หลังจากสทนากันสั้นๆทั้งสองคนก็หันกลับไปหาบรรดารุ่นน้อง
"ฉันรุ่น30ส่วนหมอนี่รุ่น31หนะ"รุ่นพี่ที่เดินออกมาทักทายอาจารย์เอพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
"ผมจะบอกอะไรให้นะไอ้ระบบโซตัสเนี่ยพวกผมนี่แหละที่เป็นคนเอามาใช้เมื่อ27ปีก่อนโดยใช้ครั้งแรกกับรุ่น32"
ว่าไงนะ
ยิ่งฟังก็ยิ่งอึ้งปรากกฏว่าอาจารย์เอที่ปรึกษาชั้นปี2เป็นศิษย์เก่าแถมยังเป็นรุ่นที่เอาการรับน้องแบบนี้มาใช้ครั้งแรก
"ฉันยืนยันเรื่องนี้ได้ตอนนั้นพวกเรา20-30คนปรึกษากันตั้งเป็นเดือนกว่าจะได้ข้อสรุป"
พี่ม่อนชายที่เป็นรุ่นพี่ของอาจารย์เอพูด ในที่นี้เขาน่าจะแก่ที่สุดแล้ว
"ถ้างั้นอาจารย์ก็น่าจะเข้าใจพวกผมสิ"ศรุตรีบพูดด้วยความหวังสุดท้าย แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
"เข้าใจก็แย่แล้ว พวกคุณทำให้สิ่งดีๆที่พวกผมทำไว้พังหมด แล้วไอ้การรับน้องแบบนี้มันก็ไม่เข้ากับยุคนี้แล้วด้วย"
หลังจากนั้นอาจารย์เอก็เล่าว่า ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่เกิดความวุ่นวาย เศรษฐกิจตกต่ำถึงขีดสุดเพราะรัฐบาลบริหารล้มเหลว มีการปล้นจี้กันทุกวัน แถมนักศึกษาบางคนก็ทำตัวเป็นนักเลงไถ่เงินคนอื่น ขนาดข่มขืนนักศึกษาหญิงที่เรียนมาด้วยกันก็ยังมี สุดท้ายเลยมีการหยิบเรื่องของการรับน้องขึ้นมาพูด วาสจะปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย ความรักสถาบัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่คณะ น่าจะลดปัญหาลงได้บ้างอย่างน้อยก้ไม่ทำร้ายกันเอง
แต่พอทุกอย่างดีขึ้นรุ่นน้องก็สืบทอดการรับน้องแบบนี้ต่อไป หลังการเปลี่ยนผ่านไปหลายรุ่นวัตถุประสงค์ก็เปลี่ยนการเป็นกิจกรรมที่ให้รุ่นพี่ข่มรุ่นน้อง แล้วก็ระบายอารมณ์ ตัวอาจารย์เอเองก็ไม่ได้พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะอยู่ในฐานะอาจารย์
"ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกผมเป็นคนเอาเข้ามา ก็ขอเป็นคนจบมันเองก็แล้วกัน"
"ศรุตคุณกับเพื่อนๆที่อยู่ที่นี่ไปพบผมที่ห้องคณบดี ผมเตือนคุณไปแล้วว่าอย่าก่อเรื่อง เดิมทีถ้าน้องมันยังฟังคุณอยู่ผมทำอะไรมากไม่ได้หรอกแต่นี่ผมได้ยินกับหู ไม่ได้แค่ยุให้ปี1ทะเลาะกันเอง แต่ยันถึงขั้นตบหน้ารุ่นน้องที่เป็นผู้หญิง แถมปี1กว่าครึ่งก็ไม่พอใจชัดเจนถ้ามีการสอบกันขึ้นมายังไงคุณ0ก็ไม่รอด"
"แล้วดูบอกให้น้องมันแต่งตัวถูกระเบียบ แต่พวกคุณกลับปล่อยเสื้อหลุดรุ่ย เน็คไทค์ก็ไม่ใส่แต่งตัวกันอย่างกับนักเลง ไอ้แบบนี้หรอจะมาเป็นตัวอย่างที่ดี แล้วไอ้ที่ยุให้แข่งกับคณะอื่น สาขาอื่นอีก พวกผมไม่เคยทำแบบนั้นเลยสมัยก่อน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็มหาวิทยาลัยเดียวกันคณะเดียวกัน สั่นสอนให้รักสาขามันดีแต่ไม่ใช่ให้ไปเอาชนะใคร"
