ตอนที่17
สอน
"อึก……"ทันทีที่เห็นหยางเซียงเซียนเดินออกมาเหล่าคนของสำนักเทพอัคคีก็พากันกลืนน้ำลายลงคอทันทีเพราะหยางเซียงเซียนผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นางมารแห่งสำนักเพลิงบัญญัติเลยทีเดียวว่ากันว่ามีวันหนึ่งที่สำนักเพลิงอันดับ 2ทำให้นางไม่พอใจจนนางเผาคนของสำนักเพลิงอันดับ 2 ไปหลายคนนางอารมณ์ร้อนแถมยังมีพลังมหาศาลอีกด้วย
วูบ….
เปลวเพลิงรอบๆตัวหยางเซียงเซียนก่อตัวเป็รูปเสื้อคลุมสีแดงสดราวกับเป็เพียงเครื่องสวมใส่แต่ถึงอย่างนั้นไอร้อนรอบตัวของหยางเซียงเซียนก็ยังแผ่ออกมามหาศาลจนทำเอาอากาศรอบๆบิดเบี้ยวไปหมดวิชาที่นางใช้ออกมาคือวิชาประจำตัวของนางก่อนจะเข้าตระกูลหยางเสียอีกวิชานี้มีชื่อว่าอาภรณ์ดอกเหมยโดยวิชานี้จะสร้างเปลวเพลิงปกคลุมร่างกายด้วยความร้อนมหาศาลจนเพลิงที่ห่อหุ้มร่างกายเป็สีแดงสดราวกับดอกเหมยไม่ใช่สีส้มเช่นไฟปกติว่ากันว่าความร้อนที่ปกคลุมร่างกายของผู้ใช้วิชาสามารถละลายศาสตราวุธที่เข้ามาหาตัวได้อย่างง่ายดายเพียงเดินเข้าไปในกลุ่มคนก็สามารถสังหารหมู่ได้อย่างง่ายดาย
"น้องหญิงใจเย็นก่อน"หยางเยี่ยนเหว่ยเดินเข้าไปหาภรรยาโดยไม่กลัวความร้อนที่นางแผ่ออกมาแม้แต่น้อยเขาเพียงแตะไปบนบ่าของนางที่มีเปลวเพลิงปกคลุมจนน่าจะละลายเหล็กได้ในพริบตาอย่างเบามือก่อนจะกล่อมให้นางใจเย็นลง
"ท่านเ้าสำนักเทพอัคคีท่านเดินทางมาไกลถึงสำนักของเรานอกจากอยากทราบว่าทำไมพวกเราเป็สำนักอันดับหนึ่งแล้วยังมีเื่อะไรอีกหรือไม่"หยางเยี่ยนเหว่ยถามพลางบังคับให้พลังไฟของภรรยาเบาลงไม่ให้ไอร้อนทะลักออกไปทำร้ายฝ่ายสำนักเทพอัคคี
"ไม่เห็นต้องถามข้าอยากจะให้สำนักเทพอัคคีของข้ากลายเป็สำนักอันดับหนึ่งเท่านั้นเอง"เ้าสำนักเทพอัคคีว่าพลางปล่อยพลังิญญาของตนออกมาบ้างแต่ไม่ใช่เท่านั้นเขายังยื่นมือออกมาข้างหน้าก่อนจะเรียกทวนเล่มหนึ่งออกมาจากกำไลมิติอีกด้วยทวนเล่มนี้ไม่ใช่ของที่เ้าสำนักเทพอัคคีเคยใช้ เป็ทวนวิเศษระดับตำนานขั้นที่ 3เสียด้วย
"มิน่าล่ะถึงได้มีท่าทีมั่นใจนักได้ยินว่าหลายเดือนก่อนท่านได้ลูกสะใภ้ตระกูลอ้าวแต่งเข้ามา ที่แท้ก็ได้บ้านของลูกสะใภ้สนับสนุนนี่เอง"หยางเซียงเซียนมองไปทางเ้าสำนักเทพอัคคีด้วยท่าทีไม่พอใจนักตระกูลอ้าวเป็ตระกูลที่ร่ำรวยมากในอาณาจักรผลาญสุริยันได้ยินว่าแม้กระทั่งอาวุธระดับราชันเลยทีเดียวการที่เ้าสำนักเทพอัคคีอยู่ๆก็กล้าเข้ามาท้าทายสำนักเพลิงอันดับหนึ่งอย่างสำนักเพลิงบัญญัตินั้นก็คงเพราะได้อาวุธชิ้นใหม่มาจากตระกูลอ้าวกระมัง
