ห้อง VIP 11
บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างขมุกขมัว ทั้งๆ ที่อากาศออกจะเย็นสบาย แต่รู้สึกว่า พรีม กับ นพ นั้นกำลังเหงื่อแตกพลั่ก และยังก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จาใดใด ทำให้น็อกที่เห็นท่าทางของทั้งสองคนก็อดที่จะลอบหัวเราะในใจไม่ได้ แต่กระนั้นเพื่อไม่ให้ทั้งสองกระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ ก็เลย [แกล้งต่ออีกหน่อย] "ขอโทษนะ ที่ข้าเข้าใจพวกเจ้าผิดไป ข้านึกว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันซะอีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ถือซะว่าพวกเราไม่เคยรู้จักกัน คุณหนูหงเยี่ย นายน้อยจิน ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทให้คนไปตามพวกท่านมา" น็อกพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ [แหลล้วนๆ]
พรีม กับ นพ ถึงกับสะอึกจากที่รู้สึกผิดอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ในขณะที่พรีมเริ่มที่จะมีน้ำตาคลอเบ้า นพเองก็ไม่ต่างจากกันนัก ด้วยความที่นพเป็นลูกผู้ชายจึงเริ่มที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สำหรับนพแล้วน็อกนั้นคือเพื่อนเพียงคนเดียวในชีวิตของเขาก็ว่าได้
"ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้า แต่ว่า............!!"
น็อกที่เห็นอาการทั้งสองก็อดที่จะสงสารไม่ได้ ก่อนจะลอบใช้ทักษะเนตรตรวจสอบ เขาถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ "เยี่ยม!! อย่างน้อยก็ยังมีก็คนอ่อนแอกว่าตรูแล้วเฟ้ย" ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ ไพริน หงส์สกุลชื่อเล่น พรีม ชื่อเบื้องหลัง หงเยี่ย อายุ 17 สถานะ ติดพิษ [กร่อนเทวะ] ค่าสถานะ พลังกาย 122ความเร็ว 131 สติปัญญา 104 โชค 56 เสน่ห์ 78 พลังปราณ 26,480 / 26,480 ระดับ ดินแดนมนุษย์ ขั้น 8
ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ นพดล เทวาศักดิ์ ชื่อเล่น นพ ชื่อเบื้องหลัง จินเป่า อายุ 18 สถานะ ติดพิษ [กร่อนเทวะ] ค่าสถานะ พลังกาย 116 ความเร็ว 108 สติปัญญา 99 โชค 51 เสน่ห์ 51 พลังปราณ 89,750 / 89,750 ระดับ ดินแดนมนุษย์ ขั้น 8
น็อกที่เห็นสถานะของทั้งสองก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าพิษกร่อนเทวะนี้ แม้จะยังไม่เป็นอันตรายมากนักในตอนนี้ แต่ว่ามันก็เป็นพิษที่ตรวจพบได้ยากเช่นกัน เพราะมันเป็นพิษที่ไม่ส่งผลอะไรกับร่างกาย แต่เมื่อไหร่ที่ทะลวงเข้าสู่ระดับ ดินแดนเหนือมนุษย์ ช่วงที่ลมปราณกำลังปรับสภาพให้ร่างกายเสถียร พิษนี้จะเริ่มทำการปั่นป่วนจนพลังในจุดตันเถียนระเบิดออก อย่างเบาก็พิการตันเถียน ไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้อีก อย่างหนักจะตายในทันที น็อกกำลังคิดอย่างหนัก ตอนนี้เขาไม่มีสมุนไพร ที่ใช้สำหรับปรุงยาแก้ เพราะเขาเหลือแต่สมุนไพรพิษ หากใช้พิษแก้พิษก็ย่อมได้ แต่พิษที่เขามีมันรุนแรงมากเกินไป ก่อนจะเรียกให้หมิงเยว่เข้ามา
ขณะเดียวกันนั้นเอง นพ กับ พรีม ที่เห็น น็อกเงียบไปนานก็อดที่จะคิดกังวลต่างๆ นานาไม่ได้ แต่ทันทีได้ยินน็อกเรียกหาหมิงเยว่ ทั้งสองก็คิดไปไกล ว่าน็อกไม่ต้องการคุยกับพวกเขาอีกแล้ว พรีมที่น้ำตาคลอเบ้า กลายเป็นร้องไห้ แล้วรีบวิ่งมาสวมกอดน็อกทันที ส่วนนพเองก็รีบขอโทษ ขอโพยกันจนใหญ่โต ทำให้หมิงเยว่ที่เข้ามารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็เพียงยืนรออยู่เฉยๆ ส่วนน็อกตอนนี้งงเป็นไก่ตาแตก
"นี่ตรูทำอะไรผิดไปป่าวหว่า?"
