ตู้ม~
ในห้องเรียนของสถาบันชิงหลงบรรดานักเรียนที่กำลังเรียนทฤษฎีอยู่ต่างหันไปมองเสียงระเบิดนอกหน้าต่าง
“อะไรระเบิดน่ะ ถังบำบัดน้ำเสียหรือไง?”
“ไม่นี่ ไม่มีกลิ่นเหม็นเลย”
“ดูเหมือนจะเป็นทิศทางห้องทำงานผู้อำนวยการ...”
เพดานห้องทำงานผู้อำนวยการพังทลายลงมาผนังแตกละเอียด แม้กระทั่งเหล็กเส้นภายในผนังก็บิดเบี้ยวผิดรูป
ซูหรูเยียนยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นและสิ่งสกปรกภาพลักษณ์ของผู้อำนวยการพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี
เซี่ยวซิงอวี่ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ผู้อำนวยการครับ ผมลืมปิดแก๊สที่บ้านผมขอกลับก่อนนะครับ”
“เซี่ยวซิงอวี่!นายกล้าดียังไงมาระเบิดห้องทำงานฉัน หาที่ตายหรือไง!”
ซูหรูเยียนกรีดร้องด้วยความโกรธคว้าคอเสื้อเซี่ยวซิงอวี่เอาไว้
เมื่อครึ่งนาทีที่แล้ว
เฟรยาหยิบดาบเสวียนเย่าขึ้นมาลองฟาดฟันดูสองสามครั้ง เธอก็พอใจกับอาวุธเวทเล่มนี้มาก
เซี่ยวซิงอวี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงสั่งให้เฟรยาได้ลองทดสอบพลังของดาบเสวียนเย่า
แล้ว...
คลื่นดาบที่ฟาดฟันออกไปได้เติมเต็มทุกซอกทุกมุมของห้องทำงานในทันที
ผนังไม่สามารถทนทานต่อพลังดาบที่รุนแรงเช่นนั้นได้จึงเกิดระเบิดขึ้น
“ผู้อำนวยการครับ ผมผิดไปแล้วจริงๆ!”
“ถ้าแค่ยอมรับผิดแล้วมันจะใช้ได้แล้วตำรวจจะมีไว้ทำไม?”
เซี่ยวซิงอวี่อยากจะร้องไห้แต่ก็หนีไม่พ้นการทรมานจากหญิงสาววัยกลางคนที่โตเป็นผู้ใหญ่คนนี้
ยามเย็น
เสียงกริ่งเลิกเรียนคือเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดที่เหล่านักเรียนนักศึกษาเคยได้ยิน
ในโรงเรียนบรรดานักเรียนต่างเดินไปโรงอาหารพร้อมกับพูดคุยเรื่องเดียวกัน
“นี่ได้ยินเรื่องห้องทำงานผู้อำนวยการระเบิดไหม?”
“แน่นอน ได้ยินสินั่นมันข่าวใหญ่ของสถาบันชิงหลงเราเลยนะ!”
“ข่าววงในบอกว่า ตัวการคือเซี่ยวซิงอวี่นักเรียนปีหนึ่งห้องสาม!”
“เซี่ยวซิงอวี่นี่มันคนดังจริงๆแถมยังเป็นหน้าเป็นตาของสถาบันชิงหลงเราด้วย สงสัยผู้อำนวยการจะตามใจเขาเกินไปแล้ว”
“ใครจะไปเถียงได้ล่ะระเบิดห้องทำงานผู้อำนวยการแบบนี้ ควรถูกไล่ออกด้วยซ้ำแต่ตอนนี้ยังไม่โดนแม้กระทั่งตำหนิเลย”
ตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่คือคนดังที่สุดในโรงเรียนไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับเขา
หลังโรงเรียนมีพี่น้องผมขาวคู่หนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้
พี่ชายหล่อเหลา สง่างาม มีบุคลิกโดดเด่น
น้องสาวแม้จะมีสีหน้าเย็นชาที่ทำให้คนเข้าถึงยากแต่ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอ ก็ยังทำให้ผู้ชายมากมายไม่ยอมแพ้ที่จะจีบเธอ
“น้องสาวเซี่ยวซิงอวี่นัดพวกเราที่หลังโรงเรียน นี่ก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว คนไปไหนเนี่ย?”
