เมธาวีนั่งนิ่งอยู่บนเบาะหนังแท้สีดำ
ไฟนีออนนอกกระจกรถไหลย้อนผ่านเหมือนเส้นสายเืของเมืองใหญ่
หัวใจเธอยังเต้นแรง ไม่ได้เบาลงเลยแม้แต่นิด
ข้างกาย วริษฐ์ขับรถอย่างสบาย ๆ มือข้างหนึ่งวางพาดพวงมาลัยอย่างครึ้มใจ
เหมือนเขาไม่ได้ลักพาตัวเธอ...แต่แค่พาเหยื่อที่ยอมจำนนโดยไม่รู้ตัวกลับรังของตัวเอง
"กลัว?"
เสียงทุ้มต่ำถามเรียบ ๆ โดยไม่ละสายตาจากถนน
เมธาวีกำมือแน่นบนตัก กัดริมฝีปากจนแทบเจ็บ
ไม่ตอบ
"ถ้าเงียบ แปลว่ากำลังคิดเื่อื่น..."
วริษฐ์เหลือบตามามอง รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปาก
"...หรือไม่ก็คิดเื่ฉัน"
น้ำเสียงเย้าแหย่นั้นทำให้เืในกายเธอสูบฉีดแรงขึ้นอีก
"ฝันไปเถอะ" เมธาวีขัดเสียงแข็ง
แต่เสียงเธอสั่นเกินกว่าจะทำให้อีกฝ่ายเชื่อ
วริษฐ์หัวเราะในลำคอ เสียงต่ำที่กระตุ้นทุกประสาทัั
"ดี"
เขาพูดเหมือนกระซิบ
"เพราะฉันอยากให้เธอคิดเื่ฉัน...ตลอดคืนนี้"
**
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้าสู่อาคารสูงเสียดฟ้ากลางเมือง
เมธาวีถูกพาเข้าสู่เพนท์เฮาส์บนสุดอย่างง่ายดาย ราวกับเหยื่อที่เดินเข้ากรงเอง
ประตูกระจกเลื่อนเปิดเผยให้เห็นโลกอีกใบ
พื้นหินอ่อนสะท้อนเงาร่างบางของเธอ
โคมไฟระย้าแชนเดอเลียร์เหมือนแมงมุมคริสตัลที่รอทอใยพันธนาการ
และเขา...คือแมงมุมนั้น
"ลงมา"
เสียงคำสั่งดังข้างหู
เมธาวียังนิ่ง
วริษฐ์เดินอ้อมมา เปิดประตูข้างเธอ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้
ใกล้จนได้กลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัวของเขา
ใกล้จนเธอเห็นเงาแวววาวในดวงตาเขา ไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็ความ้าที่เดือดพล่าน
มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนเธอแ่า
แรงพอจะทำให้เมธาวีต้องลุกขึ้นตามแรงดึง
"อย่าทำให้ฉันต้องใช้กำลัง"
เขากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงนุ่มจนเสียววูบ
"แต่ถ้าเธออยากให้ใช้...ฉันก็ไม่ขัดใจหรอกนะ"
เมธาวีกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ
ถูกกึ่งลากกึ่งประคองเข้ามาภายในเพนท์เฮาส์
เสียงประตูกระจกเลื่อนปิดลงอย่างนุ่มนวล
แต่กลับดังกึกก้องในหัวเธอเหมือนเสียงเหล็กกล้าตะปบกรงขังปิดตาย
**
เขาพาเธอมาหยุดตรงกลางห้อง
แสงไฟสีอำพันส่องสะท้อนเงาทั้งสองซ้อนทับกันบนพื้นหินเย็นเฉียบ
"ที่นี่คือกรงของฉัน"
วริษฐ์กล่าวเรียบ ๆ เดินวนรอบตัวเธอเหมือนนักล่าที่สำรวจเหยื่อ
"และคืนนี้...เธอไม่มีทางหนีออกไปได้"
มือหนาไล้ปลายผมเธอเบา ๆ
ลากลงมาตามแนวกราม
หยอกล้อเย้ายวนแต่แฝงแรงกดข่มขืนอย่างแเี
"กลัวหรือยัง?"
"ไม่" เมธาวีกัดฟันกรอด ตอบกลับทั้งที่หัวใจแทบทะลุอก
วริษฐ์หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ
แล้วก้มลงกระซิบข้างหูเธอช้า ๆ
"ดี..."
ปลายนิ้วสากลากผ่านต้นคอเธอช้า ๆ จนเธอสะท้าน
"...เพราะฉันยังไม่เริ่มทำให้เธอกลัวจริง ๆ เลยด้วยซ้ำ"
**
ห้องทั้งห้องเหมือนหายใจตามการเคลื่อนไหวของเขา
สายตาดุจัดของวริษฐ์จับจ้องเรือนกายเธอเหมือนจะกลืนกิน
"ถอด"
เขาสั่งเบา ๆ
เมธาวีชะงัก หันขวับ
"อย่าคิดว่าเธอมาเล่นสนุกกับฉันได้โดยไม่มีราคา"
เสียงของเขาต่ำ เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศข้นหนืด
"คืนนี้"
วริษฐ์ก้าวเข้ามาใกล้จนแผ่นอกกว้างแทบชิดร่างเธอ
ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความเป็เ้าของ
"ฉันจะเป็คนกำหนดทุกอย่าง"
เขากระซิบด้วยน้ำเสียงดิบกระด้างจนเมธาวีขนลุกซู่
"และเธอ..."
ปลายนิ้วเขาจับคางเธอเชิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
"...ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง"
**
ไฟในห้องลดแสงลงจนเหลือเพียงเงาอำพันที่ส่องเน้นเส้นโค้งเรือนร่างของเธอ
เมธาวีรู้
ั้แ่วินาทีที่ก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้
เธอไม่ใช่ผู้ล่าอีกต่อไป
แต่เป็เหยื่อในกรงกระจกใบนี้
เหยื่อที่กำลังถูกนักล่าที่โเี้ที่สุด...กลืนกินทีละนิด
จนกว่าจะไม่เหลืออะไรเลย