ณ เขตชายแดน
แน่นอนว่าปกติแล้วระยะทางระหว่างเมืองหลวงและเขตชายแดนห่างไกลกันอยู่พอสมควร หากเดินทางด้วยรถม้าคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งเดือน หากเป็การเดินทางของผู้ฝึกยุทธอาจใช้เวลาลดลงเหลือราวๆ 7-8วัน ทว่าเฟยหงกลับเดินทางมาถึงเพียงในเวลาไม่นานด้วยการใช้เวทย์มนต์ลมผสานเข้ากับลมปราณ ทำให้ความเร็วของเฟยหงไม่ต่างจากเครื่องบินรบที่เร็วที่สุดในโลกก่อนหน้านี้
[ นายท่าน ข้างล่างคือเหล่าทหารของจักรวรรดิซู จากการตรวจสอบกระโจมทุกหลัง พบว่าหลังที่อยู่ตรงใจกลางมีสัญญาณชีพและพลังที่แข็งแกร่งเอ่อล้นออกมา อาจเป็ไปได้ว่าคนผู้นั้นคือแม่ทัพเฉิน ]
“ อืม จะให้เข้าไปอย่างโจ่งแจ้งก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก คงต้องลอบเข้าไปสินะ ”
[ เห็นทีคงต้องทำแบบที่ท่าคิด ]
เฟยหงลอยตัวต่ำลงก่อนจะใช้บาทาไร้เงาแฝงกายเข้าไปในกระโจมได้สำเร็จ!!
ขณะนั้นภายในกระโจมก็มีแม่ทัพผู้หนึ่งกำลังร่ำสุรา คล้ายไร้ซึ่งการป้องกันใดๆแต่กลับมีััอันเฉียบคม ััได้ถึงการมาของบุคคลปริศนาที่ลักลอบเข้ามาโดยไม่มีทหารคนใดผิดสังเกต
“ เ้าเป็ใครกัน ดูจากการแต่งกายคงจะเป็มือสังหารสินะ ”
“ เป็ถึงแม่ทัพผู้เกรียจไกรคุมกำลังพลเกือบหมื่นนาย กลับร่ำสุราอย่างสบายใจ เอาเถอะถึงยังไงมันก็เป็สิทธิ์ของท่าน แต่ท่านแม่ทัพดูไม่ใหรือแปลกใจสักนิดเลยหรือที่ข้าลักลอบเข้ามา ”
แม่ทัพเฉินแสยะยิ้มออกมาก่อนจะยกไหสุราขึ้นดื่มอีกครั้งหนึ่ง ด้วยแรงที่ยกไหสุราเต็มเปี่ยมส่งผลให้มีสุราหกออกมาเลอะเปรอะไปทั่วทั้งลำคอจนชุ่มไปถึงปกเสื้อชั้นในสุด
“ ถ้าเ้า้าลงมือกับข้าั้แ่แรก ก็คงไม่มาเสวานาพูดคุยกับข้าเช่นนี้หรอก เ้าว่าไหม?
อีกอย่างจากที่ข้าััได้หากเ้าคิดจะสังหารทหารเกือบร้อยกว่าคนนอกกระโจมข้า ดูท่าคงไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไรสำหรับเ้า ”
[ นายท่าน แม่ทัพผู้นี้ มีความคิดอ่านที่เฉียบแหลมแตกต่างจากเป่าจือและไป๋มู่เทียนอย่างเห็นได้ชัด ท่านจะให้ข้ากำจัดแม่ทัพผู้นี้ทิ้งเลยดีหรือไม่ หากปล่อยไว้นานไปอาจจะเป็ผลร้ายมากกว่าดี เพียงแต่ท่านออกคำสั่ง— ]
“ ไม่ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าอยากจะลองอะไรสักหน่อย ”
เฟยหงตอบกลับซีโร่ในทันที แม่ทัพผู้นี้มีค่ามากกว่าการที่จะถูกสังหารที่นี่
“ ข้ามีคำถาม เ้าคิดยังไงกับองค์จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน? ”
แม่ทัพเฉินแสดงสีหน้าแปลกใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองพิจจารณาเฟยหงที่ปกปิดหน้าและร่างกายด้วยชุดคลุมสีดำ
“ เสียงของเ้า จะว่าไปก็ข้าเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนสักแห่ง ”
“ งั้นถ้าเ้าได้เห็นสิ่งนี้ข้าคิดว่าเ้าน่าจะเข้าใจบางอย่างมากยิ่งขึ้น ”
เฟยหงหยิบบางอย่างออกมาจากถุงสีดำ ก่อนจะโยนมันไปตั้งไว้ยังเบื้องหน้าของแม่ทัพเฉิน
“ นี่มัน!!! ”
“ ใช่ ไม่ผิดหรอก ที่อยู่ตรงหน้าเ้าคือศรีษะของเป่าจือ ส่วนไป๋มู่เทียน ไม่พูดถึงจะดีกว่า เอาเป็ว่าก็ไม่ต่างกัน เ้า— ”
“ ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุด ในที่สุดข้าก็มีวันนี้!!! ”
[ นายท่านจากการตรวจสอบของแม่ทัพผู้นี้มีบุตรชายอยู่หนึ่งคน ซึ่งถูกเป่าจือกักขังไว้ในห้องลับเพื่อใช้ควบคุมแม่ทัพเฉินเป็เวลากว่า10ปีแล้ว เสียงที่แม่ทัพเฉินหัวเราะออกมาคงเปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี ]
แม้เฟยหงจะยังคงสงสัยว่าซีโร่รู้ข้อมูลพวกนี้ได้อย่างไร แต่ข้อมูลที่ซีโร่เป็คนจัดหามาให้ล้วนมีความถูกต้องคือร้อยเปอร์เซ็นต์
“ ข้าไม่รู้หรอกว่าเ้าเป็ใคร แต่ข้าขอบใจเ้าจริงๆ ว่ามาเ้า้าสิ่งใดตอบแทนหากไม่เกินกำลังของข้า ข้าพร้อมจะหามามันมาให้เ้า การที่พวกมันสองคนตายไปทำให้ข้าได้รับสิ่งที่สำคัญกลับคืนมา!! ”
“ ไม่จำเป็ สิ่งที่ข้า้าข้าได้มันมานานแล้วท่านแม่ทัพเฉินแห่งราชวงศ์ซู ”
แม่ทัพเฉินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ เ้าหมายความว่ายังไง ”
ทันใดนั้นเฟยหงก็สะบัดฝ่ามือผ่านใบหน้า ผ้าคลุมค่อยๆหล่นออกช้าๆเผยใบหน้าของชายหนุ่มรูปงาม เส้นผมสีดำเข้มสยายถึงกลางแผ่นหลังั์ตาเฉียบคมดุจกระบี่ ใบหน้าอันเรียบเฉยดุจน้ำแข็ง
แม้แต่แม่ทัพเฉินที่เยือกเย็นมาตลอด เวลานี้ใบหน้ากลับชะงักค้างคล้ายตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูกกับสถานการ์ตรงหน้า
“ เ้าพอจะคุ้นขึ้นมาบ้างหรือไม่ ”
“ อะ..องค์จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน!!! ”
“ ใช่ เป็ข้าเอง เ้าใราวกับเห็นภูติผีปีศาจไปได้ ”
แม่ทัพเฉินตั้งสติได้จึงรีบเข้ามาคุกเข่าแสดงความเคารพเฟยหงในทันที
“ องค์จักรพรรดิ์ กระหม่อมเป็ถึงแม่ทัพแต่กลับมิอาจจดจำนายของตนเอง ช่างน่าละอายใจยิ่งนัก ท่านโปรดลงโทษกระหม่อมด้วย!! ”
[ นายท่านจะเอายังไงต่อไป ]
“ เหมือนบทพูดในหนังจีนย้อนยุคที่ข้าเคยดูมาเป๊ะๆ ”
เฟยหงยังคงแสดงบทบาทเป็จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียนผู้เ็าต่อไป แม้ในใจอยากจะหัวเราะออกมามากแค่ไหนก็ตาม
“ ข้าปิดบังตัวเอง เ้าจะรู้ได้ยังไง รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว ”
“ ตะ..แต่ว่าได้ยังไง ท่านไม่มีเส้นลมปราณมาั้แ่กำเนิด ท่านสังหารไป๋มู่เทียนกับอสรพิษร้ายอย่างเป่าจือได้เช่นไรกัน มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
ข้าได้ข่าวมาว่าท่านถูกวางยาพิษ ข้าพระองค์ละอายใจยิ่งนักที่ไม่อาจเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือท่านได้ เพียงเพราะลูกชายของข้า.. ”
เห็นได้ชัดว่าแม่ทัพเฉินรู้สึกละอายใจและรู้สึกผิดต่อเฟยหงเพียงใด แต่ก็ยังมีความสงสัยที่อดไม่ได้ที่อยากจะกล่าวถามออกมา ว่าเหตุใดถึงเก็บงำฝีมือไว้นานขนาดนี้
แต่ดูเหมือนเฟยหงจะดูออกว่า แม่ทัพเฉินกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เฟยหงจึงรีบตัดบทพูดในทันที
“ ถ้าเ้าสำนึกผิดละก็ จงเข้ามาเป็ผู้ตัดสินการคัดเลือกเหล่าขุนนางรุ่นเยาว์ที่กำลังจะจัดขึ้นนี่สิ ”
จบ...