ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 87 จุดประสงค์ของขงเหวิน

            เมื่อกลับถึงทัพพิภพโหยวเสี่ยวโม่ตื่นขึ้นทันที ได้แต่ดึงชายคอเสื้อหลิงเซียวถามว่าเมื่อครู่เขาฝันไปหรือไม่เล่นเอาหลิงเซียวขำ สุดท้ายจึงเคาะหัวเขาไปหลายทีถึงได้สติ

            โหยวเสี่ยวโม่ลูบหัวแล้วพูดอย่างดีใจ “เจ้ามะเหงกข้าอีกแล้วข้าไม่ได้ฝันไปจริงด้วย”

            หลิงเซียวกัดกราม ก็น่าตีจริงๆรู้แบบนี้แต่ทีแรกจะเขกอีกหลายที

            หลังจากที่สงบสติอาการตื่นเต้นดีใจแล้วในที่สุดโหยวเสี่ยวโม่ก็รู้ตัวว่าตัวเองถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนหลิงเซียวที่ยิ่งกว่านั้นคือยังเป็นท่าอุ้มเจ้าหญิง จากเขานทีเมฆาจนถึงทัพพิภพ?

            หลิงเซียวเดาสีหน้าเขาออก ยิ้มเห็นฟัน “ยินดีด้วยเจ้าทายถูกแล้ว เมื่อครู่มีคนมากมายเห็นข้าอุ้มเจ้ากลับมาแบบนี้ฉะนั้นขอแสดงความยินดีอีกครั้ง เจ้ากำลังดังอีกแล้ว”

            “ม่ายยยยยยยยย” เสียงคร่ำครวญของโหยวเสี่ยวโม่ดังทั่วทัพพิภพ

            หลิงเซียวไม่ได้พูดโกหก ขณะที่อุ้มเขากลับมาคนที่เห็นนั้นเต็มไปหมด อีกทั้งไม่ใช่แค่ศิษย์ทัพพิภพเดิมทีคนที่อยากรู้ว่าเขาจะเอาหญ้าเซียนให้ใครก็เยอะพออยู่แล้วพอรู้ว่าวันนี้เขาพาโหยวเสี่ยวโม่ไปเขานทีเมฆา แม้จะพอเดากันออกแต่หลายคนไม่เห็นกับตาก็ยังไม่ยอมเชื่อจนนาทีสุดท้าย

            กระนั้นแล้ว จากหนึ่งเป็นสิบ สิบเป็นร้อยร้อยเป็นพัน ปรากฏว่าไม่เพียงแค่แขนงโอสถที่รู้เรื่องข่าวลือนั้นพัดไปไกลถึงแขนงการต่อสู้ด้วยเป็นที่เรียบร้อยขณะที่โหยวเสี่ยวหลบอยู่ในห้อง คนมากมายต่างพากันพูดถึงเรื่องนี้

            ถึงตอนนี้โหยวเสี่ยวโม่ได้ถูกผูกมัดไว้บนเรือของหลิงเซียวไปโดยปริยาย แยกจากกันไม่ออก

            หลังจากที่หลิงเซียวกลับไปไม่นานโหยวเสี่ยวโม่ก็ถูกขงเหวินเรียกพบอีกรอบ

            รอบนี้ไม่ใช่การเรียกพบเป็นการส่วนตัวหากแต่เรียกไปที่โถงประชุมทัพพิภพ นอกจากศิษย์ทั้งเจ็ด ยังมีอาจารย์ลุงจ้าวรวมถึงอาจารย์ที่โหยวเสี่ยวโม่ไม่รู้จักอีกสองคน

            โหยวเสี่ยวโม่เดินเข้ามากระวนกระวายใจความตึงเครียดเช่นนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการประชุมสามเหล่าทัพเพื่อออกรบ ฮือๆๆๆเขาเป็นเพียงแค่ตาสีตาสาเท่านั้น

            “ศิษย์คำนับอาจารย์”

            “เจ้าเจ็ดเจ้าทราบหรือไม่ว่าครั้งนี้อาจารย์เรียกเจ้ามาเพื่ออะไร?” ขงเหวินดวงตาเป็นประกายมองที่เขา ท่าทีขึงขังราวกับสิ่งที่กำลังจะเอ่ยต่อไปนี้นั้นสำคัญมาก

