สองเท้าก้าวเดินอย่างว่องไว ในมือซ้ายถือตะกร้าผักผลไม้มากมายมุ่งหน้าไปยังหลงเฉียงฟิตเนส คืนที่ผ่านมาเธอตรวจสอบยานของตระกูลพบว่าผู้ที่เดินทางเข้าไปในซากโบราณสถานยังไม่ออกมา วันนี้จึงเป็นอีกวันที่เธอลอบไปหาลูกสาวได้
เมื่อมาถึงหน้าร้านเธอไม่รอช้าเดินตรงเข้าไปข้างในทันที ก่อนจะไปทักทายเด็กสาวด้วยท่าทางคิดถึง
เด็กสาวเห็นว่าแม่กลับมาอีกครั้งรีบสั่นกลองป๋องแป๋งไม่หยุดจนอ้ายเสินเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะดูเหมือนว่าเป่าเป้ยน้อยจะชอบคุณหนูตระกูลเจียงมากๆ
“ เป่าเป้ยกินข้าวหรือยังเอ่ย.. ”
จินม่ายสอบถามลูกสาวพลางหันมองดูลุงอ้ายเพราะอีกฝ่ายมีหน้าที่ดูแลเด็ก อ้ายเสินจึงชี้นิ้วเข้าไปในครัวบอกให้รู้ว่ามังกรกำลังทำอาหาร จินม่ายจึงรีบถือตะกร้าเข้าไปข้างในนั้น ไม่นานเธอก็กลับออกมาพร้อมกับอาหารที่วางอยู่บนหัวของมังกร
“ น่ากินจังเยยค่า ”
เด็กสาวตบมือเปาะแปะ อาหารวันนี้มีเยอะเป็นพิเศษ น่าตาของมันมีสีสันสวยงาม เธอรู้สึกพอใจมากจึงสั่นกลองไม่หยุด
“ ให้แม่ป้อนนะจ๊ะ อ้าม… ”
ม่านพลังคลุมทับพื้นที่ที่จินม่ายและเป่าเป้ยน้อย จึงทำให้คนที่อยู่รอบๆไม่มีใครได้ยินเสียงพูดจา ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าวันนี้คุณหนูตระกูลเจียงมาที่ร้านและมาเล่นกับลูกเถ้าแก่
หลายคนเห็นเธอจึงนึกสงสัยเรื่องเมื่อวาน คุณหนูตระกูลเจียงพูดถึงสามีของเธอ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้คำตอบว่าสามีของคุณหนูเป็นใคร แม้จะสงสัยพวกเขาก็ไม่กล้าโพสต์ในอินเทอร์เน็ตเพื่อสอบถามเพราะกลัวจะถูกตระกูลเจียงเล่นงาน ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าใครสักคนในร้านอาจจะเป็นคู่หมั้นของคุณหนูตระกูลเจียงที่กำลังปลอมตัวอยู่ก็ได้
การมาที่ร้านของเธอเหมือนมาเฝ้ารอใครสักคนออกกำลังกาย ดังนั้นทุกคนจึงรอดูหน้าคนที่คุณหนูตระกูลเจียงเรียกว่าสามีเช่นกัน
“ เก่งจังเลย เป่าเป้ยกินข้าวหมดด้วย ” รอยยิ้มอันอบอุ่นส่งให้ลูกสาวด้วยความรักและเอ็นดู ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดเศษอาหารที่เปื้อนอยู่รอบๆบริเวณปาก
“ เป่าเป้ยเก่งมาก ป๊ะป๋าบอกว่าหยูเก่งเหมือนกัน ”
“ เหรอ ป๊ะป๋าก็บอกว่าเป่าเป้ยเก่งเหรอ ไหนให้แม่ดูเล็บหน่อยซิ เล็บยาวหรือยัง ”
“ จาตัดเล็บเหยอ ”
“ ใช่แล้ว เราจะตัดเล็บกัน ” เด็กสาวยื่นมือข้างซ้ายไปให้แม่ ทว่าเธอกลับชักมือกลับแล้วหัวเราะเมื่อเห็นคิ้วของแม่ที่เลิกขึ้นสูง
