆแต่ฝันก็ไม่สน เพื่อนเธอคนนี้ทั้งอ่อนโยนทั้งนิสัยดีเธอจะไม่ยอมให้ตำรวจนายนี้มากล่าวอ้างผิดๆเด็ดขาด อีกทั้ง เพลงพินเพื่อนอีกคนก็ไม่ยอมสั่งให้ทนายของตนจัดการขั้นเด็ดขาดทันที และภายหลังทุกคนถึงได้รู้ว่าบุคคลที่กล่าวอ้างว่าลูกหว้าขโมยของนั่น คือ ภรรยาของผู้กองรายหนึ่งของ สน. นี้จึงไม่แปลกที่ร้อยเวรจะทำกิริยาแบบนั้นกับพวกเธอและไม่แปลกที่ร้อยเวรและตำรวจรายอื่นจะไม่สอบสวนและหาหลักฐานใดๆมาตรวจดู
“ พี่ไกร เด็กนี่แหละค่ะที่พยายามจะขโมยเหล้าในร้านเรา”
“เดี๋ยวนะกล่าวหาเพื่อนฉันแบบนี้มีหลักฐานอะไร”