เมื่อบ่ายวันอาทิตย์มาถึงวิลลี่กับจอห์นก็ขับรถไปส่งแอนน์กับมาร์กที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับบอสตันและเมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านก็พบว่าทั้งบ้านเต็มไปด้วยความเงียบเหงายิ่งกว่าตอนก่อนหน้าที่เพื่อนรักทั้งสองจะมาเยี่ยมเสียอีกบรรยากาศภายนอกเต็มไปด้วยความเหงานักขึ้น ด้วยฝนที่ตกพรำราวจะไม่มีเวลาหยุดตลอดทั้งวันภายในบ้านอากาศเย็นเยือก ไฟในเตาผิงดับสนิท
ทั้งสองช่วยกันเปิดไฟทุกดวงและช่วยกันจุดเตาผิงขึ้นไม่นานความร้อนก็กระจายไปทั่ว แม้จะรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างแต่กระนั้นมันก็ยังมีความกระวนกระวายแฝงอยู่ซึ่งยิ่งสร้างบรรยากาศแปลกๆ ให้เกิดขึ้น
วิลลี่หางานทำด้วยการเก็บกวาดข้าวของที่ทิ้งไว้เกลื่อนก่อนหน้าที่สองสามีภรรยาเพื่อนรักจะจากไปรวบรวมหนังสือพิมพ์ที่ถูกโยนทิ้งไปทั่วไม่เป็ที่เป็ทาง ถ้วยกาแฟจานใส่ขนมและอื่นๆ เอาไปล้างและเก็บเข้าที่ไว้ตามเดิม
แต่กระนั้นมันก็ยังไม่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นทัศนียภาพภายนอกในยามที่ฝนพรำเช่นนี้ไม่ได้ชวนให้สนใจชมเลยอากาศมืดสลัวด้วยกลุ่มเมฆหนาทึบเป็ประหนึ่งม่านหนาที่ปิดกั้นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ในยามบ่ายคล้อยไว้และเนื่องจากเป็วันในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็ช่วยต้นฤดูหนาว ดังนั้นเวลากลางวันจึงสั้นกว่ากลางคืน อีกไม่นานราตรีก็จะมาเยือน
“โทรทัศน์มีอะไรดูบ้างนี่?”จอห์นซึ่งนั่งเหยียดขาอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้น
“มีหนังดังประจำวันอาทิตย์แต่ก็ตั้งสามทุ่มแน่ะ” วิลลี่ตอบ
ต่างคนต่างก้มลงดูนาฬิกาข้อมือทั้งที่รู้ว่าจริงๆ แล้วยังไม่บ่าย 2 โมงเสียด้วยซ้ำ
“แล้วก็มีอีกรายการหนึ่งเป็หนังของอัลเฟร็ด ฮิทชค็อก แต่ก็ต้องรอจน 6 โมงเย็น”วิลลี่พูดต่อ “คงสนุกดี”
“ก็คงจะดี” จอห์นตอบเรื่อยๆ “ที่จริงผมว่าเราออกไปหาอะไรกินกันข้างนอกตอนนั้นจะดีกว่านะ”
“ดีสิฉันเองก็ี้เีทำอาหารจะแย่แล้ว ไปกินที่แอตแลนติก คาเฟ่ดีกว่าหลังจากนั้นพอกลับมาเราจะอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ก็ได้”
จอห์นเห็นด้วยกับความคิดของเธอแต่เวลาใน่บ่ายก็ยังเหลืออีกมากมาย