จินม่ายเห็นว่าลูกสาวยื่นมืออีกข้างมาให้จึงค่อยๆยื่นมือไปรับ ทว่าลูกสาวกลับชักมือกลับแล้วหัวเราะอีกเธอจึงยิ้มเมื่อเห็นว่าลูกสาวกำลังหยอกล้อกับเธอ
“ คุณมังกร กรรไกรตัดเล็บฆ่าคนได้ไหม ไม่กลัวว่าเธอจะทำอันตรายเป่าเป้ยของเราเหรอ ”
อ้ายเสินเห็นเด็กสาวและหญิงสาวกำลังหยอกกันด้วยความสนุกพลางตัดเล็บให้กัน เขากลัวว่าของมีคมอย่างกรรไกรตัดเล็บจะสร้างความอันตรายให้กับเป่าเป้ยน้อย เขาเคยเห็นนักฆ่าใช้กระดาษแผ่นบางๆฆ่าคน จึงกลัวว่ากรรไกรตัดเล็บจะใช้เล่นงานเป่าเป้ย
“ ทำงานไป ”
“ ได้ครับได้ ”
อ้ายเสินพยักหน้ารับ คำตอบนี้ทำให้รู้ว่ามันไม่เกิดอันตรายเลย วันนี้เขาจึงปล่อยให้เป่าเป้ยน้อยเล่นกับคุณหนูตระกูลเจียงต่อไป ถือเสียว่าวันนี้เป็นวันหยุดของพวกเขาที่ต้องเล่นกับเป่าเป้ยมาหลายวัน
ไม่นานเขาก็เห็นว่าเด็กสาวหลับไปแล้วหลังจากเล่นจนเพลีย เธอยังคงขึ้นไปนอนบนตักคุณหนูจินม่ายเช่นเดิม ซึ่งอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรและเหมือนจะพอใจเช่นเดียวกัน
“ เถ้าแก่จะกลับมาไหมนะ วันนี้ก็วันที่ 15 แล้วด้วยสิ ”
ก้อนเมฆบนท้องฟ้าค่อยๆเลื่อนผ่าน จนกระทั่งดวงอาทิตย์ค่อยๆลดลงต่ำแสงของวันก็เริ่มจางลงไป ภายในชั้น 1 ยังคงมีผู้คนเข้าใช้งานมากมายเช่นเดิมมีทั้งคนที่แวะมาออกกำลังกายและกลับมารอเจ้าของร้านเพื่อปลุกพรสวรรค์
ขณะนั้นเขาก็พบเสียงร้องตะโกนดังมาจากหน้าร้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พระอาทิตย์ล่วงตกจนถนนเต็มไปด้วยแสงไฟ
“ เป่าเป้ยจ๋าป๊ะป๋ากลับมาแล้ว!!! ”
เด็กสาวสะดุ้งตื่นพลางหันมองไปหน้าร้านด้วยท่าทางดีใจ เสียงนี้เธอจำได้ดีว่าเป็นเสียงของใครจึงบอกให้แม่พาอุ้มไปที่หน้าร้าน
จินม่ายได้ยินเสียงอันคุ้นหูจึงรีบอุ้มลูกน้อยออกไปดูคนที่กลับมาบ้าน ทันทีที่เห็นว่าใครเดินมาเธอจึงยิ้มเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ทุกอย่างล้วนเป็นการจัดฉากเพื่อปกปิดการมีอยู่ของสามีและลูกน้อยเพื่อไม่ให้เธอกลับมาที่เขต X ข่าวการตายของทั้งสองจะทำให้เธอตัดใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
“ ทายซิพ่อได้อะไรมา ”
เฉินห่าวแวะอาบน้ำให้สิงโตข้างลำธารใจกลางเมืองพร้อมกับให้มันดื่มยาฟื้นฟูราคา 100 ล้านเพื่อรักษาตัวให้หายดีก่อนจะแวะกลับบ้าน
เนื้อตัวของมันเต็มไปด้วยเลือดเขากลัวว่าลูกสาวจะหวาดกลัวจึงแปรงขนให้มันดูนุ่มฟูก่อนจะแบกกลับมา
