65 – ดับความฝัน
“นี่เหรอห้องทดลองของที่นี่?”
“อื้ม ไม่ผิดแน่ มาเอลบอกมาน่ะ”
อายาโกะ ทามาโมะ และพริสทีนที่ตอนนี้ขี่หลังเดฟไกส์อยู่ ในวันเดียวกันหลังจัดการคราเคนไปตอนนี้พวกเขาลงมายังอาณาจักรแอตแลนติสเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจัดการปัญหาของคราเคนเสร็จสิ้นด้วยเวทของเผ่าวารีในการสร้างบอลอากาศสวมหัวเอาไว้เลยทำให้สามารถหายใจในน้ำได้
พริสทีนเองก็อยากใช้เวทย์เหมือนที่เคยเล่นตอนอยู่ในเขตต้องห้ามแต่พลังของตนยังไม่ฟื้นฟูจึงเป็นอันต้องเก็บพับไปก่อน
ไว้คราวหน้ามาก็ไม่เสียหาย...
ราชาไทรทันกับราชันย์มังกรวารีได้รับการรักษาจากพริสทีนได้ทันท่วงทียาเพิ่มค่าพลังเวทในร่างดื่มมากจะไม่ดีต่อร่างกายดังนั้นเธอจึงดื่มให้พอจะฟื้นฟูทั้งสองคนได้ส่วนท่านขุนนางอัลก้ากับท่านหญิงจำต้องเจ็บปวดไปสักพักหนึ่งแต่เพราะลูกกวาดนั่นอย่างน้อยก็ลบล้างมนตราลุ่มหลงที่โดนได้เป็นที่เรียบร้อย
องค์หญิงมาริอากับไลรอนกล่าวขอโทษที่ต้องแสร้งทำเป็นผิดใจกันเพื่อปั่นหัวและถ่วงเวลาและก็อย่างที่เงือกหนุ่มบอก แผนก็คือไม่มีแผน หากมีแผนก็จะคิดมากดังนั้นคือเลือกแค่ทางใครทางมันเป็นพอ
ตรรกะนี้ทำเอาพริสทีนกุมขมับ...
แต่ก็ดี อย่างน้อยน้องชายของเธอก็ปลอดภัยและตอนนี้น้องชายอีกสามคงก็ดูแลน้องเล็กอยู่ขณะที่เธอมาที่นี่
ส่วนท่านแม่ทัพไนท์ที่รู้ตัวว่าโดนไลรอนปั่นหั่วนั้นนำเรื่องที่ได้ยินมาจากไลรอนตอนโต้เถียงกับท่านหญิงตอนนั้นฟ้องมาริอาจนน้ำตาคลอแต่ก็จบอาการเจ้าน้ำตานั่นได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ไลรอนพูดว่า
‘ที่ข้าพูดทั้งหมดเป็นคำโกหกทั้งหมดนั่นหมายความว่าเรื่องหุ่นของเจ้าน่ะไม่ส่งผลอะไรกับข้าหรอก พริสทีนก็คือพริสทีนเจ้าก็คือเจ้า แค่เป็นเจ้า...ต่อให้ตามข้าไปไหน หุ่นยังไง หน้าตายังไงแค่เป็นเจ้าข้าก็ยินดีให้เจ้าตามมาและมอบหัวใจให้อยู่แล้ว....’
เป็นอันจบเรื่องลงอย่างง่ายดายพร้อมกับเสียงของมาริอาตะโกนบอกรักให้ท่านแม่ทัพเจ็บช้ำหัวใจ...
หลงรักคนมีเจ้าของนี่ช่างลำบากของจริง
ฟีเรที่เคยเข้าใจความรู้สึกนี้เลยเดินเข้าไปตบบ่าปลอบ...
“ดีจังน๊าได้ขี่หลังท่านเดฟไกส์ด้วยอ่ะ” อายาโกะพูดขึ้นมาขณะก้าวเข้ามาในห้องทดลองใต้น้ำมีทั้งตะไคร่น้ำสาหร่ายและปลาว่ายเต็มไปหมด
“ถ้าเจ้าอยากขี่หลังข้าก็ได้นะ” ทามาโมะเอ่ย
“ได้เหรอ!”
สิ้นคำทามาโมะก็ก้มย่อตัวลง อายาโกะก็รีบขึ้นหลังอีกฝ่ายทันที“เหมือนตอนเด็กเลย~”
“ตัวเจ้าหนักขึ้นนะ”
“ว่าไงนะ!!”
“ล้อเล่นหรอก...” จิ้งจอกหนุ่มหัวเราะ
แต่นั่นทำเอามิโกะสาวงอนแก้มป่องไปเรียบร้อยแล้ว
พริสทีนเห็นแบบนั้นเลยขำนิดหน่อยดูเหมือนท่านจิ้งจอกเก้าหางจะไม่รู้เสียแล้วว่าสำหรับผู้หญิง ล้อเรื่องอื่นได้แต่อย่าล้อผู้หญิงเรื่องน้ำหนัก
มันไม่ดี!
