“เยี่ยม ตรงนี้ทำเป็นห้องหลอกๆ หากไม่เดินเข้ามาลึกก็จะไม่เจอทางไปยังห้องถัดไป”
ตงฟางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ การขุดถ้ำสร้างสถานที่กบดานของเขามีการวางแผนขุดที่ง่ายมากๆ โดยห้องแรกที่เขาได้จากการขุดตงฟางสร้างให้มันเป็นถ้ำใหญ่หน่อย หากใครบังเอิญเข้ามาเจอพวกเขาจะได้ใช้งานห้องนี้หลบซ่อนตัว สำหรับเขามันเป็นห้องหลอกๆเท่านั้น
ห้องที่แท้จริงอยู่ลึกเข้าไป มันจะต้องยกก้อนหินออกถึงจะเห็นเส้นทางเดินไปยังห้องอีกมากมายที่เขาสร้างแยกไว้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องสำหรับหลอมยา แล้วยังมีห้องกว้างสำหรับนำสมุนไพรมาเพาะชำ
แม้ภายในถ้ำจะมืดมิด เขากลับมีอาวุธพิเศษจากชายทั้ง 5 ที่ฆ่าไป ด้วยกระบองไฟหากเขาใส่แกนพลังวิญญาณเข้าไป มันจะนำพลังวิญญาณมาสร้างแสงไฟให้กับห้องของเขา สำหรับอากาศตงฟางได้เจาะรูระบายเอาไว้บนเพดาน ทำให้มีลมพัดเข้ามาในถ้ำของเขาแล้วระบายออกไปทางรูบนเพดาน ต่อจากนี้ไปเขาก็มีสถานที่กบดานในการล่าแล้ว
“ไหนดูซิ ชายเหล่านี้มีอะไรบ้าง”
ตงฟางนำของทั้งหมดจากชายที่พึ่งฆ่าออกมาวางสำรวจ เขาอยากรู้ว่าตัวเองเก็บอะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะเปลี่ยนอาวุธใช้งาน ดาบทั้งหมดที่เขาพกมานั้นพวกมันถูกเขาโยนทิ้งน้ำหมดแล้วเพราะกลายเป็นเศษขยะ กล่องบรรจุก็เช่นกัน ทันทีที่เขาลูบมือสัมผัสกับสิ่งของตรงหน้านี้เอง ตงฟางได้เผยรอยยิ้มออกมาจนปิดไม่มิด
“หึหึ รุ่นพี่บอกว่ามันราคาหมื่นหินวิญญาณสินะ ตอนนี้เราก็ได้มันมาแล้ว ขอโทษนะลุง”
ตงฟางลูบไปยังแหวนเก็บของทั้ง 5 วงจากชาย 5 คนที่เขาฆ่าตาย จากนั้นก็มองจ้องไปยังมีด 10 เล่มเป็นอาวุธติดตัวของชายทั้ง 5 คน มีด 8 เล่มเป็นมีดระดับ 2 ส่วนอีก 2 เล่มเป็นมีดระดับ 3 ด้วยจำนวนมีดทั้ง 10 เล่มเขาคิดว่ามันยังคงน่ากลัวเพราะเขาใช้งานพวกมันได้พร้อมกัน
“เจอแล้ว”
พลังวิญญาณส่งผ่านเข้าไปในแหวนทั้ง 5 วงแล้วเทของที่อยู่ภายในออกมา สิ่งแรกที่ตงฟางเห็นคือเงิน ต่อไปยันต์ระดับ 1 แล้วของใช้ต่างๆ สิ่งไหนที่เขาไม่ต้องการตงฟางทำการแยกออกไป เหลือไว้เพียงแค่เงินและยันต์ระดับ 1 จำนวน 10 แผ่น
“นึกว่าจะรวยกว่านี้ สมุนไพรระดับ 4 1 ต้น เงิน 5,000 มีด 10 เล่ม ยันต์ 10 แผ่น แล้วก็พิษ 10 ลูก ยังดีที่มีหม้อหลอมยาให้ด้วย ”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความเสียใจ เขานึกว่าจะได้สิ่งของมากมายกว่านี้เพราะคนที่ฆ่าเป็นถึงระดับก่อตั้งวิญญาณและระดับผสานวิญญาณ ถึงอย่างนั้นหากตีมูลค่าแหวนเก็บของทั้ง 5 วง การปล้นครั้งนี้เขาได้เงินถึง 5 หมื่นหินวิญญาณ
“เอาล่ะ ดูดซับพิษให้หมดก็แล้วกัน”
ตอนนี้การหายตัวไปของชายทั้ง 5 อาจจะสร้างปัญหาให้เขาภายหลัง ตงฟางจึงคิดว่าจะดูดซับพิษในถ้ำของเขาก่อน จนกว่าจะผ่านไปสักระยะเขาถึงจะเดินทางออกไปสำรวจสมุนไพร
ปุง~!