"คิดว่าตระกูลข้ามีแค่นั้นหรือยังไง"อยู่ๆเสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังเ้าสำนักเทพอัคคีท่าทางนางจะเป็ลูกสะใภ้ตระกูลอ้าวกระมัง
"ตระกูลของข้าไม่พอใจนักที่สำนักของสามีเป็เพียงสำนักเพลิงอันดับสามข้าก็เลยต้องมาชิงตำแหน่งของสำนักพวกเ้า"สะใภ้ตระกูลอ้าวพูดจบเหล่าศิษย์และเหล่าอาจารย์ในสำนักก็ชักอาวุธออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนตนเองได้เปรียบเต็มที่อาวุธที่คนของสำนักเทพอัคคีนำออกมานั้นล้วนแล้วแต่เป็อาวุธระดับชั้นเลิศ และสูงทั้งนั้น นับว่าเป็คลังอาวุธที่น่าใมากทีเดียว
แต่เดิมสำนักเพลิงอันดับ1 2 และ 3ต่างมีระดับต่างกันไม่มากหากประลองกันก็อาจจะตัดสินผลแพ้ชนะได้ยากลำบากเพราะแบบนั้นเ้าสำนักเทพอัคคีก็เลยมั่นใจมากว่าหากมีอาวุธพวกนี้ฝ่ายตนต้องเอาชนะสำนักเพลิงบัญญัติได้อย่างแน่นอน
"อะไรกันเนี่ยอาวุธวิเศษมากมายขนาดนี้ขี้โกงชัดๆ"หว่านจือศิษย์ของสำนักเพลิงบัญญัติมองไปทางอาวุธของพวกฝ่ายเทพอัคคีด้วยท่าทีกดดันอาวุธวิเศษสามารถเพิ่มพลังของผู้ใช้ได้การที่พวกมันเอาอาวุธวิเศษมามากมายขนาดนี้ก็เท่ากับว่าคนของสำนักเทพอัคคีแต่ละคนจะสามารถใช้พลังออกมาได้มากกว่าเดิมแน่ๆ
"ยอดเลยข้าเพิ่งเคยเห็นคนถืออาวุธวิเศษมากขนาดนี้เลยนะขอรับ มีทั้งระดับสูงทั้งระดับชั้นเลิศเลยทวนนั้นระดับตำนานสินะ"หนิงหลงที่ตามเ้าสำนักมาั้แ่แรกมองไปทางเหล่าคนของสำนักเทพอัคคีด้วยท่าทีตื่นเต้นอาวุธพวกนั้นใหม่เอี่ยมและดูทรงพลังดีจริงๆ เป็ช่างตีเหล็กแบบไหนกันนะที่สร้างพวกมันขึ้นมา
"น้องหนิงหลงเ้าดูออกด้วยงั้นหรือ"หลี่ซานจงมองไปทางหนิงหลงด้วยท่าทีประหลาดใจถึงพวกตนจะรู้ว่าพวกมันถืออาวุธวิเศษอยู่เพราะพลังของพวกมันเพิ่มขึ้นจากที่เคยเจอแต่ก็ไม่มีความรู้จะแยกแยะว่าระดับของอาวุธพวกนั้นสูงต่ำแค่ไหน
"ขอรับอย่างสร้อยคอของท่านน้าเซียงเซียนก็เป็ระดับตำนานขั้นที่ห้านะขอรับ"หนิงหลงว่าพลางชี้ไปที่คอของหยางเซียงเซียนหากมองผ่านๆมันก็เป็สร้อยคอปกติ แต่หากมองผ่านสายตาของหนิงหลง สร้อยคอเส้นนั้นก็เป็อาวุธเช่นเดียวกันคำว่าอาวุธสำหรับาุโิซานนั้นไม่ได้จำกัดเพียงกระบี่กระบองเท่านั้นแต่ยังหมายถึงเกราะ สร้อยคอ ปลอกแขนกำไลข้อมือที่มีผลให้ผู้สวมใส่แข็งแกร่งขึ้นด้วย และจากมุมมองของหนิงหลงอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ก็คือสร้อยคอของท่านน้าเซียงเซียนนั่นเอง
