บทที่ 15 เมืองถิงโจว
ห่างจากเมืองสวินโจวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือระยะทางสามพันลี้
เมืองถิงโจว
สายลมพัดแรงกรรโชกผ่านทุ่งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ในยามที่ชาวบ้านแห่งเมืองสวินโจวพากันพับแขนเสื้อลงมือหว่านเมล็ดพืช เหล่าทหารในเมืองถิงโจวยังคงต้องสวมเสื้อผ้าหนาเตอะเพิ่อกันความหนาวเหน็บ
เซวียอวี้เฉิงนั่งอยู่ข้างแผนที่ทราย สวมเสื้อคลุมยาวสีดำ ใบหน้าคมคาย จอนผมตัดเรียบดั่งใบมีด
แม้ยามหนุ่มแม่ทัพเซวียจะมีรูปโฉมงดงาม แต่ด้วยการกรำศึกในสนามรบมาอย่างยาวนาน ทำให้ระหว่างคิ้วเต็มไปด้วยรัศมีน่าเกรงขามอันเฉียบคม จนผู้คนไม่กล้าจ้องมอง
ในฐานะทายาทตระกูลเซวีย เส้นทางแห่งการนองเืได้ถูกกำหนดไว้ั้แ่วินาทีที่เขาลืมตาดูโลก
บิดาเซวียเฟิงและพี่ชายเซวียอวี้จั๋วต่างล้มตายในสนามรบ บัดนี้สิ่งเดียวที่ผูกพันเซวียอวี้เฉิงไว้กับฉางอันก็คือบุตรชายเซวียเช่อ
บุตรชายร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยบ่อยครั้ง นับเป็โชคดีและร้าย
ไม่ต้องออกรบในสนามรบ แต่หมอหลวงกลับบอกว่าอาจมีชีวิตไม่ถึงวัยสวมกว้าน
สายตาของเซวียอวี้เฉิงทอดมองไปทางฉางอัน
อากาศอุ่นขึ้นแล้ว ไม่รู้ว่าร่างกายของเช่อเอ๋อร์จะดีขึ้นบ้างหรือไม่
"ท่านแม่ทัพ มีคนจากจวนตระกูลเซวียในฉางอันมาพบขอรับ" เสียงรายงานดังขึ้นนอกกระโจม
"เข้ามา"
เซวียอวี้เฉิงขมวดคิ้วแน่นจนแทบหนีบแมลงวันตายได้
ฉางอันอยู่ห่างออกไปพันลี้ การที่ทางบ้านส่งคนมาถึงที่นี่ คงต้องมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นแน่
ม่านกระโจมถูกเลิกขึ้นแล้วปล่อยลง หลี่เฉวียน บ่าวรับใช้าุโของตระกูลเซวียเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย ผิวหน้าของเขาแตกระแหงเพราะถูกลมและทรายพัดกระหน่ำ
"บ่าวละอายใจที่ไม่สามารถปกป้องคุณชายน้อยตามที่แม่ทัพสั่งไว้ได้" หลี่เฉวียนคุกเข่าลงต่อหน้าเซวียอวี้เฉิงทันทีที่เข้ามา
เซวียอวี้เฉิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อพยุงขึ้น "ลุงเฉวียน เกิดอะไรขึ้น?"
หลี่เฉวียนเช็ดน้ำตาพลางเล่าเื่ที่เซวียเช่อถูกวางยาและถูกลักพาตัวไประหว่างความวุ่นวายในงานเลี้ยงที่จวนกั๋วกง
"ท่านผู้ดูแลจางส่งข้าน้อยควบม้ามาแจ้งข่าวแก่ท่านแม่ทัพที่เมืองถิงโจว แต่พอมาถึงตะวันตกเฉียงเหนือ หิมะที่ปิดถนนยังละลายไม่หมด ทำให้ล่าช้าจนกระทั่งวันนี้จึงได้พบท่านแม่ทัพ"
สีหน้าของเซวียอวี้เฉิงเ็าดุจน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว แววตาเจือไปด้วยสังหาร
เพื่อปกป้องความปลอดภัยของบุตรชาย เขาได้ทิ้งองครักษ์ส่วนตัวกลุ่มหนึ่งไว้ที่จวนในฉางอัน คอยติดตามทุกการเคลื่อนไหวเข้าออกจวนตระกูลเซวีย
งานเลี้ยงที่จวนกั๋วกง องครักษ์ไม่สะดวกที่จะติดตามเข้าไป แต่จวนกั๋วกงมีการรักษาความปลอดภัยแ่า กลับมีคนกล้าวางแผนในงานเลี้ยงของจวนกั๋วกง จะต้องมีคนในหมู่แขกวันนั้นคอยช่วยเหลือแน่นอน
เขารู้ดีว่ามีคนมากมายในเมืองหลวงที่จับตาดูเขาอยู่ แม้แต่ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ัในวังหลวงก็ยังระแวงเขาอยู่บ้าง
หากเช่อเอ๋อร์ตกอยู่ในมือของพวกมัน...