            โหยวเสี่ยวโม่คิด เขาเองก็ยังไม่แน่ใจจึงพลันส่ายหัว “ศิษย์ไม่รู้ขอรับ ขออาจารย์ได้โปรดชี้แจงด้วย”

            ขงเหวินเคาะนิ้วทั้งห้าบนที่พักแขนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “อาจารย์ได้ยินมาว่า อาจารย์อาเยี่ยที่เขานทีเมฆาจะรับเจ้าเป็นศิษย์ผู้ช่วยเรื่องนี้จริงรึหรือไม่?”

            โหยวเสี่ยวโม่เบิกตาโตนี่มันเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อสองชั่วยามที่แล้วเองคิดไม่ถึงว่าจะแพร่เร็วขนาดนี้เขานึกว่าที่อาจารย์เรียกเขามาเพราะเรื่องได้รับหญ้าเซียนสามต้นแล้วก็เรื่องพฤติกรรมของหลิงเซียว ดูท่าเขาจะคิดผิดซะแล้ว รีบเอ่ยพลัน “ขอรับอาจารย์อาเยี่ยบอกให้ข้าไตร่ตรองดู”

            พึ่งกล่าวจบ ก็ได้ยินเสียงสะดุ้งเบาๆจากรอบข้าง

            “เจ้าลองเล่าเรื่องที่ไปเขานทีเมฆาให้ข้าฟังทั้งหมดซิขอแบบละเอียด เข้าใจมั้ย?” ภายใต้แววตาของขงเหวินนั้นสุขมนิ่งขรึม

            “ขอรับ อาจารย์” โหยวเสี่ยวโม่ก้มหน้า เรื่องนี้ไม่เห็นมีอะไรน่าพูด ในเมื่ออาจารย์ทราบเรื่องแล้วไม่จำเป็นต้องสอบถามอีก แต่เขาก็รู้ว่าพูดออกไปหมดไม่ได้นอกจากเรื่องขุดหญ้าเซียนภายในไม่ถึงสิบห้านาที ที่เหลือเขาเล่าทุกคำพูดไม่มีขาด

            เมื่อฟังเขาพูดจบ ทุกคนต่างนิ่งเงียบ

            เดิมทีฟางเฉินเล่อก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรจนถึงประโยคสุดท้ายใบหน้าก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนและคุ้นเคย “ศิษย์น้องเล็กดูเหมือนตำราที่เจ้าอ่านจะไม่เสียเปล่านะ”

            โหยวเสี่ยวโม่เม้มปาก ยิ้มอย่างเคอะเขิน

            คนอื่นต่างได้ยินที่ฟางเฉินเล่อบอกว่าโหยวเสี่ยวโม่เป็นคนชอบอ่านตำรา ว่ากันว่าเขาไปยืมตำราที่หอคัมภีร์หลายวันครั้ง เช้านี้ก็พึ่งไปมาอีกรอบ

            ขงเหวินเอ่ยขึ้น “อาจารย์อาเยี่ยเห็นเจ้าในสายตานั้นเป็นโชคดีของเจ้าแต่เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า จากความสามารถเจ้าตอนนี้แม้จะได้ไปเขานทีเมฆาตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นประโยชน์มากนัก ณ เขานทีเมฆาหญ้าเซียนขั้นต่ำสุดคือขั้นสี่ แต่ตอนนี้เจ้ายังเป็นเพียงนักหลอมโอสถขั้นหนึ่งหากให้ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองเจ้าไปแทนคงจะ…”

            ฟางเฉินเล่อเบิกตาโต กำลังจะเอ่ยก็ถูกขงเหวินเขม่น

            โหยวเสี่ยวโม่คิดเมื่อรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่อาจารย์เรียกเขามา ความดีใจนั้นก็ดับมอดลงทันตาที่อาจารย์พูดมาไม่ผิด เขาเป็นเพียงนักหลอมโอสถขั้นหนึ่งทั่วไปเขานทีเมฆาเป็นสถานที่ที่ดี หากเขาไปก็คงจะสิ้นเปลืองโอกาสดีๆ ไปเสียเปล่า