พอได้โอกาสอาจารย์ที่เป็นก็ใส่เป็นชุดเพราะไม่พอใจมานานแล้ว
ส่วนปี2ที่ได้ยินไม่มีใครกล้าเถียงสักคนทั้งๆที่ตอนนี้โดนคนที่เป็นทั้งอาจารย์และรุ่นพี่หักหน้ายับ
อาจารย์เอนั้นเดินตามหลังศิษย์เก่ามาแต่ไม่มีใครสังเกตุเนื่องจากเขาเดินมาเงียบๆด้านหลัง และตอนที่ศิษย์เก่ายืนฟังสถานการณ์ในห้องประชุมเขาก็ได้ยินด้วยตั้งแต่แรก ถ้าหากปี1ยังฟังรุ่นพี่อยู่เขาคงจะไม่กล้าทำอะไรเพราะถ้าสุดท้ายแล้วปี1ยินดีจะทำเองมันจะกลายเป็นเขาที่หน้าแหกเสียเอง แต่ที่เขาได้ยินมันชัดเจนแล้วว่ามีปี1จำนวนมากไม่พอใจการรับน้องนี้
ออสเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าอาจารย์จะแอบเดินตามมา ตอนแรกออสตั้งใจจะให้พวกศิษย์เก่าแก้ไขความรู้ผิดๆที่ปี1โดนปี2เสี้ยมสอนมาแล้วค่อยให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยที่เป็นคนของอิกดราซิลลงดาบพวกปี2อีกที แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ต้องแล้ว
"เอาหละไปได้แล้วเดี๋ยวผมเดินตามไป บอกก่อนเลยนะว่าผมจำพวกคุณได้อย่าคิดจะหนีเชียว"พอได้ยินแบบนั้นปี2ก็ได้แต่เดินคอตกออกไปอย่างสิ้นหวัง
ตอนนี้พวกแจ็คได้แต่ยืนทำตัวให้ดูเล็กที่สุดด้านหลัง ส่วนคนอื่นที่ตอนแรกไม่พอใจที่นิดต่อต้านรุ่นพี่ พอรู้ว่าตัวเองโดนรุ่นพี่หลอกก็รีบเดินไปขอโทษเธอ นิดก็ไม่ได้เป็นคนใจแคบเธอเข้าใจสถานการณ์ดีเลยไม่ได้โทษใคร
"ผมหวังว่าปีหน้าพวกคุณจะทำอะไรๆให้มันดีกว่านี้"หลังจากที่ปี2เดินออกไปแล้วอาจารย์ก็หันมาพูดกับปี1 สั้นๆก่อนจะเดินไปหาศิษย์เก่า
"ไหนๆก็มากันเต็มไปหมด ก่อนกลับก็แนะนำการเรียน ไม่ก็เล่าประสบการณ์ทำงานให้น้องๆมันฟังด้วยหละ"
หลังจากที่พูดจบอาจารย์เอก็กลับออกไปพึ่งจัดการพวกปี2ที่เดินคอตกออกไปก่อนหน้านี้
ตอนแรกออสนั้นเตรียมใจว่าอาจจะต้องปะทะกันพวกรุ่นพี่พอสมควร แต่กลายเป็นว่าอาจารย์มาแอบยืนฟังอยู่ด้วย แถมพวกนิดก็ลุกขึ้นสู้โดยที่ออสไม่ได้คาดคิด แถมยังมีรุ่นพี่ รุ่นที่เอาระบบโซตััสเข้ามาใช้แฉเองเลยว่าที่พวกมันทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ทุกอย่างเลยเดินไปด้วยตัวมันเองโดยที่ออสไม่ต้องออกแรงอะไร
"นายไปพาพวกรุ่นพี่มาได้ไงหนะ"
ระหว่างที่เพื่อนๆในชั้นปีที่1กำลังพูดคุยกับรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่า นิดกับเพื่อนๆในกลุ่มก็เดินเข้ามาหาออส
"ฉันหาพวกพี่เขาไว้ตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมแล้ว ที่เหลือพี่ๆเขาก็ตามๆกันเข้ามาเอง"ออสตอบ ซึ่งก็จริงออสติดต่อรุ่นพี่ไปแค่2-3คนแล้วก็ให้พวกเขาติดต่อคนอื่นๆต่อให้ ไม่งั้นออสต้องนั่งคุยแล้วก็อธิบายสถานการณ์ซ้ำๆซึ่งมันคงหน้าเบื่อไม่น้อย