“เจ้าแน่ใจนะว่าไหว?” เดฟไกส์หันไปมองคนข้างหลัง
“อื้อ ไม่เป็นไรหรอก พลังค่อยๆเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆแล้วล่ะ ไปต่อได้เลย”
ไลแคนหนุ่มพยักหน้าอุ้มเธอเดินไปเรื่อยๆทามาโมะเองก็อุ้มอายาโกะตามมา ห้องทดลองใต้ทะเลนี้ค่อนข้างลงไปลำบากเล็กน้อยและค่อนข้างลึกยิ่งกว่าอีกสองแห่งที่ผ่านมา ยิ่งลึกยิ่งมืดทว่าเจ้าบอลใสที่สวมหัวทั้งสี่ทำให้มองเห็นว่ามันยังคงสว่าง
จนลงมาถึงชั้นหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยซากบ้านและข้าวของเครื่องใช้ปลกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสาหร่ายและปะการัง ครั้งนี้เจอกับมอนสเตอร์ประจำชั้นดูเหมือนจะเป็นเมดูซ่าพริสทีนเห็นแล้วหงุดหงิด ผลคือเดฟไกส์ฆ่าให้แล้วทำการไปชั้นต่อไปทันทีอายาโกะแอบสำรวจเล็กน้อย
“เมดูซ่านี่เป็นตัวทดลองแฮะ”
พริสทีนพยักหน้ารับคราวนี้ลงลึกขึ้นเจอกับทางเดินเหมือนเดินอยู่บนสะพานและรอบด้านว่างเปล่าแต่มีเศษซากเหมือนกระจกวางกองอยู่ จากการสำรวจน่าจะเป็น...แท๊งค์สำหรับทดลองสัตว์ทดลองขนาดใหญ่เหมือนเจ้าคราเคนนั่นพริสทีนใช้เวทย์จัดการเจ้าตะไคร่น้ำจนเห็นป้ายที่ปักเอาไว้ว่าสัตว์ทดลองแต่ละตัวคืออะไรและส่วนใหญ่นั่นเป็นพวกไดโนเสาร์ยุคโบราณเมกาโลดอนเจ้าฉลามขนาดใหญ่ยักษ์เองก็มีเช่นกันเดินลงสะพานไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงบริเวณที่รอบด้านมืดยิ่งกว่า
แต่ปลายเส้นทางนั้นมีแสงสว่างออกมาทำให้ทั้งสี่ยังคงมุ่งไปทางนั้นจนเห็นเป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยหน้าจอเกือบสิบเครื่องแตกเป็นเสี่ยงๆ โดยเบื้องหลังของโต๊ะคอมคือแท๊งค์น้ำขนาดใหญ่ที่ยังส่องสว่างเรืองรองช่างน่าแปลกที่ภายในเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำแต่เจ้าโต๊ะคอมนี่กลับไม่เลอะเลยแม้แต่น้อยอายาโกะหลงมาจากหลังของทามาโมะพริสทีนตั้งใจจะลงด้วยแต่เดฟไกส์ยังไม่ยอมปล่อยเธอลงมา
เพราะที่น่าสนใจยิ่งกว่า...คือบุคคลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั่นต่างหากเล่า
“มาถึงแล้วหรือ”
เสียงจากคนผู้นั้นกล่าวก่อนลุกขึ้นจนเห็นฟองอากาศที่สวมอยู่ เขาหมุนตัวมาหาพวกเขาการแต่งกายขาวสะอาด ทวงท่าดูสง่างาม ผมสีทองสว่างและปีกนั่นบ่งบอกถึงเผ่าวิหค...
นอกจากเป็นเผ่าวิหค... ยังเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยุคอดีต...
“ท่าน ไม่สิ... นายเป็นใครกันแน่” อายาโกะเอ่ยถาม
เขาแย้มยิ้ม “ข้าก็เหมือนพวกเจ้าที่มาเกิดใหม่ทว่ามีความทรงจำจากในอดีตเรียกข้าว่า ไนล์ เถอะ”
ไนล์ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้สรรสร้างสัตว์ประหลาดใต้ท้องทะเลนี่เขาถือกำเนิดในยุคสมัยที่โลกได้ทอดทิ้งนี้ไป สิ่งที่เขาฟังพ่อแม่เล่าเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับโลกเบื้องบนให้ฟังนั้นช่างดูสวยหรูจนวาดฝันอยากขึ้นไปข้างบนนั้นแต่เมื่อเอ่ยว่าต้องการขึ้นไปแทนที่จะได้รับอนุญาตกลับกลายเป็นการโดนตบตีด่าทอว่าไร้สมองคิดอยากไปตาย
เขาทำอะไรผิดหรือ...?
ก็พ่อกับแม่ของเขาเล่าให้ฟังว่าข้างบนดีอย่างนั้นอย่างนี้...