แต่แล้วเขากลับพบว่าคนที่ยืนอยู่หน้าร้านไม่ได้มีเพียงแค่อ้ายเสินที่ออกมาจัดแถวต้อนรับ ด้านหน้าทางเข้ามีหญิงสาวสวมแว่นตาดำอุ้มเป่าเป้ยเอาไว้อยู่ จากรูปร่างท่าทางของอีกฝ่ายที่เขามองดูเฉินห่าวรู้สึกคุ้นเคยราวกับเห็นที่ไหนมาก่อน
เนตรเซียนหมื่นวิถีเปิดใช้งานแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่เขาจะหันไปคุยกับเป่าเป้ยน้อยสลับกับมองหน้าหญิงสาวสวมผ้าโพกหัวและแว่นตาดำทั้งที่พระอาทิตย์ตกแล้ว
“ ทายซิป๊ะป๋าพาใครกลับมา ”
“ เพื่อนใหม่เหยอคะ ”
“ แทแดม! ”
สิงโตสูง 2 เมตรกระโดดออกจากหลังเฉินห่าวแล้วคำรามเบาๆเป็นการทักทายเด็กน้อยตรงหน้า
เป่าเป้ยเห็นเพื่อนใหม่ชูมือทั้งสองไปข้างหน้าแล้วขยำมือแสดงความต้องการว่าอยากขี่หลัง
จินม่ายรู้สึกกลัวมอนสเตอร์ที่เฉินห่าวพากลับมาไม่น้อย กลัวว่ามันจะเล่นงานลูกสาวเธอจึงอุ้มเป่าเป้ยเอาไว้แน่น
“ มันไม่อันตรายหรอกคุณ มันถูกฝึกมาอย่างดีแล้วเหมือนกิ้งก่าตัวสีแดงในบ้านนั่นแหละ ถ้ามันกัดลูกสาวเรานะ ผมฆ่ามันทิ้งทันทีเลย ”
สิงโตขาวยิ้มแห้งแสดงฟันสีขาวเรียงสวยให้อีกฝ่ายเห็นว่ามันเชื่อง อย่างไรก็ตามบทสนทนาของเถ้าแก่และคุณหนูตระกูลเจียงกลับทำให้กลุ่มของอ้ายเสินสับสนและงุนงงไปในเวลาเดียวกัน ครั้งแรกเถ้าแก่เรียกอีกฝ่ายว่าคุณด้วยท่าทางสนิทสนมแล้วจากนั้นเขาพูดคำว่าลูกสาวของเราออกมาชัดๆ ต่อให้จะลองย้อนทวนซ้ำๆทุกคนได้ยินเหมือนกันหมด
“ หรือว่าสามีที่ว่าจะไม่ใช่การอำกันหว่า ”
อ้ายเสินเริ่มไม่แน่ใจ แต่เขาไม่เคยได้ยินเถ้าแก่พูดเรื่องนี้ให้ฟังมาก่อนจึงดูไปเรื่อยๆ ตอนนี้ฝ่ายชายอยากให้ลูกสาวขี่สิงโตตัวสีขาวขนนุ่มฟู แต่ฝ่ายหญิงเหมือนจะไม่ยอม ยิ่งมองพวกเขาก็เริ่มรู้สึกว่าความต้องการของทั้งสองเหมือนพ่อและแม่ขึ้นมาทุกที
“ คุณกล้าให้มอนสเตอร์เลี้ยงลูกสาวเราได้ยังไง รู้ไหมว่ามันอันตราย ”
“ ผมเป็นเทรนเนอร์นะ ต่อให้จะเป็นแมลงวันมันก็เชื่อฟังผม ดูสิว่ามันทำอะไรได้บ้าง ”
เฉินห่าวบอกให้สิ่งโตวิ่งถอยหลังไปสามก้าวมันก็ทำตาม เขาจึงบอกให้มันวิ่งเป็นวงกลมมันก็ทำตาม แต่ดูเหมือนว่าจินม่ายจะยังไม่วางใจ เขาจึงบอกให้มันวิ่งเข้าไปในครัวแล้วชงนมออกมา สิงโตขาวก็ทำได้ไม่ต่างจากมังกรเลย เธอจึงพยักหน้าแต่ก็ยังเผยให้เห็นความกังวล
เป่าเป้ยเห็นว่าจะได้ขี่สิงโตแล้วจึงรีบขอให้มาม้าพาไปยังส่วนหลังของมัน เมื่อวางเป่าเป้ยลงไปแล้วมือน้อยๆก็กำขนสิงโตเอาไว้แน่นก่อนจะบอกให้มันวิ่งอย่างรวดเร็วรอบๆหน้าร้าน
“ กี๊ด! ”
