รสจูบในคืนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเอเดนและเมโลดี้ มันเป็จูบที่ไม่ได้นำมาซึ่งความรู้สึกผิดอีกต่อไป แต่กลับเป็รสชาติของความหวัง การเยียวยา และ ความรักที่กำลังเบ่งบานอย่างแท้จริง หลังจากที่ริมฝีปากของพวกเขาคลายออกจากกัน ความเงียบที่อบอุ่นก็เข้าปกคลุมไปทั่วห้องนั่งเล่น แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาดูนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าที่เคย
เมโลดี้ไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่ยิ้มอ่อนโยนให้เอเดน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจและความรักที่เอ่อล้น เอเดนเองก็เช่นกัน เขามองเมโลดี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุข ความโล่งใจ และความรักที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
พวกเขาไม่ได้พูดคำว่า "รัก" ซ้ำอีกในคืนนั้น ไม่ได้มีคำมั่นสัญญาใดๆ ที่ยิ่งใหญ่ แต่การสบตา การััที่อ่อนโยน และความเข้าใจที่ส่งผ่านถึงกันนั้น เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าหัวใจของพวกเขาทั้งสองได้เชื่อมโยงกันแล้วอย่างสมบูรณ์
วันรุ่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะกลับมาเป็ปกติ เอเดนกลับมาที่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขา เมโลดี้กลับไปที่คลินิกของเธอ พวกเขาทั้งสองต่างทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนที่เคยเป็มา แต่ภายในใจของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกที่ว่ามีใครบางคนอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
การบำบัดของเอเดนยังคงดำเนินต่อไปตามนัด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่การบำบัดอีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็่เวลาที่พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างเปิดเผยและจริงใจในทุกเื่ เมโลดี้ยังคงทำหน้าที่จิตแพทย์ของเขาอย่างเต็มที่ เธอช่วยให้เอเดนได้สำรวจความรู้สึกของตัวเองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ช่วยให้เขาได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเศร้า และ ยอมรับการจากไปของลูน่าได้อย่างสงบ
เอเดนเองก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการซึมเศร้าที่เคยกัดกินเขามานานเริ่มจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น เขาสามารถนอนหลับได้เต็มอิ่มทุกคืน ฝันร้ายที่เคยตามหลอกหลอนก็ลดน้อยลง เขากลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ มีเรี่ยวแรงและพลังงานในการทำงานมากขึ้น ใบหน้าของเขาดูสดใสขึ้น มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าบ่อยครั้ง และดวงตาที่เคยหม่นหมองก็กลับมามีประกายแห่งความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“คุณเอเดนดูดีขึ้นมากเลยนะคะ” เมโลดี้กล่าวในเซสชั่นหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังจดบันทึกความคืบหน้าของเขา
“ฉันรู้สึกได้ว่าคุณกลับมาเป็ตัวของตัวเองอีกครั้งแล้วนะคะ”
เอเดนยิ้มเล็กน้อย “ครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ ผมรู้สึกเหมือนผมได้ชีวิตของผมกลับคืนมา”
“คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ช่วยให้คุณดีขึ้นมากที่สุดคะ” เมโลดี้ถาม
เอเดนมองเมโลดี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
“คุณครับ... คุณช่วยผมไว้เยอะมากจริงๆ”
เมโลดี้ยิ้มอ่อนโยน “ฉันดีใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งในการเดินทางของคุณนะคะ”