แต่ทำไมไม่ให้เขาขึ้นไปกัน?
จนกระทั่งพ่อแม่ได้สติถึงเข้ามาปลอบเขาโลกข้างบนตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความแห้งแล้งเป่าหูเขาให้เชื่อถือแต่ตนเอง ไม่จำเป็นต้องนับถือเทพตนใด เทพเจ้า พระเจ้าพวกนั้นคือนักวิทยาศาสตร์เหล่านักวิทยาศาสตร์นั้นช่วยเหลือผู้คนในขณะที่พระเจ้าไม่ช่วยเหลืออะไรเลยสักนิดเดียว ไนล์จดจำคำสอนเหล่านั้น พระเจ้าคือ[นักวิทยาศาสตร์] เมื่อโตขึ้น เขาจะเป็นนักวิทยาศาสตร์!
และเขาก็ได้เป็นดั่งใจหวังไว้ เขาสรรสร้างสัตว์ประหลาดโบราณแห่งท้องทะเลตามที่เคยอ่านในหนังสือต้องห้ามหนังสือเกี่ยวกับปกรนัมกรีกโบราณเรื่องราวของเทพแห่งมหาสมุทรโพไซดอนนั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจเขาต้องการเป็นเทพแห่งท้องทะเล!!
เขาเริ่มสร้างพวกเงือกดัดแปลงพันธุกรรมพวกมันเริ่มฟื้นฟูพวกไดโนเสาร์แห่งท้องมหาสมุทร
แต่นั่นมันยังไม่พอ!!!
มันยังไม่พอสำหรับการสร้างอาณาจักรแห่งท้องทะเลของเขา!!!
จนกระทั่งเหลือบไปเห็นตำนานอสูรโบราณ คราเคน...
คราเคนที่หลายคนคิดว่าเป็นหมึกยักษ์โง่เง่า เขาจะสร้างมันขึ้นมา!!เมื่อเขาตายลงเขาก็จะย้ายสมองย้ายความนึกคิดทั้งหมดลงไปอยู่ในร่างคราเคนนี่แล้วขึ้นครองท้องมหาสมุทร!!!
แต่มันไม่เป็นดั่งที่ใจหวังไว้...
หลังตายลงด้วยอายุขัยแปดสิบกว่าปีเขามาเกิดใหม่เป็นเผ่าวิหคและพึ่งระลึกเรื่องราวในอดีตได้หลังจากมีชีวิตอยู่มาร้อยปีเพราะคำว่า‘คราเคน’
ทำไมเขาไม่กลายเป็นคราเคน!! ทำไมต้องมาเป็นเผ่าวิหคที่มีพลังงี่เง่าที่สามารถทำได้แค่สะกดจิตคนอื่นไม่มีเวทแสงสว่างเหมือนผู้อื่น!!!
เมื่อความทรงจำหวนคืนก็อาละวาดอย่างบ้าคลั่งหนีออกมาจากแดนวิหคมุ่งไปยังอาณาจักรแอตแลนติสเขารู้สึกยินดีราวกับได้กลับบ้านเก่าอาณาจักรที่เขาวาดฝันมันปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า
แต่ความเป็นจริงมันกลับตบหน้าเขาอย่างรุนแรง
เงือกตัวแรกที่เขาทดลองกลับกลายเป็นราชาของอาณาจักรแอตแลนติสด้วยนามของราชาไทรทันไม่ใช่ชื่อของเขา!!!
เจ้าเด็กนั่นที่เขาออกคำสั่งให้ย้ายสมองของเขาถ่ายโอนใส่คราเคนทำไมมันไม่ยอมทำตาม!!มันทำให้เขาต้องมาเกิดใหม่และไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเผ่าวิหคน่ารังเกียจ!! ไม่ใช่ปลาไม่มีอะไรเกี่ยวของกับน้ำ!!!
ร่างรีบพุ่งไปยั่งห้องทดลองนั่นที่กลายเป็นเศษซากและถูกเรียกว่าเขตต้องห้ามด้วยความบ้าคลั่ง
คราเคนยังคงอยู่ที่เดิม
ข้อมูลการทดลองที่เปื่อยยุ่ย
เครื่องย้ายสมองที่เต็มไปด้วยปะการัง
โครงกระดูกของพวกนักวิทยาศาสตร์วางกองพะเนิน
มันต้องไม่ใช่!!!
มันต้องไม่ใช่อย่างนี้!!
มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่!!!!!!
ราชาไทรทันอะไรงี่เง่าสิ้นดี!!!!
เทพีแห่งมหาสมุทรอะไรกันบ้าบอสิ้นดี!!!! บ้าบอ บ้าบอ บ้าบอ บ้าบอบ้าบอ บ้าบอ บ้าบอ บ้าบอ บ้าบอ บ้าบอ!!!!!
เขาต่างหาก!! เขาต่างหากคือพระเจ้าของพวกมัน!!!