            แม้จะคิดว่าที่อาจารย์พูดนั้นถูกต้องแต่พอฟังแล้ว เขาก็รู้สึกเศร้าใจอยู่บ้าง

            เขาเองก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์คนหนึ่งอาจารย์ไม่รู้สึกดีใจกับโอกาสดีแบบนี้แทนเขา แล้วยังจะบังคับเขายกสิทธิ์ให้คนอื่นเมื่อเห็นสีหน้าเห็นดีเห็นงามของคนอื่นๆ โหยวเสี่ยวโม่สายตามืดมน ช่างเถอะอย่างน้อยก็ดีที่คนที่อาจารย์เสนอคือศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รอง หากพวกเขาได้ไปเขาก็ไม่ขัดอะไร!

            “ที่อาจารย์กล่าวมาไม่ผิดเลยหากครั้งหน้าเจออาจารย์อาเยี่ย ศิษย์จะบอกกับเขาเอง” โหยวเสี่ยวโม่ยกมือคำนับท่าทีแอบห่อเหี่ยว

            ขงเหวินและอาจารย์ทั้งสองต่างยิ้มสีหน้าพอใจทันใดจากนั้นจึงพูดคุยห่วงใย ในตอนท้าย ขงเหวินจึงถามเรื่องหญ้าเซียนขั้นหกสามต้น

            โหยวเสี่ยวโม่นึกว่าตัวเองต้องทำเหมือนในหนังที่ต้องยกของดีตอบแทนผู้อาวุโสกว่าแต่คิดไม่ถึงว่า ขงเหวินบอกให้เขาเก็บไว้ให้ดีทั้งยังยกกล่องหยกสามใบให้เขาเก็บหญ้าเซียนบอกอีกว่าหากอนาคตได้เป็นนักหลอมโอสถขั้นหกค่อยเอาออกมาใช้นี่คงเป็นการปลอบใจอย่างหนึ่ง!

            ส่วนเรื่องทำไมถึงไม่ขอหญ้าเซียนกับเขาคงเพราะว่าเขายกโอกาสนั้นให้ไป

            เมื่อกลับถึงห้องโหยวเสี่ยวโม่ไม่มีอารมณ์ทำอะไร ตัวอ่อนแรงคลานอยู่บนเตียงลุกไม่ขึ้น

            เขารู้สึกว่าวันนี้ผ่านไปเหมือนนั่งรถไฟเหาะมาใจเต้นแรงตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ เซลล์สมองที่มีอยู่อย่างจำกัดก็ใช้ไปหมดแล้วหลับไปราวสองชั่วยาม จนตะวันลับฟ้าถึงตื่นขึ้น

            จากนั้นผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามถึงพยายามจัดการกับอารมณ์งุ่นง่านตัวเองได้สิ่งแรกที่พ่นออกมาจากปากหลังจากกล้ำกลืนมาทั้งวันก็คือ S h i t ! แล้วอารมณ์ก็ดีขึ้นมาหน่อย แล้วเริ่มปะติดปะต่อเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้

            เรื่องหลักๆ มีอยู่สามเรื่อง

            เรื่องที่หนึ่งคือเขาได้รับหญ้าเซียนขั้นหกมาสามต้นหญ้าเซียนขั้นสูงสำหรับเขาในตอนนี้คงเป็นเพียงความต้องการ

            เรื่องที่สอง เรื่องที่เขานทีเมฆา อาจารย์อาเยี่ยต้องการรับเขาเป็นศิษย์แต่เสียดายดีใจได้ไม่นาน อาจารย์ก็ให้เขายกโอกาสนั้นให้ศิษย์พี่รองและศิษย์พี่ใหญ่ช่างน่าหดหู่ แต่ก็ดีใจแทนศิษย์พี่ทั้งสอง เพราะพวกเขามีความสามารถเหมาะสมทั้งเขาก็เลื่อมใสทั้งสองคนด้วย

            ส่วนเรื่องที่สาม เขาทำให้ทังอวิ๋นฉีไม่พอใจอีกแล้วแถมคราวนี้ยังร้ายแรงถึงตายได้เลย