"เอ๊ะสร้อยคอนั่นนะเหรอ"หว่านจือได้ยินที่หนิงหลงพูดก็เลิกคิ้วด้วยท่าทีใสร้อยคอนั่นพวกตนเห็นอาจารย์หญิงสวมมานานแล้วนึกว่าเป็ของที่ท่านเ้าสำนักมอบให้เสียอีกเพราะเห็นนางไม่เคยถอดออกมาเลย
"ขอรับอัญมณีที่ประดับอยู่ตรงกลางเป็หินที่ชื่อว่า หินคล้อยตะวันขอรับเป็หินที่มีพลังธาตุไฟสูงมากเลยขอรับ"หนิงหลงตอบพลางยิ้มออกมาเหมือนเป็เื่ปกติที่จะเห็นสร้อยคอระดับตำนานเช่นนี้และสิ่งที่พวกหลี่ซานจงเข้าใจก็ไม่ผิดนักหรอกสร้อยคอเส้นนี้เป็ของที่หยางเยี่ยนเหว่ยมอบให้ภรรยาสุดที่รักจริงๆเพียงแต่มันก็ไม่ใช่แค่สร้อยคอ แต่เป็อาวุธด้วย
"ช่วยไม่ได้งั้นพวกเราก็คงต้องสอนท่านเ้าสำนักเทพอัคคีแล้วว่าทำไมพวกเราถึงได้เป็สำนักอันดับหนึ่งกัน"หยางเยี่ยนเหว่ยว่าพลางเรียกเอาดาบของตนเองออกมาปกติแล้วหยางเยี่ยนเหว่ยไม่ค่อยได้ใช้อาวุธนักเพราะลำพังแค่ความสามารถของเขาก็เหมาะกับคำว่าเ้าสำนักธาตุไฟอันดับ 1แล้ว หยางเยี่ยนเหว่ยเลยใช้อาวุธแค่ตอนทำากับอาณาจักรศัตรูเท่านั้นบางทีสำนักเทพอัคคีที่เคยแต่ประลองกับสำนักเพลิงบัญญัติในงานประลองทั่วไปก็เลยไม่เคยเห็นอาวุธประจำตัวของท่านเ้าสำนักหยางเยี่ยนเหว่ย
"น้องหญิงยังไงพวกเขาก็เป็คนของอาณาจักรเรา เว้นชีวิตให้สักหน่อยแล้วกัน"หยางเยี่ยนเหว่ยยิ้มบางๆออกมาก่อนจะปล่อยพลังเพลิงออกมาจากดาบพริบตาที่เปลวเพลิงไหลออกมา ดาบของหยางเยี่ยนเหว่ยก็เปล่งแสงสีแดงออกมาพร้อมเปลี่ยนใบมีดของมันเป็สีส้มราวกับกำลังโดนหลอมละลายไม่มีผิด
"ระดับราชัน….ขั้นที่สิบ"เ้าสำนักเทพอัคคีที่ได้เห็นอาวุธของหยางเยี่ยนเหว่ยเป็ครั้งแรกก็ใจหายวาบสำนักเทพอัคคีมีประวัติศาสตร์ไม่นานนักเลยไม่เคยได้เห็นหยางเยี่ยนเหว่ยสมัยอยู่ท่ามกลางสนามรบและใช้ดาบเพลิงบูรพา ฟาดฟันศัตรูจนดับดิ้นมาก่อนเ้าสำนักที่เข้าใจไปเองว่าสำนักใหม่อย่างพวกตนสามารถเทียบสำนักเพลิงอันดับ 1ได้แล้วนั้นเพิ่งจะได้ตาสว่างเอายามนี้เอง
"ท่านเ้าสำนักเพลิงบัญญัติช้าก่อน"ทันทีที่เห็นดาบเพลิงบูรพาของหยางเยี่ยนเหว่ยเ้าสำนักเทพอัคคีก็รีบยกมือห้ามเอาไว้เสียก่อน
"เอ่อท่านเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้มาหาเื่ท้าตีท้าต่อยนะขอรับ"เ้าสำนักเทพอัคคีว่าพลางกระแอมกระไอด้วยท่าทีขัดๆเสียอย่างนั้นทำเอาคนของสำนักเพลิงบัญญัติพากันแอบอมยิ้มกันถ้วนหน้า
