เมื่อคิดได้เช่นนั้น ก็ตัดสินใจลองเสี่ยง! สบัดมือที่หนาวสั่น เอายาโอสถอัคคีก่อเกิดออกมา เซียวเย่ไม่สนใจจำนวนโอสถที่อยู่ในขวด เทโอสถกรอกปากตัวเองลงไปทั้งหมดในทันที
อึก อึก อึก ๆๆๆๆๆ
โอสถอัคคีก่อเกิดที่เซี่ยวเย่กลืนลงไปในท้อง ฉับพลันมันก็ได้ระเบิดพลังออกมาอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน
ฟู่~~~~
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงจากภายใน ออกมาสู่ภายนอกอย่างรวดเร็ว ร่างกายเซียวเย่ที่จากเดิมขาวซีดและเต็มไปด้วยความหนาวเย็นแต่ในตอนนี้ มันได้ถูกแทนที่ด้วยความร้อนแรงของเปลวเพลิงไปเสียแล้ว
ฟู่~~~~
น้ำแข็งที่ปรากฎออกมาก่อนหน้านี้ ที่มันได้พยายามเข้าแช่แข็งตัวเซียวเย่เอาไว้ มันได้ถูกเปลวเพลิงอัคคีเผาไหม้ จนมันเริ่มที่จะละลายเป็นน้ำและเกิดละอองขึ้น ไปอย่างช้าๆ
อ๊ากกกกก
เซียวเย่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ความร้อนแล้วความหนาวเหน็บในร่างกายของเซียวเย่ในตอนนี้ พวกมันได้พยายามต่อสู้กันเองอย่างหนักหน่วง เหมือนว่าจะไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันสักเท่าไหร่นัก
'ไม่ไหว….ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้อีกหน่อย ข้าก็ต้องตายอยู่ดี….เต๋ากลืนกินเอ๋ย…ชีวิตของข้าอยู่ในกำมือของเจ้าเสียแล้ว.."
เมื่อเซียวเย่ตัดสินใจได้ ไม่รีรอ บังคับคลื่นพลังสีดำจากเต๋ากลืนกินออกมาอย่างมหาศาล
คลื่นสีดำมันพยายามที่จะชักนำพลังเพลิงอัคคีและความเย็นที่หนาวเหน็บ มุ่งหน้าเข้าสู่ตันเถียนพร้อมกัน แต่ว่า…
‘แย่แล้ว! พลังเต๋าของข้าต่ำเกินไป มันไม่สามารถเข้าชักนำและควบคุมพลังเหล่านี้ได้ในตอนนี้ มันสามารถชักนำและควบคุมได้แค่หนึ่งอย่างเท่านั้น….ถ้าชักนำความหนาวเย็นเข้าไป ข้าก็จะถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนตาย แต่ถ้าข้าชักนำเปลวเพลิงอัคคีเข้าไป ข้าก็จะยังคงแข็งตายอยู่ดี แบบนี้ไม่ว่าจะทางไหนข้าก็ตายอยู่ดีไม่ใช่หรือ?….คิดสิ!…คิด!….คิด!… '
ใช่แล้ว!!!
เหมือนเซียวเย่จะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สบัดมืออีกครั้งปรากฎขวดยาสีใสขึ้นมาบนฝ่ามือ เปิดจุกเอายาโอสถปราณก่อเกิด เทกรอกเข้าไปในปากกลืนลงคออีกครั้ง!
อึก อึก อึก อึก อึก!ๆๆๆ
ตูมมมมมม
เมื่อเซียวเย่กลืนโอสถลงไป โอสถมันก็ระเบิดพลังปราณออกมาอย่างมหาศาล เซียวเย่รีบชักนำจี่สร้อยคอ ให้รีบดูดซับพลังปราณเหล่านั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว
‘ชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ได้โปรดดด!’