เสียงกรีดร้องของจินม่ายดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ภายในร้าน แต่ละคนวิ่งออกมาข้างนอกด้วยท่าทางแตกตื่น เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายเกิดขึ้น เด็กสาวแค่ขี่อยู่บนหลังของมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วเท่านั้น พวกเขาจึงกลับเข้าไปในร้านปล่อยให้เถ้าแก่ที่กลับมาจัดการเรื่องนี้เอาเอง
“ คุณ ลูกเราไม่เป็นอะไรหรอก ”
เฉินห่าวดึงแขนของจินม่ายเอาไว้ เธอกลัวมากเกินไปเขาจึงค่อยๆปลอบแล้วก็อธิบายให้ฟังจนอีกฝ่ายค่อยๆสงบแต่ก็อดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้
“ คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่าลูกสาวเป็นเลเวล 1 นี่คุณพาลูกออกไปล่าเหรอ ”
“ เปล่าๆ เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง คุยเรื่องของเราก่อน ผมมีหลายอย่างอยากจะถามเลย ”
จินม่ายกลืนน้ำลาย เธอมีหลายอย่างอยากจะคุยกับสามีเหมือนกัน
“ ทำไมคุณถึงทิ้งพวกเราไป ” เฉินห่าวมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง คนที่เขาตามหากลับปรากฎตัวที่ร้าน หลังจากได้ยินคำถามเธอทำเพียงก้มหน้าลงเพราะรู้สึกผิด
ในระหว่างรอฟังคำตอบ เขาไม่ลืมส่องดูหน้าเธอชัดๆ ตอนนี้หัวใจของเขากำลังเต้นตึกตักด้วยท่าทางตกใจ เนื่องจากหญิงสาวคนนี้มีใบหน้าเหมือนภรรยาของเขาในโลกเซียน ทั้งน้ำเสียง แววตาท่าทาง ทุกอย่าง แม้กระทั่งใฝเล็กๆที่มุมปากเหมือนกันไม่มีผิดราวกับเธอทะลุมิติมาที่นี่ ซึ่งเขาเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะเขาฝังเธอเองกลับมือในวันที่ตาย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นคนๆเดียวกัน
“ ฉันไม่ได้ทิ้งค่ะ ”
“ แล้วที่เกิดขึ้นมันคืออะไร ”
“ คือว่า คือมัน. ” เฉินห่าวให้เวลาอีกฝ่ายสักหน่อย ไม่นานเธอก็เล่าออกมา
“ คุณก็รู้ใช่ไหมว่าเราสองคนแอบคบกันแล้วก็มีลูกสาว ”
“ ผมความจำเสื่อม ” จินม่ายหันมองสามี ช่วงจังหวะการเล่าทุกอย่างยังคงปกติไม่ต่างจากเมื่อก่อน แววตาที่เฉินห่าวแสดงออกมาทำให้รู้ว่าเขาพูดจริง
“ แล้วจำฉันได้ไหม ”
“ ไม่ ผมจำอะไรหลังจาก 4 เดือนก่อนไม่ได้เลย รู้แค่ว่าตัวเองคือเฉินห่าว มีลูกสาวชื่อเป่าเป้ยและมีโรงแรมแห่งนี้เท่านั้น ”
“ คุณเสียความทรงจำตอนไหน ”
“ น่าจะเพราะมือสังหารลอบโจมตีบ่อย สมองก็เลยกระทบเล็กน้อยจนจำอะไรไม่ได้เลย มาต่อเรื่องที่คุณจากเราไปดีกว่า มีเหตุผลอะไรงั้นเหรอ ”
