บทที่ 60
ชายหนุ่มรูปงาม
“ดูนั่นสิ! ใครน่ะหล่อจัง? เขาเป็นเด็กมหาลัยเราเหรอ?”
“ไหนๆ? ว้าว! เขาหล่อมากเลย! ทั้งสูงทั้งหล่อ ดูดีมากกกก!”
“พระเจ้า! นี่มหาวิทยาลัยของเรามีหนุ่มหล่อขนาดนี้ด้วยเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะ?”
“ใช่ๆ จะหล่ออะไรขนาดนี้นะ! มหาลัยเราจริงอ่ะ? โอ้ยยย แค่ได้มองก็เหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเลย ช่วยด้วยย...”
…..
บนถนนหลักภายในมหาวิทยาลัยตงหลิง สาวๆต่างจับกลุ่มกันเดินไปตามอัธยาศัย ทว่าเช้าวันนี้ ทุกสายตากลับจดจ้องไปยังจุดเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
จุดที่ว่า คือจุดที่เด็กหนุ่มที่สูงกว่า 1.8 เมตร รูปร่างสูงโปร่ง ความสูงที่สมส่วนจนเพอร์เฟคนั้นหาได้ยากในตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนมาเป็นสาวมหาลัยเช่นนี้ ไหนจะใบหน้าที่หล่อเหลานั่นอีก
ถึงแม้ว่าเขาจะสวมแค่เสื้อลายสก็อตทั่วๆไปควบคู่กับรองเท้าลำลองสบายๆ แต่ด้วยรูปลักษณ์โดยรวมนั้น ตัวเขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกดาราหน้าใหม่ไฟแรงเลย
สายตาของสาวๆเหล่านั้นจึงไม่พลาดที่จะลอบมองทุกการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มราวกับจะสิงร่างเขาให้ได้เลย
กลุ่มของเด็กสาวกลุ่มเล็กๆนั้นจับกลุ่มเดินไปด้วยกันพร้อมๆกับกระซิบกระซาบกันด้วยเสียงที่เบาด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องอื่นใดนอกเสียจากการที่พวกเธอรู้สึกตกหลุมรักชายหนุ่มคนนี้หรอก
แต่ตั้งแต่ที่เขาปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ ตัวเขาเองยังไม่ได้แม้แต่ชายตามองสาวใดที่สบตามาเลยแม้แต่นิด
ร่างสูงนั้นเดินตรงไปเรื่อยพร้อมกับสายตาที่มองตรงเป็นระนาบและรอยยิ้มบนใบหน้า
ยามที่เขาเดินผ่านสาวๆกลุ่มไหน พวกเธอต่างก็ต้องถอนหายใจด้วยความผิดหวังกันถ้วนหน้า นั่นก็เพราะหนุ่มหล่อคนนี้ไม่ได้สนใจมองพวกเธอเลยซึ่งมันนำพาความสูญเสียแบบสุดๆให้ก่อเกิดขึ้นมาในใจ
เด็กหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังตึกการเรียนการสอนของแผนกบัญชี จากนั้นก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนและเข้าไปในห้อง C ของแผนกบัญชีก่อนจะหยุดลง
เขาเดินเข้าไปภายในห้องนั้น และทันทีที่เข้าไป ทุกสายตาภายในห้องต่างก็หันมามองพร้อมเสียงกระซิบกระซาบ
“ทำไมเขาเข้ามาในห้องนี้น่ะ? หมอนั่นใครกัน?”
“เขามาหาใครหรือเปล่า? ฉันว่าฉันไม่เคยเห็นเขานะ เขาเรียนกับพวกเราเหรอ? ในแผนกเราเนี่ยนะ?”
“ดูๆแล้วไม่น่าจะใช้คนจากแผนกเราแน่ๆ ฉันไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อนเลย บางทีอาจจะมาจากแผนกอื่น”
นี่เป็นเรื่องที่หนุ่มๆเริ่มจะถกเถียงกัน
“ว้าว! ดูสิ มีหนุ่มหล่อเข้ามาที่ห้องของพวกเราล่ะ!”
