"ท่านพ่อข้าอยากกินมัน"
ได้ยินคำพูดที่แสนจะร่าเริงของลูกสาวไป๋ฉีถึงกับผงะไปในทันที ก่อนที่จะถามเสี่ยวไป๋ในใจ 'เสี่ยวไป๋พญาอสรพิษมายาทมิฬมีความสามารถอะไรบ้างและมันคุ้มค่ากับการเป็นพลังของหรงหรงหรือไม่"
เสี่ยวไป๋ยิ้ม "ก็อย่างที่นายท่านเห็น พญาอสรพิษมายาทมิฬ มีความสามารถในการควบคุมมิติมายา ส่วนถ้าหากถามว่าเหมาะสมกับหนูน้อยหรงหรงหรือไม่ ก็คงต้องอยู่ที่นายท่านพิจารณา"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีก็เริ่มครุ่นคิดพิจารณาก่อนที่จะมองไปยังหรงหรงที่ตอนนี้จับจ้องมาที่เขาด้วยแววตาคาดหวัง
"ได้ พ่อให้เจ้ากินมัน ทั้งยังให้เจ้าผสานพลังเข้ากับหัวที่สี่ด้วยดีหรือไม่"
หรงหรงอมยิ้มและกระโดดเข้ากอดไป๋ฉีด้วยความดีใจ ต่อมาร่างกายเล็กๆของเธอก็กลายเป็นมังกรมารเก้าเศียรขนาดใหญ่และเริ่มกลืนกินแก่นจิตวิญญาณของพญาอสรพิษมายาทมิฬในทันที
ด้วยความที่มันเป็นเพียงแก่นวิญญาณและมีความสามารถในการควบคุมมิติมายาเท่านั้น เมื่อเผชิญหน้ากับการกลืนกินของอสูรต่างมิติอย่างมังกรมารเก้าเศียรจึงไม่สามารถหลบหนีได้
ในเวลาต่อมาหลังจากที่หรงหรงกลืนกินแก่นวิญญาณไปแล้วนั้น หัวที่สี่ก็พลันเปลี่ยนแปลงไป ดวงตากลับกลายเป็นสีม่วงดูน่าหลงไหลพร้อมกับมีเขาหนึ่งเขางอกออกมา
"โฮกก!!"
มังกรมารเก้าเศียรหรงหรงกู่ร้องคำรามราวกับอยากจะแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะกลับกลายมาเป็นเด็กหญิงตัวน้อยดังเดิมและพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของไป๋ฉี
"ฮิฮิ ขอบคุณท่านพ่อเมตตา"เธอกล่าวอย่างเริงร่า จากนั้นก็กลับเข้าสู่มิติสัตว์อัญเชิญไป เนื่องจากการดูดกลืนจิตวิญญาณของพญาอสรพิษมายาทมิฬไม่เพียงให้พลังใหม่กับเธอเท่านั้น แต่ยังทำให้พลังจิตของเธอถูกยกระดับขึ้นพรวดพราด ดังนั้นเธอจึงต้องรีบกลับไปในมิติสัตว์อัญเชิญเพื่อปรับสมดุลแห่งพลัง เพราะที่นั่นคือสถานที่ๆปลอดภัย
หลังจากที่ส่งหนูน้อยกลับไป ไป๋ฉีก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง ทว่าหลังจากที่เขาออกจากอุโมงใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าที่เมื่อครู่ไม่สามารถตรวจจับอะไรได้บัดนี้กลับตรวจพบสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเสียอย่างนั้น
ไป๋ฉีดึงผ้าคลุมสีขาวมาห่มกายโดยเร็วพลันและบินจากบริเวณนั้นไปในทันที
"พวกสิ่งมีชีวิตเหล่านี้คงโดนขังอยู่ในมิติมายาเหมือนกัน เมื่อแก่นวิญญาณพญาอสรพิษมายาทมิฬถูกหรงหรงกลืนกินจึงทำให้พวกเขาหลุดออกมาได้สินะ"ไป๋ฉีบ่นพึมพำ ก่อนที่เงาร่างของเขาจะเลือนหายไปจากบริเวณนั้น และมาโผล่อีกทียังเขตติดต่อระหว่างดินแดนสุสานและป่าใหญ่ที่ดูอุดมสมบูรณ์ยิ่ง
"เห้อ ในที่สุดก็ได้ออกจากดินแดนที่วังเวงนี้เสียที"ไป๋ฉีอุทานก่อนที่จะพุ่งทะยานข้ามเขตแดนอย่างเบิกบานใจ
หลังจากผ่านไปสักพักชายหนุ่มก็มาถึงยังน้ำตกเล็กๆแห่งหนึ่งจึงได้ตัดสินใจหยุดพัก และนั่งทานอาหารที่แม่ของเขาทำตุนเอาไว้ให้อย่างสบายใจยิ่ง
