รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    นางโกรธแล้ว

            ฮุ่ยเอ๋อกระโดดถอยหลังกลับมาก็เป็นวินาทีที่ถังเย่เย่ถูกโจมตีจนกระเด็นมาเช่นกันร่างของทั้งสองคนกลิ้งหลุนๆไปด้วยกันแต่ก็ยังไม่บาดเจ็บ

             

            ทั้งสองคนรีบลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เริ่มจะมีกลุ่มคนที่เฝ้ารออยู่ด้านนอกเข้ามาดู

             

            เด็กน้อยสองคนเริ่มเครียด  แค่สิบคนพวกเธอก็ยังแทบจะหนีไม่พ้นถ้าคนหลักพันด้านนอกหันมาร่วมมือกัน ทั้งสองคนไม่มีทางจะหนีไปจากภูเขานี้ได้แน่ๆ

             

            ฮุ่ยเอ๋อลุกขึ้นมาประจัญหน้ากับหัวหน้านักบวชที่สายตาดุร้ายยิ่งกว่าเดิมเขากำลังกำแก้มที่ปูดบวมเพราะหมัดของเธอเอาไว้ขณะที่กำลังเดินเข้ามา

             

            “ไม่มีทางหนีแล้ว...ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีเถอะ”

             

            ชายหน้าบากพูดด้วยเสียงต่ำ

             

            ฮุ่ยเอ๋อกำหนดลมหายใจอย่างที่ทำเมื่อครู่อีกครั้ง  เธอกำลังพยายามที่จะเข้าสู่ “สภาวะ”ที่เธอสามารถต่อกรกับเขาได้

             

            แต่มันก็ไม่มีความหมายเด็กน้อยรู้สึกเหมือนว่าร่างกายของเธออ่อนแรงกะทันหันทั้งจิตใจของเธอก็เริ่มไม่มั่นคง ราวกับว่าเธอจะหมดสติลงไปได้ตลอดเวลา

             

            ขาของเธอเริ่มสั่นเบาๆ  ถังเย่เย่ที่เห็นพี่สาวของตัวเองอาการไม่ปกติก็เริ่มจะหวาดกลัว

             

            “มันจบแล้ว!”

             

            แต่วินาทีที่เขาจะเข้าไปจับกุมพวกเธออีกครั้งนั้นเองที่ด้านหลังของเขากลับปรากฏเงาสีดำขนาดใหญ่ที่บดบังเสียเต็มท้องฟ้า  แรงกดดันที่หนักหน่วงมาพร้อมกับลมหายใจอันร้อนระอุ กลุ่มคนที่มองเห็นล้วนตื่นตะลึงจนตาค้างไม่สามารถก้าวขาออก

             

            หัวหน้านักบวชค่อยๆหันหลังกลับไปมองช้าๆ  วินาทีที่เขาหันไปนั้นเองสายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตาขนาดใหญ่สีแดงเพลิงที่เหมือนกับว่ามีเปลวไฟกำลังลุกท่วมอยู่จริงๆดวงนั้น

             

            “ทะ...ท่านราชินีมังกร?”

             

            สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของคนทั้งหมดก็คือร่างใหญ่ยักษ์ของมังกรตัวสีแดงฉาน แค่ปีกอย่างเดียวก็แผ่กว้างจนสุดลูกหูลูกตา หัวหน้านักบวชกำลังจะดีใจแล้วพูดจุดประสงค์ที่มาที่นี่ออกมา แต่ราชินีมังกรกลับคำรามเสียงดังลั่นจนพวกเขาไม่ทันตั้งตัว

             

            กลุ่มคนที่อยู่ใกล้ที่สุดรู้สึกราวกับแก้วหูจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แค่เสียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขามึนงงจนหมดสติ

             

            บางส่วนนั้นถึงขนาดล้มกลิ้งไปกับพื้นเพราะทรงตัวไม่อยู่

             

            วินาทีต่อมาราชินีมังกรกลับเงยหน้าขึ้นฟ้า ปากขนาดใหญ่ของนางอ้าออกจนกว้างไม่ว่าใครก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่สุดแสนจะอันตรายที่กำลังมารวมตัวกัน

             

            “นะ...หนีเร็ว!” เป็นหัวหน้านักบวชที่รู้สึกตัวก่อนเพื่อนเขารีบตาลีตาเหลือกวิ่งออกมาจากบริเวณนั้นด้วยสุดกำลังที่มี 

             

            แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

             

            โฮก!!