ผ่านไปสักพักใหญ่
พรีมในตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆ น็อก โดยที่มีมือของเขาคอยลูบหัวอย่างอ่อนโยนอยู่ ส่วนนพเองก็นั่งอยู่ไม่ไกล น็อกต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะปลอบพรีม และค่อยๆ อธิบายเรื่องราวให้ทั้งสองเข้าใจอย่างละเอียด ส่วนหมิงเยว่ที่ยืนรออยู่นั้น อดยิ้มให้กับความไร้เดียวสาของทั้งสามไม่ได้ พลางลอบชำเลืองมองไปยัง คุณหนูหงเยี่ย แล้วอดรู้สึกอิจฉาในใจไม่ได้ ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมา แต่นั่นก็เพียงพอให้ทั้งสามหันมามอง หมิงเยว่พลันสะดุ้งก่อนจะรีบเอ่ยขอโทษทันที
น็อกเหมือนเพิ่งจะคิดได้เช่นกัน จึงรีบกล่าวออกไป "ขออภัยที่ทำให้เจ้าเสียเวลา ข้าอยากให้เจ้าช่วยไปบอก ทางโรงประมูลให้ที ว่าเงินที่ได้จากการประมูลนั้น ช่วยไปหาไปชื้อ หญ้าพรากวิญญาณ โลหิตหมีหิมะ และดักแด้วายุอัสนี ให้ข้าที"
"เจ้าค่ะ" หมิงเยว่รับคำก่อนจะออกจากห้องไป
นพเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลเขาให้ฟังว่า เมื่อเขาอายุครบ 10 ขวบก็สามารถปลุกพลังในตันเถียนได้ ผู้ดูแลโลกเบื้องหลังที่สัมผัสพลังได้จึงมาพบเขาที่บ้าน จะมีเพียงแต่พ่อและแม่เขาเท่านั้นที่รับรู้ว่ามีโลกแห่งการฝึกตนเท่านั้น แต่หากครอบครัวของเขาเล่าเรื่องราวพวกนี้ให้คนธรรมดาฟัง จะต้องถูกฆ่าล้างตระกูล เพราะนี่คือกฏเหล็กของโลกเบื้องหลัง ทำให้เขาและครอบครัวไม่กล้าเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟัง นอกจากกลุ่มคนที่เหมือนกับพวกเรา และเขาก็ได้รับจดหมายแนะนำตัวมา 1 ฉบับ
ส่วนพรีมเองก็เจอเหตุการณ์เดียวเช่นกัน ต่างกันตรงที่ พรีมปลุกพลังในตันเถียนได้ช้ากว่า 1 ปี และมีพ่อที่รับรู้เพียงคนเดียว [เพราะแม่เสียไปแล้ว] และเธอเองก็ได้รับจดหมายแนะนำตัวมา 1 ฉบับเช่นกัน
น็อกเริ่มเข้าใจเหตุการณ์มากขึ้น และเอ่ยถามเกี่ยวกับจดหมายแนะนำ ว่ามันมีประโยชน์อะไรบ้าง และทำอะไรได้บ้าง เป็นนพที่เริ่มอธิบาย
จดหมายแนะนำตัวจะมีได้คนละ 1 ฉบับเท่านั้น และจะใช้เพื่อเข้ารับการทดสอบเข้า 1 ใน 9 ตำหนัก เมื่อเลือกตำหนักที่ต้องการทดสอบแล้วผ่าน จะได้เป็นศิษย์สายนอกของที่นั่น แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะสูญเสียจดหมายแนะนำตัวทันที สำหรับนพและพรีมที่ไม่ได้มีตระกูลเบื้องหลังคอยสับสนุน การสูญเสียจดหมายแนะนำตัว ถือเป็นเรื่องเล็ก เพราะอย่างมากก็แค่โดนทำลายตันเถียน และจะไม่เกี่ยวข้องกับโลกของผู้ฝึกตนอีก แต่สำหรับตระกูลใหญ่ๆ นั้นจะทำให้ชื่อเสียงที่พวกเขามีป่นปี้