“พระเจ้า! เขาหล่อเกินไปแล้ว! นี่ๆ ช่วยดูหน่อยสิว่าเครื่องสำอางของฉันเป็นไงมั่งวันนี้ ไม่มีตรงไหนแปลกๆเนอะ?”
“อะไรยะหล่อน ถึงหน้าหล่อนจะเละเป็นเค้กคว่ำพ่อหนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้มาหาหล่อนหรอกย่ะ!”
“แล้วจะทำล่ะ? บางทีเขาอาจจะสังเกตเห็นฉันก็ได้ ใครจะไปรู้ แล้วถ้าเป็นอย่างงั้นฉันก็อยากจะให้เขาเห็นฉันตอนสวยๆสิ ฮึ่ม!”
ทางด้านสาวๆเองก็เสียงแตกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็พูดคุยกันด้วยความสนใจ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็กรี๊ดกร๊าดจนจะเป็นบ้ากันไปแล้ว
ในการที่ต้องเผชิญหน้ากับการถกเถียงกันภายใต้ความวุ่นวายนี้ ชายหนุ่มผู้ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาจากประตูก็แสดงรอยยิ้มที่มีเลศนัยออกมาจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปยังด้านหลังของห้องนั้น
ทุกสายตาจับจ้องไปยังการเคลื่อนไหวของเขา พวกเขานั้นอยากจะรู้ให้ได้ว่าหนุ่มรูปงามผู้ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนผู้นี้ คือใครกันแน่
ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังที่นั่งว่างด้านหลัง ซึ่งนั่นเป็นที่ของอู๋ตี้
จากนั้นก็ค่อยๆนั่งลงไปอย่างเรียบง่าย
ทันใดนั้นเอง ทั่วทั้งห้องเรียนต่างก็พากันเงียบสงัด
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมเขาถึงไปนั่งตรงนั้นล่ะ?
นี่น่าจะเป็นคำถามที่อยู่ภายในหัวของทุกๆคนที่ได้เห็นภาพนี้ ณ ตอนนี้
ท้ายสุดแล้ว เด็กหนุ่มที่อยู่ใกล้เขาที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น
“นายมาจากแผนกไหนน่ะ? ทำไมถึงมาที่ห้องของเรา? ที่นั่งที่นายนั่งอยู่มีเจ้าของแล้ว นั่งไม่ได้รู้ไหม?”
ชายหนุ่มเงยหน้ามองต้นเสียงที่ถามเขา จากนั้นก็หัวเราะ
“นายลืมฉันแล้วหรือไง เหล่าจิน? ฉันอู๋ตี้ไง”
นี่คือเหล่าจิน 1 ในไม่กี่คนที่มีสัมพันธไมตรีอันดีกับอู๋ตี้
เหล่าจินนั้นมักจะทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ เขาสามารถเข้าได้กับทุกๆคน หลายต่อหลายครั้งที่คนอื่นๆผลักไสไล่ส่งอู๋ตี้ มีเพียงเหล่าจินเท่านั้นที่เข้ามาคุยกับเขาด้วยคำพูดที่ถนอมน้ำใจ
แต่เพราะทุกๆคนนั้นมักจะตัดสินคนอื่นจากรูปลักษณ์ ดังนั้นเหล่าจินจึงไม่สามารถเข้าใกล้อู๋ตี้มากได้ ไม่งั้นแล้วเขาเองก็จะถูกคนอื่นๆผลักไสไล่ส่งไปด้วยเช่นกัน
ถึงอย่างนั้นอู๋ตี้เองก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งมากๆอยู่ดี เพราะเขาน่ะรู้ว่าเหล่าจินเป็นคนดีคนหนึ่งเลย
หลังจากได้ฟังดังนั้น เหล่าจินเองก็อ้าปากหวอด้วยความไม่เชื่อเลย
จริงๆมันก็ไม่ใช่แค่เขาหรอก ทุกๆคนในห้อง C ของแผนกบัญชีปี 3 นี้เลยต่างหากที่กำลังไม่เชื่อเมื่อชายหนุ่มรูปงามคนนี้บอกว่าตัวเขาคืออู๋ตี้ ทุกๆคนอ้าปากหวอด้วยความไม่เชื่อกันหมด
ตามปกติแล้วอู๋ตี้นั้นถือเป็นมนุษย์อ้วนล่องหนประจำห้องนี้อยู่แล้ว แต่การที่ไม่ได้เจอเขามาแค่ 2 วันมันจะทำให้จากมนุษย์อ้วนล่องหนกลายเป็นหนุ่มหล่อแบบนี้ได้ในทันทีเหรอ!? มันเป็นไปไม่ได้!
