ตอนที่ 72 ปราสาทแวมไพร์ ชั้นที่ 1 บึงนรก
เมื่อก้าวเดินเข้ามาภายในปราสาทความมืดมิดปกคลุมไปทั่วก่อนที่เทียนไขที่วางเรียงรายข้างกำแพงค่อยๆเกิดประกายไฟขึ้นทำให้มองเห็นเส้นทางเดินพรมสีแดงทอดยาวไกลสุดตาไปชนกับประตูบานหนึ่ง เคนจิไม่รอช้าก้าวเดินนำหน้าไปทันทีทันใดนั้นอลันคว้าจับที่คอเสื้อดึงเคนจิถอยกลับมาปรากฏหอกแหลมทิ่มแทงออกมาจากข้างกำแพงเป็นจำนวนมาก
“ระวังด้วยเจ้าคิดว่าจะเข้าไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึไง”
เสียงกลืนน้ำลายของเคนจิดังขึ้นหากเมื่อครู่อลันไม่ดึงเขาไว้คงถูกหอกแทงพรุนไปทั่วร่างแล้วก้าวเดินตามอลันไปอย่างระมัดระวังกับดักมากมายปรากฏขึ้นพวกเขาทั้งสี่ต่างรอดภัยมาได้อย่างหวุดหวิด กว่าพวกเขาจะมาถึงประตูที่อยู่สุดพรมแดงก็ทำให้ปรากฏหยาดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้าเมื่อเหลือบมองไปยังด้านหลังดวงตาของเคนจิเบิกกว้างเหลือเพียงไรเซ็นเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ แต่มังกรดินกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“ไรเซ็น!! มังกรดินหายไปไหน?”
“ข้าไม่รู้ ข้าจ้องเพียงแต่ข้างหน้าเท่านั้นจึงไม่ได้สนใจที่ด้านหลัง ข้าผิดเอง!”
“ไม่ใช่ความผิดเจ้า! เจ้าโทริมันเพิ่มจำนวนกับดักมากขึ้นแม้แต่ข้าเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกันเจ้านั่นคงตกลงไปในประตูลับยังไงก็คงได้เจอกัน ไปกันต่อเถอะระวังตัวด้วย”
อลันกล่าวพร้อมกับเปิดประตูที่อยู่ตรงหน้าและก้าวเข้าไปทันทีโดยไม่รอเคนจิที่กำลังเหลือบมองไปที่ด้านหลังเพื่อสาดส่องสายตามองหามังกรดินไรเซ็นเหลือบมองเพียงชั่วครู่ก่อนจะก้าวเดินตามอลันไปปล่อยให้เคนจิยืนเพียงลำพัง
ณจุดสูงสุดของปราสาทบนบันลังก์ที่มีโครงกระดูกเป็นเครื่องประดับจัดเรียงอย่างสวยงามและมีแวมไพร์โทริที่กำลังนั่งจิบไวน์สีเลือดอย่างสบายอารมณ์โดยมีอินคิวบัสยืนอยู่ข้างๆ ในสภาพที่เหลือแขนเพียงข้างเดียวทันใดนั้นปรากฏอินคิวบัสอีกคนในความมืดในสภาพหน้าตาบิดเบี้ยวก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานสู่ท่อนแขนที่ขาดหาย
“อ๊ากก~!! ไอ้บัดซบ!”