             

            เปลวไฟที่ถูกอัดแน่นอยู่ในปากของราชินีมังกรเปรียบได้ดั่งแสงทำลายล้าง มันพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนที่อยู่ใกล้เคียงที่สุดแล้วเผาผลาญเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจนไม่เหลือซาก  การโจมตีนี้ไม่มีสนมิตรหรือศัตรูมีเพียงความต้องการระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจเท่านั้น

             

            หัวหน้านักบวชที่กลายเป็นเศษขี้เถ้านั้นไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะคร่ำครวญก่อนตาย นอกจากกลุ่มต่อต้านที่ล้มตายไปเกือบครึ่งในการโจมตีครั้งเดียวแล้วอานุภาพของมันยังทำลายภูเขาแห่งนี้จนเป็นเหมือนดั่งนรก!

             

            เปลวไฟสีแดงฉานกำลังลุกไหม้ไปทั่วทั้งหุบเขามันลามไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีทางที่จะสามารถดับได้ทัน  แค่พริบตาเดียวสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นทะเลเพลิง!

             

            ราชินีมังกรก้มหน้าลงมา หลังจากที่ได้ระบายอารมณ์ไปทีหนึ่งนางก็ใจเย็นลง

             

            “...มนุษย์!?”

             

            ที่กึ่งกลางของการโจมตีเมื่อครู่นี้มีเพียงหลุมลึกที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน  แต่ที่ก้นหลุมกลับปรากฏร่างของเด็กน้อยสองคนสลบไสลนอนนิ่งอยู่

             

            รอบๆร่างกายของพวกเธอปรากฏพลังขุมหนึ่งกำลังแบกรับความเสียหายเมื่อครู่เอาไว้แต่มันก็กำลังสั่นสะท้านอยู่รางๆเหมือนกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับ

             

            ดูเหมือนว่าเจตจำนงของไป่ฟานเซียนจะสลายลงไปได้ทุกเมื่อ!

             

            ราชินีมังกรไม่พอใจอย่างยิ่ง 

             

            จิตใจที่เย็นลงเมื่อสักครู่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง

             

             

            ความร้อนอันมหาศาลเริ่มรวมตัวเข้าไปในปากที่ใหญ่โตนั้น นางจะใช้การโจมตีเดิมอีกครั้งเพื่อบดขยี้มนุษย์ที่น่ารำคาญสายตาของนางทิ้งไปในทีเดียว

             

            โฮก!!

             

            เปลวไฟที่รุงแรงและเต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างพุ่งออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันเล็งไปยังก้นหลุมที่มีเด็กน้อยสองคนกำลังนอนหลับอยู่เต็มๆ!  กลุ่มผู้ต่อต้านอีกกึ่งหนึ่งที่เห็นการโจมตีระลอกต่อมาต่างพยายามหนีตายเอาตัวรอด 

             

            พวกเขาวิ่งหนีลงไปจากหุบเขานี้ทั้งหมด แม้แต่ตีนเขาที่ห่างไกลพวกเขายังรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย!

             

             

            วิ้ง!

             

            แต่ก่อนที่เปลวเพลิงอันมหาศาลนั้นจะสัมผัสกับตัวเด็กทั้งสองคน  “มุกธิดาอัคคี”ที่ตอนนี้ห้อยอยู่ที่คอของฮุ่ยเอ๋อก็เรืองแสงสีแดงสว่างจ้า

             

             

            ตูม!

