ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่106 อัญเชิญธนูหิมะผนึกโลกันตร์

    ตอนที่106 อัญเชิญธนูหิมะผนึกโลกันตร์

    ควับ! เช้ง!!

    "พระบิดาทำอย่างนี้ไม่ได้..."

    เสียงขององค์ชายสิบสี่ดังก้องกังวานพลังเงาในมือเขา ก็พุ่งกระทบดาบอสูรวารีของบิดา กระแทกมันจนกระเด็นไปจากมือ


    "เสด็จพ่อพี่หญิงใหญ่ไม่ได้มีความผิดอะไร..ท่านจะระบายความโกรธลงบนนางจะถือว่าเป็นลูกผู้ชายกระนั้นหรือ.."

    เสียงของกริชเพชรดังก้องก่อนที่เขาจะปรากฏตัวขึ้น ขวางการกระทำขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด


    "ทำไม? ..เป็นเจ้า..องค์ชายสิบสี่! "

    องค์กษัตริย์ยืนตะลึงงันเพราะคาดไม่ถึงว่าองค์ชายสิบสี่ จะมีพลังบอลดวงจิตแก่นแท้และกายอสูร พอที่จะกระแทกดาบที่เขาเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับสูง ฟันสองแม่ลูกให้ตายคามือ


    "องค์ชายสิบสี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร นางตัวร้ายนี้มันใส่ร้ายแม่ของเจ้าใส่ร้ายตัวของเจ้า จนพ่อขับไล่เจ้าออกจากนคร..เจ้ายังจะมาช่วยนางอีก ด้วยเหตุผลอันใด?! .."


    เสียงขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดร้องอย่างเดือดดาล ก่อนที่จะกระอักเลือดออกมาเพราะเขาบาดเจ็บจนร่างกายแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เพราะว่าความเดือดดาลและเคียดแค้น จึงรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายหมายจะฆ่าองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย ประจานอยู่หน้าเมืองให้ได้

    แต่เมื่อทำไม่สำเร็จองค์จอมกษัตริย์ก็ทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจระรัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวกับลูกชายอย่างไม่

    เข้าใจ


    "หนึ่งเพราะนางไม่มีความผิด..สองนางเคยแอบช่วยชีวิตข้าไว้ ตอนที่ข้าถูกโจมตีด้วยกองทัพองครักษ์ทมิฬที่อาณาเขตตระกูลหลง ยังไงวันนี้ข้าก็ไม่อาจให้ท่านพ่อฆ่านางได้ การกระทำของผู้ใหญ่จะให้เด็กรับผิดชอบ มันจะไม่ดูใจร้ายไปหรือเสด็จพ่อ..."

    เสียงขององค์ชายสิบสี่กล่าวอ้างถึงเหตุผลสองประการ ต่อองค์จอมกษัตริย์อย่างใจกล้า


    "เจ้ารู้ว่าเป็นข้าด้วยหรือ.."

    องค์หญิงใหญ่กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา รู้สึกมีความสุขลึกๆ ที่บุรุษที่นางฝันหาทุกค่ำคืน ออกมาปกป้องช่วยชีวิตนางไว้ ในยามคับขันความปริ่มเปรมประดังขึ้นในหัวใจ


    จนหญิงสาวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันล้นเอ่อไหลอาบลงสองพวงแก้ม ซึ่งตอนนี้แดงระเรื่อเพราะความเขินอายองค์ชายสิบสี่

    ที่รู้ความจริงว่าเป็นนางในวันนั้น องค์หญิงใหญ่รู้สึกประทับใจ ในความเป็นสุภาพบุรุษของชายหนุ่ม ที่ยื่นมือออกมาปกป้องนางและมารดา


    "กรอด!! ..เจ้า~..! "

    องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดกัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล ตอนนี้พลังบอลดวงจิตของเขาผิดปกติบาดเจ็บสาหัส เหมือนภายในถูกโจมตีพลังลดลง หายไปเรื่อยๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ


    "เสด็จพี่ยั้งมือไว้ก่อนเถอะอาการของท่านบาดเจ็บสาหัสยิ่งนัก.."

    เสียงองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาถลาเข้ามากอดสามีที่ตอนนี้ทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ที่ถูกพลังจิตอสูรกระแทกเอาเข้าอย่างเต็มที่


    "จิงจงข้าขอโทษ.."

    เสียงขององค์จอมกษัตริย์ดังแผ่วเบาก่อนที่ดวงตาของเขาจะปรือลง เพราะความเจ็บปวดที่อัดแน่นเข้าไปในหัวใจ เหมือนบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขาจะแตกสลาย เพราะพลังจิตอสูรของคนผู้นั้นที่ซัดใส่เต็มๆ


    "องค์ชายสิบสี่ช่วยบิดาเจ้าด้วย..เขาไม่ไหวแล้ว..รีบด่วนอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย..ช่วยแม่รักษาเขาที"เสียงพระนางเจ้าจิงจงเรียกลูกชายอย่างร้อนรนกริชเพชรทะยานเข้าไปหา องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้


    ขึ้นประสานกับพลังจิตอสูรก่อเกิดเป็นหมอกพลังสีชมพู ซึมซับเข้าไปในร่างกายของบิดาค้นพบว่ามีหมอกสีดำสายหนึ่ง กำลังห่อหุ้มกัดกินบอลดวงจิตแก่นแท้ขององค์กษัตริย์


    มันเป็นพลังจิตอสูร ที่หลงเหลืออยู่เพื่อกัดกินบอลดวงจิตแก่นแท้ ของผู้ที่ถูกกระแสพลังจิตอสูรธาตุทอง เหมือนปล่อยยาพิษไว้ทำลายผู้ที่ถูกโจมตี กริชเพชรเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา ขับไล่พลังสีดำนั้นจนสูญสลายไปในชั่วอึดใจ


    "โอ๊กกก..!! "

    เสียงกระอักเลือดของจอมกษัตริย์ทะลักออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะสลบบนอ้อมอกขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวาพระนางจิงจง


    "ท่านแม่..พาเสด็จพ่อกลับไปพักในเก๋งบัญชาการก่อนเถอะ เดี๋ยวที่นี่ข้าจะจัดการเอง.."กริชเพชรกล่าวขึ้นอย่างเครียดๆ เพราะมองไปนอกกำแพงเห็นกองทหารนับแสนรายล้อมเมืองเอาไว้


    ปู่ทวดเจ้าจี่และองค์หญิงเจ้าเฟิงพร้อมด้วยพระนางเจ้าเฟยก็มาสมทบยืนอยู่ข้างๆ ขณะที่องค์ชายสิบสี่รักษาอาการบาดเจ็บขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด

    วาบๆ ๆ!!

    ทันใดนั้นพลังบอลดวงจิตอสูรระดับเทพของกษัตริย์อสูรวารีหิมะ ก็ปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้าเป็นพลังเงาร่างขนาดยักษ์


    "พวกเจ้าบังอาจทำร้ายลูกข้าจนบาดเจ็บสาหัสเยี่ยงนี้..มันทำเกินไปแล้ววันนี้ข้าจะทุบตีพวกเจ้าให้หนำใจ..จะได้ไม่ดูหมิ่นพวกเราอสูรวารีหิมะอีก...."

    จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะกล่าวกระด้างอย่างโกรธแค้น เมื่อเขาได้นำตัวลูกชายกลับไปแล้วพบว่าถูกทำร้ายเจียนตาย จึงเกิดโทสะดำเนินสงครามต่อ


    "องค์กษัตริย์อสูรวารีหิมะท่านโปรดระงับโทสะก่อนเถอะ..พวกเราก็สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน..ต่างเป็นญาติสนิทสายตรงของจอมจักรพรรดิอสูรวารี ใยจะมาเข่นฆ่ากันเพื่อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ มันไม่ไร้เหตุผลไปรึ..".