“ฉันเข้าใจแล้ว!”
ทันใดนั้นเอง หญิงสาวคนหนึ่งก็ยืนขึ้นและย่ำเท้าเดินมายังอู๋ตี้
ทุกๆคนต่างมองไปยังเธอทันที และพวกเขาก็อยากจะได้ยินว่าเธอนั้นรู้อะไร นี่มีความลับอะไรกันอีกหรือไง?
หญิงสาวเข้าไปมองหน้าอู๋ตี้ใกล้ๆด้วยใบหน้าแดงๆของเธอ แต่ยิ่งเธอเข้าไปมองใกล้เท่าไหร่ เธอก็หลงใหลใบหน้าหล่อเหลานั้นมากขึ้นเท่านั้น
แต่กระนั้นแล้วเธอก็ยังไม่ลืมสิ่งที่จะทำตั้งแต่ต้น เด็กสาวชี้ไปทางอู๋ตี้ก่อนจะพูดขึ้น “นายต้องเป็นดาราที่อู๋ตี้ขอให้มาพูดเรื่องนี้แน่ๆ! เพราะปกติแล้วอู๋ตี้จะโดนพวกเราเยาะเย้ยว่าเป็นไอ้อ้วน เพราะงั้นหมอนั่นเลยขอให้นายมาทำแบบนี้ บางทีเขาอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักที่เพื่อแอบดูปฏิกิริยาของพวกเราแล้วหัวเราะเยาะก็ได้ เพราะงั้นอย่าหลงกลเชียวล่ะ!”
ในทันทีที่เธอพูดจบ เสียง “โอ้” ก็ดังขึ้นมาจากคนอื่นๆ
“ฉันเข้าใจเหมือนเธอแล้ว เป็นไปได้ที่คนคนนี้จะเป็นนักแสดงที่อู๋ตี้จ้างมาให้เข้ามาในห้องนี้แล้วบอกว่าตัวเองคืออู๋ตี้เพื่อจะตบตาเรา จากนั้นก็จะได้หัวเราะเยาะพวกเราทีหลัง ฮ่าๆๆ สมเป็นอู๋ตี้ซะจริง เก่งเรื่องงี่เง่าแบบนี้นักนะ”
“ใช่แน่ๆ อู๋ตี้นี่มันน่าเบื่อแล้วก็ไร้เดียงสาจริงๆ หาตัวหมอนั่นให้เจอดีกว่า บางทีมันอาจจะซ่อนตัวเพื่อรอดูพวกเราอยู่ หาตัวมันให้เจอแล้วฉีกหน้ามันซะ!”
“ได้เลย ไอ้อ้วนนี่ กล้าที่จะจ้างนักแสดงมาตบตาพวกเรา หึ อย่าหวังว่าจะทำสำเร็จนะ ออกไปหาไอ้อ้วนนั่นกัน!”
….