             

             

            การปะทะกันอย่างรุนแรงเกิดขึ้นที่ก้นหลุ่มนั้น  เพียงแต่เมื่อการโจมตีของราชินีมังกรหมดไปแทนที่ถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อจะกลายเป็นเถ้าถ่าน พวกเธอกลับนอนนิ่งอยู่ได้โดยไร้รอยขีดข่วนอีกครั้ง!

             

             

            “...อะไร!?”

             

            ราชินีมังกรส่งเสียงออกมาอย่างประหลาดใจการโจมตีเมื่อครู่นั้นโดนเต็มๆอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่นาง แม้แต่ผู้ที่กำลังหนีตายก็ยังอ้าปากค้างเมื่อพบว่ามีคนสามารถรอดจากการโจมตีนั่นได้โดยไม่บาดเจ็บ

             

            คำตอบนั่นจึงเป็นมุกธิดาอัคคีที่กำลังดูดซับเอาเปลวเพลิงทั้งหมดเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม มันเหมือนกับหลุมดำที่ไร้ก้นซึ่งสามารถกลืนเอาเปลวไฟทั้งหมดของนางเข้าไปได้ทั้งหมดมันเรืองแสงสีแดงสว่างจ้าพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันออกมา

             

             

             

            “ฮึ่ม!”

             

            ราชินีมังกรคำรามเสียงต่ำถ้าไฟไม่สามารถทำอะไรได้ เช่นนั้นนางก็จำเป็นต้องใช้การโจมตีทางกายภาพ!

             

            กรงเล็บที่ทั้งแหลมคมและอันตรายถูกเหวี่ยงเข้าใส่แทบจะทันที คราวนี้มุกธิดาอัคคีไม่สามารถที่จะป้องกันการโจมตีนี้ได้แล้ว

             

             

            เพียงแต่ว่าก่อนที่กรงเล็บจะบดขยี้ร่างของถังเย่เย่  มันกลับมีมือที่ทั้งเล็กทั้งบอบบางยกขึ้นมาจับกรงเล็บนั้นเอาไว้ได้เสียก่อน!

             

            หมับ!

             

            ราชินีมังกรเบิกตาอย่างประหลาดใจ  เพราะเด็กน้อยที่เป็นเจ้าของเจ้าไข่มุกที่น่ารำคาญนั่นกลับลุกขึ้นมายืนได้อย่างน่าตกใจแต่สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดก็คือเธอคนนั้นสามารถรับกรงเล็บของนางเอาไว้ได้ด้วยมือเปล่า!

             

            สายตาของฮุ่ยเอ๋อในยามนี้ราวกับคนที่กำลังเหม่อลอย

             

            เด็กน้อยเอียงศีรษะเหมือนกำลังสับสน แต่มือเล็กๆนั่นกลับสามารถเหวี่ยงกรงเล็บที่จับไว้อยู่ทิ้งไปเหมือนดั่งมันไร้น้ำหนัก

             

            ร่างที่ใหญ่โตของราชินีมังกรเซจนเกือบที่จะล้มเพราะตั้งตัวไม่ทัน  นางรีบพลิกตัวแล้วโผบินขึ้นไปบนอากาศ

             

             

            ดวงตาของนางจับจ้องเด็กน้อยที่ยืนอยู่ก้นหลุม

             

            ความรู้สึกแปลกประหลาดและอันตรายบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างที่เล็กจิ๋วนั่น นางไม่อยากจะเชื่อแต่สัญชาตญาณของนางกำลังร้องเตือนว่ามนุษย์เด็กนี่สามารถทำร้ายนางจนบาดเจ็บได้!