เพราะฉะนั้น จึงเริ่มมีการท้าประลองเพื่อแย่งชิงจดหมายแนะนำตัวขึ้น โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมพร้อมใจ แต่เพราะส่วนใหญ่คนในตระกูลเล็ก หรือ พวกที่ไม่มีสังกัด ส่วนมากจะไม่ค่อยยอมรับการประลอง ทำให้พวกตระกูลใหญ่ๆ ต้องใช้อำนาจหน้าที่ทางสังคมบีบบังคับครอบครัวพวกเขา แม้จะห้ามการใช้พลังในการข่มขู่ แต่หน้าที่ทางสังคมนั้นก็เสมือนงานเบื้องหน้าที่คนรวยเอาเปรียบคนจนนั่นแหละ และตระกูลใหญ่ต่างๆ นั้นมีหน้าที่ทางการเมืองสูงมาก หรือไม่ก็รวยติดลำดับต้นๆ ของแต่ละประเทศนั่นแหละ และการท้าประลองหรือแย่งชิงจดหมายแนะนำตัวได้นั้น จะต้องมาทำใน หออรุณเบิกฟ้าเท่านั้น
น็อกที่ฟังมาถึงจุดนี้ก็เริ่มเอะใจ หรือว่าที่บริษัทของลุงกร [พ่อพรีม] ประสบปัญหาเป็นเพราะ ถูกเจ้าพวกนี้เล่นงานนอกรอบงั้นหรอ ก่อนจะรีบถามต่อ "แล้วพวกเจ้าสูญเสียจดหมายแนะนำตัวหรือยัง"
"แล้วที่พวกเจ้าไม่ไปเรียน เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า" น็อกถามอย่างใจเย็น
"ใช่แล้ว เพราะครอบครัวของพวกเรา ถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นานา จนเข้าขั้นวิกฤติเลยล่ะ แล้วพวกเราก็ได้รับจดหมายว่า หากไม่อยากให้ครอบครัวต้องล้มละลาย จงเข้ามาพำนักใน หออรุณเบิกฟ้า" นพกล่าวตอบอย่างเดือดดาล
"แล้วพวกเจ้าถูกชิงจดหมายแนะนำตัวไปหรือยัง"
"ยัง" พรีม กับ นพ ตอบพร้อมเพรียงกัน
"ดีมาก หลังจากข้าถอนพิษให้พวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าก็หมั่นไปฝึกฝนพลังที่บ้านของข้า จนกว่าพวกเจ้าจะแข็งแกร่งมากกว่านี้" น็อกอดพูดอย่างดีใจไม่ได้ เพราะการไปตำหนักคราวนี้ถ้ามีเพื่อนไปด้วยบ้างก็น่าจะดีกว่า
"ได้สิ" พรีม กับ นพ รีบตอบตกลงทันที
ไม่นานนัก หมิงเยว่ ก็มาพร้อมกับ หลงเทียนหมิง พรีม กับ นพ ที่เห็นอาวุโสหลงก็พลันสะดุ้งตกใจ ทั้งสองรีบลุกขึ้น คำนับอาวุโสหลงในทันที พวกเขาอยู่ที่นี่มานาน ย่อมรู้จักผู้คนไม่น้อย โดยเฉพาะเหล่าคนที่มีชื่อเสียงต่างๆ และหลงเทียนหมิงก็คือหนึ่งในนั้น ท่ามกลางสายตาของน็อกที่มองมาอย่างแปลกใจ [ก็ไม่รู้จักนิหว่า] อาวุโสหลงเพียงทักทายตอบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะไปหยุดนั่งอยู่ตรงข้ามกับน็อก พร้อมกับยื่นของบางอย่างมาให้ มันเป็นแหวนลายมังกรสีทอง 1 วง