ผู้ที่พวกมันต้องสรรเสริญคือเขาไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์นั่น!!!พระเจ้าก็คือเขา!!!! ใช่ ต้องใช้คราเคน!ถ้าใช้คราเคนช่วยและเขาโผล่หน้าออกมาอาจจะได้รับความเคารพดุจดั่งพระเจ้า!!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงปลุกให้คราเคนตื่นแต่มันกลับไม่ฟังคำสั่งของเขา...
.....
สุดท้ายความดีความชอบนั่นก็กลายเป็นของยัยเทพีนั่น
หมดสิ้นแล้ว หมดสิ้นทุกอย่าง ความฝันของเขามันจบลงไปแล้ว...ได้แต่แบกร่างอันแสนอ่อนล้ากลับไปยังแดนวิหคและขังตนเองอยู่แต่ในห้อง หัวเราะบ้าคลั่งเสียสติจนวันหนึ่งเขาเหม่อลอยมายืนส่องกระจก...
เผ่าวิหคน่ารังเกียจเหมือนในหนังสือที่เขาเคยอ่าน
เป็นผู้สรรเสริญรับใช้พระเจ้า แต่ก็ไม่ใช่เทพอยู่ดี....
ไม่สิ...
เทพ...
ใช่ ข้าคือเทพ...
จริงๆแล้วข้าคือเทพต่างหาก ในหนังสือที่พ่อกับแม่ชาติก่อนบอก เทพนั้นจะมีปีกใช่ เขาก็มีปีก เผ่าวิหคทุกคนมีปีก แต่เขามีถึงสองคู่!! เขาเป็นคนพิเศษจริงๆแล้วนี่คือบททดสอบสินะบททดสอบที่พระเจ้านั่นสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้มีผู้ใดคิดตีตนเป็นเทพเขาไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดโง่เง่านั่นแน่!!
อา ใช่... เวทสะกดจิตนี่จริงๆแล้วมันคือเวทแห่งความลุ่มหลงที่จะมอบให้แก่ผู้ที่นับถือเขาสินะ ใช่ มันต้องเป็นเช่นนั้น เป็นแบบนั้นแน่ๆ!
พระเจ้า!!! จงดูไว้ซะ!!!ข้าผู้นี้จะฉีกกฏเกณฑ์และที่เชิดของท่านออกและขึ้นเป็นใหญ่แทนท่าน!!!วิทยาศาสตร์จะต้องกลับมา!! เทคโนโลยีทั้งหลายจะต้องกลับมาอีกครั้ง!!!
นับจากนี้ไป ผู้ที่เป็นสาวกของข้าต้องได้รับ [คำอวยพรแห่งเทพ] !!!
“ถึงจะมีความทรงจำจากอดีตเหมือนกัน แต่ก็อย่าเหมารวมพวกฉัน”
“ทำไมพูดเช่นนั้นเล่าท่านเทพธิดาสีเงินถึงร่างกายเจ้าจะเป็นโฮมุนครุสก็เถอะ แต่วิญญาณเจ้าเป็นคนในอดีตนางเองก็เป็นคนในอดีตกลับชาติมาเกิด ท่านด้วย อืม ดูจากการแต่งกายน่าจะเป็นคนญี่ปุ่นใช่ไหม”
“ข้าไม่จำเป็นต้องตอบ...” ทามาโมะกล่าวเสียงราบเรียบ
“ครับๆ ไม่ตอบก็ไม่ตอบ”
“ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่า ไนล์...คุณคือผู้อยู่เบื้องหลังของคราเคนกับการก่อปัญหาในแอตแลนติสใช่มั้ยคะ”
“เป็นอย่างนั้นครับ” เขาตอบพริสทีน “สุดยอดเลยไหมครับคราเคนที่ผมดัดแปลงสร้างมันขึ้นมาจากปกรนัมกรีกโบราณที่ผมคลั่งไคล้เด็กคนนั้นงดงามมากๆเลยใช่ไหม!”
“งดงามบ้าอะไรล่ะ!!!” เดฟไกส์โวยใส่
ถ้าเจ้านั่นงดงามพวกตัวประหลาดบนโลกนี้คงไม่มีสิ่งน่าเกลียดแล้ว!!
“เฮ้อ พวกไม่มีตาก็งี้แหล่ะนะ...”
“ที่แท้คุณเป็นนักวิทยาศาสตร์สร้างมันขึ้น เพื่ออะไรคะ ทำไปทำไม?แล้วเรื่องคำอวยพรอะไรนั่นด้วย”
“ก็มันจริงนี่ครับ ก็...ในเมื่อโลกนี้เดิมทีเป็นของพวกเราจะเทคโนโลยี หรือที่พักอาศัยเดิมทีพวกเราต่างหากทีเป็นผู้สร้าง เมื่อพระเจ้าโลกเดิมทิ้งไปแล้วเหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างหากล่ะคือผู้ฟื้นคืนพวกต่างสายพันธุ์ร่างกายของเจ้าเองก็ถูกนักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้นไม่ใช่เหรอ ทั้งคราเคนน้อยของข้าหรือแม้กระทั่งพวกมอนสเตอร์ชั้นบนเองก็เหมือน พวกมันคือสิ่งที่พวกเราสรรสร้างขึ้นพวกเราย่อมต้องได้มันกลับคืนมาเมื่อข้าตื่นขึ้นมาในร่างนี้ย่อมต้องคิดเรื่องนี้เป็นอย่างดี เผ่าวิหคอะไรกัน...ข้าคือเทพ! ข้าได้รับเลือกให้เป็นเทพ และจะกลายเป็นพระเจ้าปกครองโลกนี้!!!”
