เขต 81 เป็นหนึ่งในเขตที่อยู่อาศัยของหลายๆเขต ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์ซึ่งพวกเขาทำงานในสหพันธ์ นอกจากนี้ยังมีถนนและมียานพาหนะรูปร่างแปลกหลายชนิด มีท้องฟ้าจำลองเวลากลางวันและกลางคืน มีฝนเทียมและหิมะตกในช่วงเวลาหนึ่ง ที่นี่มีหลายสิ่งหลายอย่างไม่ต่างไปจากดาวเคราะห์ เขตแต่ละเขตมีพื้นที่พอๆกับหนึ่งจังหวัด
หลังจากที่พวกโจออกมาจากแคปซูล พวกมายด์ก็ตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศของที่นี่ พวกเขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้อยู่ในลูกบากศ์ยักษ์แต่อยู่บนโลกแทน ตึกระฟ้าที่ดูล้ำสมัยเรียงรายกันอย่างสวยงาม ผู้คนที่นี่บ้างเดินกันเป็นกลุ่ม เดินเป็นคู่หรือแม้แต่เดินกันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกก็มี จนทำให้พวกเกือบลืมไปว่าพวกเขากำลังอยู่ในลูกบากศ์ยักษ์
“ทางนี้” โจเดินนำทุกคนไปยังตึกสูงสิบสองชั้น ทั้งตึกมีสีขาวนวลและไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว มีเพียงประตูเลื่อนที่มีไว้สำหรับเข้าออกเท่านั้น
เมื่อทุกคนเดินเข้าไปข้างในก็พบกับห้องโถงที่ไม่มีกำแพงกั้น มีเก้าอี้และโต๊ะเรียงรายเป็นส่วนๆ มีผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
ตอนนั้นเองก็มีใครบางคนเดินเข้ามา เขาเป็นชายหนุ่มผิวซีดและมีผมสีเหลืองยาวถึงคอนอกจากนี้ยังมีดวงตาสีฟ้าคราม
เขายิ้มและพูดขึ้นด้วยความสุภาพว่า “ผมกำลังรอพวกคุณอยู่เลย โปรดตามผมมาผมจะนำทางพวกคุณไปยังห้องเสมือน”
โจพยักหน้าแล้วเดินตามเขาไปพร้อมกับคนอื่นๆ
พวกเขาขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 6 พอออกจากลิฟท์ทุกคนก็เห็นกำแพงกั้นเเอาไว้ มีเพียงประตูเหล็กเลื่อนบานเดียวและมีอุปกรณ์หน้าจอติดอยู่บนผนัง ชายผิวซีดเดินเข้าไปและกดอยู่สองสามทีก่อนที่ประตูจะเปิด
ชายผิวซีดหันมาแล้วพูดขึ้นว่า “โปรดเข้าไปด้านในได้เลยครับ เมื่อถึงเวลาสงครามจะมีประกาศขึ้นอีกรอบ ขอให้โชคดีนะครับ”
กล่าวจบชายผิวซีดก็กลับไปที่ลิฟท์ปล่อยให้ทุกคนยืนมึนงงอยู่ตรงนั้น
โจเรียกทุกคนให้เข้าไปด้านใน เมื่อทุกคนเข้าไปก็ได้พบกับห้องสีขาวโล่ง มันเป็นห้องกว้างมากๆ มันมีพื้นที่ประมาณ 20 เมตร และนอกจากห้องโล่งๆแล้วมันไม่มีอะไรอีกเลย
“หัวหน้าครับ ทำไมมันดูโล่งๆอย่างนี้ล่ะครับ?” ใครบางคนเอ่ยถามขึ้นมา
ทุกคนต่างก็คิดว่าห้องเสมือนคงจะมีอุปกรณ์ที่จำเป็นเช่น หมวกครอบหัวอะไรประมาณนั้น แต่นี่ไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว
โจเหมือนจะรู้ความคิดของทุกคนเขาจึงอธิบายว่า “ห้องนี้ก็เหมือนหมวกครอบหัว เมื่อทุกคนอยู่ในห้องนี้ก็เหมือนใส่หมวกเอาไว้แล้ว พอถึงเวลาห้องนี้จะดึงจิตทุกคนเข้าไปยังโลกเสมือน”
ได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม ทุกคนพากันอุทาน สรุปคือตอนนี้พวกเขาใส่หมวกเสมือนไว้แล้วสินะ
ถึงแม้ว่าโจจะไม่เคยเข้าร่วมสงครามเสมือนมาก่อน แต่เขาเคยเห็นมาก่อนว่ามันทำงานยังไงและมีขั้นตอนยังไงก่อนที่สงครามเสมือนจะเริ่มขึ้น
ในเวลานั้นเอง เสียงประกาศก็ดังขึ้น
“สงครามเสมือนจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า โปรดเตรียมตัว" ข้อความดังกล่าวดังขึ้นสามครั้ง
ในอากาศมีหน้าต่างโฮโลแกรมโผล่ขึ้นมาซึ่งมีตัวหนังสือสีแดงกำลังเปลี่ยนไปมาเรื่อยๆ ตัวหนังสือเหล่านี้แท้จริงแล้วเป็นตัวเลข พวกมายด์ได้เรียนรู้ภาษากลางมานานแล้วจึงรู้ว่ามันเป็นตัวเลขที่กำลังนับถอยหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาบนโลกมันยังเหลือเวลาอีก 5 นาที
