หลินแร่เนื้อของมันออกมาเล็กน้อย เขานำมันมาส่งให้กับร้านรับจ้างเพื่อยืนยันภารกิจ รวมกับภารกิจในการสังหารงูหมอกที่ตัวเขาได้ทำเสร็จเมื่อวาน เขาจะได้รับเงินทั้งหมด 18000 เหรียญทอง พร้อมกับอุปกรณ์ระดับ 2 อีก 2 ชิ้น เขาค่อนข้างมีความสุขที่ได้รับสิ่งต่างๆมาอย่างง่ายดายขนาดนี้ ต้องขอบคุณทักษะของเขาจริงๆ
แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ช่วงหัวค่ำและยังไม่ถึงเวลานอน แต่เขากับรู้สึกอยากนอนขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเหนื่อย จะว่าไปแล้ววันนี้เขาก็ทำงานค่อนข้างหนัก หลินเดินกลับไปที่ห้องเช่าของเขาในหมู่บ้านทะเลทรายที่ 2 เขาอาบน้ำก่อนเพราะรู้สึกเหนียวตัวจากนั้นก็เข้านอนทันที
เช้าวันที่ 4 หลินตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด เพราะว่าเมื่อวานเข้านอนไวทำให้เขาตื่นขึ้นมาแต่เช้า มองผ่านหน้าต่างออกไปยังคงมืดอยู่มีเพียงแสงไฟภายในหมู่บ้านที่ยังคงส่องสว่าง เขาได้ถามเจ้าของร้านรับจ้างในตอนที่เขาไปส่งชิ้นส่วนเพื่อยืนยันภารกิจเกี่ยวกับการขอซื้อม้าทั้งสองตัวที่เขาใช้งานมันมาตลอดทั้งวัน
เจ้าของร้านบอกว่าที่ร้านรับจ้างแห่งนี้เป็นที่สำหรับซื้อขายพาหนะอยู่แล้ว แต่ว่าม้าทั้งสองตัวนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่ราคา มันถูกฝึกมาอย่างดี โดยเฉพาะการเอาตัวรอดและร่างกายที่แข็งแรงทนทานของมัน ยังมีเรื่องความเร็วที่สูงโดยเฉพาะการเคลื่อนที่ในทะเลทราย ถูกฝึกโดยคนในนครหลวงและหาซื้อได้เพียงนครหลวงเท่านั้น ปัญหาอยู่ที่มันมีจำนวนไม่มาก ภายในร้านรับจ้างเองมีอยู่เพียง 10 ตัว
เจ้าของร้านยังคงสาธยายออกมาอีกมาก สรุปแล้วเจ้าของร้านบอกว่าความจริงแล้วร้านจะไม่ขายพวกมัน แต่จะขายให้เขาเป็นกรณีพิเศษถ้าชิ้นส่วนของบอสที่ส่งมาทั้งสองตัวถูกยืนยัน เพราะทางร้านจะได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมากจากนครหลวงหากมีคนรับภารกิจในการกำจัดบอสและทำสำเร็จ ในราคาตัวละ 4000 เหรียญทอง
เรื่องคะแนนนั้นเจ้าของร้านไม่ได้พูดอะไรออกมามาก และเขาก็ไม่ได้ต้องการที่จะถาม แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องสิทธิหรือเรื่องชื่อเสียงต่างๆ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขา ในส่วนของเงิน 8000 เหรียญทองสำหรับม้าทั้งสองตัวนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องหาเพิ่ม เพราะเขากำลังจะได้เงินมากกว่านั้นมาอยู่แล้ว
ฟังไปฟังมาไม่รู้อีท่าไหน เขารับภารกิจสังหารบอสมาอีกหนึ่งภารกิจ