วูบบบบ
ซูบบบบบบ
จี้สร้อยคอเหมือนว่ามันจะตอบรับคำขอของเซียวเย่ เพราะว่าอยู่ๆมันก็ส่องแสงสว่างสีดำขึ้น และดูดกลืนพลังปราณเหล่านั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะคายพลังปราณสีดำทมิฬออกมา
เซียวเย่ไม่รอช้า รีบดูดชักนำพลังปราณสีดำทมิฬเหล่านั้น เข้าไปในตันเถียนอย่างรวดเร็ว หวังที่จะสร้างเต๋ากลืนกินขึ้นในสถานการณ์แบบนี้ ตอนนี้!!!
‘ถ้าเต๋ากลืนกินไม่สามารถที่จะชักนำควบคุมพวกมันได้ในตอนนี้ ข้าก็มีแต่ต้องเพิ่มพลังให้กับมันเท่านั้น!’
พลังปราณทมิฬถูกตันเถียนดูดกลืนเข้าไป มันได้ถูกตันเถียนบีบอัด ตามเคล็ดบ่มเพาะอยากต่อเนื่อง
440….450…480…500 จั้ง!!!
ตันเถียนขยายกว้างใหญ่ พร้อมกับตันเถียนที่บีบอัดพลังปราณทมิฬเข้าไปควบคู่กัน
บูมมมมม
ในที่สุดตันเถียนก็ทำงานบีบอัด ลูกพลังงานสีดำทมิฬ ออกมาได้ มันลอยออกมาจากตันเถียน หมุนวนรอบๆตันเถียนเหมือนกับบริวาร
ฟูมมมมม
เต่าสะสมขั้นที่ 3!!!
เซียวเย่ในตอนนี้ไม่มีความรู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อยที่เข้าสู่ขอบเขตใหม่ ชีวิตตนเองในตอนนี้ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย จะให้รู้สึกมีความสุขได้อย่างไรในตอนนี้
เวลาไม่เคยรอใคร เซียวเย่รีบรวบรวมพลังเต๋ากลืนกินทั้งหมด เข้าควบคุมชักนำพลังทั้งสองอย่างที่ตีกันอยู่ในตอนนี้ เข้าสู่ตันเถียนต่อในทันที
ซูมมมมม
พลังทั้งสองอย่าง ถูกชักนำเข้าไปในตันเถียน เต๋ากลืนกินทั้งสองเม็ด มันก็กระทำการตามหน้าที่ของมันในทันที
เต๋ากลืนกินเม็ดที่หนึ่ง ทำการดูดกลืนเปลวเพลิงอัคคี ส่วนเต๋ากลืนกินเม็ดที่สอง มันก็ได้ทำการดูดกลืนความหนาวเหน็บเข้าไป
เต๋าทั้งสองถูกใช้งานเพื่อทำการดูดกลืนพลังทั้งสองเข้าไปพร้อมกัน ซึ่งโดยปกติแล้วแค่ดูดกลืนเพียงหนึ่งเดียว มันก็ถือเป็นขีดจำกัดที่ร่างกายบุคคลทั่วไปจะทนได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเซียวเย่
พร๊วดดด!!
แค่ก แค่ก แค่ก!
เซียวเย่อดทนต่อไม่ไหวจนต้องกระอักเลือดออกมาเต็มพื้นห้อง โดยปกติมันก็มีบ้างที่ผู้ฝึกยุทธ์จะกระอักเลือดเสียออกมาจากร่างกาย แต่ของเซียวเย่มันไม่ใช่เลย เลือดยังคงสดใหม่ ยังงานใช้ไม่คุ้มเลย ก็ออกมาเดินเล่นอยู่ข้างนอกเสียแล้ว
‘ทำไมเวลาข้าจะเลื่อนระดับในแต่ละครั้ง มันไม่ปกติเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าบ้างนะ โถ่ววว ’
เต๋าทั้งสองมันยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่อง ดูดกลืนเปลวเพลิงและพลังธาตุหนาวเย็นเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าการกระทำแบบนี้ เซียวเย่ต้องทนฝืนความเจ็บปวดไว้มากมายเพียงใด
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่เซียวเย่กับรู้สึกว่ามันเหมือนนานเท่านาน
ซูมมมม
ซูมมมม
ตูมมมม
เต๋าเม็ดแรกดูดกลืนเปลวเพลิงเข้าไปจนหมด ก่อนที่มันจะค่อยๆคายเต๋าแห่งอัคคีออกมาช้าๆ ตามด้วยเต๋ากลืนกินเม็ดที่สอง ที่ดูดกลืนธาตุความหนาวเย็นเข้าไปจนหมดเช่นกัน มันค่อยๆคายเต๋าแห่งน้ำแข็งออกมาด้วย
ตูมมม
ครืนน
แต่ดูเหมือนเต๋ากลืนกินเม็ดที่สอง มันจะดูดกลืนความหนาวเย็นเข้าไปมากพอสมควร มันค่อยๆคายเต๋าน้ำแข็งออกมาอีกหนึ่งเม็ด ก่อนที่เต๋าทั้งสามเม็ด จะออกมาโคจรรอบๆเต๋าแห่งการกลืนกินทั้งสองเหมือนกับบริวาร
ฟูมมมมม
ตูมมมม
เต๋าแห่งอัคคีเม็ดที่4 !