ทุกคนเห็นเวลาที่กำลังนับถอยหลังเรื่อยๆก็เริ่มกระสับกระส่าย พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเมื่อเข้าไปในโลกเสมือน อย่างไรก็ตามทุกคนก็รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ยินโจพูด
“หลังจากเข้าไปแล้วให้รอคำสั่งผมอีกที”
เขาจำเป็นต้องดูก่อนว่าพวกเขาถูกส่งไปยังที่ไหนก่อนจะเริ่มคิดแผนการขึ้น เท่าที่เขาจำได้สงครามเสมือนครั้งที่แล้วถูกสุ่มให้เป็นการต่อสู้บนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่เต็มไปด้วยลาวา ครั้งนั้นมีคนตายจำนวนมากจากสภาพแวดล้อมที่ร้อนระอุ
สงครามเสมือนมีโอกาสสุ่มได้สภาพแวดล้อมหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นบนดาวเคราะห์ ในห้วงอวกาศหรือแม้แต่ทั้งสองสภาพแวดล้อมรวมอยู่ด้วยกัน
อาณาเขตในโลกเสมือนมีขนาดพอๆกับของจริง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นระยะทาง พลังงานที่ต้องใช้เดินทางหรือเสบียงเป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น เพราะในโลกเสมือนทุกคนจะยังคงหิว เหนื่อย ทุกปัจจัยที่มีในแบบของจริง
ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าหากอยากจะเอาชนะเผ่าพันธุ์อื่นๆ
เวลายังคงเดินไปเรื่อยๆจนเหลืออีก 2 นาทีเท่านั้น ทุกเผ่าพันธุ์มีสีหน้าเคร่งเครียดและเตรียมรับทุกสถานการณ์เมื่อพวกเขาถูกส่งไปแบบสุ่มๆ พวกเขากังวลว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองจะถูกส่งไปยังพื้นที่ที่ยากลำบากต่อการหาทรัพยากรมาใช้
สงครามเสมือนไม่ได้มีเพียงแค่ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามแต่พวกเขาจะต้องเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมอีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องการผู้นำที่ฉลาด
ในเวลานี้เองเวลาได้ลดลงจนเหลือ 0 ทันใดนั้นพวกมายด์รู้สึกได้ว่าสภาพแวดล้อมได้มืดลงจนมองไม่เห็นอะไร จากนั้นพวกเขาก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากเอาวิญญาณไปปั่นในเครื่องซักผ้า เพียงครู่หนึ่งรอบตัวพวกเขาก็กลับว่ามองเห็นอีกครั้ง
“อ้วก!!”
หลายคนถึงกับอาเจียนเอามื้อเช้าทั้งหมดที่กินออกมา แต่ยังมีหลายคนที่สกัดกั้นอ้วกที่พุ่งขึ้นมาถึงคอไว้ได้ทัน ใบหน้าแต่ละคนซีดเผือด แม้แต่โจเองก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยก่อนจะหายไป
โจปล่อยให้พวกเขาพักหายใจขณะที่ตนเองมองไปรอบๆ
“ค่อนข้างโชคดีอยู่” โจยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนนี้ทุกคนอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่งซึ่งไม่สูงมากนัก รอบๆพวกเขามีภูเขาสูงกว่าหลายลูก สงครามเสมือนครั้งนี้ถูกสุ่มให้ต่อสู้บนดาวเคราะห์เหมือนกับครั้งที่แล้ว แตกต่างก็เพียงครั้งนี้ไม่ใช่ดาวที่ยากต่อการใช้ชีวิต
“แบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มที่ 1-4 กระจายไปแต่ละทิศดูลาดเลาในระยะ 10 กิโลเมตรและรายงานผมตลอดเวลาทุกครั้งที่เจอบางอย่าง กลุ่มที่ 5 และ 6 ไปตัดไม้นำมาสร้างที่พัก” หลังจากผ่านไป 5 นาทีทุกคนก็ดีขึ้นโจจึงออกคำสั่งเบื้องต้น
“รับทราบครับ/ค่ะ”
กลุ่มที่ 1-4 ได้มุ่งหน้าไปแต่ละทิศเพื่อไปดูลาดเลา และที่เหลือออกไปตัดไม้เพื่อนำมาสร้างที่พัก
เนินเขาที่พวกเขาอยู่ค่อนข้างเรียบมันไม่ใช่ภูเขายอดปลายแหลมแต่เป็นเขาที่ทอดยาวไปหลายกิโลเมตร