พวกเขาพูดคุยกันถึงเื่ราวต่างๆ มากมาย ทั้งเื่งาน เื่ชีวิตประจำวัน เื่ความฝันที่กำลังจะกลายเป็จริง และ เื่อนาคตที่กำลังจะมาถึง เอเดนเล่าถึงแผนการที่จะขยายร้านซ่อมเครื่องดนตรีให้ใหญ่ขึ้น และอาจจะเปิดคอร์สสอนซ่อมเครื่องดนตรีด้วย เมโลดี้รับฟังอย่างกระตือรือร้น เธอให้กำลังใจเขา และเสนอแิต่างๆ ที่เป็ประโยชน์
เมโลดี้เองก็เริ่มพูดถึงความคืบหน้าในการวางแผนที่จะเปิดศูนย์บำบัดทางจิตเวชที่ใหญ่ขึ้น เธอเล่าถึงความท้าทายที่เธอต้องเผชิญ แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็จริง เอเดนฟังอย่างตั้งใจ เขารู้สึกประทับใจในความมุ่งมั่นและความปรารถนาดีของเมโลดี้
นอกเหนือจากเซสชั่นบำบัด พวกเขายังคงใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ เมโลดี้มักจะแวะมาที่ร้านของเอเดนหลังจากเลิกงาน เพื่อช่วยจัดเรียงเครื่องมือ หรือ เพียงแค่นั่งเงียบๆ มองเอเดนทำงาน บางครั้งเอเดนก็จะชวนเมโลดี้ไปดื่มกาแฟที่ร้านใกล้ๆ หรือไปเดินเล่นในสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากคลินิกของเธอ
การใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเรียบง่าย ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาไม่จำเป็ต้องพูดคำว่า “รัก” ออกมาบ่อยครั้ง แต่ทุกการกระทำ ทุกสายตาที่สบกัน ทุกััที่อ่อนโยน ล้วนบ่งบอกถึงความรู้สึกที่พวกเขามีให้กันอย่างชัดเจน
วันหนึ่ง ขณะที่เอเดนกำลังซ่อมแซมกีตาร์ตัวหนึ่งอยู่ในร้าน เมโลดี้ก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารกลางวัน
“คุณเอเดนคะ ฉันเอาข้าวกลางวันมาให้ค่ะ” เมโลดี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“คุณคงยังไม่ได้ทานอะไรเลยใช่ไหมคะ”
เอเดนยิ้มกว้าง “คุณเมโลดี้รู้ใจผมที่สุดเลยครับ”
พวกเขานั่งทานอาหารกลางวันด้วยกันในร้านซ่อมเครื่องดนตรีเล็กๆ แห่งนั้น แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็กันเอง เอเดนเล่าเื่ราวตลกๆ ที่เกิดขึ้นในร้านให้เมโลดี้ฟัง เมโลดี้หัวเราะอย่างสดใส เสียงหัวเราะของเธอไพเราะราวกับเสียงระฆัง
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ เมโลดี้ก็ช่วยเอเดนจัดเรียงเครื่องมือ เอเดนสังเกตเห็นว่าเมโลดี้มีความคล่องแคล่วในการจัดเรียงเครื่องมือช่างอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเธอคุ้นเคยกับการทำงานในร้านซ่อมเครื่องดนตรีมานานแล้ว
“คุณเมโลดี้เคยทำงานในร้านซ่อมเครื่องดนตรีมาก่อนเหรอครับ” เอเดนถามด้วยความสงสัย
เมโลดี้ยิ้มเล็กน้อย “ไม่เคยค่ะ แต่พี่ลูน่า... เธอชอบมาที่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีบ่อยๆ ค่ะ เธอชอบดูช่างซ่อมเครื่องดนตรี”
เอเดนพยักหน้า “อ้อ ครับ”
พวกเขาเงียบไปชั่วขณะ ความเงียบนั้นไม่ได้อึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง พวกเขาทั้งสองต่างรู้ดีว่าลูน่าจะยังคงอยู่ในใจของพวกเขาเสมอ และความรักที่พวกเขามีให้กันในตอนนี้ ไม่ได้เป็การทรยศต่อความทรงจำของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือการสานต่อความปรารถนาสุดท้ายของลูน่า ที่้าให้คนที่เธอรักได้มีความสุข
เอเดนรู้สึกได้ว่าความเศร้าที่เคยปกคลุมจิตใจของเขามานานหลายปีได้จางหายไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกผิดอีกต่อไปแล้ว เขาเข้าใจแล้วว่าการจากไปของลูน่าไม่ใช่ความผิดของเขา และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขอีกครั้ง
เมโลดี้เองก็เช่นกัน เธอรู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอที่เคยปิดกั้นตัวเองจากความรักหลังจากที่เสียพี่สาวไป กำลังเริ่มเปิดออกอย่างสมบูรณ์ เธอไม่ได้รู้สึกผิดต่อลูน่าอีกต่อไปแล้ว แต่กลับรู้สึกเหมือนลูน่ากำลังอวยพรให้พวกเขาทั้งสอง
Alice คนชอบทะเล