"งั้นทำไมออสไม่บอกให้พวกพี่เขาเข้ามาเร็วกว่านี้หละเนี่ย"
"นั่นดิปล่อยให้พวกเราโดนไอ้พวกนั้นมันทำบ้าๆใส่อยู่ได้ตั้งนาน"
พอได้ยินว่าออสติดต่อศิษย์เก่าพวกนี้ไว้ตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมฟ้าก็ถามด้วยน้ำเสียงงอลๆต่อด้วยเสียงหงุดหงิดที่ดังมาจากอิงค์
"ก็ช่วยไม่ได้นี่"พอเป็นแบบนั้นเขาเลยต้องอธิบายว่าเขาปรึกษากับพวกรุ่นพี่แล้วก็คนอื่นๆอีกหลายคนจนได้ข้อสรุปว่า ถ้าอยากจะกำจัดระบบบ้าๆนี่ออกไปปัญหาใหญ่สุดคือหลังกำจัดออกไปแล้วถ้าไม่มีใครเข้ามาทำแทนในปีต่อๆไป พวกนี้ก็จะกลับมาอีก
"เพราะงั้นตอนนั้นถึงได้ยุฉันให้เข้าไปทำแทนสิเนี่ย"นิดนึกถึงคำพูดของออสเมื่อวันก่อน
"ใช่"
"ให้ตายสิก็น่าจะบอกกันตรงๆสิถ้ารู้ว่าไล่มีวิธีไล่ไอ้พวกบ้านั่นออกไปฉันคงตอบตกลงว่าปีหน้าจะเข้าไปดูแลน้องๆรุ่นต่อไปแทนตั้งนานแล้ว"
ออสก็ได้แต่ยิ้มช่วยไม่ได้นี่ก่อนหน้านี้ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆเขากับนิดยังไม่สนิทกันสักหน่อย
ฝั่งของศรุตหลังจากที่เดินออกมาจากห้องพักครูก็พบแฟนสาวของตนยืนรออยู่
"แอนเธอนี่โชคดีนะที่ไปธุระวันนี้"ศรุตพูดขึ้นหลังเดินออกมาด้วยอาการไม่ค่อยจะดีนัก เขาโดนพักการเรียนเทอมนี้เป็นการลงโทษ ส่วนคนอื่นๆก็โดนทำทัณฑ์บน แต่แอนที่ไม่ว่างกลับรอดตัวไป
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญออสนั้นบอกแอนไว้แล้วว่าวันนี้อย่าไปยุ่งกับการรับน้องเพราะเขาจะให้ศิษย์เก่าเข้าไป ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายมันจะเลยเถิดไปถึงไหน
"รุตโทษทีนะแต่เราเลิกกันเหอะ"
"ว่าไงนะ"ศรุตช็อคตัวแข็งทื่อ หลังจากเห็นแอนเขาหวังว่าจะได้รับการปลอบโยน แต่การเป็นโดนบอกเลิกแทน
"เธอจะบ้าหรอ มาเลิกกับฉันตอนนี้เนี่ยนะ"
"อื้อ นายมันไม่มีอนาคตหรอก ทำแต่เรื่องนี่ก็โดนพักการเรียนอีก"
ศรุตอึ้ง แต่ที่เกิดตอนรับน้องพักหลังมันก็เกิดจากที่แอนเอาข่าวมาบอกไม่ใช่หรอ แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดออกไปในสถานการณ์แบบนี้เถียงยังไงก็ไม่ชนะ
"แต่ฉันก็ดีกับเธอมาตลอดนะ ขอหละแอน"
"ที่นายดีกับฉันก็แค่เราพึ่งคบกับ เดี๋ยวหมดช่วงโปรนายก็คงทำตัวแย่ๆเหมือนผู้ชายแย่ๆคนอื่นนั่นแหละ ไอ้คนเอาแต่ใจ ใจร้อนแบบนายไม่มีทางจะดีไปตลอดหรอก อีกอย่างนะบางทีที่ยังทำดีกับฉันอยู่อาจจะแค่เพราะอยากอึ้บฉันก็ได้มั้ง"
"ไม่ใช่"
แต่แอนไม่ได้ฟังแล้วพอเธอพูดจบก็เดินออกไปทันที ขณะที่เพื่อนที่ออกมาจากห้องอาจารย์ได้แต่ยืนอึ้ง
"สัตว์เอ้ย ไอ้เวรออสเพราะแกคนเดียว"