อาวุโสหลงที่เห็นสายตาของเด็กหนุ่มมองของตรงหน้าอย่างงงๆ ก็รีบอธิบายให้เข้าใจทันที "นี่คือแหวนมิติระดับสูง สามารถเก็บของได้ถึง 1,000 ตัน ภายในแหวนมี หยกปราณจำนวน 53,250 และสมุนไพรตามที่คุณชายสั่ง อย่างละ 10 ชุด"
พรีมกับนพที่ได้ยินจำนวนเงินที่น็อกได้รับจากโรงประมูลนั้นถึงกับยืนช็อคอ้าปากค้า ราวกับร่างไร้วิญญาณ ในขณะที่หมิงเยว่ ชำเลืองมองมาอย่างขำๆ เพราะนางและอาวุโสหลง ก็เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เดียวกันมาหมาดๆ
น็อกที่ได้ยินแบบนี้ก็เข้าใจได้ในทันที และยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะกล่าวขอบคุณอาวุโสหลง แล้วเรียกเตาโอสถทมิฬออกมาเพื่อปรุงยาแก้พิษกร่อนเทวะ โดยมีสายตาของคนทั้งห้องมองมา ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ น็อกก็ปรุงยาแก้พิษให้ทั้งสองได้อย่างง่ายดาย พรีม กับ นพ ได้แต่ยืนนิ่งตะลึงงัน ผิดกับอาวุโสหลง และหมิงเยว่ ที่เริ่มจะชินชาแล้ว น็อกโยนยาแก้พิษให้ทั้งสอง ก่อนที่ทั้งสองจะได้สติ แล้วรับยามาก่อนจะโยนเข้าปากทันที ร่างกายก็พลันรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่ทั้งสองจะรีบนั่งโคจรพลัง เพื่อปรับสมดุลพลังในทันที
ส่วนน็อกก็รออยู่ จนกระทั่งทั้งสองถอนพิษได้สำเร็จ แต่ระบบเจ้ากรรมดันไม่แจ้งว่าสำเร็จภารกิจ ทำให้อดขมวดคิ้วไม่ได้ พลางคิดในใจ "หรือว่าภารกิจไม่เกี่ยวกับการถอนพิษ" ก่อนจะเรียกภารกิจมาดูอีกรอบก็พบว่า [ภารกิจช่วยเหลือ พรีม กับ นพ ที่ถูกลอบทำร้าย] หรือว่าแบ่งเป็น 2 ภารกิจ ก่อนจะหันไปถามทั้งสอง
"พรี... ไม่สิ หงเยี่ย จินเป่า พวกเจ้ามีเรื่องกับใครมาบ้างหรือเปล่า"
ทั้งสองก็คิดเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ นพจะเอ่ยตอบแทน "น่าจะเป็นตระกูลหยางล่ะมั้ง เพราะคุณชายน้อยนั้นมาตามตอแยกับหงเยี่ย นางเลยมาขอให้ข้าแกล้งเป็นคนรักไปก่อนน่ะ ทำไมหรอ"
น็อกที่ได้ยินแบบนั้นก็แสยะยิ้มขึ้นมาทันที ในขณะที่กำลังจะเอ่ยตอบ เสียงในระบบก็ดังขึ้น
"ติ๊ง!!""ครอบครัวท่านก่อตั้งตระกูลสำเร็จแล้ว""จากนี้ท่านมีชื่อเบื้องหลังว่า หลิงเทียน [จิตวิญญาณสวรรค์]"
"อ้าว!! ชิบหายล่ะ นี่ตรูกลายเป็นผีสวรรค์ไปแล้วเหรอ?"
-------------------------------------------------------
#แจ้งนักอ่านทุกท่าน# เนื่องจากตัวละครในเรื่อง มีทั้งชื่อในโลกภายนอก และโลกเบื้องหลัง เพราะฉะนั้น ไรต์จะแทนชื่อตัวละครพวกนี้ตามแต่ฉากน่ะครับ เช่น โลกภายนอก ชื่อ น็อก โลกเบื้องหลัง ชื่อ หลิงเทียน อะไรประมาณนี้ จำชื่อแต่ล่ะคนแม่นๆ นะครับ จะได้ไม่งง