ลูกบอลพิษระเบิดส่งควันสีม่วงกระจายไปทั่วห้อง ตงฟางจึงพยายามดูดซับพวกมันเข้ามาในร่างกาย ไม่ยอมให้พวกมันกระจายออกไปจากถ้ำของเขา
“เดี๋ยวก่อนนะ ขนาดพื้นที่เหรอ ทำแบบนี้ได้ไหมนะ”
ตงฟางหลับตาฟื้นฟูพลังจิตของเขาให้กลับคืนมา จากนั้นเขาก็เริ่มกางม่านพลังจิตรอบตัวจนเกิดเป็นโดมทรงกลมกว้าง 3 เมตร ไม่เพียงแค่เขาที่ถูกป้องกันในม่านพลังจิต พิษส่วนหนึ่งภายในห้องก็เช่นเดียวกัน สาเหตุที่ตงฟางต้องทำแบบนี้ก็เพราะเขาอยากรู้ว่าตัวเองสามารถใช้พลังจิตบีบอัดพิษเข้าสู่ร่างกายของเขาได้ไหม
พิษที่เขาใช้มันเป็นควัน เขาคิดว่าปอดของเขาสามารถรับควันปริมาณมากได้อย่างแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ทักษะโลหิตสลายกระดูกทำงาน พิษในร่างกายของเขาจะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งกับร่าง ไม่มีสิ่งตกค้างอยู่ในปอด ทันทีที่เขากางม่านพลังจิตเสร็จสิ้นตงฟางก็เริ่มบีบม่านพลังจิตให้เล็กลงจนสัมผัสได้ว่าลมเข้าปอดเยอะขึ้นพิษที่เข้ามาในปอดผ่านทางการหายใจก็มีปริมาณเยอะกว่าเดิม
“เยี่ยม”
ตงฟางกางพลังจิตอีกครั้งเพื่อคลุมพิษทั้งหมดที่กระจายออกไป เขาไม่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้เหลือพิษเลยสักนิดเดียว ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหากจะซึมซับหมอกพิษได้เร็ว เขาเพียงแค่สร้างม่านพลังคลุมตัวเอาไว้ จากนั้นค่อยเปิดใช้งานระเบิดพิษ เพียงเท่านี้เขาก็สามารถสูดพิษเข้าสู่ร่างได้อย่างรวดเร็วแล้ว
“ยิ่งได้รับพิษเยอะ ร่างกายก็ยิ่งร้อนสินะ”
ผลข้างเคียงในช่วงใช้ทักษะโลหิตสลายกระดูกที่ตงฟางรับรู้ได้คือปอดของเขากำลังร้อนดั่งถูกไฟเผาไหม้ ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่สร้างความเสียหายใดๆให้กับร่างกาย ตงฟางจึงปล่อยให้เขาเจ็บปวดต่อไป พลางสังเกตพลังวิญญาณในตันเถียนกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากพิษที่ถูกซึมซับผ่านทักษะโลหิตสลายนะดูก
—---------------------------------
“พี่ลู่จิว หยุดก่อน อย่าพึ่งไป”
ศิษย์ทั่วไปนับร้อยวิ่งตามหลังลู่จิวอย่างกับมดปลวก ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนล้วนแล้วมีคนคอยวิ่งตามหลัง ซึ่งทุกอย่างเกิดเพราะการที่เขาเอาชนะระดับสัมผัสวิญญาณได้เมื่อวาน หลายคนจึงเข้ามาขอให้เขาสอน ลู่จิวกลับไม่สามารถสอนใครได้ ตงฟางกำชับไว้ให้เขาเงียบที่สุด