"มีอะไรเข้าใจผิดงั้นหรือท่านทำลายประตูสำนักของเราแล้วยังบอกว่าอยากจะชิงชื่อสำนักอันดับหนึ่งไปจากพวกเราอีกต่างหาก"หยางเยี่ยนเหว่ยถามพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีสบายๆแม้ระดับพลังของเ้าสำนักเพลิงบัญญัติอย่างหยางเยี่ยนเหว่ยจะอยู่ที่ระดับาา์เช่นเดียวกับเ้าสำนักเทพอัคคีแต่วิชาของสำนักเพลิงบัญญัติก็ยังเหนือกว่าสำนักเทพอัคคีขั้นหนึ่งวันนี้เ้าสำนักเทพอัคคีคิดจะเอาอาวุธวิเศษมาข่มสำนักเพลิงบัญญัติแต่ก็โดนตอกหน้ากลับแบบหาที่ลงแทบไม่ทันเสียแล้ว
"เอ่อ….เื่ประตู…..จริงสิข้าซุ่มซ่ามเองเผลอทำประตูของท่านพัง แฮะๆท่านเ้าสำนักหยางเดี๋ยวประตูข้าจะซ่อมให้ท่านเองนะ"เ้าสำนักเทพอัคคีเปลี่ยนท่าทีไปอย่างกับหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียวอยู่ต่อหน้าระดับยอดฝีมือที่ถืออาวุธระดับราชันขั้นที่ 10แบบนี้ทวนระดับตำนานของตนคงโดนฟันทีเดียวขาดครึ่งเป็แน่แบบนั้นนอกจากจะพ่ายแพ้ยับเยินแล้วตนต้องหาอาวุธระดับตำนานไปคืนตระกูลอ้าวแน่ๆมีหวังสำนักเทพอัคคีได้กินน้ำข้าวก็งานนี้ล่ะ
"แล้วเื่สำนักอันดับหนึ่งล่ะพวกเ้าอยากจะชิงมันไปไม่ใช่หรือ"หยางเซียงเซียนถามพลางเดินออกมายืนเคียงข้างสามียามปกตินางก็น่ากลัวอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่
"เอ่อ…..คุณนายหยางท่านอาจจะเข้าใจความหมายของข้าผิดไปจริงสิ….ข้าบอกว่าอยากเรียนรู้จากสำนักของพวกท่านไงล่ะขอรับ เผื่อสักวันสำนักข้าจะได้ยิ่งใหญ่เช่นสำนักอันดับหนึ่งอย่างพวกท่านบ้าง"เ้าสำนักเทพอัคคีพลิกลิ้นราวกับลิ้นจะขาดออกจากกันเสียให้ได้เล่นเอาคนของฝ่ายเทพอัคคีเหงื่อตกกันยกใหญ่แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าทำไมเ้าสำนักถึงทำแบบนั้น ต่อหน้าอาวุธระดับราชันมีอาวุธระดับชั้นเลิศกี่เล่มก็ไม่พอหรอก
"งั้นก็ดีเลยพวกเราจะได้สอนพวกเ้าว่าทำไมพวกเราถึงได้เป็สำนักอันดับหนึ่งได้เตรียมใจรับคำสอนกันให้ดีล่ะ”หยางเซียงเซียนยิ้มเย็นยะเยียบก่อนจะเดินออกไปนำหน้าสามีแม้จะเป็สำนักอันดับ 3 แต่สำนักเทพอัคคีก็เป็สำนักธาตุไฟที่มีฝีมือพวกเขาคงไม่ตายง่ายๆด้วยการโจมตีของนางหรอกกระมัง....
“ตายซะ”พริบตาที่หยางเซียงเซียนะเิพลังออกมาเหล่าศิษย์ของสำนักเทพอัคคีที่พลังไม่แข็งแกร่งพอต่างโดนไอร้อนอัดจนต้องถอยไปหลายก้าวทันทีไม่ใช่เพียงหยางเยี่ยนเหว่ยเท่านั้นที่อยู่ระดับาา์แต่หยางเซียงเซียนเองก็เช่นกัน แม้ในยามประลองนางจะไม่ได้ลงประลองแต่หากเป็เื่ระหว่างสำนักเช่นนี้นางสามารถลงมือได้อย่างเต็มที่เลย
“เป็คำติดปากจริงๆด้วย”หนิงหลงได้ยินที่ท่านน้าเซียงเซียนะโออกมาระหว่างซัดฝ่ามือของตนไล่โจมตีคนของสำนักเทพอัคคีก็เข้าใจทันทีว่าทำไมน้องอี้เฟยถึงได้ติดคำพูดแบบนั้นมา