    เสียงปู่ทวดเจ้าจี่ก้องกังวานแม้กายอสูรครึ่งเทพเขาจะอยู่ในระดับสี่ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะ ก็ถือว่าห่างขั้นกันถึงสามขั้น จึงคิดพูดประนีประนอมเพื่อยุติสงคราม


    "องค์จอมกษัตริย์ของเจ้าทำร้ายลูกข้าเจียนตายเยี่ยงนี้..จะมานับญาติอีกรึ..ข้าจะบดขยี้พวกเจ้าให้เป็นผุยผง แล้วจะไปยอมรับโทษจากองค์จอมจักรพรรดิอสูรวารี ข้าเชื่อว่าท่านจะให้อภัยไม่ได้รับโทษถึงตายแน่


    เพราะข้าคือขุนพลนักรบที่ร่วมในสงคราม ไม่ใช่เศษสวะขยะอย่างกษัตริย์ของพวกเจ้า ที่ขึ้นครองบัลลังก์ได้ เพราะเป็นบุตรหลานสายตรงของจอมจักรพรรดิอสูรวารี..." เขาพูดพร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน


    "อัญเชิญธนูหิมะผนึกโลกันตร์.."

    จอมอสูรวารีหิมะพูดจบ ด้วยความที่เป็นคนดุร้ายมุทะลุจึงเริ่มทำสงคราม เพราะกลัวว่าองค์จอมจักรพรรดิอสูรวารีจะเสด็จมาห้ามทัพก่อน ดังนั้นจึงต้องการขย้ำนครแห่งนี้ ให้แหลกลาญคามือ สมกับความแค้น ที่กษัตริย์ของพวกเขาบังอาจทำร้ายลูกหัวแก้วหัวแหวน


    แม้ว่าดวงตราอาญาประกาศิตจะเป็นอาวุธขั้นเทพ ที่ตั้งไว้เป็นหมอกเสาไอน้ำคอยปกป้องเมือง แต่ธนูหิมะผนึกโลกันต์ก็เป็นอาวุธขั้นเทพคู่เมืองอสูรวารีหิมะเช่นเดียวกัน มันถูกอัญเชิญออกมาทันที เกิดเป็นคันธนูขนาดใหญ่ค้ำฟ้าก่อนจะยิงขึ้นไปบนอากาศ

    ควับๆ ๆ! เปรี้ยงๆ ๆ!! ครืนๆ ๆ!!


    ฉับพลันมิติก็เกิดการบิดเบี้ยวอากาศทั้งสิ้นกลับกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ทุ่มลงมากระแทกเสาไอหมอกน้ำหักสะบั้น

    แตกระเบิดเสียงดังสนั่นสูญสิ้นประสิทธิภาพ การปกป้องเมืองไปทันที สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเมืองและเหล่าทหาร แตกตื่นขวัญเสีย

    ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!! ครืนนนน!! โครมมมม!

    กริชเพชรตะลึงลานกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน เขางงไปหมดไม่รู้จะทำยังไงดี


    "อสูรพลังจิตของข้า เปิดม่านมิติส่งทหารไปฆ่าพวกมันให้สิ้นซากอย่าไว้ชีวิตแม้สักคน..ล้างบางมันให้หมด..."

    เสียงจอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะดังก้องไปทั่วบริเวณ เงาพลังดวงจิตแก่นแท้ของเขาที่ปกคลุมเหนือฟ้า ดุจทหารเทพที่ลงมาจุติล้างผลาญนครอสูรวารีน้ำจืดให้แหลกลาญไป


    วูบๆ ๆ!!