เต๋าแห่งน้ำแข็ง เม็ดที่ 3 !
เห้ออออออ
หลังจากปรับโคจรพลังให้เข้าที่เข้าทางสักพัก เซียวเย่ก็พึ่งจะรู้สึกได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยเป็นครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความยินดีแบะมีความสุข
เซียวเย่ยิ้มลืมตาขึ้นมา ตรวจสอบร่างกายของตนเองโดยละเอียด ลองยกมือขึ้นมา กำหมัดแน่น ชกออกไปสุดแรง!
ฟู่มมมม
“อืมม…ไม่เลวเลย นึกว่าการทนทรมานจนเกือบตายในครั้งนี้จะไม่คุ้มค่าเสียแล้ว ถ้าตอนนี้ข้าพบเจอกับจอมยุทธ์ขอบเขตเต๋าสะสมขั้นสูง ข้าก็ไม่แพ้พวกมันง่ายๆแน่!”
ตี๊ดดด ตี๊ดดด ตี๊ดดดด
หืม!
ระหว่างที่เซียวเย่กำลังกล่าวคุยกับตนเองอยู่นั้น อยู่ๆก็เกิดเสียงดังขึ้นมาจากหินสื่อสาร เซียวเย่รีบหยิบมันออกมาจากแหวนมิติ เมื่อพบว่าเป็นผู้ใด ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความยินดีออกมา
“เจ้าอยู่ที่ใด….อืม….รออยู่ตรงนั้นนั่นแหละ ข้าจะส่งท่านอาจารย์ไปรับ”
กล่าวจบก็รีบตัดสาย ติดต่อไปหากงซุนอี้ในทันที
“ท่านอาจารย์ ศิษย์มีเรื่องจะรบกวนท่านอาจารย์แล้ว”
ครึ่งชั่วยามถัดไป
เมื่อยามค่ำคืนปรากฎ พบว่ามีคนสวมชุดคลุมสีดำเดินบันไดขึ้นไปบนหุบเข้า เข้าสู่ตำหนักที่พักของเซียวเย่ โดยมีกงซุนอี้พามาส่ง คนคนนั้นเดินเข้าไปในตำหนักโดยไม่บอกกล่าวขออนุญาติต่อผู้ใด
ในค่ำคืนที่มืดมิด คนคนนั้นเหลือบไปมองพื้นที่โดยรอบของตำหนัก พบเห็นว่ามีเพียงแค่ห้องรับแขกเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะมีแสงสว่างส่องออกมาอยู่ คนคนนั้นตัดสินใจเดินทางเข้าสู่ห้องรับแขกนั้นโดยทันที
คนคนนั้นเมื่อเดินเข้าไปในห้อง ก็พบเห็นเข้ากับบุคคลที่คุ้นเคยนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่บนเก้าอี้ เดินเข้าไปคุกเข่าทำความเคารพโดยพลัน
“หมายเลขศูนย์ คารวะนายท่าน…”
เซียวเย่มองไปที่หมายเลขศูนย์ด้วรอยยิ้ม ก่อนที่จะกล่าวออกมา
"อืมมม เดินทางมาไกล เจ้าคงเหนื่อยแย่แล้ว มานั่งพักก่อนเถอะ…"
หมายเลขศูนย์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้น เดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของเซียวเย่
“ขอบเขต เต๋าสะสมขั้นที่ 4 แล้วงั้นหรือ ดูถ้าเจ้าคงไม่อ่อนฝึกซ้อมเลยสินะ”
เซียวเย่ เมื่อเห็นหมายเลขศูนย์นั่งลงที่เก้าอี้ ก็ทดลองส่งจิตมารเข้าไปตรวจสอบหมายเลขศูนย์ในทันที พร้อมกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่พึงพอใจ