ไนล์เอาแต่พร่ำเพ้อพรรณนาไม่หยุดสรรเสริญเรื่องของตนซ้ำไปซ้ำมาอย่างเพ้อฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เขาเป็นเผ่าวิหคแต่ไม่ยอมรับว่าเป็นเผ่าวิหค แต่กลับยกยอว่าตนเป็นเทพจากใบหน้าแย้มยิ้มกลับเริ่มบิดเบี้ยวจนน่าขนลุก
“นี่ใช่ไหมที่ข้าเคยได้ยินเจ้าเล่าบ่อยๆพวกนักวิทยาศาสตร์คลั่งเสียสติน่ะ...?” ทามาโมะเอ่ยถาม
“ดูจากสภาพแล้วน่าจะใช่ น่าจะโคตรเบียวเลย”
“เบียว?”
“เบียวที่ย่อมาจากจูนิเบียวน่ะเดฟถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็...พวกแยกแยะความจริงกับความเพ้อฝันไม่ออกและคิดว่าในสายาตาคนอื่นการกระทำนั้นช่างดูสวยงามสง่าทั้งที่จริงๆแล้วมันไม่ได้เรื่องน่ะ”
“อ้อ... มันเลยนี่”
ไนล์คิ้วกระตุกหยุดพร่ำเพ้อเงยหน้ามองทั้งสี่คน“สิ่งที่ข้าต้องการจะบอกคือเหตุใดเจ้าถึงไม่มาร่วมกับข้าเสียล่ะหากพวกเราร่วมมือกันสามารถเปลี่ยนโลกนี้กลับมาเหมือนเดิมได้แน่ พวกไฟฟ้าเทคโนโลยีต่างๆนานาก็จะกลับมา พวกเราจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเลยนะ!!”
“ไม่ล่ะ” สองสาวปฏิเสธ
“ข้าเองก็ไม่” ทามาโมะตอบ
ไนล์ชะงัก ไม่คิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้ “ทำไม!!!เจ้าไม่คิดถึงโลกยุคนั้นเลยรึไงกัน!!อยากอยู่แต่ในโลกจอมปลอมแบบนี้ตลอดไปงั้นเหรอ!! พวกเราปกครองร่วมกันได้นะ!! บแบ่งคนละส่วนเป็นไง! สิบส่วนแบ่งๆกัน!! พวกเจ้าคนละสอง ข้าก็หกไง! ดีไหม!”
“ไม่ดีค่ะ” พริสทีนส่ายหัว
“งะ งั้นคนละสาม!! คนละสามก็ได้ ข้าสี่!!!”
“เอ๊ะ บอกว่าไม่ดีก็ไม่ดีไง ไม่เอาด้วยหรอก! หูหนวกรึไงห๊ะ!”อายาโกะบ่นๆด้วยความหงุดหงิด “นี่คุณด็อกเตอร์คุณไม่คิดหน่อยเหรอว่าสภาพความเป็นอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วแทนที่จะเปลี่ยนให้กลับไปเหมือนเมื่อก่อนน่ะอยากให้โลกกลับมาร้อนเพราะการเผาไหม้พวกพลาสติกหรือขุดเจาะน้ำมันจนเปลือกโลกมีปัญหาเหรอ?”
