ติ๊ง!
เสียงสัญญาณใสดุจระฆังแก้วดังก้อง
เฮือก!
อคินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดด้วยความรุนแรง
เปลือกตาที่หนักอึ้งกระตุกเปิดโพลงราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งทะลึ่งพรวดพ้นผิวน้ำเพื่อไขว่คว้าอากาศเฮือกสุดท้าย
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
ลมหายใจแรกสูบฉีดเอากลิ่นเหม็นอับของพรมชื้นๆ ที่ไม่ได้ทำความสะอาดมานานปี
กลิ่นเชื้อราที่ฟุ้งมาจากช่องแอร์เก่าคร่ำครึ และกลิ่นสนิมจางๆ ของเลือดแห้งกรังที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ เข้าสู่ปอดจนแสบจมูก
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:58]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์]
"ตรงเวลาเสมอเลยนะ..."
อคินพึมพำเสียงแหบพร่า ลำคอแห้งผากราวกับเพิ่งกลืนทรายร้อนๆ เข้าไป
เขาจ้องมองนาฬิกาดิจิทัลที่มุมขวาของหน้าต่างระบบ มุมปากยกยิ้มจางๆ อย่างขมขื่น
เขายันตัวลุกขึ้น
ทันใดนั้น สัมผัสเปียกชื้นก็แตะที่หลังมือของเขา
เจ้า 'โบ้' สุนัขพันทางสีน้ำตาลไหม้ยื่นจมูกเปียกชื้นออกมาฟุดฟิดดมกลิ่นในอากาศอย่างลังเล
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของมันจ้องมองอคินด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป
หูที่ลู่ลงกระดิกตั้งขึ้น หางของมันเริ่มกวาดไปมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นระรัวเร็วเมื่อมันมั่นใจใน 'กลิ่น' ของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
แฮ่ก แฮ่ก
มันเดินเข้ามาเอาหัวดุนที่มือของอคิน แรงกดหนักๆ และไอร้อนจากตัวมันทำให้เขารู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง
"ไงพวก... รอกันนานไหม"
เขาลูบหัวมันแรงๆ ขยี้จนขนยุ่ง โบ้ครางฮือในลำคอ มันไม่ได้แค่ดีใจ...
แต่มันดูโล่งใจ ราวกับว่าทุกครั้งที่เขาหลับไป มันไม่แน่ใจว่าเขาจะ 'ตื่น' ขึ้นมาเป็นเจ้านายคนเดิมของมันหรือไม่
ติ๊ง!
หน้าต่างข้อความใหม่เด้งขึ้นมาแทรกความคิด แสงสีฟ้ากะพริบเตือนอย่างเรียกร้องความสนใจ
[ร่างกายขาดน้ำและสารอาหารระดับปานกลาง]
[คำแนะนำ รีบหาอะไรกินเดี๋ยวนี้]
อคินชะงักไปครู่หนึ่ง เลิกคิ้วมองข้อความนั้นด้วยความแปลกใจ
'ภาษาแบบนี้...'
เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางส่ายหัว
"รู้แล้วน่า... สั่งเหมือนแม่เลยนะเจ้าระบบ"
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ข้างเตียง
เทของข้างในออกมา มีเพียงห่อขนมขบเคี้ยวเก่าๆ ถั่วลิสงคั่วเกลือถุงเล็ก และน้ำดื่มครึ่งขวด
"กินซะ"
เขาเทขนมขบเคี้ยวลงบนพื้นให้โบ้และเพื่อนหมาอีกสองตัวที่หมอบรออยู่ ส่วนตัวเองฉีกซองถั่ว เทเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ ความเค็มและรสชาติฝืดคอของมันไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้อง แต่ก็พอจะหลอกกระเพาะที่ว่างเปล่าให้สงบลงได้บ้าง
อคินคว้าขวานดับเพลิงด้ามสีแดงฉานที่พิงอยู่ผนังขึ้นมาถือ
เขาเดินไปที่หน้าต่าง ผ้าม่านเก่าขาดวิ่นเผยให้เห็นทิวทัศน์ภายนอก
ถนนสุขุมวิท... เส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร บัดนี้ทอดยาวไปในความมืดมิดราวกับแม่น้ำสีดำทมิฬที่ไร้ก้นบึ้ง
ไร้แสงไฟนีออนที่เคยเจิดจ้าบาดตา ไร้เสียงเครื่องยนต์ที่เคยคำรามกึกก้อง
มีเพียงแสงจันทร์สีซีดจางที่สาดส่องลงมากระทบซากโครงเหล็กของรถยนต์ที่จอดทิ้งร้างเกลื่อนกลาด
บางคันถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซากดำเป็นตอตะโก อาคารพาณิชย์สองข้างทางทรุดโทรม กระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้นฟุตบาท
"ไปต่อ"
เขาตัดสินใจแน่วแน่ ดวงตาสะท้อนภาพเส้นทางทิศใต้ที่มืดมิด
"เราต้องไปให้ไกลกว่านี้ แถวนี้ทรัพยากรหมดแล้ว... ต้องหาที่ปลอดภัยแห่งใหม่ก่อนรุ่งสาง"
ภาพความทรงจำของโรงแรมที่เขาพักเมื่อวันก่อนย้อนกลับมา
เสียงกรีดร้อง เสียงฉีกทึ้งเนื้อหนัง
บัดนี้แถวนั้นน่าจะกลายเป็นรังของพวก 'เมิร์ก' และ 'ฟร็อกเกอร์' ไปหมดแล้ว ขืนอยู่ที่เดิมซ้ำๆ ก็เท่ากับรอความตาย
เขากระชับสายสะพายเป้ที่เบาหวิวเพราะเสบียงร่อยหรอเต็มที
แล้วผลักประตูห้องที่บวมน้ำออกไป สู่ทางเดินมืดมิดของอาคารร้าง
"นำไปเลยพวก"
...
เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า
ตึก... ตึก... ตึก... แปะ... แปะ...
เสียงรองเท้าคอมแบทของหนึ่งคน และเสียงอุ้งเท้าของสุนัขสามตัว ดังก้องสะท้อนไปบนถนนยางมะตอยที่แตกระแหง
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปเมื่อยิ่งเดินห่างไกลจากเขตชุมชนเดิม
ความเงียบสงัดเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมราวกับหมอกพิษ
แทนที่จะมีเสียงครางฮือๆ ของพวกซอมบี้ หรือเสียงลากเท้าชวนขนหัวลุกที่เขาคุ้นเคย
กลับมีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องตึกร้าง ส่งเสียง วู้ว... วู้ว... เหมือนเสียงร้องไห้ของภูตผี
มันเงียบเกินไป... เงียบจนน่าอึดอัด ประสาทสัมผัสของอคินตื่นตัวเต็มที่ ขนแขนลุกชันโดยไม่ทราบสาเหตุ
ติ๊ง!
[ตรวจพบศัตรูต่ำมากในรัศมี 500 เมตร]
[ข้อแนะนำ: เร่งฝีเท้าอีกหน่อย ข้างหน้าอาจมีทำเลเหมาะๆ ให้พักตั้งฐานทัพ]
"สั่งอีกแล้วนะ..."
เขาบ่นอุบอิบแต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้
"รู้แล้วน่า ก็รีบอยู่นี่ไง"
เขาเร่งฝีเท้าตามคำแนะนำ สายตายังคงกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง มือที่กำด้ามขวานชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
'เงียบแบบนี้... เหมือนตอนก่อนพายุจะเข้าไม่มีผิด'
เขาคิดในใจ สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนอยู่ลึกๆ
โบ้และพรรคพวกเดินนำหน้า จมูกของพวกมันดมฟุดฟิดไปตามพื้นอย่างขะมักเขม้น
แต่หางที่ตกลงเล็กน้อยและหูที่ลู่ไปด้านหลังบ่งบอกว่าพวกมันเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ...
ความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่น ราวกับพื้นที่แถบนี้ถูก 'บางอย่าง' กวาดล้างจนเหี้ยนเตียน
อคินแหงนหน้ามองฟ้าเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
ดวงดาวนับล้านดวงทอประกายระยิบระยับบนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำขลับ
มันสวยงาม ชัดเจน และสุกสกาวกว่าท้องฟ้าในความทรงจำของเขาเมื่อครั้งโลกยังปกติ
ไม่มีแสงไฟจากเมืองหลวงมารบกวนอีกต่อไปแล้ว
ความงามนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก
'ถ้าแกเห็นดาวสวยๆ แบบนี้ แกคงจะชอบน่าดู... ไอ้ตัวแสบ'
ภาพของแมวสามสีตัวอ้วนขนฟูแวบเข้ามาในหัว... 'แต้ม' เพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวที่เขาเฝ้าตามหา
ความทรงจำเกี่ยวกับขนนุ่มๆ เสียงร้องเหมียวๆ ที่ชอบอ้อนขออาหาร และไออุ่นที่เคยนอนเบียดข้างกาย ทำให้ขอบตาของเขาร้อนผ่าว
"แกจะเป็นยังไงบ้างนะไอ้อ้วน..."
เขาพึมพำกับสายลม เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องไปที่กลุ่มดาวนายพราน
"แกจะมองท้องฟ้าผืนเดียวกับฉันอยู่หรือเปล่า... หรือแกกำลังหิว... กำลังกลัว..."
ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาเกาะกุมหัวใจเหมือนเถาวัลย์หนาม
ภารกิจของเขาคือการตามหาแต้ม เขาเชื่อมั่นว่ามันต้องรอเขาอยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่ทุกย่างก้าวที่เขาเดินลงใต้ มันกลับพาเขาห่างไกลจากจุดเริ่มต้น... ห่างไกลจากบ้านที่เขาเคยอยู่กับมันออกไปทุกที
"ฉันสัญญา..."
เขากัดฟันแน่น จนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ
"ขอฉันแข็งแกร่งกว่านี้อีกนิด... ขอให้ระบบมอบสกิลที่เจ๋งกว่านี้ให้ฉัน แล้วฉันจะกลับไปพลิกแผ่นดินหาแก... ไม่ว่าแกจะอยู่ที่ไหน รอฉันนะแต้ม"
เขาไม่รู้เลยว่า... ในขณะที่เขาพร่ำเพ้อถึงแมวรักด้วยความโศกเศร้า
หน้าต่างระบบสีฟ้าตรงหน้าเขากะพริบถี่ๆ ชั่วขณะหนึ่ง ข้อความบางอย่างปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
[รับทราบ...]
ตัวอักษรนั้นสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับผู้พิมพ์กำลังลังเล
ก่อนที่มันจะถูกลบหายไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยเคอร์เซอร์ที่กะพริบว่างเปล่า
ทันใดนั้น...
วูบ...
โลกทั้งใบเอียงวูบโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
พื้นดินดูเหมือนจะยกตัวขึ้นกระแทกหน้า แสงสว่างจากดวงดาวหมุนวนเป็นเกลียว
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
[แจ้งเตือนวิกฤต! พลังงานคงเหลือต่ำ!]
[Stamina ของร่างกายกำลังจะหมด! ระบบกำลังเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน!]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:30:15]
ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงฉานกระพริบเตือนที่หางตา พร้อมกับเรี่ยวแรงในร่างกายที่ถูกสูบหายไปราวกับใครดึงปลั๊กออก
พละกำลังมหาศาลที่เคยมีเมื่อครู่ระเหยกลายเป็นไอ
"อึก!"