"เอ๊ะ! นายท่านทราบได้อย่างไรว่าตัวข้านั้นอยู่ขอบเขตใด ข้าแน่ใจว่าข้าไม่ได้เผลอปลดปล่อยพลังของตนเองมาแม้เพียงเสี้ยว"
เมื่อหมายเลขศูนย์ได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ กล่าวถามออกมาโดยพลัน
"ฮะฮะฮะ นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ข้าคิดค้นขึ้นมาใหม่ มันให้ประโยชน์คล้ายกับปราณสวรรค์ ของขอบเขตสัมผัสสวรรค์ขึ้นไป มันสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ และตรวจสอบสิ่งต่างๆโดยรอบ รวมถึงการเหาะเหินเดินอากาศ.. เจ้าไม่ต้องตกใจไป ในอีกไม่ช้ามันก็จะเป็นของเจ้าเช่นเดียวกัน.."
เซียวเย่เปลี่ยนเป็นท่านั่งไขว่ห้าง กล่าวออกมาอย่างยิ้มแย้มสบายอารมณ์
"สถานการณ์ล่ะ…เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าได้รับการติดต่อมาจากท่านปู่ว่า คนพวกนั้นรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเราแล้ว.. "
"เรียนนายท่าน…สายของเราที่ส่งเข้าไปแทรกซึบอยู่ในตระกูลต่างๆได้รายงานสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่ตอนที่นายท่านสั่งว่าให้ข้าไปตามสืบประวัติ ของ………"
หมายเลขศูนย์กล่าวรายงานสถานการณ์ของเมืองกวางตุงออกมาโดยละเอียด กล่าวปรึกษากันในห้องอยู่หลายชั่วยาม
“อืมมม…ไม่นึกว่าไอ่แก่นั้น สมัยหนุ่มๆจะกระทำการเรื่องชั่วช้าเอาไว้ไม่น้อย สงสัยเราต้องแสร้งเป็นคนดี กระทำการช่วยเหลือคนอื่นบ้างเสียแล้ว….”
เมื่อเซียวเย่ได้ฟังเรื่องราวต่างๆที่หมายเลขศูนย์กล่าวออกมาให้ฟัง ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างสบายอารมณ์
เซียวเย่สบัดมือ ปรากฎตำราออกมาหลายสิบเล่ม ก่อนที่จะมองไปที่หมายเลขศูนย์กล่าวออกไป
"อ่ะ…เหล่านี้คือตำราชุดใหม่ จงพยายามจดจำให้ได้โดยเร็วที่สุด และสอนหมายเลขอื่นๆโดยวิธีการกล่าวพูดเหมือนทุกครั้ง เมื่อพวกเรากลับออกไปจากหุบเขา เจ้าก็จงทำลายทิ้งเสียให้หมด ห้ามให้เคล็ดวิชาเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่น โดยเฉพาะผู้อื่นที่กำลังจะเป็นศัตรูในอนาคตของพวกเรา พักผ่อนและเตรียมตัวให้พร้อมซะ ไม่อีกไม่กี่วันเราจะเดินทางกลับบ้านกันแล้ว…"
"หมายเลขศูนย์ ทราบแล้ว"
หมายเลขศูนย์ เมื่อเห็นตำราเหล่านี้ ก็อดไม่ได้ที่ใจจะเต้นแรงเหมือนคนที่ติดยาเสพติด หมายเลขศูนย์เสพติดตำราที่เหมือนกับสวรรค์ประทานมาให้พวกนี้ไปเสียแล้ว กล่าวตอบรับเข้าใจออกมาโดยทันที