เซวียอวี้เฉิงกำหมัดแน่น ข้อนิ้วซีดขาว อยากจะกลับไปฆ่าคนที่ฉางอันในตอนนี้เสียเหลือเกิน
"ท่านแม่ทัพ! มีคนส่งจดหมายมาขอรับ" เสียงรายงานดังขึ้นที่หน้าประตูอีกครั้ง
เซวียอวี้เฉิงสั่ง "นำเข้ามา!"
ทหารน้อยนายหนึ่งถือจดหมายเดินเข้ามาส่งให้เซวียอวี้เฉิง
เมื่อแม่ทัพหนุ่มเห็นลายมือคุ้นตาบนซองจดหมายก็ชะงักไป
เป็ลายมือของเซวียเช่อ บุตรชายของเขา
เซวียอวี้เฉิงฉีกซองจดหมายออกแล้วรีบอ่านอย่างรวดเร็ว
[ท่านพ่อ ลูกถูกคนชั่วทำร้าย จนต้องระหกระเหินมาถึงเมืองสวินโจว โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านผู้มีเมตตา ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้ว...]
แววดุร้ายในดวงตาของเซวียอวี้เฉิงจางหายไปกว่าครึ่งทันทีที่อ่านประโยคแรกจบ เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขารีบอ่านจดหมายที่บุตรชายเขียนมาจนจบ เห็นว่าด้านหลังเขียนเื่ราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตมามากมาย จึงรู้ว่าบุตรชายได้รับการช่วยเหลือที่เมืองสวินโจวจริง และปลอดภัยดีในตอนนี้
แต่เซวียเช่อได้กล่าวถึงเขาเฮยเฝ่ยในจดหมาย ซึ่งเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน อีกทั้งหัวหน้าหมู่บ้านบนูเาสามารถจดจำหยกที่สืบทอดมาจากตระกูลเซวียได้ในทันที จุดนี้ทำให้เซวียอวี่เฉิงเกิดความสงสัย
กระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งร่วงลงมาจากซองจดหมายอย่างแ่เบา
เซวียอวี่เฉิงใช้นิ้วสองนิ้วหยิบขึ้นมา จึงสังเกตเห็นว่าในซองจดหมายนอกจากจดหมายที่เซวียเช่อเขียนแล้ว ยังมีกระดาษอีกแผ่นแนบมาด้วย
นิ้วที่หยาบกร้านคลี่จดหมายฉบับที่สอง—
[บุตรของท่านอยู่กับข้า ข้าจะดูแลเขาเป็อย่างดี ท่านไม่ต้องกังวลใจ…]
ในจดหมายเขียนเพียงว่าเซวียเช่อปลอดภัยดี และยังเขียนเล่าเื่ค่ายชิงเสอที่ลักพาตัวเซวียเช่อ รวมถึงอำนาจที่อยู่เื้ัอย่างคร่าว ๆ
ดวงตาของเซวียอวี่เฉิงฉายแววอำมหิตอีกครั้ง อารมณ์ที่พลุ่งพล่านยิ่งรุนแรงกว่าเมื่อครู่เสียอีก
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีชื่อผู้ส่ง
แต่เซวียอวี้เฉิงจำได้
เขาเคยเห็นลายมือนี้มานับพันนับหมื่นครั้ง
ลายมือที่เด็ดขาดงดงาม สง่างามโดดเด่น คล้ายกับลายมือของท่านราชครูจาง แต่มีความหยิ่งทะนงมากกว่า
ในโลกนี้ นอกจากคนผู้นั้นแล้ว ไม่มีผู้ใดเขียนลายมือเช่นนี้ได้
มีเพียงเขาเท่านั้น
ในตัวอักษรแต่ละบรรทัด ราวกับมีชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีเขียวมรกตเดินออกมา โบกพัดหยกพลางยิ้มกล่าวว่า "จื่อเซวียนมาสายอีกแล้ว ต้องถูกลงโทษดื่มสามจอก"
วิญญูชนผู้มุ่งมั่นแห่งฉางอัน ปณิธานสูงส่งั้แ่วัยเยาว์
เซวียอวี้เฉิงถือจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา สายตาพร่าเลือนหลายครั้ง
"เป็เขา... เขายังมีชีวิตอยู่..."