จากนั้นก็ลงไปยังน้ำตกเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นคาวเลือดที่ติดมาจากสุสาน ในเวลานี้ไป๋ฉีราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์เลยก็ว่าได้
"อ่า การได้อาบน้ำนี่มันสบายใจจริงๆ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วหาที่พักแถวนี้ก็แล้วกัน"
หลังจากอาบน้ำสวมชุดจนเสร็จสิ้น ไป๋ฉีก็กวาดสายตามองหาสถานที่สำหรับพักผ่อนในทันที ซึ่งเขาก็พบเจอเข้ากับถ้ำเล็กๆถ้ำหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลและไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในนั้น
ชายหนุ่มเข้าไปพักในถ้ำนั้นโดยเร็วพลันและไม่ลืมที่จะใช้หินปิดปากถ้ำเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเองในยามค่ำคืนที่ใกล้จะมาถึง จากนั้นเขาก็ทำการนั่งฟื้นฟูพลังของตนเองในทันที ทำให้ด้านในถ้ำส่องสว่างไปด้วยแสงหลากหลายสีสันต์
ในเวลาเดียวกัน ที่ด้านนอกดินแดนโบราณ บริเวณโรงแรงที่ไม่ได้ห่างไกลกับประตูมิติมากนัก บัดนี้เจี่ยอี้กำลังนั่งดื่มสุราอยู่กับชายร่างกายกำยำสวมชุดสีแดงฉานและมีตราสัญลักษณ์เปลวเพลิงสีทองประดับเอาไว้ที่หน้าอกทางด้านซ้าย
"ฮ่าๆๆคิดไม่ถึงเลยนะเนี้ยว่า ว่าคนเย็นชาอย่างเจ้าจะรับศิษย์ได้ ข้าอยากเห็นเสียแล้วสิว่าศิษย์ของเจ้าคนนี้มีนิสัยอย่างไรถึงได้ต้องตาต้องใจเจ้าขนาดนี้"ชายร่างกำยำกระดกสุราจนหมดแก้วแล้วกล่าวอย่างขบขัน
ได้ยินสหายพูดออกมาเช่นนั้น เจี้ยอี้ก็พลันยกยิ้มบางออกมา "เหอะ เจ้าว่าแต่ข้า ปีนี้เจ้าเองก็รับศิษย์ไม่ใช่หรืออย่างไร"
"ฮ่าๆๆใช่แล้ว แถมข้ายังได้ศิษย์น้ำดีเชียวล่ะ เจ้าเด็กนั่นพอมาถึงก็ท้าประลองไปทั่วแถมได้รับชัยชนะเกือบทุกสนาม นิสัยของมันบ้าบิ่นเป็นอย่างมากราวกับนักรบผู้ไม่กลัวตายอย่างไรอย่างนั้น"ชายร่างกำยำกล่าวอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งมันทำให้เจี่ยอี้ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ
"โอ้ มิน่าเจ้าถึงถูกใจเขานัก ที่แท้พวกเจ้าก็มีนิสัยเหมือนกัน"
"เห้ๆ อย่าพูดเช่นนั้น เทียบกับข้าสมัยก่อนแล้ว เจ้าหนูนี่ระห่ำกว่าเป็นไหนๆ เจ้ายังไม่รู้อะไรเพียงแค่มันเข้ามาวันแรกก็ทำเอาสถาบันเพลิงสงครามโกลาหลไปหมด"กล่าวจบก็กระดกสุราเข้าปากอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆในตอนแรกเจ้าบอกว่าอยากจะเห็นลูกศิษย์ข้า แต่ทว่าตอนนี้ข้าเองก็อยากจะพบเห็นลูกศิษย์เจ้าเช่นเดียวกัน เอาไว้พอจบเรื่องดินแดนโบราณเรามาลองให้ทั้งสองคนประลองกันเป็นอย่างไร"เจี่ยอี้เสนอแนวคิดพร้อมกับยกแก้วสุรายื่นไปทางชายร่างกำยำ
"ได้ ตกลงตามนั้น ข้าเองก็อยากเห็นเช่นเดียวกันว่า ศิษย์ของเจ้าจะแกร่งกล้าขนาดไหน"ชายร่างกำยำกล่าว เขายกแก้วไปชนกับเจี่ยอี้ในทันใด จากนั้นทั้งสองก็ดื่มมันเข้าไปและหัวเราะให้กัน
"อาจารย์เจี่ยอี้ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร!"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยตามภาษาสหาย เสียงที่จริงจังของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเจี่ยอี้ เห็นภาพนี้ชายร่างกำยำก็ถึงกับผงะไป
"ระ รองคณบดีฟางหลิน"