“คุณรู้ไหมที่เรารู้สึกเหงานี่เพราะอะไร?”วิลลี่ถามพลางทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตรงข้ามสามี “เป็เพราะพวกช่างหายตัวกันไปหมด สามอาทิตย์แรกั้แ่เราย้ายมา เราก็ยังมีพวกเขาเป็เพื่อนไม่ว่าจะช่วยกันขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ มาซ่อมแซมบ้านหรืออะไรก็ตามพอหลังจากเราจัดบ้านช่องเสร็จก็พอดีถึงวันแทงส์ กิฟวิ่งต่อมาแอนน์กับมาร์กก็มาเยี่ยมตอนนี้เท่ากับเราได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้กันจริงๆ แล้ว”
“อืม..” สีหน้าของจอห์นบอกความเบื่อหน่ายเหมือนเด็กไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะโต้แย้งหรืออุทธรณ์แต่อย่างใด “ผมกำลังคิดนะว่าตัวเองทำผิดไปถนัดเลยที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ยอมกระทั่งลาออกจากงาน ผมว่าที่ผมเกิดเบื่อๆ ขึ้นมานี่ส่วนหนึ่งมันน่าจะเนื่องมาจากที่ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะไปไหนต่อด้วย ไม่ควรเลยจริงๆ”เขาถอนหายใจยาวก่อนกล่าวต่อ
“คนตกงานมันรู้สึกอย่างนี้นี่เองไม่มีกำหนดการหรือเงื่อนไขข้อผูกมัดที่ว่าจะต้องทำอะไรให้เสร็จบ้างเพราะฉะนั้น นับแต่วันนี้เป็ต้นไป ทุกวันมันก็จะเหมือนๆ กันหมด”
“ไร้สาระ” วิลลี่พูดยิ้มๆ เธอไม่ค่อยแปลกใจนักกับการที่สามีบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจกับอะไรบางอย่างเพราะเขามักจะแสดงความรู้สึกอย่างนี้ออกมาให้เธอเห็นเสมอ “ต่อไปนี้คุณก็ตั้งเวลาทำงานขึ้นมาให้ตัวเองสิคะจอห์นบอกกับตัวเองว่าคุณจะลงมือเขียนรูป ลงมือทำงานเสียที คุณรอเวลานี้มาตั้งนานแล้วนี่”เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งซุกตัว เข้ามากอดแขนสามีไว้
“คุณก็รู้ว่าเวลาที่เราจะเริ่มต้นทำงานใหม่สักชิ้นมันก็ต้องรอเวลา รออารมณ์บ้างจะให้มันเกิดขึ้นทันทีทันใดน่ะเป็ไปไม่ได้หรอกแล้วจะให้บรรยากาศมันเต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวายเหมือนตอนที่ทำงานอยู่กับบริษัทก็ไม่ได้ด้วยเพราะว่าที่นั่นผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ฉันเชื่อว่าคุณทำงานได้แน่ค่ะจอห์นฉันรู้แล้วก็มั่นใจด้วย” เธอซุกร่างเข้าไปแนบชิดขึ้นกว่าเดิม“เวลานี้คุณมีอิสระเต็มที่แล้วนะคะอยากทำงานตอนไหนอยากหยุดตอนไหนก็ได้ตามใจชอบ “ขณะพูดเธอก็เน้นไรฟันอยู่กับซอกคอสามีเบาๆ มือข้างหนึ่งก็ปลดกระดุมเสื้อเขาไปพลาง “ตอนนี้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันในตอนบ่ายตั้งนาน..” เธอซุกศีรษะลงกับแผงอกกว้าง
คำพูดของวิลลี่ทำให้จอห์นคิดถึงงานที่ตนจะต้องทำมันทำให้เขาอยากจะขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาเสียั้แ่ตอนนี้เพื่อเริ่มต้นกับสิ่งที่อยู่ที่นั่น ใช้ความคิดว่าตนเอง้าทำอะไรต่อไป
เขายกมือภรรยาขึ้นมาจูบเบาๆอย่างรักใคร่..