เมื่อร่างเงากลับคืนสู่เจ้าของร่างอินคิวบัสร้องตะโกนดังลั่นแขนของมันที่กลับมานั้นบาดเจ็บสาหัสกระดูกหักแตกยับบิดเบี้ยวพร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์จนเลือดไหลอาบชโลมไปทั้งท่อนแขนหยาดเหงื่อปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้าแขนอีกข้างหนึ่งจุบกุมแน่นขนัดเพื่อห้ามเลือดทันใดนั้นดวงตาของอินคิวบัสเบิกกว้างโทริยื่นแก้วไวน์ของตนมารองรับเลือดที่กำลังหยดลงสู่พื้นและยกขึ้นดื่มอย่างไม่เกรงใจและปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของมัน
เสียงกลืนน้ำลายอินคิวบัสดังสนั่นลอบมองโทริไม่ขาดสายกลัวว่าโทริจะกระโจมทะยานมากัดเข้าที่คอของตนและในตอนนั้นเองที่อินคิวบัสต้องสะดุ้งโหยง เมื่อมีร่างใครคนหนึ่งทะยานมาออกมาจากความมืดและหมอบคลานกองไปกับพื้นพร้อมกับซักคิวบัสที่ก้าวเดินออกมาแล้วก้มหัวทำความเคารพแก่โทริส่วนร่างที่หมอบคลานอยู่กับพื้นนั้นดวงตาปิดสนิท แขนและขาถูกมัดด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่ออร่าสีดำที่แผ่ออกมานั้นทำให้รู้ว่าบนโซ่มีมนต์ดำปกคลุมอยู่ มันคือมังกรดินที่ติดกับดักและถูกซักคิวบัสจับตัวได้
“เรียนนายท่านพอดีข้าจับกิ้งก่ายักษ์ได้ตนหนึ่ง ท่านเห็นควรว่าเราจะทำอย่างไรกับมันดี”
“ทำได้ดีซักคิวบัสข้ารู้ว่าควรทำเช่นไร ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เมื่อพวกเคนจิผ่านพ้นมาจากประตูก็พบกับความมืดมิดอีกครั้งก่อนที่มีนจะค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างช้าๆ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขานั้นคือแอ่งน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนที่กว้างใหญ่ที่สุดขอบของแม่น้ำนั้นมีประตูเป้าหมายของพวกเขา เมื่อลองกางปีกมังกรเพื่อจะบินข้ามไปกลับถูกแรงกดบางอย่างกดทับไว้เมื่อลองเดินลงไปในแอ่งน้ำพบว่ามันมีความลึกเพียงข้อเท้าเท่านั้นอลันยังคงจ้องมองที่แอ่งน้ำไม่เคลื่อนไหวพยายามเค้นความทรงจำในอดีตถึงแอ่งน้ำแห่งนี้ เมื่อเห็นเคนจิก้าวเดินลงสู่แอ่งน้ำดวงตาของเขาเบิกกว้างความทรงจำที่พยายามเค้นกลับคืนมาทันที
“อ่ะ!! แย่แล้วเจ้าหนุ่ม!!รีบขึ้นมาจากน้ำเร็วเข้า!”
ในช่วงเวลาที่อลันพยายามจะเรียกเคนจิให้ขึ้นจากน้ำปรากฏมือข้างหนึ่งพุ่งทะยานจากใต้แอ่งน้ำคว้าจับที่ข้อเท้าของเคนจิทันทีดาบคาตานะปรากฏขึ้นในฝ่ามือเคนจิโบกสะบัดอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดฟันมือข้างที่จับข้อเท้าจนขาดกระเด็นและแหวกพื้นน้ำเป็นสายทาง ก่อนจะกระโจมทะยานขึ้นจากแอ่งน้ำเหลือบมองไปยังแอ่งน้ำปรากฏผีดิบจำนวนมหาศาลโผล่ขึ้นมาจนเต็มบึง
“ลุง! มันคือตัวอะไร แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกัน”
“ที่นี่คือบึงทางเข้าสู่นรกส่วนเจ้าผีดิบพวกนั้นมันจะอยู่ในบริเวณแอ่งน้ำเท่านั้นมันจะคอยลากคนที่เดินผ่านแอ่งน้ำนี้ลงสู่ขุมนรกอเวจีหากเจ้าฆ่ามันก็จะมีตัวใหม่โผล่ขึ้นมาไม่รู้จบ เมื่อเจ้าถูกจับมันจะลากเจ้าจมลงไปภายใต้แอ่งน้ำแล้วก็อย่าหวังว่าจะขึ้นมาได้ง่ายๆ ยังมีพวกมันอีกมากที่อยู่ใต้โคลนพวกนั้น”
“แล้วจะข้ามไปได้ยังไง”
“ข้าไม่รู้ข้าไม่ได้อยู่ที่นี้ตั้งหลายปีเจ้าไม่คิดว่าเจ้าโทริมันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยรึไง”
“ข้ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น”
“วิธีอะไรของเจ้า”
เคนจิเหลือบมองไปยังแอ่งน้ำที่เต็มไปด้วยฝูงผีดิบก่อนจะชี้ไปยังท่อนแขนที่เขาฟันขาดกระจุยล่องลอยอยู่บนผืนน้ำ
“ก็แค่สร้างสะพานข้ามขึ้นมายังไงล่ะฮ่าก~!!”