เข่าของอคินกระแทกพื้นยางมะตอยแข็งๆ อย่างแรง ตึง! ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา แต่น้อยกว่าความตกใจ
เคร้ง!
ขวานคู่ใจหลุดจากมือที่ไร้ซึ่งแรงกำ ร่วงลงกระทบพื้นเสียงดังลั่น
ความรู้สึกเหมือนมีตุ้มเหล็กหนักพันปอนด์ผูกติดไว้ที่แขนและขาถาโถมเข้ามาในเสี้ยววินาที
เปลือกตาที่เคยตื่นตัวบัดนี้หนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น เหมือนมีกาวตาช้างมาทาไว้
"บ้าจริง... อีกแล้ว... ทำไมมันเร็วนักวะ!"
เขาหอบหายใจ แฮ่ก... แฮ่ก... ปอดทำงานหนักราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมาสิบกิโลเมตร
ทั้งที่แค่เดินเร็วๆ เท่านั้น หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่ากลัว
"ทำไม... ทำไมต้องตอนนี้... ระบบ! เฮ้ย! ขอต่อเวลาหน่อยไม่ได้หรือไงวะ! ฉันยังไม่เจอที่พักเลยนะ!"
ไร้เสียงตอบรับ... มีเพียงตัวเลขสีแดงที่นับถอยหลังอย่างไม่ปรานี ลดลงเร็วกว่าวินาทีจริง
โบ้วิ่งกลับมาหาเขา มันส่งเสียงครางหงิงๆ เลียใบหน้าเขาอย่างตื่นตระหนก หมาอีกสองตัวเห่ากรรโชกไปรอบๆ
ด้วยความสับสน พวกมันสัมผัสได้ว่า 'กลิ่นอาย' ที่น่าเกรงขามของจ่าฝูงกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว
"ไม่เป็นไร... โบ้... ไม่เป็นไร..."
อคินพยายามดันตัวลุกขึ้น มือสั่นเทาขณะเอื้อมไปคว้าขวานที่ตกอยู่ นิ้วมือเกร็งค้าง ควบคุมไม่ได้ดั่งใจ
"ฉันแค่... แบตหมด..."
ติ๊ง!
[กิน! กินเดี๋ยวนี้!]
[Stamina ลดลงเร็วมาก! มันใกล้จะหมดแล้ว! รีบหาที่ซ่อน!]
ข้อความจากระบบเด้งขึ้นมารัวๆ ครั้งนี้มันไม่มีความสุภาพหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราด
สัญชาตญาณกรีดร้องเตือนภัย เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเวลาหมดลงกลางที่โล่งแบบนี้
แต่ความกลัวที่ฝังลึกในกระดูกบอกเขาว่า นั่นหมายถึงจุดจบ... ไม่ใช่แค่หลับ แต่คือการ 'ออฟไลน์' ถาวร
เขากัดลิ้นตัวเองเรียกสติ ฉึก! รสคาวเลือดและโชกเลือดขมปร่าในปากทำให้สมองแจ่มใสขึ้นชั่วครู่
เขายันกายลุกขึ้นยืนโงนเงน กวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่พร่ามัว
ริมถนนฝั่งตรงข้าม... บ้านจัดสรรร้างหลังใหญ่ รั้วเหล็กดัดยังดูแข็งแรง ประตูไม้สักปิดสนิท
"หลังนั้น!"
เขาพาร่างกายที่หนักอึ้งราวกับแบกโลกทั้งใบโซซัดโซเซข้ามถนน ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นสิบเท่า
เมื่อไปถึงหน้าประตูไม้สักบานใหญ่ เขาลองบิดลูกบิด... ล็อก
"เวรเอ๊ย..."
เขาพิงหลังกับประตู หอบหายใจจนตัวโยน มือที่กำด้ามขวานลื่นไปด้วยเหงื่อ
"ถอยไป!"