“ผมรักคุณเหลือเกินวิลลี่ถ้าไม่มีคุณเสียคนผมยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับตัวเองต่อไป” เขาดันร่างเธอออกเบาๆ พร้อมกับบอกว่า “เอาละตอนนี้ผมอยากจะขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาสักหน่อย แม้ว่ามันจะเป็วันอาทิตย์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะทำงานไม่ได้หรอกนะสำหรับตอนนี้อยากจะขึ้นไปดูแล้วก็ใช้ความคิดสักหน่อยว่าควรจะทำอะไรต่อไป..โอเค”เขาจูบลงบนหน้าผาก วิลลี่ทำสีหน้าบึ้งตึงแต่แววในดวงตาบอกว่าเธอเพียงแค่ล้อเขาเล่นเท่านั้น
“ไม่อาน่าก็คุณอยากจุดไฟให้ผมคิดเื่งานทำไมล่ะ นี่น่ะมันเป็ความคิดของคุณเองนะ”
“ก็จริงหรอก”วิลลี่ลุกขึ้นยืนบิดกายช้าๆ “เอาอย่างนั้นก็ได้ฉันว่าคุณพูดถูกแล้วละ ก็อย่างที่บอกแล้วไงล่ะว่าคุณอยากจะลงมือทำงานตอนไหนก็ย่อมได้อยู่แล้วจะเป็ตอนบ่ายวันอาทิตย์หรือสองยามเที่ยงคืน ก็แล้วแต่คุณเถอะเพราะตอนนี้คุณไม่ต้องรีบตื่นนอนแต่เช้า ไม่ต้องรีบแต่งตัวไปทำงานแล้วนี่จริงไหม..จะขึ้นไปข้างบนก็เชิญเถอะฉันจะไปทำ
ฟรุ้ทเค๊กวันนี้เหมาะแก่การทำขนมไว้รองรังดีออก”
จอห์นยังคงนั่งอยู่บนโซฟามองตามร่างภรรยาที่เดินเข้าไปในครัว วิลลี่ชอบทำเค๊กตอนอยู่ที่บ้านเก่าเธอก็จะทำตลอดเวลาและเอาไปแจกจ่ายให้ญาติสนิทมิตรสหายได้รับประทานกันทั่วหน้าสำหรับตัวเธอเองกับจอห์นนั้น แทบจะไม่ได้แตะต้องเลยเขายอมรับกับตัวเองว่าเขาออกจะอิจฉาวิลลี่ในเื่นี้เพราะดูเหมือนเธอจะหาความสุขให้ตัวเองได้ทุกเมื่อ
แต่เขาก็ควรจะเรียนรู้วิธีหาความสุขให้ตัวเองได้เหมือนกันจอห์นผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของตัวบ้าน
มันเป็ห้องที่ค่อนข้างใหญ่กว้างยาวตลอดตัวบ้าน บันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้น 2ของตัวบ้านเป็ไม้สลักที่มีลวดลายสวยงามมากพื้นบันไดปูด้วยพรมสีน้ำเงิน เมื่อขึ้นมาถึงหัวบันไดจะพบห้องโถงกลางบนชั้นนี้จะประกอบด้วยห้องนอน 3ห้องพร้อมห้องน้ำในตัวด้านหน้าของห้องโถงนั้นคือหน้าต่างกระจกตลอดความยาวของผนัง สามารถมองออกไปเห็น
ออเร้นจ์ สตรีทได้และตรงบริเวณเดียวกันนี้จะมีประตูที่เปิดเข้าสู่ห้องใต้หลังคา
ซึ่งด้านหน้าสุดของห้องใต้หลังคาก็จะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นออเร้นจ์สตรีทดังกล่าว ทางด้านหลังก็จะมีหน้าต่างแบบเดียวกันแต่เป็วิวของเนินเขาที่ทอดตัวลงสู่อ่าวเบื้องล่าง จอห์นตั้งสามขาไว้ใกล้หน้าต่างนอกจากจะได้เห็นแสงกับวิวที่้าแล้วมันยังช่วยในการผ่อนพักสายตาได้อย่างดีอีกด้วย
ตรงกลางห้องใต้หลังคามีบันไดไม้หยาบๆ 9 ขึ้น ทอดขึ้นสู่ระเบียง้าของตัวบ้านเ้าของเดิมได้เปลี่ยนประตูไม้ที่เปิดออกสู่ระเบียง เป็หน้าต่างกระจกดังนั้นมันจึงเป็ช่องแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาได้อีกทางหนึ่ง
หยาดฝนสาดส่ายลงต้องประตูกระจกบานนั้นลมกระโชกเข้ามาเป็ครั้งราว เสียงที่เกิดขึ้นจึงคล้ายกับเสียงนกที่เดินอยู่บนหลังคาหรือเสียงสัตว์ตัวเล็กๆที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในผนังทั้ง 4 ด้านจนทำให้จอห์นอดสงสัยไม่ได้ว่าหรือมันจะมีสัตว์ประเภทหนูเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในผนังแห่งนั้นเมื่ออาทิตย์ก่อนก็พบซากหนูตายอยู่บนทางเดินครั้งหนึ่งแล้ววิลลี่ถึงกับร้องออกมาด้วยความใและอยากหาแมวมาเลี้ยงสักตัวหนึ่งจอห์นก็พยายามจะหามาให้เป็ของขวัญแต่บนเกาะแห่งนี้ราวกับจะไม่มีแมวหลงเหลืออยู่เลยสักตัว