             

             

            ฮุ่ยเอ๋อเอียงคออีกครั้ง  เธอกำมือเบาๆเปลวไฟสีแดงฉานที่รุนแรงไม่แพ้ของราชินีมังกรก็ลุกขึ้นมาจนท่วมมือเล็กๆ เธอจ้องมองมันราวกับกำลังมองของเล่นที่ถูกใจไม่ว่าเธอจะสะบัดมือไปมารุนแรงแค่ไหนเปลวไฟที่ห่อหุ้มมือของเธอก็ไม่มีวันดับ

             

            ร่างของเด็กน้อยค่อยๆก้าวเดินขึ้นมาจากก้นหลุมช้าๆเหมือนกับคนที่กำลังละเมอ  เธอเลิกสนใจเปลวไฟของตัวเองแล้วจับจ้องไปยังศัตรูเบื้องหน้าแทน

             

            ราชินีมังกรหรี่ตาลง นางสบตาเข้ากับดวงตาของฮุ่ยเอ๋อที่ทั้งว่างเปล่าและไร้ประกาย ถ้ามนุษย์ผู้นี้ไม่ได้กำลังขยับอยู่นางย่อมคิดว่านางตายหรือไม่ก็สลบไปแล้วแน่ๆ

             

            “...เจ้าเป็นใครกัน?”

             

            มังกรแดงตัดสินใจที่จะพูดคุยด้วยเป็นครั้งแรก  ตั้งแต่ที่มาอยู่ที่นี่นางยังไม่เคยพบกับตัวตนใดที่สามารถต่อกรกับตัวนางได้มาก่อน

             

            “...”

             

            ฮุ่ยเอ๋อนั้นดูราวกับตุ๊กตา  เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปแม้แต่คำเดียว ดวงตาที่ไร้สีสันของเธอแค่จ้องมองไปยังราชินีมังกรเงียบๆเท่านั้น

             

            ท่าทีของฮุ่ยเอ๋อนั้นกลับไปกระตุ้นโทสะของราชินีมังกรให้กลับมาอีกครั้ง

             

            “ข้าจะทำให้เจ้ายอมพูดเองมนุษย์!”

             

            นางคำรามขึ้นพร้อมกับร่างใหญ่ยักษ์ที่โผขึ้นไปกลางอากาศ 

             

            การโจมตีนับไม่ถ้วนถูกสาดลงมาราวกับห่าฝนดาวตก  ฮุ่ยเอ๋อที่เหมือนดั่งคนที่ไม่มีกระจิตกระใจอยู่กับตัวพลันลอยขึ้นไปอยู่เหนือพื้น  เปลวไฟจากหมัดของเธอค่อยๆลุกลามไปจนทั่วทั้งตัวมันหมุนเวียนอยู่รอบตัวเธอช้าๆแต่มั่นคง

             

            สิ่งนี้มันราวกับว่านางกำลังโคจรลมปราณ!

             

            เมื่อเปลวไฟนั้นไหลเวียนจนครบหนึ่งรอบตัวของฮุ่ยเอ๋อก็กระตุกเบาๆทันใดนั้นแรงกดดันอันมหาศาลจนอากาศยังสั่นสะเทือนก็ปะทุออกมาจากร่างของเธอแต่มันอยู่เพียงแค่ชั่วพริบตาก็ถูกดูดกลืนกลับเข้าไปในร่างจนหมดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

             

            ถ้าไม่ทันรู้ตัวผู้คนก็จะคิดไปเองว่ามันเป็นแรงกดดันของราชินีมังกรเท่านั้นเอง

             

            เมื่อการโจมตีมาถึงตัว ฮุ่ยเอ๋อก็สะบัดมือเล็กๆนั้นปัดป้องการโจมตีจากท้องฟ้าออกไปหากสังเกตดีๆจะพบว่าถังเย่เย่ที่นอนสลบอยู่ที่ก้นหลุมนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บจากลูกหลงเลยแม้แต่นิดเดียว

             

            แปลว่าฮุ่ยเอ๋อกำลังปกป้องเธออยู่!