ประกายสายฟ้าสีดำปรากฏขึ้นบนมือทั้งสองข้างของเคนจิก่อนจะพุ่งทะยานไปยังเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็วและแผ่กระจายเป็นวงกว้างปกคลุมไปทั่วทั้งแอ่งน้ำร่างกายฝูงผีดิบสั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนจะแตกระเบิดกระจายกลายเป็นเศษซากส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
“ไงล่ะ! พ่อคนเก่งเละแบบนี้เจ้าจะเหยียบได้ไหม เจ้าพวกนี้ไม่สามารถใช้เวทโจมตีมันได้ก็อย่างที่เจ้าเห็นร่างกายของมันก็จะแตกกระจายทันทีที่โดยโจมตีด้วยเวท ”
“แล้วทำไมลุงไม่บอกข้าตั้งแต่แรก”
“อย่างกับเจ้าจะฟัง! ให้เรียนรู้ด้วยตัวเองซะบ้าง”
“หากใช้เวทโจมตีมันไม่ได้สงสัยต้องออกแรงกันหน่อยแล้ว ไป! ไรเซ็นช่วยข้าหน่อย”
“ตกลง!!”
เคนจิพุ่งทะยานไปข้างหน้าในมือทั้งสองข้างปรากฏดาบคาตานะทั้งสองเล่มไรเซ็นเห่าหอนเป็นเสียงของหมาป่า พร้อมกับกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าที่มีขนสีน้ำเงินปกคลุมไปทั่วร่างกางกรงเล็บที่แหลมคมพุ่งทะยานเคียงข้างไปพร้อมกับเคนจิ คมของคาตานะทั้งสองเล่มโบกสะบัดไม่ขาดสายซากศพของเหล่าผีดิบกลายเป็นเศษซากปลิวกระเด็นไปทั่วแอ่งน้ำ พร้อมกับกรงเล็บของไรเซ็นที่จับฉีกกระชากผีดิบราวกับฉีกกระดาษขาดกระจุยกระจายไปทั่วบริเวณ
ปรากฏซากศพฝูงผีดิบไปทุกหนแห่งในแอ่งน้ำจำนวนของมันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นเองปรากฏผีดิบที่แตกต่างจากตนอื่นอย่างเห็นได้ชัดพุ่งทะยานโผล่มาจากใต้แอ่งน้ำด้วยความรวดเร็วร่างกายของมันเป็นเพียงโครงกระดูกที่ขี่อยู่บนหลังม้าโครงกระดูก ในมือของมันถือเคียวสีดำยาวขนาดใหญ่มีเศษผ้าที่ขาดเป็นริ้วปกคลุมตามร่างกายของมันราวกับผ้าคุม ดวงตาที่มีไฟสีเขียวเหลือบมองพวกเคนจิราวกับยมทูตที่จะมาเอาวิญญาณของพวกเขา
“ลุง! นั่นคือตัวอะไร”
“มันคือไนท์แมร์ระวังตัวด้วยเคียวของมันจะกระชากวิญญาณของเจ้าไปสู่ขุมอเวจีเมื่อเจ้าตกตายด้วยเคียวของมัน อย่าคิดว่ามันกระจอกเหมือนกับลูกน้องของมัน อย่าประมาท...ระวังมันเข้ามาแล้ว!!!”
ไนท์แมนควบม้าโครงกระดูกพุ่งทะยานมาด้วยความเร็วเคียวในมือของมันโบกสะบัดราวกับสายฟ้าฟาดซากศพที่เกลื่อนอยู่ตามพื้นแตกกระจายกลายเป็นชิ้นๆ ไรเซ็นพุ่งทะยานถอยตั้งหลักแต่เคนจิกลับพุ่งทะยานเข้าหาคาตานะในมือข้างหนึ่งปะทะกับเคียงจนเกิดเสียงดังสนั่นคลื่นพลังแหวกแอ่งน้ำจนเห็นพื้นดิน
“เปรี้ยง!!”