อายาโกะถอนหายใจ เธอไม่อยากนึกถึงข่าวพวกนั้นที่ทำให้เธอปวดหัวไม่เว้นวันตอนเธอประจำศาลเจ้าเองก็ต้องประสบปัญหาเรื่องแผ่นดินไหวตลอดแต่นั่นไม่น่ารำคาญเท่าสภาพอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ขึ้นเรื่อยๆเพราะความโลภของมนุษย์
ตัดไม้ทำลายป่าแต่ไม่ปลูกต้นไม้ทดแทน
ออกล่าสัตว์คุ้มครองผิดกฎหมายโดยไม่สนใจใคร
“จริงอยู่ที่พวกเราอาจจะไม่สะดวกสบายเวลาไปไหนมาไหนไม่มีรถไฟฟ้าไม่มีเครื่องบิน ไม่มีโทรทัศน์ แต่ฉันว่าโลกตอนนี้น่ะคือดีที่สุดแล้วจริงๆนะ”
“ฉันเองก็คิดแบบนั้น” พริสทีนพยักหน้า “อากาศบริสุทธิ์สดชื่นโลกกลับมาสวยอีกครั้งหลังจากมันแห้งแล้งไปเพราะภัยพิบัติหลากหลายอย่างไม่มีมลพิษทำให้โลกร้อนหรือว่าน้ำเน่าเสียเพราะสารพิษจากการทดลองเรื่องเทคโนโลยีอะไรนั่นน่ะปล่อยให้มันเป็นไปตามกาลเวลาของมันเถอะนะ ในอนาคตบางทีพวกเขาอาจจะพัฒนาไปไกลกว่าที่พวกคุณทำก็ได้นะคะ”
“!!!! ไม่ได้!!! แบบนั้นไม่ได้!!!” ไนล์ตะโกนเสียงดัง “ข้าไม่ยอมให้พวกตัวทดลองฉลาดกว่าผู้สร้าง!!!หากพวกมันฉลาดกว่าพวกเราดินแดนในฝันพวกนั้นก็จะเป็นได้แค่ในฝัน!!! ควบคุมเราต้องสร้างของควบคุมมันเสีย!!”
“เจ้าควบคุมพวกเขาไม่ได้หรอก...”จิ้งจอกหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ว่าเจ้าจะพยายามควบคุมแค่ไหนสุดท้ายย่อมต้องมีคนแก้ไขมันและต่อให้เจ้าพยายามทำตัวเป็นเทพแค่ไหน......เจ้าก็หนีไม่พ้นสายตาของพระเจ้า”
จิ้งจอกเก้าหางผู้ผ่านหลายเหตุการณ์ในอดีตที่ตนได้ก่อขึ้นจนกลายเป็นที่จดจำว่าเป็นอสูรร้ายกาจที่สุดแห่งยุคเช่นเขาย่อมรู้ดีก่อปัญหาล่อลวงกลืนกินผู้คนมากเพียงใดสุดท้ายย่อมมีผู้ได้รับคำสั่งสวรรค์ให้ออกปราบจนในที่สุดก็ถูกผนึกลงก้อนหินและได้พบกับเด็กสาวผู้นี้
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ในตำนานนั่นก็ปล่อยให้มันเป็นตำนานเก่าแก่ที่ไม่มีผู้ใดรู้จักไปจิ้งจอกเก้าหางตนนี้จะสร้างตำนานขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
และในครั้งนี้จะเป็นไปในทางที่ดี เพื่อตนและเพื่อสตรีที่เขารัก
“อ่า ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าพูดเรื่องอะไรกันเพราะข้าไม่ใช่คนจากในอดีต แต่เท่าที่ฟังมา เจ้าก็แค่พวกไม่ยอมรับความจริงเอาแต่เปรียบเทียบโลกนั้นกับโลกนี้ไม่ยอมมองเวลาปัจจุบันก็เท่านั้นเอง”
“ข้าไม่ได้ถามความเห็นของเจ้า!!!”
“แต่ข้าจะพูด แล้วไง ข้าพูดไมได้?ยังไงซะในฐานะไลแคนสีครามข้าถือว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้าพวกข้ามีหน้าที่คุ้มครองป่า คุ้มครองผู้คน แล้วเจ้าก็บอกว่าจะเป็นพระเจ้าใช่ไหม?ขนาดเจ้ากลับมาเกิดใหม่ยังอยู่ในร่างเผ่าวิหคที่ท่านเป็นผู้สร้างด้วยซ้ำหากอยากเป็นใหญ่นักก็ไปทำเหมือนยัยพริสทีนนี่ วิญญาณจากอดีต ร่างก็จากอดีตแต่เจ้า...วิญญาณจากอดีต แต่ร่างมาจากยุคนี้จากพระเจ้าที่เจ้าคิดจะลบล้างและขึ้นตำแหน่งแทน ไม่รู้จักสำนึกเอาซะเลย ไ-อ [คำอวยพรของเทพ]อะไรนั่นสุดท้ายมันก็แค่แกสร้างขึ้น จริงๆแล้วเป็นเวทลุ่มหลงของแกเองต่างหาก”
“หุบปาก!!! หุบปากๆๆๆๆ!!!”
ยกมือจิกทึ้งหัวตนเองรับไม่ได้กับความจริงนั่น ใช่ เขารู้รู้แต่ไม่อยากยอมรับ!!นักวิทยาศาสตร์ต่างหากคือผู้ที่จะทำให้โลกนี้กลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีต!เมื่อเขาทำได้ก็จะได้รับการยกย่องเทิดทูนเป็นพระเจ้า!!
พวกเวทมนตร์นั่นมันก็แค่เรื่องรองลงมา!!
“ในเมื่อพวกเจ้าไม่สนใจและไม่ยอมร่วมมือด้วยก็อย่าหวังว่าจะได้ออกจากที่นี่!!!!”
