"อ้าว! ดูซิว่าใครมา นี่มันท่านประธานสุดหล่อนี่" ชายวัยกลางคนได้ทักทายอีกฝ่ายที่มาเยือนด้วยความตื่นเต้น "ผ่านไปสิบปีแล้วสินะเนี่ย.. โตขึ้นเป็หนุ่มหล่อเลยนี่เ้าหนูเคน~"
"ชมกันเกินไปแล้วครับคุณลุง" เคนยื่นมอบกระเช้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้กับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม "ขอโทษที่มารบกวนั้แ่เช้านะครับคุณลุง หวังว่าที่ผ่านมาคุณลุงจะสบายดีนะครับ"
"ให้ตายสิ~ ลุงล่ะภูมิใจแทนครอบครัวของเธอจริงๆ ไม่นึกไม่ฝันว่าโตขึ้นมาจะเป็เด็กที่มารยาทดีขนาดนี้" คุณลุงตื้นตันมากเพราะตอนสมัยเคนยังเป็เด็กมักจะเป็เด็กค่อนข้างเก็บตัวและไม่ค่อยได้พูดความในใจของตนเองสักเท่าไหร่แต่มาวันนี้กลับแสดงความรู้สึกเป็ห่วงเป็ใยแก่ผู้อื่นเป็แล้ว "ลุงคงไปพบพ่อแม่ของเธออย่างสบายใจได้แล้วสินะ~"
"อย่าพูดเป็ลางอย่างนั้นสิครับ" เคยรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ "คุณลุงคงเกษียณแล้วสินะครับ?"
"ฮ่าๆ คนเคยทำงานอย่างลุง ถึงอายุจะถึงเวลาเกษียณแล้วก็ตามแต่ลุงก็ยังอยากทำงานของลุงอยู่ ยิ่งเป็การได้ช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ลุงก็ยิ่งตัดใจไม่ได้น่ะสิ" ตอนนี้อายุของลุงปาไปหกสิบกว่าปีซึ่งเป็วัยเกษียณแล้วแต่ด้วยความเป็แพทย์มานานจึงตัดใจเกษียณไม่ได้ เขารักในอาชีพของเขามากเลยล่ะ
"อะไรที่ทำให้ลุงมีความสุขก็ดีแล้วครับ" ถึงแม้ว่าเคนอยากให้ลุงได้พักขนาดไหนก็ตามแต่ถ้าลุงทำแล้วมีความสุขมันก็เป็เื่ที่ดี
"พี่เลโอไม่อยู่เหรอครับ?" เคนกล่าวถาม
"เ้าเลโอน่ะเหรอ? เห้อ! เ้านี่นะมันได้เชื้อของลุงมาเต็มๆเลย ทำงานหามรุ่งหามค่ำั้แ่เช้ายันเช้าของอีกวัน ไม่รู้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนหรือยังไง?" อีกใจลุงก็สงสารอีกใจก็มีความสุขที่ลูกชายเดินตามรอยตัวเองแบบนี้
"งั้นเหรอครับ?" เคนที่ไม่ได้เจอพี่เลโอที่เติบโตมาด้วยกันซึ่งนับได้ว่าเป็พี่ชายเพียงคนเดียวของเขาเลยก็ว่าได้ เขาแทบจะจำหน้าพี่ชายคนนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะั้แ่ไปเรียนต่างประเทศก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่เขาเลยเพราะยุ่งทั้งคู่
ลุงที่เห็นเคนกำลังชะโงกมองดูรอบๆบ้านนั้นก็แอบยิ้มขึ้นมา "ส่วนเ้าเรเชลยังไม่ตื่นเลยล่ะมั้ง เป็สาวเป็แส้ วันไหนที่เห็นนางตื่นเช้าล่ะก็วันนั้นคงจะพายุเข้าอย่างแน่นอน"
"เป็เ้านายตัวเองก็ดีแบบนี้แหละครับ" เคนเข้าข้างน้องสาวของตัวเองขึ้นมาทันที "จะว่าไปเธอก็เก่งมากนะครับที่บริหารจัดการร้านจนโด่งดังและขายดิบขายดีขนาดนี้"
"เห้อ! ดีแล้วแหละ เพราะคนอย่างเรเชลจะหวังให้เดินตามรอยลุงก็คงจะหนักหนาเกินไป" ลุงภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก "จริงสิ เช้าขนาดนี้คงจะยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาใช่ไหม? ถ้าไม่รังเกียจก็มาร่วมทานกับลุงสิ"
"เป็เกียรติมากกว่าครับ" เคนตอบรับทันที
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังร่วมรับประทานอาหารเช้าไปพร้อมกับพูดคุยสัพเพเหระนั้น..
"วันนี้หนูจะไปเดทนะค่าา~" เรเชละโมาแต่ไกลก่อนที่จะเดินเข้ามาเจอเคนที่กำลังนั่งทานข้าวกับพ่อของตัวเองอยู่
"อ้าว.. พี่เคนมาอยู่ที่นี่ได้ไง?"
"ยัยลูกคนนี้! รีบมานั่งทานข้าวด้วยกันซะดีๆ" ลุงเหนื่อยใจกับความก๋ากั่นของลูกสาวคนนี้มาก มีผู้หญิงที่ไหนที่ะโรอบบ้านว่าตัวเองจะไปเดทแบบนี้ด้วยล่ะ ที่สำคัญวันนี้ดันมีแขกด้วย
"วันนี้อยู่บ้านซะนะ" ผู้เป็พ่อพูดขึ้นมา
"คะ?!" เรเชลใมาก "หนูบอกแล้วไงว่าวันนี้หนูมีเดทน่ะพ่อ" เธอพยายามอธิบาย
"ไม่รู้ล่ะ พ่อไม่อนุญาติ" พ่อปฏิเสธทันที
"ไม่อนุญาติอะไรกันล่ะคะ? หนูอายุไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ ถ้าขืนสายไปกว่านี้หนูจะขึ้นคานเอาได้นะคะพ่อ" เรเชลไม่เข้าใจในความหัวรั้นของพ่อ
"อะไร? หรือตอนนี้ลูกไม่มีความสุขพอหรือไง?" พ่อพูดขึ้นออกแนวน้อยใจ "เดทอะไรกันล่ะ? ผู้ชายดีๆที่ไหนไม่มาทักทายครอบครัวของฝ่ายหญิงก่อนบ้างล่ะ?"
"พ่อเนี่ยใจแคบจริงๆ จะเอาอย่างนั้นไหมล่ะคะ? เดี๋ยวหนูเรียกพี่เค้ามาทักทายทำความรู้จักกับพ่อั้แ่ตอนนี้เลย?" เรเชลถามขึ้น
"อย่ามาประชดกันนะ พ่อก็แค่ไม่อยากให้ลูกไปเจอกับผู้ชายไม่ดีแล้วเสียใจกลับมาก็เท่านั้น" ถึงอย่างนั้นผู้เป็พ่อก็อดน้อยใจไม่ได้เพราะเป็ลูกสาวสุดที่รักและลูกคนสุดท้องซะด้วย
"ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะประชด แต่หนูอายุ 28 แล้วนะคะ ตอนนี้เื่งานก็วางใจได้แล้ว หนูก็ควรมีแฟนและใช้ชีวิตคู่ได้แล้วนี่" เรเชลรู้สึกผิดขึ้นมาก่อนที่จะพูดอธิบายออกไป
"เหอะ! งั้นให้เคนไปด้วยแล้วกัน" พ่อพูดขึ้นก่อนที่จะหันไปหาเคนที่กำลังนั่งฟังอย่างเงียบๆอยู่ "ขอโทษนะเคน ลุงขอรบกวนหน่อยได้หรือเปล่า? ถ้ามีเคนไปด้วยลุงคงวางใจได้"
"ได้ครับ วางใจได้เลยครับ" เคนตอบรับทันที
"พี่เคน!"
"เอ่อ.. ผู้ชายที่นั่งข้างๆนี่ใครงั้นเหรอ?"
ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
เรเชลนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชายหนุ่มผู้มาเดทด้วยพร้อมกับข้างๆเองก็มีเคนนั่งดูสถานการณ์ไปด้วยจึงทำให้อีกฝ่ายค่อนข้างอึดอัด
"จริงสิ ลืมแนะนำไปเลย" เรเชลมัวแต่สนใจชายตรงหน้าจึงลืมแนะนำคนข้างๆที่มาด้วยเลย "พี่ชายของฉันน่ะ ชื่อเคน"
"อ้อ! งั้นเหรอ? คุณพี่เขยนี่เอง" ชายหนุ่มรีบตีสนิทผู้เป็พี่ชายของสาวที่มาเดทด้วยทันที
"พี่เขย?" เคนไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่
"จริงๆแล้วเราอายุเท่ากันค่ะพี่" เรเชลรีบแก้ต่าง
"ที่แท้ก็คุณน้องเขยสินะ? ฮ่าๆ" ชายหนุ่มหัวเราะออกไปกลบเกลื่อนแต่ก็ไร้ปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
"น้องเขย?" เคนเริ่มไม่ค่อยพอใจก่อนที่จะจับมือเรเชล "ไปกันเถอะ" เขาพูดขึ้นมาอย่างนิ่งๆ
"คะ?! ไปไหน?" เรเชลทำตัวไม่ค่อยถูก
"พอดีมีธุระด่วนมาน่ะ" เคนตอบไปอย่างสั้นๆ
"ธุระอะไรของพี่? ฉันกำลังเดทอยู่นะ" เรเชลแอบกระซิบถามเคนด้วยความร้อนรน
"หรือจะปฏิเสธ?" เคนถามต่อด้วยความจริงจัง
"เอ่อ.. ไป ต้องไปสิ" เรเชลรีบกลับคำในทันที "ขอโทษด้วยนะคะพี่ว่าน พวกเราคงต้องขอตัวไปก่อน" ก่อนที่เธอจะหันไปร่ำลาชายหนุ่ม
"ถ้ามีธุระด่วนก็คงต้องไป งั้นเอาไว้พี่ติดต่อไปนะ" ถึงแม้ว่าว่านจะตะหงิดใจกับเคนมากเท่าไหร่แต่เขาก็ไม่อยากทำตัวงี่เง่าใส่เรเชล
"ได้เลยค่ะ" เรเชลยิ้มตอบแต่ไม่ทันได้ตั้งตัวเคนก็ได้จับมือของเธอเดินออกไปอย่างรวดเร็ว "เดี๋ยวสิ จะรีบอะไรขนาดนั้น"
"พี่เคน ถ้าไม่มีคำแก้ตัวดีๆล่ะก็ฉันเอาตายแน่!" เรเชลไม่พอใจมากที่ถูกขัดขวางการเดทแบบนี้เพราะธุระด่วนที่เคนว่าก็คือการมาร้านคาเฟ่
"พูดอะไรน่ากลัวแบบนั้น" เคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร "การทำความรู้จักคู่แข่งทางการค้ามันก็เป็เื่สำคัญไม่ใช่หรือไง?"
เรเชลคิดตามก็เห็นว่าก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะคาเฟ่แห่งนี้ก็เป็หนึ่งในคู่แข่งของร้านของเธอด้วยเหมือนกัน "แต่มันจำเป็ต้องเป็วันเดทของฉันด้วยเหรอ? นี่พี่แกล้งกันชัดๆ!"
แต่ในขณะนั้นเองก็ได้มีข้อความส่งมาหาเรชลทำให้เธอต้องหยุดต่อล้อต่อเถียงกับเคนก่อน
- พี่ว่าน -
'หวังว่าจะทำธุระไปด้วยดีนะ ถ้าเสร็จแล้วก็อย่าลืมหาอะไรทานด้วย ถึงจะน่าเสียดายแต่ถ้าว่างตอนไหนก็บอกนะ เดี๋ยวพี่จะพาไปเที่ยวเอง~"
เรเชลอ่านข้อความด้วยรอยยิ้ม
เคนที่ได้เห็นแบบนั้นจึงคว้าโทรศัพท์ของเธอแล้ววางเอาไว้บนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด
"พี่เคน!" เรเชลค่อนข้างใที่อีกฝ่ายแย่งโทรศัพท์ของตัวเองไปแบบนั้นจึงทำให้ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ "ทำอะไรของพี่น่ะ?"
"ไม่ชอบเลยแฮะ" เคนพูดขึ้น
"พี่ว่าไงนะ?" เรเชลไม่เข้าใจ
"เธอคบกับผู้ชายคนนั้นแล้วงั้นเหรอ?" เคนถามขึ้นอย่างนิ่งๆ
"คบเหรอ? ตอนนี้ก็ยังหรอก" เรเชลตอบ
"รู้จักกันกี่ปีแล้วล่ะ?" เคนยังคงถามต่อ
"ยังไม่ถึงปีเลยด้วยซ้ำ ประมาณสองเดือนได้" ถึงเรเชลจะไม่เข้าใจแต่เธอก็ตอบคำถามของเคยอย่างตรงไปตรงมา
"สองเดือน?" เคนแทบจะหัวเราะออกมา "รู้จักกันแค่สองเดือนเธอก็ชอบผู้ชายคนนั้นแล้วงั้นเหรอ?" แต่อีกใจนึงเขาก็รู้สึกวางใจที่เธอยังไม่ได้คบกับใคร หมายความว่าข่าวที่ได้จากอลันมันก็ไม่มีมูลความจริงเลยสิ?
"ผู้ชายคนนั้นอะไรกันล่ะ? พี่เขามีชื่อนะ" เรเชลไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ "ถึงแม้ว่าจะพึ่งรู้จักกันแต่พี่ว่านก็เป็คนดีมาก มีความเป็ผู้ใหญ่ หน้าที่การงานก็ดีและให้เกียรติฉันมาก"
"เธอเนี่ยโตแต่ตัวจริงๆ" เคนถอนหายใจ
"ว่าไงนะ?!" เรเชลถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห "พี่จะไปรู้อะไร? ทำไมถึงได้โตมาถึงได้เ็ากับฉันแบบนี้ล่ะ? ทั้งๆที่พี่เป็ฝ่ายจากไป พี่ไม่รู้หรอกว่าฉันคิดถึงพี่มากแค่ไหน!"
เคนค่อนข้างใกับความโมโหของเรเชล
"ต่อไปนี้ฉันมีพี่เลโอเป็พี่ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนพี่น่ะไม่ใช่พี่ชายของฉันอีกต่อไปแล้ว!" เรเชลทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปด้วยความโกรธ
เคนยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะวางเงินจำนวนนึงเอาไว้และเดินออกจากร้านตามเรเชลไปทันที
เรเชลที่เดินออกจากร้านมาด้วยความโมโหััได้ว่าเคนกำลังเดินตามหลังเธอมาอยู่
"หยุดเดินตามฉันมาได้แล้ว!"
"ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็โตแต่ตัวจริงๆ" เคนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเพราะนิสัยของเรเชลไม่ต่างไม่จากสิบปีก่อนเลย
"นี่พี่ยังไม่หยุดหาเื่กันอีกงั้นเหรอ?!" เรเชลคิดว่าเคนกำลังล้อเลียนเธออยู่จึงทำให้รู้สึกโกรธมาก "ใช่สิ ฉันมันยังเป็แค่เด็ก! ไม่เหมือนกับพี่หรอกที่เป็ถึงประธานบริษัทั์ใหญ่"
"พูดอะไรของเธอ?" เคนเริ่มรู้สึกว่าเื่นี้มันจะไปกันใหญ่แล้วจึงรีบเดินไปขวางเธอทันที "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาชีพการงานของฉัน?"
"พี่นี่ใจร้ายกับฉันมากเลยนะ! ถึงฉันจะเป็แค่เ้าของร้านขนมหวานก็ตาม แต่ฉันก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ" เรเชลน้อยใจมาก
"ใช่สิ เธอเป็ผู้ใหญ่แล้ว" เคนตอบ
"อะไรของพี่? เมื่อกี้ยังหาว่าฉันโตแต่ตัวอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับคำว่าฉันเป็ผู้ใหญ่งั้นเหรอ?"
"เธอนี่มัน!" เคนละปวดหัวเหลือเกินกับความน้อยใจกับเื่ที่เข้าใจผิดนี้ "ฉันไม่ได้ต่อว่าอะไรเธอสักหน่อย ถึงตอนนี้เธอจะโตเป็ผู้ใหญ่แล้วแต่ในสายตาของฉันเธอก็ยังเป็น้องสาวอยู่วันยันค่ำ" สิ้นสุดคำพูดเขาก็รู้สึกว่าเขานั้นได้พูดผิดมหันต์เลย
"เชอะ! ฉันมีพี่ชายเพียงคนเดียวค่ะ" เรเชลยังคงน้อยใจอีกฝ่ายอยู่ไม่ยอมหายง่ายๆหรอก
"งั้นฉันเป็อะไรดีล่ะ?" เคนถามขึ้นด้วยความคาดหวังสุดๆ "ถ้าไม่เห็นว่าฉันเป็พี่แล้วเธอมองว่าฉันเป็อะไรล่ะ?"