    "องค์ชายสิบสี่! ..ระวังตัวด้วย..เตรียมตัวรบพวกอสูรพลังจิตระดับธาตุทอง มีหลายคนมันจะเปิดม่านมิติแล้ว"

    หยกหยกที่ยืนอยู่ด้านหลังกริชเพชรร่ายคาถาของนางออกมาบนมือ เตรียมป้องกันนายเหนือนางอย่างเต็มกำลังรบ


    "องค์ชายสิบสี่ทำยังไงดี..ท่านปู่ทวดเจ้าจี่เราจะแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ได้อย่างไร? ท่านปู่ทวดจอมจักรพรรดิอสูรวารีท่านก็ยังไม่มา"

    องค์หญิงเจ้าเฟิงถามด้วยใจร้อนรน เมื่อกองทหารองค์กษัตริย์อสูรวารีหิมะ เริ่มโจมตีโดยเปิดม่านมิติพลังจิตอสูร ส่งคนเข้ามาบนกำแพงเมืองแล้ว


    ปู่ทวดเจ้าจี่ตอนนี้ถือว่าเป็นผู้อาวุโสสูงสุดในเขตแดนอสูรวารีน้ำจืด เขากัดฟันกรอดกลายร่างเป็นมังกรน้ำขนาดยักษ์ พุ่งทะยานออกต่อต้านกองทหาร ที่หลุดออกจากม่านมิติที่เกิดขึ้นบนกำแพงเมืองใหญ่ เหล่าทหารอสูรหิมะถือหอกดาบหลุดออกมาจากอุโมงค์ม่านมิตินั้น นับพันๆ คนดุจสายน้ำที่ทะลักออกมาบนกำแพงเมือง


    "ไม่ได้การแล้ว!! ..เยอะแยะขนาดนี้จะตียังไงไหวหยกหยกป้องกันข้าไว้ ข้าจะปลุกวิญญาณเกล็ดอาวุธเทพออกมาสู้กับพวกเขา.."

    กริชเพชรไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเปิดม่านมิติให้ใหญ่ขนาดไหน ถึงพอจะเรียกมังกรโลกันต์ออกมาได้ทั้งตัว

    เพราะแม้แต่นอเขาของมันก็สองพันฟุตแล้ว เขาคิดไม่ออกจริงๆ เลยว่า ถ้ามันหลุดออกมาทั้งตัวมันจะใหญ่มหึมาเท่าใด นั่นก็หมายความว่าระยะเวลาในการเปิดม่านมิติ ต้องใช้มากขึ้นกว่าเก่า


    "ได้"

    ควับ!!

    หญิงสาวหัวทองพูดสั้นๆ ก่อนที่จะทะยานขึ้นกลางอากาศ เร่งเร้าบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางเรียกศิลาออกมาวางไว้ในมือ ก่อนจะขว้างมันขึ้นไปกลางอากาศ


    "อยากตายก็มาดิ..คร่าาาา!!

    เสียงของนางดังกัมปนาทข่มขวัญเหล่าทหารอสูรวารีหิมะ ที่ทะลักออกมาจากปากอุโมงค์แม้พวกมัน จะมีกายคนครึ่งอสูรระดับขั้นที่แปดกันทุกตน

    แต่เมื่อเสียงของหยกหยก ที่คำรามออกไปข่มขวัญพวกมันจนต้องหยุดชะงักอยู่กับที่


    เพราะร่างของหญิงสาวทะยานจากฟากฟ้าลงมาหากองทหารอสูรวารีหิมะ หน้าประตูมิติ เหมือนนางยมทูตสีเพลิง กำหอกใหญ่ไว้ในมือที่มีกายอสูรครึ่งเทพระดับหก แต่ประกายพลังรบของนางกับดุดันผมสีทองของนาง ลุกกระพือดุจเปลวไฟ


    "วิญญาณอาวุธศิลาอสูรออกมา.."

    เสียงของหยกหยกร้องดังก้องม่านมิติก็เปิดออกวิญญาณอาวุธศิลาของนาง ขยายออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ พลังกดดันจากฟากฟ้าใต้ฐานศิลาตรึงพวกเหล่าทหาร ที่ทะลักออกจากม่านมิติไว้กับพื้น ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้นับหลายพันคน

    ...............................................................................................................................................................................................