ไม่เพียงแค่ต้องเงียบ เขาต้องแสดงท่าทางเย่อหยิ่งแล้วปฎิเสธคนที่วิ่งตามอีกด้วย ทำให้ตลอดทั้งวันลู่จิวต้องปฎิเสธผู้คนที่เข้ามาเอาใจมากมาย บางคนมอบหินวิญญาณ บางคนมอบอาหาร เขากลับไม่รับพวกมันเพราะตงฟางห้ามให้เขารับของเหล่านี้ หากเขารับจะทำให้เส้นทางเอาชีวิตรอดที่พวกเขาพยายามทำพังเสียหาย
“หยุดตามได้แล้ว ฉันจะนอน”
“พี่ลู่จิว”
“จะไปไหนก็ไป ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าพวกแก ใครก็ตามที่ทำให้ฉันโกรธฉันจะบอกตงฟาง”
ลู่จิวกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง วันนี้เขายังไม่ได้ฝึกตามที่ตงฟางบอกเลยสักนิด เนื่องจากมีคนเดินตามเขาเป็นจำนวนมาก เขาจึงทำเพียงแค่ตื่นแล้วเดินออกไปกินอาหาร จากนั้นก็กลับมานอน รอวันที่ตงฟางกลับมา
—-------------------------------
“เอาล่ะ น่าจะพอแล้ว วันนี้ไปล่าสมุนไพรต่อดีกว่า”
ตงฟางนำหญ้าน้ำค้างเลือดที่เก็บติดมากำมือปลูกลงไปในห้องสำหรับเพาะชำ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังปลูกสมุนไพรอีก 2 ชนิดสำหรับหลอมยายี่จงลงไปด้วย จนทำให้ห้องมีแปลงสมุนไพรเล็กๆเติบโตจากการใช้พลังจิตเร่งการเติบโตของพวกมัน
เขาไม่ต้องทำให้พวกมันเติบโตจนเป็นต้นใหญ่มาก เพียงแค่ให้พวกมันเป็นต้นเล็กๆไว้ใช้พลังจิตเร่งพวกมันให้โตตอนจะใช้งานก็ได้ การเร่งให้พวกมันโตเร็วมีแต่จะทำให้เขาเสียพลังจิตไปเปล่าๆเท่านั้น ตอนนี้ขอแค่พวกมันเป็นต้นอ่อนเขาก็พอใจแล้ว หากวันใดสมุนไพรที่เขาต้องการถูกเผาไปจนหมด เขายังสามารถนำพวกมันออกไปเพาะชำได้
“ถ้าวันนี้ได้สมุนไพรตัวสุดท้าย เราก็จะหลอมยายี่จงได้ สาธุ ขอให้เจอง่ายๆก็แล้วกัน”
ตงฟางก้าวเท้าออกมาจากน้ำตกด้วยการคลุมร่างทำให้เขาไม่ต้องตัวเปียก เมื่อวานเขาได้ดูดซับพิษไปหมดแล้วจนระดับเพิ่มขึ้นมาเป็นสัมผัสวิญญาณขั้น 2 โชคไม่ดีที่พิษหมดไปก่อนเขาจึงไม่ได้ดูดซับ ทันทีที่เขาลอยออกมาจากใต้น้ำตกนี้เอง เขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างนอนอยู่บนโขดหินใต้น้ำตก
“ศพผู้หญิงเหรอ ไม่ ไม่ใช่ ยังไม่ตายแต่กำลังจะตาย”
ตงฟางรีบบินลงไปใกล้ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องช่วย รู้เพียงแค่ว่านี่คือหญิงสาวเขาจึงไม่คิดหาเหตุผลอื่นมาช่วยเธอ