            เบื้องต้นคงมีเพียงเท่านี้แต่เรื่องที่เขาตั้งใจทำวันนี้ ยังไม่สำเร็จสักเรื่อง

            ตอนนี้โหยวเสี่ยวโม่พึ่งนึกได้ตอนแรกตั้งใจจะบอกเรื่องที่บรรลุขั้นคัมภีร์วิญญาณสวรรค์กับหลิงเซียวจนเขากลับไปแล้ว ก็ยังนึกไม่ออก เห็นทีคงต้องบอกครั้งหน้า

            จากนั้นโหยวเสี่ยวโม่หยิบกล่องหยกสามกล่องที่อาจารย์ให้มาในถุงเก็บของออกมากล่องหยกแบบนี้เขาเคยเห็นในตำรามาก่อน กล่องหยกนั้นเป็นหยกขาว สัมผัสเย็นมือแต่ไม่ถึงขั้นเย็นจัด เป็นกล่องที่ใช้สำหรับเก็บหญ้าเซียนขั้นสูงเพื่อป้องกันการรั่วซึมของพลังปราณ

            แต่กล่องหยกก็แบ่งได้หลายแบบเพราะคุณภาพของหยกขาวนั้นมีหลายระดับ

            หยกขาวที่คุณภาพสูงก็ยิ่งเหมาะสำหรับแช่หญ้าเซียนขั้นสูงอย่างเช่นในมือเขาตอนนี้ หยกขาวนั้นดูก็รู้ว่าไม่ใช่แบบทั่วไปอาจารย์บอกว่าใช้เก็บหญ้าเซียนขั้นสูงได้ ถ้าเช่นนั้นคงหมายถึงหญ้าเซียนขั้นเจ็ดขึ้นไปเขาได้ยินมาว่ากล่องหยกเช่นนี้หายาก เขาให้มาตั้งสามกล่องถือเป็นการลงทุนที่สูงทีเดียว

            เสียดายที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้กล่องหยกบนอกเขาเต็มไปด้วยพลังปราณ เท่ากับเป็นแหล่งเก็บหญ้าเซียนที่ดีที่สุดหากสามารถเปลี่ยนจากกล่องหยกเป็นหญ้าเซียนขั้นสี่ถึงขั้นหกคงดีโหยวเสี่ยวโม่เพ้อฝันไปไกล

            เมื่อออกจากภวังค์โหยวเสี่ยวโม่ตบหน้าเย็นๆ ของตัวเอง

            จากนั้นเก็บกล่องหยกเขาลงจากเตียงไปตรวจสอบประตูว่าปิดดีหรือยัง จากนั้นกลับมาบนเตียง ในใจนึกภาพจากนั้นตัวก็มาอยู่ที่ห้วงมิติ

            สิ่งที่ต้อนรับเขาอยู่คือแปลงต้นอ่อนเขียวขจีที่มีหญ้าเซียนขั้นสองและขั้นสามหญ้าเซียนขั้นหนึ่งเขาไม่ได้ปลูก เพราะปลูกไปหมดแล้วอีกอย่างเขาก็ไม่ได้ใช้อะไรเยอะแยะ ดังนั้นตอนนี้สำคัญคือต้องปลูกขั้นสองและขั้นสามใช้เท่าไรปลูกเท่านั้น หากปลูกเยอะความสามารถเขาจะตามไม่ทันจึงไม่จำเป็นต้องปลูกเยอะนัก

            โหยวเสี่ยวโม่เดินไปดูคำนวณเวลาที่เก็บเกี่ยวได้โดยประมาณ จากนั้นเดินไปราวไม้ข้างทะเลสาบ

            ก่อนหน้านี้ที่เขาค้นพบหญ้าเซียนสิบกว่าต้นในถ้ำน้ำแข็งบวกกับที่เขาได้จากหลิงเซียวสามต้นถูกวางนอนอยู่โหยวเสี่ยวโม่หยิบพวกมันวางไว้บนกระชอนสาน ก่อนจะย้ายไปใกล้กับแปลงหญ้าเซียน ปลูกมันลงไปทีละต้น

            แม้ว่าในตัวพวกเจ้าจะมีสิ่งแปลกปลอมอยู่แต่ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยชำระล้างให้เอง

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405