“งั้นแกก็อย่าได้หวังว่าจะได้ออกไปเหมือนกัน!!!”อายาโกะชักดาบใหญ่ของตนออกมา ทามาโมะแประเปลี่ยนเป็นร่างวิญญาณผสานจิตอยู่ในร่างที่ใช้ออกรบอีกครั้งหนึ่ง เดฟไกส์รีบกระโดดถอยห่างจากบริเวณนั้น
ชายเผ่าวิหคยกยิ้มเหยียด หยิบขวดยาบางอย่างกรอกปากตัวเองและทำลายฟองอากาศที่คลุมหัวอยู่ร่างกายเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนทำเอาสองสาวผงะเมื่อครู่หุ่นยังดูบอบบางตอนนี้ถ้าให้เทียบก็ไม่ต่างจากพวกยักษ์เขียวในภาพยนตร์!
ต่างตรงที่อันนี้ดูน่าเกลียดยิ่งกว่า!นอกจากจะมีแขนแล้วขาก็ยังเริ่มเปลี่ยนเป็นหนวดหมึกแถมสีผิวก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ!!
นี่มันคราเคนขนาดย่อส่วนชัดๆ!!!!
“ถ้าข้าจะต้องถูกจับ ข้าก็พาใครสักคนไปลงนรกก่อนแล้วกัน!!!!”
ตูม!!!!กรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งใส่ทว่าทั้งสี่ต่างกระโดดหลบออกมาก่อนทำให้กรงเล็บกระแทกเข้าที่สะพานจนมันเริ่มสั่นสะเทือน
“ท่านเดฟไกส์รีบพาพริสทีนหลบไปก่อน ตรงนี้ฉันจัดการเอง!”
“ไหวแน่นะอายาโกะ!”
มิโกะสาวหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อน “ฉันเองก็มีดีอยู่เหมือนกันนา!!”
พูดจบเธอก็พุ่งเข้าไปฟาดฟันกับไนล์ในร่างอสูรกายสิ้นสภาพความเป็นเผ่าวิหคน่าเกรงขามดั่งทวยเทพคลื่นเสียงกระแทกระหว่างคมดาบกับผิวกายที่เริ่มมีเกล็ดคล้ายกิ้งก่านั่นนอกจากจะทำขนลุกไปหมดยังส่งผลต่อพวกสัตว์น้ำบริเวณโดยรอบเดฟไกส์เองก็พยายามอุ้มหล่อนกระโดดหลบพวกหนวดบางส่วนของไนล์ที่พุ่งเข้าใส่ขนาดคราเคนร่างยักษ์ยังหลบได้สบายหมอนั่นคิดว่าเขาจะพลาดโดนจัดการได้ง่ายๆรึยังไง!
ไนกี! ติดต่อท่านอิซเซตได้มั้ย!!จำได้ว่าครั้งนั้นท่านอิซเซตเป็นคนมาพาเจ้าเทพนั่นไปลงโทษนี่!!
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ:พระเจ้าท่านเป็นผู้ห้ามท่านอิซเซตลงไปค่ะ
อ้าว ไหงงั้น!!! สาวผมเงินงงว่าจะห้ามทำไม!
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านกล่าวว่าน่ารำคาญ เลยขอมอบหน้าที่จัดการขั้นเด็ดขาดให้ท่านค่ะจะนำไปต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญ ข้าเหนื่อยแล้วแต่เดี๋ยวข้าให้พรแก่หมอนั่นซักข้อส่งท้ายละกัน น่ะค่ะ
......
โอ้....
แบบนั้น... มัน... ดี... ดีมากเลยด้วย....
“เดฟ จำครั้งแรกที่ฉันจัดการพวกแบบนี้ได้มั้ย...”
“ไม่ลืมเลยล่ะ” กระโดดหลบจากบริเวณสะพานที่พัง“ตอนนั้นเจ้ามันปีศาจชัดๆ ต่อยคนไม่ยั้งขนาดนั้น...”
“ฮะๆ โทษที แต่ก็นะ ตอนนี้ฉันทำไม่ได้ แต่มอบหมายได้นี่”
“หา?”
พริสทีนยิ้ม “อายาโกะ!! จับเป็นนะ!! ส่งให้พวกไลรอน ให้พวกเขาลงโทษซักปีสองปีให้ทรมานแล้วค่อยจัดการ!!”
“จัดไป!!!”
“คิดว่าจะกำจัดข้าได้ง่ายขนาดนั้นเลยรึไงยัยหนู!!! ข้าคือเทพพวกเจ้ามันก็คือพวกมดปลวก!!!”
“จะใช่หรือไม่นั่นก็มาดูกัน!!!!”