“เฮ่ย สวยมาก สวยล่มบ้านล่มเมือง ทรวดทรง อกเอว บั้นท้าย หากไม่มีบาดแผลบนร่างกาย ต้องเป็นหญิงสวยล่มบ้านล่มเมืองแน่นอน”
ชุดกี้เพ้าแดงแหวกขาจนเห็นรูปร่างอ้อนแอ้น มีหนังจิ้งจอกสีขาวพาดบ่าทำเอาตงฟางเลือดกำเดาไหล เขาต้องรีบช่วยก่อนเพราะเธอกำลังจะตาย จึงใช้พลังจิตยกร่างเข้าไปในถ้ำของเขา จากนั้นก็แยกน้ำออกจากร่างจนเสื้อผ้าเธอแห้ง
“ไปเจออะไรมานะ ถึงอยู่ในสภาพนี้”
มือทั้งสองค่อยๆจับผิวหนังตรวจดูความลึกของบาดแผลรอบตัว ทุกอย่างน่าจะเกิดขึ้นราว 10 ชั่วโมงก่อน ทันทีที่รู้ว่าเขายังช่วยได้ ตงฟางจึงไม่รอช้านำเอาเข็มชุดใหม่ออกมาฝังบนร่างกายเพื่อยับยั้งพลังวิญญาณของเธอที่กำลังวิ่งกระจายทำลายอวัยวะภายในไปทั่ว
ตงฟางยังใช้พลังจิตใส่ลงไปบนตัวของเธอ เพื่อกระตุ้นเซลล์ให้พวกมันรักษาบาดแผลบนร่างของเธอ การกระตุ้นการรักษาในระดับเซลล์จำเป็นต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน นั่นก็คือพลังงานในร่างกายของเป้าหมาย ดังนั้นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นเซลล์คือร่างกายจะผอม หากไม่สามารถมอบพลังงานให้กับเซลล์ได้
“นี่น่าจะเป็นกรงเล็บ ส่วนนี่น่าจะเป็นของมีคม อะไรกันนะทำให้ระดับผสานวิญญาณขั้น 9 บาดเจ็บขนาดนี้ได้ แต่ช่างเถอะ อยากรู้จังว่าเธอตื่นมาแล้วจะทำยังไงกับเรา ขอบคุณด้วยการจูบหรือเปล่านะ หรือจะเป็นหอมแก้ม”
ตงฟางยิ้มพลางเช็ดเลือดบนจมูก จากใบหน้าขาวซีดแม้จะขาดเลือดเขากลับบอกอายุของหญิงสาวคนนี้ได้ว่าอยู่ในช่วงราว 25 ปี หากเขาเดาไม่ผิดจะต้องเป็นลูกสาวตระกูลใหญ่ภายในเมืองหลงไห่แน่นอน ด้วยชุดสวมใส่และแหวนเก็บของที่เหมือนจะมีราคาแพง เขาจึงคิดว่าเธอจะต้องมาจากสถานที่หรูหราพอสมควร กระทั่งบาดแผลหายไปพร้อมกับความอวบอึ๋มที่ลดลงตงฟางจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะพี่สาวตรงหน้าพ้นขีดอันตรายแล้ว
“ต้องออกไปหาอาหาร เอาล่ะพี่สาวจ๋า รอผมก่อนนะ ถ้าตื่นแล้วอย่าพึ่งหนีนะ ผมยังต้องการคำขอบคุณ”
ตงฟางรีบวิ่งออกไปนอกถ้ำด้วยท่าทางดีใจเพื่อตามหาสัตว์อสูรมาทำอาหาร ไม่เพียงเท่านั้นเขายังออกสำรวจสมุนไพรสำหรับทำยายี่จงอีกด้วย
“งั้นเอาเป็นแกก็แล้วกัน พี่สาวเป็นระดับผสานวิญญาณต้องกินโปรตีนสูงๆหน่อย แกจงมาเป็นอาหารซะ”