เขาตะโกนบอกฝูงหมา เสียงแหบแห้งแทบเป็นเสียงกระซิบ
เขาเงื้อขวานขึ้น ไม่ใช่ด้วยกล้ามเนื้อแขน แต่ด้วยการบิดเอวและใช้แรงเหวี่ยงของร่างกายทั้งร่าง
ปัง!
คมขวานจามลงที่แม่กุญแจ ประตูไม้สั่นสะเทือน เศษไม้กระเด็น แต่ยังไม่เปิด
"เปิดสิวะ! ระบบ! ขอพลังหน่อย!"
ติ๊ง!
[เปิดใช้งานสกิล: อวยพร ]
[คำเตือน การใช้สกิลจะเร่งอัตราการลดลงของ Stamina และพลังเวท]
"ช่างหัวมัน!"
กระแสไฟอ่อนๆ แล่นผ่านแขน กระตุกกล้ามเนื้อให้ตึงเขม็ง
พลังเฮือกสุดท้ายถูกรีดเร้นออกมาจากไขกระดูก อคินคำรามลั่น เหวี่ยงขวานซ้ำลงไปที่จุดเดิมด้วยแรงทั้งหมดที่มี
โครม!
บานประตูแตกกระจาย แม่กุญแจหลุดกระเด็น
เขาใช้ไหล่กระแทกมันจนเปิดอ้าออก แล้วพุ่งตัวล้มลุกคลุกคลานเข้าไปภายในความมืดของตัวบ้าน
หมาสามตัววิ่งกรูตามเข้ามาติดๆ
แต่ความปลอดภัย... ไม่ใช่สิ่งที่รออยู่ข้างใน
โฮกกกก!
เสียงคำรามต่ำลึกดังมาจากมุมมืดของห้องโถง กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงปะทะจมูกจนอคินแทบอาเจียน กลิ่นของเนื้อที่เน่าเฟะผสมกับหนอง
"เวรเอ๊ย!"
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นร่างตะคุ่มที่พุ่งทะยานออกมาจากเงา
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดนอนลายทางที่เปื้อนเลือดจนชุ่ม ผิวหนังซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ดวงตาขุ่นมัวไร้แววชีวิต ปากที่อ้ากว้างเผยให้เห็นฟันที่เปรอะไปด้วยคราบเลือดสีดำและเศษเนื้อ
'ซอมบี้... เจ้าของบ้าน'
มันกระโจนเข้าใส่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อสำหรับศพเดินได้
อคินไม่มีเวลาตั้งหลัก ขาของเขาแข็งทื่อจากอาการหมดแรง เขาทำได้เพียงยกด้ามขวานขึ้นมากันไว้ตามสัญชาตญาณ
ตึง!
แรงปะทะส่งร่างของเขากระเด็นไปชนผนังปูนอย่างจัง
อคินจุกจนตัวงอ ขวานหลุดจากมืออีกครั้ง แต่เจ้าซอมบี้ไม่รอช้า มันตะเกียกตะกายเข้ามา กดทับร่างของเขาไว้ น้ำลายเหนียวหนืดหยดลงบนเสื้อ กลิ่นปากเหม็นเน่ารดรินหน้า
"ออก... ไป!"
อคินรวบรวมแรงถีบเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง
ร่างเน่าๆ เซถอยหลังไปเล็กน้อย เขาอาศัยจังหวะที่มันเสียหลัก คว้าขวานที่พื้นแล้วเหวี่ยงออกไป
แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่ร่อยหรอจนถึงขีดสุด คมขวานจึงทำได้เพียงเฉือนไหล่ของมันจนเนื้อหลุดลุ่ย เลือดสีดำข้นคลั่กกระเซ็นเปื้อนหน้า
มันไม่เจ็บ... มันไม่ร้อง... มันไม่หยุด
มันพุ่งเข้ามาอีกครั้ง กรงเล็บสกปรกตะปบเข้าที่แขนซ้ายของเขา แคว่ก! เสื้อขาดวิ่น เลือดสดๆ ไหลซึม
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:02:10]
ข้อความเตือนสีแดงกะพริบถี่ถี่ยิบ บดบังวิสัยทัศน์
"รู้แล้วโว้ย! หุบปากไปก่อน!"
อคินกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดที่แขนซ้ายปลุกปีศาจในตัวเขาตื่นขึ้น
ในเมื่อไม่มีแรงเหวี่ยงขวาน... ก็ไม่ต้องใช้
เขาทิ้งขวาน ปล่อยให้มันร่วงลงพื้น แล้วพุ่งตัวเข้าหาความตาย สอดแขนข้างที่ยังดีอยู่ล็อกคอซอมบี้ตัวนั้นจากด้านหลัง
"ตาย... ซะ!"
เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มี รีดเค้นออกมาจากทุกอณูเซลล์ ไม่ใช่แรงกาย
แต่เป็นแรงใจ บิดคอของมันด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองมี
กร๊อบ!
เสียงกระดูกคอหักดังลั่นบาดหู ร่างของซอมบี้กระตุกเกร็งสองสามครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงแน่นิ่งไปราวกับตุ๊กตาที่ถูกตัดเชือกชัก
อคินทรุดลงนั่งหอบหายใจข้างศพนั้น เลือดสีแดงของเขาและเลือดสีดำของมันผสมปนเปกันบนพื้นปาร์เกต์ขัดเงา
"เคลียร์..."
เขาพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ขาไม่ตอบสนองอีกแล้ว ท่อนล่างชาหนึบเหมือนไม่ใช่ขาของตัวเอง
โลกเริ่มหมุนคว้าง แสงสว่างที่ขอบตาเริ่มหรี่ลงเหมือนภาพในโทรทัศน์รุ่นเก่าที่กำลังจะดับ
"ยัง... ยังหลับไม่ได้..."
เขาใช้ข้อศอกตะเกียกตะกายคลานไปยังกระเป๋าเป้ที่ตกอยู่หน้าประตู
แล้วหยิบถุงถั่วออกมา มือไม้สั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ เขาพยายามแกะถุง แต่เรี่ยวแรงที่ปลายนิ้วหายไปหมดแล้ว
แคว่ก!
อคินตัดสินใจใช้ฟันฉีกถุงอย่างแรง ถุงขาดออกจากกัน แรงกระชากทำให้เมล็ดถั่วกระเด็นเกลื่อนพื้น
เขาไม่สนมารยาทอีกต่อไป
อคินรีบใช้มือกวาดถั่วบนพื้น ทั้งเศษฝุ่น ทั้งเลือด ยัดเข้าปาก เคี้ยวอย่างตะกละตะกลามเหมือนสัตว์ป่าหิวโหย
'ประตู...'
จิตใต้สำนึกสั่งการ
'ต้อง... ปิด...'
เขาทำได้เพียงคลานไปปืดประตูบานที่พัง แล้วใช้หัวไหล่ดันตู้รองเท้าเก่าๆ
แถวนั้นมาขวางประตูไว้ มันไม่ได้แข็งแรงอะไร แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้
ติ๊ง
เสียงสัญญาณครั้งสุดท้ายแผ่วเบาลงราวกับเสียงกระซิบ
[พักผ่อนเถอะ]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
ข้อความสุดท้ายเปลี่ยนไป... มันนุ่มนวล อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
เปลือกตาของอคินปิดลง สติสัมปชัญญะถูกตัดขาด
ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกายมนุษย์เลือนหายไป... ความเจ็บปวดจางหายไป...
เหลือเพียงความรู้สึกเบาสบาย และความมืดมิดที่โอบกอดเขาไว้อีกครั้ง
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงร้อง เมี๊ยว แผ่วเบาที่ข้างหู... เสียงที่คุ้นเคยเหลือเกิน
แล้วภาพก็ตัดไป