เพียงครู่เดียว ทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงก่นด่าที่มีแต่ความโกรธ พวกเขานั้นคิดว่าอู๋ตี้ต้องกำลังแอบมองแผนการนี้อยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ เพราะงั้นพวกเขาจึงเริ่มต้นที่จะหาอู๋ตี้กันทุกๆที่
เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมห้องแบบนี้ หัวใจของอู๋ตี้มันก็เย็นยะเยือกขึ้นมา
ในตอนแรกเขานั้นคิดว่า ถ้าเขาผอม คนอื่นๆก็อาจจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขาก็ได้
แต่ภาพที่ปรากฏนี้มันก็ทำให้จิตใจของเขาดำดิ่งไปสู่ความหนาวเย็นเช่นเดิม ทัศนคติที่ทุกคนมีต่อเขานั้นยังคงไม่เปลี่ยนไป เขายังคงเป็นไอ้อ้วนในสายตาคนเหล่านี้เช่นเดิม
ในสายตาของคนเหล่านี้ เขายังคงเป็นไอ้อ้วน ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องถูกคัดออก ถูกกลั่นแกล้ง และถูกทำให้อับอายขายขี้หน้า เขาไม่สามารถหลุดบ่วงนี้ออกไปได้
ยิ่งได้มองเห็นพวกเขาตามหัวตนเองในทุกๆซอกทุกมุมของห้องนี้ มันยิ่งทำให้เขาได้รู้ว่า การสร้างความอับอายให้คนอื่น การกลั่นแกล้ง และความอึกทึกเหล่านี้นั้น กลายเป็นหนึ่งในความสุขของพวกเขาไปแล้ว รสนิยมแย่ชะมัด
สำหรับคนเหล่านี้ พวกเขาไม่สมควรได้รับการยกเว้นอีกต่อไป และไม่ควรจะได้รับสิ่งดีๆตอบแทนใดๆทั้งสิ้น
อู๋ตี้ยืนขึ้น นอกจากเหล่าจินที่ยืนอยู่ตรงหน้า สายตาของเขามองไปยังทุกๆคนในห้อง
“ไม่ว่าพวกนายจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ฉันคืออู๋ตี้ ต่อจากนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่มองพวกนายเป็นเพื่อนร่วมชั้นอีกแล้ว และนั่นก็เพราะว่าพวกนายเองไม่มีค่าสำหรับคำคำนี้!”
หลังจากที่พูดออกไปแบบนั้นแล้ว อู๋ตี้ก็หันกลับมามองเหล่าจินอีกครั้ง และครั้งนี้สายตาของเขาอ่อนโยนลง
“เหล่าจิน ทุกคน ยกเว้นนาย นายคอยช่วยฉันมาตลอดตั้งแต่อดีต เพราะงั้นหากนายต้องการความช่วยเหลือจากฉันในอนาคตล่ะก็ นายสามารถบอกฉันได้เลย หากมันเป็นสิ่งที่ฉันช่วยได้ ฉันจะไม่ปฏิเสธ”
ทุกๆคนตกตะลึงไปตามๆกันอีกครั้ง แต่ไม่นานนัก เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาจากทั่วทั้งห้อง
“ฮ่าๆๆ ไอ้เจ้าอ้วนอู๋ตี้ยังไม่เลิกเล่นอะไรแบบนี้อีกเหรอ? ดูเหมือนแกเองก็จะเก่งในด้านการแสดงละครลิงตบตาคนอื่นสินะ?”
“ไอ้อ้วนนั่นเอาเงินช่วยเหลือนักศึกษายากจนไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ ทั้งๆที่ควรเอาไปใช้กับการเรียนแท้ๆ แต่ดันเอามาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ซะได้ รอให้อาจารย์มาแล้วแจ้งเรื่องนี้ดีกว่า ไอ้อ้วนที่เอาเงินมาใช้กับเรื่องแบบนี้สมควรโดนไล่ออก!”
“ใช่ๆ พวกเราต้องรายงานพฤติกรรมหมอนี่! ฉันล่ะเกลียดพฤติกรรมแบบนี้ที่สุด ไม่มีเงินแท้ๆยังมักใหญ่ใฝ่สูงอีก เป็นขยะสังคมจริงๆ”
“ใช่! ขยะสังคมแบบนี้ต้องถูกกำจัด พวกเราต้องช่วยกัน!”
….
ในตอนนั้น ทั่วทั้งห้องเรียนก็เปี่ยมไปด้วยความขุ่นเคือง เสียงตะโกนและสาปแช่งดังไปทั่ว ทุกๆคนนั้นต่างพากันรุมประณามคนหนึ่งคนโดยถือว่าตนนั้นเป็นผู้พิพากษากันไปหมดแล้วว่าใครจะเป็นคนดี หรือใครจะเป็นปีศาจ หากพวกเขาพูดว่าดี สิ่งนั้นต้องดี หากบอกว่าแย่ สิ่งนั้นคือปีศาจ