“ ตระกูลของฉันดูตัวคนที่จะเป็นคู่หมั้นเอาไว้แล้ว เมื่อรู้ข่าวว่าฉันมีลูกพวกเขาโกรธมากก็เลยหาทางทำให้ฉันกลับตระกูล ซึ่งพวกเขาบอกว่าให้เงินคุณมาก้อนหนึ่งเพื่อตัดความสัมพันธ์ทั้งหมด คุณเลือกที่จะตัดความสัมพันธ์เพราะกลัวลูกสาวจะถูกพาเข้าไปในตระกูลใหญ่ หากเป็นแบบนั้นชีวิตของเธอจะลำบากเพราะถ้าฉันแต่งงานใหม่ เธอจะถูกรังแกอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่ถูกรังแกก็คงจะเป็นเรื่องของคุณ ฉันก็เลยต้องยอมรับการตัดสินใจของคุณที่ขอแยกตัวออกมา ”
“ แล้วเกิดอะไรต่อ ”
“ ไม่นานก็มีข่าวบอกว่าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่โรงแรมหลงเฉียงฟิตเนส เจ้าของและลูกสาวเสียชีวิต หลังจากข่าวนี้ทางครอบครัวก็กีดกันฉันเต็มที่ แม้จะกลับมาพิธีศพก็ทำไม่ได้ ”
“ คุณอยากรู้ความจริงไหม ว่าทำไมไฟถึงไหม้ตึก ”
“ มีคนลงมือจัดฉากสินะ ”
“ ใช่ แล้วคุณรู้ไหมว่าเป็นใคร ”
“ ผู้อาวุโสในตระกูลของฉัน ”
“ เรื่องนี้ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผู้อาวุโสตระกูลเจียงเกี่ยวข้องหรือเปล่า แต่จากการจับมือสังหารมาเค้นหาคำตอบ คนที่จัดฉากการตายของผมคือตระกูลหาน เผาตึกก็เป็นฝีมือของพวกมัน การจ้างมือสังหารอีก 3 - 4 ครั้งตระกูลหานก็เป็นคนทำทั้งหมด ”
เฉินห่าวลอบประเมินหญิงสาว อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทางตกใจเลย ดูท่าเธอจะเผื่อใจเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน ตระกูลหานคงรู้ข่าวเกี่ยวกับเธอจึงคิดจะฝังกลบทุกอย่างไม่ให้ใครรู้
“ คุณรอดมาได้ยังไง ”
“ ผมมีลูกสาวเป็นตัวนำโชคไง เรื่องร้ายๆอะไรก็ผ่านมันไปได้ทั้งหมด ว่าแต่คุณล่ะ มาที่นี่ได้ยังไง ”
เฉินห่าวมองดูลูกสาวขี่สิงโตขาวด้วยท่าทางสนุกสนานแล้วมองภรรยาที่แตะไปยังกำไลข้อมือที่เป็นไอเทมสื่อสาร พลางแสดงท่าทางกระวนกระวายราวกับว่าต้องการจากที่นี่ไปให้เร็ว
“ เวลาไม่พอ ฉันต้องไปแล้ว ”
“ ทำไมล่ะ ”
“ การสำรวจซากโบราณสถานจบลงแล้ว ฉันให้น้องสาวปลอมตัวเป็นฉัน เธอบอกว่าทุกคนรู้แล้วว่าเธอเป็นตัวปลอมฉันก็เลยต้องรีบกลับไป ”
เฉินห่าวคว้าจับมือของจินม่ายเอาไว้อย่างไวก่อนที่อีกฝ่ายจะจากไปไกล
“ ไม่ต้องหรอก พวกเขารู้แล้วว่าคุณอยู่ที่นี่ ”
“ หมายความว่ายังไงเหรอคะ ”
“ มีคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินทางมา คุณอยู่ที่นี่แหละ ”
“ แต่ถ้าฉันอยู่ลูกกับคุณจะ ”
“ อยู่นี่แหละ ในอาณาเขตของผมไม่มีใครทำอะไรผมได้หรอก ลองเชื่อใจผมสักครั้ง ถ้าหากว่าผมไม่มีแผนคงไม่รอดจากมือสังหารมาได้นานขนาดนี้หรอก ”