เมื่อคาตานะในมือข้างหนึ่งปะทะเข้ากับเคียวมืออีกข้างที่ถือคาตานะก็โบกสะบัดโจมตีจากด้านข้างด้วยความรวดเร็วราวกับม้าโครงกระดูกรู้ทันการโจมตีของเคนจิมันยกขาหน้าทั้งสองข้างหลบหลีกได้ทันพร้อมกับดีดไปยังด้านหน้าดวงตาเคนจิเบิกกว้างกระแทกเคียวกระเด็นถอยพร้อมเอนตัวหลบกีบเท้าของม้าไปด้านหลังอย่างฉิวเฉียดก่อนจะตีลังกากลับหลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อไนท์แมร์เห็นเคนจิตีลังกาถอยมันก็พุ่งทะยานเข้าใส่ไม่ปล่อยให้เคนจิได้ตั้งหลักทันใดนั้นปรากฏร่างของไรเซ็นที่ตกมาจากฟ้า กรงเล็บของเขาฟาดไปยังหัวของไนท์แมร์จนขาดกระเด็นส่งผลให้ร่างของมันตกลงจากหลังม้าแล้วกลิ้งไปบนแอ่งน้ำหลายตลบเมื่อเห็นไนท์แมร์ตกตายไรเซ็นก็หันหลังก้าวเดินไปหาเคนจิพร้อมด้วยรอยยิ้มของหมาป่า
“ก็ไม่เท่าไร นี้รึหัวหน้าของมัน”
“เจ้าโง่!! ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าประมาท”
“ห่ะ!! อั๊กก!!!”
ดวงตาอลันเบิกกว้างไรเซ็นหันหลังให้กับศัตรูด้วยความประมาทไม่ทันขาดคำของอลันปรากฏปลายเคียวที่แหลมคมทะลุร่างของไรเซ็นเลือดไรเซ็นสาดกระจายจากช่องท้องก่อนจะถูกไนท์แมร์เหวี่ยงสะบัดส่งร่างของเขากระเด็นออกไปโชคดีที่อลันพุ่งทะยานมารับได้ทันพร้อมกับทำการรักษาเขาทันทีดวงตาเคนจิแดงก่ำด้วยความโกธรเคืองก่อนจะประจุเปลวเพลิงลงไปที่หมัดแล้วต่อยไปที่ร่างของมันด้วยความรวดเร็ว
“เปรี้ยงง!!!”
เสียงระเบิดดังสนั่นร่างกายของไนท์แมร์แตกกระจายปรากฏกระดูกที่ล่องลอยไปทั่วน่านฟ้า ก่อนจะพุ่งทะยานลงมาประกอบคืนร่างเหมือนเก่า แล้วพุ่งทะยานเข้าหาเคนจิด้วยความรวดเร็วดวงตาเคนจิเบิกกว้างการโจมตีของเขาไร้ความหมายก่อนจะใช้คาตานะในมือปะทะกับเคียวยักษ์ของไนท์แมร์อย่างต่อเนื่องพร้อมกับตะโกนไปหาอลัน
“ลุง!! เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันไม่ตาย แล้วไรเซ็นเป็นยังบ้าง”
“ข้าก็ไม่รู้ ข้าก็ไม่เคยสู้กับมันเจ้าไม่ต้องห่วงทางนี้สนใจกับศัตรูของเจ้าการโจมตีของมันเมื่อครู่ไม่ได้ถูกอวัยวะสำคัญ”
เคนจิพยักหน้ารับไรเซ็นยังคงปลอดภัยและเริ่มตั้งสมาธิกับการต่อสู้ คมเคียวกับคมคาตานะปะทะกันสนั่นหวั่นไหวเกิดเป็นระเบิดบนแอ่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เส้นเลือดปูดพองปรากฏขึ้นทั่วใบหน้าเคนจิไม่ว่าจะฟาดฟันมันจนแตกกระจายกี่ครั้งมันก็จะกลับมารวมตัวกันใหม่เคนจิกระโดดทะยานถอยตั้งหลัก พร้อมกับตั้งสติสูดลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้า
“เนตรมหาสมุทร!”
แววตาของเคนจิเกิดเป็นประกายแสงสีครามน้ำทะเลก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาไนท์แมร์ด้วยความรวดเร็วและในทันทีที่ไนท์แมร์ฟาดเคียวใส่เคนจิ ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนที่ช้าลงเคนจิหลบการโจมตีของไนท์แมร์อย่างง่ายดายก่อนจะโบกสะบัดคาตานะด้วยท่วงท่าของเพลงดาบจันทราส่งผลให้ร่างของมันแตกกระจายไปในท้องฟ้าอีกครั้ง ทันใดนั้นเองในขณะที่ร่างของแตกกระจายดวงตาของเคนจิกลับพบเห็นบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากของเคนจิ
“เจอตัวจนได้นะทำให้ข้าเหนื่อยซะตั้งนาน”