เรเชลหยุดชะงักลง "คนรู้จักเท่านั้นแหละ!"
"โห.."
แต่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเคนก็ได้ดังขึ้นมา เขาหยิบขึ้นมาดูก่อนที่จะกดปฏิเสธไป
เรเชลเห็นอย่างนั้นก็อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยังคงต้องวางมาดว่างอนอยู่จึงไม่ได้ถามอะไร
แต่เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ยังคงดังขึ้นมาเรื่อยๆ เขาจึงกดปิดเครื่องอย่างไร้เยื่อใย
"ไปกันเถอะ" เคนพูดขึ้น
"ฉันไม่ไป ฉันกลับเองได้" เรเชลปฏิเสธ
"หรือว่าคิดจะให้ผู้ชายคนนั้นมารับงั้นเหรอ?" เคนถามขึ้นอย่างไม่พอใจ "ยังไม่หายโกรธกันอีกหรือไง? ทำยังไงเธอถึงจะหายบอกหน่อยสิ"
เรเชลนิ่งไปสักพัก "งั้นพี่บอกหน่อยว่าทำไมสิบปีก่อนถึงได้ตัดสินใจไปต่างประเทศกะทันหันแบบนั้น ทั้งๆที่พี่สัญญาแล้วนี่ว่าจะอยู่ด้วยกัน?"
"อยู่ด้วยกันงั้นเหรอ?" เคนถามกลับ
"ก็พวกเรา ทั้งฉัน พี่ พี่เลโอ และพ่อ เราสี่คนเป็ครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือไง?" เรเชลยังคงติดใจกับเื่นี้และนี่ก็เป็โอกาสเดียวที่เธอได้ถามเคนอย่างตรงไปตรงมา
"เื่มันผ่านมานานแล้ว ฉันจำไม่ได้หรอก" เคนเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเรเชลไปอย่างไม่ใส่ใจ
"พี่คงไม่ได้คิดว่าพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันเลยสินะถึงได้ลืมกันได้ง่ายๆแบบนี้?" เรเชลเศร้ามากเพราะเธอคิดมาเสมอว่าเคนเป็พี่ชายเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวของเธอ
"อย่าลืมสิ ถึงเราจะใช้ชีวิตราวกับเป็ครอบครัวเดียวกันแต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้เป็ครอบครัวเดียวกันจริงๆสักหน่อย" เคนพูดตรงๆ
"นั่นสินะ ตลอดสิบปีที่เราใช้ชีวิตด้วยกันพี่ไม่เคยคิดว่าเราเป็ครอบครัวเดียวกันเลย ไม่อย่างนั้นพี่จะจากไปตั้งสิบปีไปได้ยังไง?" ถึงจะอยากรู้คำตอบของเคนมากแค่ไหนแต่เมื่อได้ฟังคำตอบจริงๆแล้วเธอก็อดเสียใจไม่ได้
เคนที่เห็นว่าพูดไปก็มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลงเรื่อยๆ "แต่ตอนนี้ฉันก็กลับมาหาเธอแล้วไม่ใช่หรือไง? เพราะฉะนั้นลืมเื่ในอดีตไปเถอะ" เคยพยายามปลอบใจ
"ใช่ว่าจะให้ลืมก็ลืมได้ง่ายๆนะ ฉันไม่เหมือนพี่ที่ลืมได้ง่ายขนาดนั้น ถึงเราไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเืก็จริงแต่ฉันมองพี่เป็พี่ชายของฉันจริงๆนะ!" เรเชลเสียใจมาก
เคนหมดคำจะพูดเลย คำพูดของเธอเองก็ทำเอาเขาเสียใจอยู่ไม่ใช่น้อย "ไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง"
ถึงเรเชลจะเสียใจและโกรธแค่ไหนเธอก็รู้ว่ายังไงเคนก็จะตามตื๊อไปส่งเธอให้ได้จึงยอมกลับไปกับเขาแต่โดยดี แต่ในระหว่างการเดินทางทั้งคู่นั่งเงียบโดยปราศจากการพูดคุยอย่างสิ้นเชิง