มู่หรงหยางซั่วเริ่มไม่พอใจเล็กน้อยในฐานะเพลย์บอย มีแต่ผู้หญิงที่ต้องรอเขานี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อรอผู้ชายคนหนึ่ง
“พี่หยางซั่ว ลิ่วจิน!”
เซี่ยวซิงอวี่วิ่งเข้ามาบนหัวเขามีกระต่ายหูสายฟ้าตัวหนึ่งนอนอยู่ ดูน่ารักและซุกซน
กระต่ายหูสายฟ้าเห็นมู่หรงซินซินก็กระโดดจากหัวเซี่ยวซิงอวี่ ไปตกในอ้อมแขนของมู่หรงซินซินอย่างมั่นคง
“ลิ่วจิน จิวจิวติดเธอเหมือนเดิมเลยนะ”
กระต่ายหูสายฟ้าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรกลายพันธุ์มีนิสัยแปลกๆ นอกจากเซี่ยวซิงอวี่ที่เป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรของมันแล้วก็มีเพียงมู่หรงซินซินเท่านั้นที่ทำให้มันสนิทสนมได้ขนาดนี้
มู่หรงหยางซั่วเอื้อมนิ้วไปจะแกล้งกระต่ายหูสายฟ้า
“จิวจิว ไม่เจอกันนานเลยนะ~ รอบหน้าตอนแข่งทีม ช่วยสัตว์อสูรของพี่รีเฟรชท่าไม้ตายด้วยนะ...โอ๊ย!แกกัดฉัน!”
มู่หรงหยางซั่วถูกกระต่ายหูสายฟ้ากัดนิ้วร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวดพลางบ่นงุบงิบ
“กระต่ายบ้าตัวนี้!มันเลือกปฏิบัติกับผู้หญิงใช่ไหม!”
“ไม่สิ! ไม่ใช่แค่ชอบผู้หญิงแต่แกคงคิดว่าน้องสาวฉันเป็นผู้หญิงของแกแล้วใช่ไหม!”
มู่หรงหยางซั่วแกล้งพูดจาเสียดสีสายตามองเซี่ยวซิงอวี่กับมู่หรงซินซินสลับกันไปมา
“นายมีอะไรถึงนัดพวกเรามา?”
มู่หรงซินซินกอดกระต่ายหูสายฟ้าพลางลูบหูกระต่ายช้าๆแล้วเงยหน้ามองเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่เผลอใจลอยไปเล็กน้อยนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เจอกับมู่หรงซินซิน ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว
การสอบกลางภาคทำให้ทั้งสองแยกจากกันนานขนาดนี้การได้กลับมาพบกันอีกครั้งทำให้เซี่ยวซิงอวี่ใจเต้นแรง
“ลิ่วจิน วันนี้ฉันจะกลับบ้านพร้อมพวกเธอ”
เซี่ยวซิงอวี่ครุ่นคิดแล้วเปลี่ยนคำพูด“ไม่สิ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่หลังจากนี้ทุกวันฉันจะกลับบ้านพร้อมพวกเธอ”
มู่หรงหยางซั่วตาโต
“ไม่จริงน่า น้องชายนายจะแต่งเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์นายพลมู่หรงของเราแล้วเหรอ?”
เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มอย่างซื่อๆ
“ฉันย้ายไปอยู่บ้านใหม่แล้วต่อไปพวกเราจะเป็นเพื่อนบ้านกัน”
“ย้ายบ้านใหม่เหรอ? ที่ไหน?”
“ปี้ไห่จินฝู่”
มู่หรงหยางซั่วอดถามไม่ได้“นายเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ ไปซื้อคฤหาสน์ที่ปี้ไห่จินฝู่ได้?”
“รางวัลที่ผู้อำนวยการให้มา”
“โอ้โห ผู้อำนวยการนี่ใจป้ำจริงๆนายไประเบิดห้องทำงานของเธอ เธอยังให้รางวัลนายอีก”
เซี่ยวซิงอวี่เกาหัวพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ“รางวัลมาก่อน ระเบิดห้องทำงานทีหลัง ถ้าสลับลำดับกันสงสัยคฤหาสน์หลังนี้คงไม่ใช่ของฉันแล้ว”
มู่หรงหยางซั่วโอบไหล่เซี่ยวซิงอวี่หัวเราะอย่างร่าเริง“ยังไงนายย้ายบ้านใหม่ก็เป็นเรื่องดีพวกเราจะเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว!”
“น้องสาว เธอเหม่ออะไรอยู่?”
มู่หรงหยางซั่วเห็นสีหน้าของน้องสาวเหม่อลอยไปเล็กน้อยราวกับกำลังคิดอะไรอยู่
“ฉันไม่ได้เหม่อ”
มู่หรงซินซินปากแข็งไม่ยอมรับความจริงแต่จริงๆ แล้วเมื่อกี้เธอรู้สึกดีใจมากเพราะบ้านใหม่ของเซี่ยวซิงอวี่อยู่ใกล้บ้านเธอมากหลังจากนี้ทั้งสองก็จะมีโอกาสได้เจอกันบ่อยขึ้น
บางทีเด็กสาวผู้ป่วยเป็นออทิสติกมาตั้งแต่เด็กคนนี้อาจจะยังไม่เข้าใจความรัก
แต่เธอเข้าใจความเคยชินเธอเคยชินกับการมีเซี่ยวซิงอวี่อยู่ข้างๆ ในทุกนาที
“ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน!”
“พี่หยางซั่วพี่รู้จักเสวียนจีเทคโนโลยีไหม?”
“เสวียนจีเทคโนโลยีเหรอ? แน่นอนสิประธานหลินเป่ยเสวียนของเสวียนจีเทคโนโลยีเป็นเพื่อนสนิทของพ่อฉันเลยนะเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกันเลย!”
“ว่าแต่เซี่ยวซิงอวี่พรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้ว นายไม่ได้นัดน้องสาวฉันไปดูหนังเหรอ เตรียมจะดูเรื่องอะไร?”
“หนังรักแอคชันพี่หยางซั่วอย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ใช่แบบที่พี่คิด...”
ดึกดื่น
ปี้ไห่จินฝู่ ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง
เย่ซือเหมิงสวมชุดนอนนั่งอยู่บนโซฟาผมแกละสองข้างแกว่งไปมา น่ารักสุดๆ
เซี่ยวซิงอวี่เท้าสะเอว ยืนอยู่หน้าโซฟาจ้องมองสาวน้อยโลลิต้าตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์
“พี่ชาย พี่จ้องฉันมาครึ่งวันแล้วสรุปพี่จะทำอะไรกันแน่?”
เซี่ยวซิงอวี่ถามว่า“เหมิงเหมิง เธอมาอยู่กับพี่ก็น่าจะประมาณสามสี่เดือนแล้วนะ”
“อื้อๆ!”
“เธอยังจำได้ไหมจุดประสงค์แรกเริ่มที่เธอหนีออกจากบ้านคืออะไร?”
“ฉันอยากเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูร!”
เย่ซือเหมิงยกกำปั้นเล็กๆ สีชมพูขึ้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไร้เดียงสา
“ดีมากเธอเป็นโลลิต้าตัวน้อยที่มีความทะเยอทะยานไม่เหมือนผู้หญิงที่หน้าอกใหญ่แต่ไร้สมองพวกนั้น!”
ตอนนั้นเองเซี่ยวรั่วเสวี่ยก็เดินออกมาจากห้องครัว ถือขนมกุ้ยฮวาเกา(ขนมหอมหมื่นลี้) สองถ้วย
“ใครหน้าอกใหญ่แต่ไร้สมองกัน?”
“พี่ครับ ผมไม่ได้ว่าพี่นะหน้าอกพี่ใหญ่จริง แต่ไม่ไร้สมอง”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยก้มลงมองไม่เห็นปลายเท้าเลย นี่แหละคือสัญลักษณ์ของหุ่นดี
“พี่ชาย พี่รั่วเสวี่ยทำกุ้ยฮวาเกาเรากินก่อนเถอะ!”
“ยัยเด็กตะกละ จัดการเรื่องสำคัญก่อน!”
เซี่ยวซิงอวี่ตัดสินใจแล้วยกมือวางบนศีรษะของเย่ซือเหมิง
“คืนนี้พี่จะรักษาโรคกลัวสัตว์อสูรของเธอให้หายขาด!”
เย่ซือเหมิงเป็นโรคกลัวสัตว์อสูรเพราะปมในวัยเด็กพอเห็นสัตว์อสูรก็จะหมดสติ หากเป็นแบบนี้ต่อไปเธอก็ไม่สามารถเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แท้จริงได้เลย
เซี่ยวซิงอวี่คิดว่าได้เวลาอันสมควรแล้วที่จะให้เย่ซือเหมิงก้าวข้ามปมในใจ และเดินบนเส้นทางของผู้ควบคุมสัตว์อสูร