ภารกิจ สังหารบอสระดับ 5ผู้ว่าจ้าง : ผู้ดูแลหมู่บ้านทะเลทรายที่ 2ค่าตอบแทน : (สังหาร) เงินจำนวน 20000 เหรียญทอง+อุปกรณ์ระดับ 4รายละเอียด : ห่างออก 850 กิโลเมตร มีบอสครึ่งอสูรตัวหนึ่งกำลังปกป้องคุ้มครองบางสิ่งบางอย่างอยู่เป็นเวลาหลายปี ได้มีผู้กล้าหลายคนได้ทำการรับภารกิจเพื่อทำการสังหารครึ่งอสูรตนนี้บ้างถูกสังหารบ้างหลบหนีกลับมาได้ คนในนครหลวงหลายคนมาทดสอบด้วยตัวเองแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถจัดการมันลงได้ เนื่องจากมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับหมู่บ้านหรือผู้คน ทางนครหลวงจึงไม่ได้ส่งคนมาจัดการ จึงได้จัดทำภารกิจนี้ขึ้นมาเพื่อให้เหล่าผู้มีความสามารถได้ทำการสังหารมัน มีเงินรางวัลตอบแทนและยังมีอุปกรณ์ระดับ 4 เป็นรางวัลอีกด้วยคำเดือน : -
แม้แต่คำเตือนยังไม่ได้ถูกระบุเอาไว้ ที่ทราบแน่ชัดคือมันเป็นบอสระดับ 5 กับสถานที่ที่มันอยู่ ที่น่าสนใจคือเหมือนบอสตัวนี้กำลังปกป้องอะไรบางอย่างอยู่ ? สิ่งนี้น่าสนใจกกว่าอุปกรณ์ระดับ 4 มาก หวังว่ามันจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
หลินออกจากห้องเช่าของเขาและออกจากหมู่บ้านก่อนจะหาสถานที่ในการตั้งเต็นท์ของเขาเพื่อที่จะทำอาหารกิน ครั้งนี้เขาใช้เพียงทักษะออร่าเสริมความเร็วแห่งลมเพื่อวิ่งออกมา ม้าของเขาถูกส่งคืนให้กับร้านรับจ้างไปเมื่อวานแล้ว เขารู้สึกหิวตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจึงต้องออกมาหาทำอาหารให้กับตัวเองกิน
ก่อนจะกินเขาใช้ทักษะหมัดสีทองที่หยิ่งทะนง[1.5/1] เพื่อเพิ่มค่าการเรียนรู้ให้กับทักษะโจมตีที่ดีที่สุดของเขา เขากินในบริมาณที่มากกว่าปกติ ตอนนี้เนื้อของบอสเริ่มเหลือไม่มากแล้ว อาจจะเพียงพอให้เขากินได้อีก 1-2 วันเท่านั้น หลังจากเขากินเสร็จค่าการเรียนรู้ของทักษะหมัดสีทองที่หยิ่งทะนง[1.5/1] ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาหวังว่ามันจะเพิ่มขึ้นสักนิดในมื้อต่อไป
หลินเดินออกมาจากเต็นท์เขาเริ่มเห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นในตอนเช้า แน่นอนว่าเขาไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามขนาดนี้มาก่อน เขาดื่มด่ำกับความงดงามก่อนจะเก็บเต็นท์และเปิดแผนที่เพื่อดูทิศทางและออกวิ่งไปด้านหน้า ไปในหนทางที่ยาวไกล
การวิ่งด้วยทักษะความเร็วของอัจฉริยะอย่างต่อเนื่องและเป็นการวิ่งบนทะเลทรายทำให้เกิดล่องลอยในการสะกดรอยตามได้ง่าย แต่ใครเล่าจะตามเขามาได้ทัน ? หลินไม่ได้กังวลเรื่องนั้นแต่ก็อดคิดไม่ได้ อาจจะเรียกได้ว่าเขาใช้เวลาไม่นาน แต่เขาก็ใช้เวลาในการวิ่งอยู่พักใหญ่กว่าจะมาถึงจุดหมายของเขาในที่สุด
หลินกำลังยืนอยู่หน้าซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยหิน ซากศพที่เหลือเพียงแต่กระดูก ที่แห่งนี้เป็นซากปรักหักพังที่ค่อนข้างกว้าง เรียกได้ว่ามันเหมือนจะกว้างเท่ากับหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งก็ว่าได้ เขาค่อยๆเดินเข้าไปในซากปรักหักพังอย่างช้าๆ ซากศพเท่าที่เขาสังเกตเห็นมีไม่ต่ำกว่า 10 ศพ บรรยากาศค่อนข้างหน้ากลัว มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงเท้าของเขาเท่านั้นที่ดังขึ้น