เคร้ง!!! ตูม!!! การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดพริสทีนที่พลังเวทย์ค่อยๆฟื้นกลับมาทีละนิดก็ช่วยใช้เวทเสริมให้อายาโกะ เสริมสถาน [พิษ][น้ำแข็ง] อาบดาบของเธอไว้เหมือนก่อนหน้า แต่ครั้งนี้ไม่ใช่พิษระดับละลายแต่เป็นอัมพาตแทนชาววิหคนในร่างอสูรกายหน้ามืดครึ้มทุกขณะ เริ่มปัดป้องการโจมตีไม่ทันท่วงทีตาเริ่มลาย วิงเวียนศรีษะ ร่างบางส่วนเริ่มขยับไม่ไหวดวงตาปูดโปนจ้องมองพริสทีนด้วยความแค้น
“ข้าขอสาปแช่งแก!!! ข้าขอสาปแช่งพวกแกที่ทำให้โลกวิทยาศาสตร์ต้องมาดับสูญ!!!!”
ฉัวะ!!!!!!!
◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌
“นั่นไง ออกมานั่นแล้ว!!!”
ไลรอนตะโกนด้วยความดีใจเมื่อเห็นเดฟไกส์แบกร่างของพริสทีนกลับขึ้นมาทันทีที่ทั้งคู่ออกมาจากเขตอันตรายที่พวกตนไม่สามารถเข้าไปได้ พวกสเตลล่าก็รีบวิ่งเข้าไปหากันยกใหญ่
“เป็นยังไงบ้างพริสทีน...” เจตต์เปิดคำถามเป็นคนแรก
“บอกได้แค่ว่า... เจอตัวการอย่างที่คาดไว้”
ครืดด... เสียงลากบางอย่างทำให้ทุกสายตามองซ้ายขวาจนเห็นว่าดังออกมาจากประตูปากทางเข้าเขตต้องห้ามภาพของมิโกะสาวนั่งอยู่บนหลังจิ้งจอกเก้าหางขนาดตัวเท่าม้าคาบโซ่ลากบางสิ่งออกมาจากภายในนั้นร่างของชายร่างยักษ์ตัวสีม่วงคล้ำที่โดนโซ่พันธะนาการและเลือดไหลอาบหลังที่มาจากการถูกคมดาบตัดปีกเหล่านั้นออก
ทว่าบาดแผลพวกนั้นกลับค่อยๆฟื้นฟูอย่างช้าๆเพราะพรของพระเจ้า...
“ชายคนนี้คือ...”
พริสทีนหันไปมองมาริอา “ต้นตอของคำอวยพรนั่นและดูเหมือนจะเป็นผู้มอบพลังนั้นให้ไลรอนกับดยุคแฟตๆอะไรนั่นล่ะนะ”
ไลรอนชะงักไปแม้เขาจะไม่รู้ว่าผู้ที่มอบตรานั่นให้เขาหน้าตาเป็นอย่างไรแต่แค่ได้เรื่องนี้ก็ทำให้หน้าครึ้มไปหลายส่วน สิ่งแรกที่แล่นเข้ามาในหัวก็คือ ‘ฆ่ามันให้ตาย’
“ทำไม...” ถึงไม่ฆ่ามัน...
“ก็ตั้งใจจะฆ่าอยู่หรอก แต่ตายทันทีมันก็เร็วไป” พริสทีนยิ้ม“ฉันเลยคิดว่า... ให้หมอนี่ได้รับโทษทัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับสิ่งที่ทำลงไปเสียหน่อยเอาเป็นแบบ... อยู่ไม่สู้ตายอะไรงี้...”
สิ้นคำพูดของสาวผมเงินรอบข้างรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาฉับพลันแม้ว่าใบหน้าของใครหลายคนยกยิ้มก็ตาม แต่ก็มีคำพูดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
‘จะก่อปัญหาให้ใครก็ก่อไปแต่ห้ามก่อแล้วเกี่ยวข้องกับสาวผมสีเงินเด็ดขาด!!
นั่นคือประโยคบอกเล่าต่อๆกันมา...
ชะตากรรมของไนล์... เขาโดนจับขังอยู่ในคุกที่ลึกที่สุดและเลวร้ายที่สุดของอาณาจักรแอตแลนติสร่างโดนตรึงด้วยโซ่ของเทพอิซเซตลงอาคมด้วยเลือดของพริสทีน เหล่าราชันย์มังกรทั้งสี่และราชันย์ไลแคนสีครามหากไม่มีเลือดของคนเหล่านี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันหนีออกไปจากที่นี่ได้...
แม้ไม่ตาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บปวดกับการลงทัณฑ์ทุกสามวันของผู้ที่เคียดแค้นและตกเป็นเหยื่อของความบ้าคลั่งนั่น
หากบาดเจ็บปางตายบาดแผลก็จะฟื้นฟูด้วยพรของพระเจ้าจนกลับมาเหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และต้องโดนลงทัณฑ์เช่นนี้เรื่อยไป...
จนกว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงความผิดตนเอง
....
ซึ่งวันนั้นไม่มีวันมาถึง...
+++++++++++++++++++++
ฉากเครียดจบแล้ววววววววว
หากมึนงงสับสนกับคำพูดของไนล์ก็ปล่อยมันไปนะคะมันบ้า!!
....
คนเขียนก็บ้าด้วย!!! 5555555 (สลบแปบ)