สัตว์อสูรระดับ 3 มองจ้องตงฟางด้วยใบหน้างุนงง จู่ๆตงฟางก็เข้ามายืนอยู่ตรงหน้ามันด้วยท่าทางหื่นกระหาย ทันใดนั้นมันกลับพบเข้ากับบางอย่างพุ่งเข้ามาในร่างกายผ่านช่วงท้องจนต้องทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นดิน ไม่แม้จะได้ออกแรงต่อสู้เลยสักนิดเดียว
การโจมตีด้วยมีดทั้ง 10 เล่มสร้างความตกใจให้ตงฟางเป็นอย่างมาก เขายังใช้พลังจิตไม่มากกลับทำให้เขาบังคับมีดแทงทะลวงผิวหนังสัตว์อสูรตรงหน้าได้ง่ายดาย
ด้วยการใช้งานมีดระดับ 2 และ 3 ทำให้เขารู้ถึงชีวิตที่อาจตกตาย หากไม่รีบหาชุดเกราะดีๆมาสวมใส่บนตัว ถ้าเขาเจอศัตรูมีอาวุธระดับสูง เขาอาจจะตายได้ในการตัดเพียงครั้งเดียว
“เฮ่ย ทำไมโชคดีอย่างนี้นะ”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ด้านหลังของสัตว์อสูรที่เขาโจมตีมีสมุนไพรที่เขาต้องการอยู่มากมาย มันเป็นสมุนไพรต้นสุดท้ายสำหรับทำยายี่จง เขาจึงรีบชำแหละแกนพลังวิญญาณจากสัตว์อสูรแล้วแล่เอาเนื้อของมัน จากนั้นก็เริ่มเก็บสมุนไพรให้มาก วันนี้เขาคิดว่าจะลองหลอมยายี่จงดู หากมีอะไรผิดพลาดจะได้ไม่กระทบธุรกิจของเขา ถ้าเกิดว่ายายี่จงไม่สามารถหลอมได้ เขาจะได้หาทางสร้างยาตัวใหม่ออกมา แม้สัตว์อสูระดับ 3 จะทิ้งวงแหวนวิญญาณเอาไว้ด้วยหลังจากตาย ตงฟางกลับไม่สนใจ เนื่องจากว่ามันเก็บไม่ได้ หากเขาไม่ดูดซับจำเป็นต้องทิ้งเท่านั้น
“คงต้องบินแล้วล่ะ”
เดิมทีตงฟางไม่คิดจะบินเพราะมันเปิดเผยตำแหน่งเกินไป แต่เขาจำเป็นต้องรีบเก็บสมุนไพรตามเส้นทางที่เคยผ่านไปหลอมแล้วยังต้องกลับไปดูพี่สาวชุดแดง จึงต้องรีบเดินทางให้เร็วที่สุด กระทั่งเขาเดินทางมาถึงตำแหน่งเก็บหญ้าน้ำค้างเลือด ตงฟางก็รีบตัดมันหอบใหญ่แล้วบินกลับไปยังถ้ำของเขาทันที
“พี่สาว ตงฟางกลับมาแล้วนะ พี่สาวตื่นหรือยังเอ่ย”
เสียงเรียกหน้าถ้ำดังขึ้นพร้อมด้วยความรู้สึกยินดี สาเหตุที่ต้องร้องออกไปก็เพราะเขากลัวพี่สาวตื่นก่อนแล้ว หากเขาเดินเข้าไปโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงกลัวจะถูกสังหาร
“อาห์ ค่อยยังชั่ว ยังหลับอยู่ งั้นผมจะทำซุปเอาไว้ให้ก็แล้วกัน ยังดีนะคนทั้ง 5 ที่ปล้นมีหม้อและเครื่องเทศอยู่บ้าง พี่สาวรอเลย น้อยนักจะมีคนได้กินข้าวฝีมือผม”
ตงฟางตั้งหม้อตุ๋นเนื้อพลางพูดคนเดียวต่อไป ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเบื่อจึงนำหม้อหลอมยาออกมาตั้งไฟเพื่อเริ่มหลอมยายี่จง