             

            ชีวิตนี้ของราชินีมังกรหาคนที่จะเทียบเคียงนางได้น้อยนักในมิติแห่งนี้ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ต่อต้านการโจมตีของนางได้ 

             

            ฮุ่ยเอ๋อสูดลมหายใจเข้าเท้าขวากระแทกย่ำลงใส่อากาศราวกับว่าบริเวณนั้นมีพื้นมารองรับร่างเล็กจิ๋วของเธอทะยานเป็นเส้นตรง หมัดขวาสะบัดราวกับแส้ซัดเปรี้ยงเข้าใส่จนราชินีมังกรต้องหยุดยั้งการโจมตี

             

            ร่างที่ใหญ่โตของนางถูกแรงกระแทกจนกระเด็นถอยไป  เมื่อนางเหลือบตามองจุดที่โดนโจมตีซึ่งปรากฏรอยแผลสีดำราวกับถูกไฟไฟม้เล็กๆนั้นก็ทำให้ความโกรธของนางก็พุ่งทะยาน

             

             

            ราชินีมังกรรู้สึกว่ากำลังถูกเหยียดหยาม  เธอคำรามลั่น ทั่วทั้งร่างปรากฏกระแสพลังไหลเวียนไปจนทั่วทั้งตัว  เกล็ดของนางเปล่งเป็นแสงสีแดงเจิดจ้าราวกับพระอาทิตย์

             

            “รับมือ! มนุษย์!”

             

            ปากของราชินีมังกรเบิกกว้าง การโจมตีที่รุนแรงที่สุดอย่างหนึ่งของนางกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา

             

            แต่ทันใดนั้นเอง

             

            ท่าทางที่เหมือนคนละเมอของฮุ่ยเอ๋อก็คล้ายกับตุ๊กตาที่เชือกขาด

             

            เปลวไฟที่ลุกท่วมร่างเล็กๆนั้นดับมอดลงไป ฮุ่ยเอ๋อที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศจนถึงเมื่อครู่ร่วงตุ้บลงไปนอนเคียงข้างกับถังเย่เย่ที่ก้นหลุม

             

            เจตจำนงสุดท้ายของไป่ฟานเซียนที่ใช้ปกป้องอยู่บนร่างของเธอค่อยๆสลายไป

             

            ราชินีมังกรไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น?

             

            นางชนะแล้วหรือเปล่า? แต่การโจมตีของนางยังไม่ถูกปลดปล่อยออกไปเสียด้วยซ้ำไป

             

            “...”

             

            ระหว่างที่นางกำลังงุนงงนั้นเอง  สัญชาตญาณของสัตว์ในตัวกลับกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าตัวนางเป็นกระต่ายตัวน้อยที่กำลังถูกสิงโตผู้ล่าจับจ้องมาจากในมุมมืด!

             

            ความหวาดกลัวอย่างไม่มีที่มาที่ไปนี้ทำให้นางสับสนในโลกมิตินี้ยังจะมีผู้ใดที่ทำให้นางรู้สึกแบบนี้ได้อยู่อีกหรือ?

             

            มันมากกว่าความรู้สึกที่นางสัมผัสได้จากมนุษย์เด็กแปลกๆนั่นเสียอีก

             

            “...ราชินีมังกร?”

             

            เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและเย็นชาดังขึ้นมาจากบนท้องฟ้า

             

            ส่งผลให้เจ้าของนามนั้นต้องรีบหันกลับไปมอง วินาทีที่ดวงตาที่แสนใหญ่โตนั้นสบเข้ากับแววตาที่เรียบสนิทจนน่ากลัวนั้นแม้ร่างของราชินีมังกรจะใหญ่โตแค่ไหนก็ยังสั่นสะท้าน!

             

            “...เป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่ดีนี่?”

             

             

            วินาทีนั้นแรงกดดันที่สามารถทำให้อากาศสั่นสะเทือนได้จริงๆก็ถาโถมลงมาจากท้องฟ้า!  ดวงตาของไป่ฟานเซียนนั้นมืดสนิทจนคล้ายกับว่าจะสามารถดูดแสงเข้าไปได้

             

            นางกำลังโกรธแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน