“แม่นางปิงหลันจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยอย่างนั้นหรือ?” หลู่เส่าโหย่วมองไปที่กูตู๋ปิงหลันด้วยความรู้สึกแปลกใจหลู่เส่าโหย่วจำได้ว่าลุงหนานเคยบอกเอาไว้ว่าเทียนเป่าเหมินมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาแล้วนางจะมาเข้านิกายอวิ๋นหยางเพื่ออะไร
“ใช่แล้วข้าอยากจะไปดูว่านิกายอวิ๋นหยางเป็นอย่างไร คงจะดีหากถึงตอนนั้นแล้วข้าสามารถไปนิกายอวิ๋นหยางพร้อมกับเจ้าได้หรือว่าเจ้าไม่ต้อนรับข้า?” กูตู๋ปิงหลันมองไปทางหลู่เส่าโหย่วและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คุณหนู นายน้อยหลู่ ข้ามาแล้ว” ตอนนั้นเองหวู่จื่อซือก็ได้เข้ามาในห้องโถงเล็ก
“หวู่จื่อซือ รีบคำนวณให้ข้าทีว่าข้าจะเหลือหนี้อยู่อีกเท่าไหร่?” หลู่เส่าโหย่วยื่นโอสถเสริมพลังทั้งหนึ่งร้อยเม็ดให้แก่หวู่จื่อซือ
หวู่จื่อซือรับโอสถเสริมพลังมาแล้วกล่าวว่า“นอกจากซื้อสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถแล้วนายน้อยหลู่ได้ซื้อดาบจันทร์ครามในราคาแปดพันหกร้อยเหรียญทอง แต่ท่านเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของเทียนเป่าเหมินเมื่อซื้อสินค้าจะได้รับส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทำให้ท่านต้องจ่ายเพียงหกพันแปดร้อยแปดสิบเหรียญทอง และนายน้อยหลู่ได้นำโอสถเสริมพลังมาทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบหกเม็ดโอสถเพิ่มลมปราณหนึ่งเม็ด โอสถเจิ้งหยวนอีกหนึ่งเม็ด หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วตอนนี้เทียนเป่าเหมินต้องจ่ายเงินให้ท่านสามร้อยเหรียญ”
“ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องเป็นหนี้แล้ว”หลู่เส่าโหย่วยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนร่างกายเบาขึ้นไม่น่าแปลกใจที่ผู้อื่นมักจะกล่าวว่า ‘ไม่มีหนี้แล้วตัวเบา’นี่มันช่างดีจริงๆ
“นายน้อยหลู่นี่คือเงินสามร้อยเหรียญของท่าน” หวู่จื่อซือหยิบบัตรหยกออกมาแล้วส่งให้กับหลู่เส่าโหย่วจากนั้นก็กล่าวเบาๆ ว่า “นายน้อยหลู่ ข้าขอคุยอะไรกับท่านหน่อยได้หรือไม่?”
หลู่เส่าโหย่วรับบัตรหยกมาแล้วกล่าวตอบ“เชิญพูด”
“โอสถเจิ้งหยวนที่นายน้อยหลู่นำมาครั้งก่อนยังมีอีกหรือไม่เมื่อผู้คนได้ยินว่าเทียนเป่าเหมินมีโอสถเจิ้งหยวนขาย ตระกูลอื่นในเมืองก็ได้เข้ามารอจองกับพวกเราไม่น้อยคนธรรมดาทั่วไปข้ายังปฏิเสธได้ง่าย แต่มีแขกประจำอีกสามคนที่ข้าไม่สามารถปฏิเสธได้จริงๆข้าไม่ขอเยอะ เพียงแค่สามเม็ดก็พอ ไม่รู้ว่านายน้อยหลู่ยังมีอีกหรือไม่ ส่วนเรื่องราคาตอนนี้ข้าขายให้กับพวกเขาในราคาสี่ร้อยห้าสิบเหรียญทองถ้านายน้อยหลู่ขายให้แก่เทียนเป่าเหมินก็จะเป็นราคานี้เช่นเดียวกัน”
“นี่...” หลู่เส่าโหย่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งตัวเขานั้นได้หลอมโอสถเจิ้งหยวนออกมาทั้งหมดสิบเม็ด กินไปแล้วหนึ่งเม็ดจึงเหลืออีกเก้าเม็ดซึ่งทั้งหมดนั่นเขาตั้งใจเตรียมเอาไว้สำหรับตัวเอง ทว่าตอนนี้เทียนเป่าเหมินกำลังต้องการมันจากเขาไม่ง่ายเลยที่จะปฏิเสธ
“ไม่มีปัญหา” หลู่เส่าโหย่วกล่าวแล้วหยิบโอสถเจิ้งหยวนออกมาสามเม็ดเทียนเป่าเหมินนั้นดีกับเขาไม่น้อย ตอนนี้เขาก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร เพียงเขาแค่คิดไม่ถึงว่าโอสถเจิ้งหยวนที่หลอมออกมานั้นจะเป็นที่ต้องการมากขนาดนี้
“ขอบคุณนายน้อยหลู่มาก”หวู่จื่อซือรับโอสถเจิ้งหยวนมาและจากนั้นก็จ่ายเงินให้กับหลู่เส่าโหย่วอีกหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบเหรียญทองนี่เป็นเงินที่ไม่น้อยเลย
หลู่เส่าโหย่วได้พบกับกำไรมากมายจากโอสถเจิ้งหยวนสมุนไพรของโอสถเจิ้งหยวนนั้นมีราคาไม่ถึงแปดสิบเหรียญทอง แต่ตอนนี้เขากลับสามารถขายมันได้ถึงสี่ร้อยห้าสิบเหรียญทองกำไรขนาดนี้ค่อนข้างน่าตกใจทีเดียว
‘ในภายภาคหน้า หากมีโอกาสข้าจะต้องขายโอสถเองแล้ว’ หลู่เส่าโหย่วแอบกล่าวในใจ
“เส่าโหย่ว เช่นนั้นอีกสามวันเราค่อยเจอกันเมื่อถึงตอนนั้น เจ้าต้องดูแลข้าให้มากๆ ล่ะ” กูตู๋ปิงหลันกล่าว
“ข้าคิดว่าความแข็งแกร่งของแม่นางปิงหลันคงเพียงพอที่จะเข้านิกายอวิ๋นหยางแล้ว”หลู่เส่าโหย่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม ตัวเขามองความแข็งแกร่งของกูตู๋ปิงหลันไม่ออกมาโดยตลอดแต่เขาก็คิดว่านางต้องไม่อ่อนแออย่างแน่นอนหลู่เส่าโหย่วรู้สึกว่าการที่กูตู๋ปิงหลันจะเข้าสู่ห้าอันดับแรกคงไม่มีปัญหาอะไร
หลังออกมาจากเทียนเป่าเหมินหลู่เส่าโหย่วก็รู้สึกผ่อนคลาย ในที่สุดเขาก็ชำระหนี้ได้จนหมด ตลอดทางกลับตระกูลหลู่หลู่เส่าโหย่วก็ไม่ลืมที่จะระวังสภาพแวดล้อมรอบข้างของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะถูกลอบโจมตีอีกครั้ง
“รีบมาเดิมพันเร็วอีกสามวันก็จะประกาศผลแล้ว หากเจ้าลงเดิมพันเยอะก็จะได้เยอะทุกคนรีบมาเดิมพันเร็ว”
“หลู่เส่าโหย่วแห่งตระกูลหลู่สิบห้าต่อหนึ่ง ฉินเทียนห่าวแห่งตระกูลฉิน สิบห้าต่อหนึ่ง หวังกวางแห่งตระกูลหวังหนึ่งต่อแปด รีบมาเดิมพันเร็ว”
เสียงตะโกนเรียกความสนใจของหลู่เส่าโหย่วทางฝั่งขวาของร้านค้าเล็กๆ มีผู้คนหลายสิบคนกำลังก้มหัวมุงดูอะไรบางอย่างและเมื่อเขาได้ยินชื่อของตัวเอง หลู่เส่าโหย่วก็เดินเข้าไปในร้านด้วยความสงสัย
“นายน้อยท่านนี้ท่านมาเพื่อเดิมพันใช่หรือไม่ เชิญดูตามสบาย ครั้งนี้พวกเรามีการแนะนำข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันจากตระกูลใหญ่อย่างละเอียดเชิญท่านดูได้เลย หากท่านซื้อเยอะก็จะได้รับเยอะ”ชายร่างใหญ่ที่มีพลังบ่มเพาะระดับสาวกขั้นสองได้เข้ามาล้อมหลู่เส่าโหย่วทันทีเมื่อเห็นการแต่งกายที่เรียบร้อยของเขา
หลู่เส่าโหย่วลอบสังเกตภายในร้านบนผนังทั้งสี่ฝั่งมีข้อมูลแขวนอยู่ไม่น้อย ที่ผนังด้านหน้ามีข้อมูลเกี่ยวกับฉินเทียนห่าวแห่งตระกูลฉินอายุสิบแปดปี ผู้ฝึกวิญญาณระดับนักรบขั้นสี่ อัตราเดิมพันเข้าสู่ห้าอันดับแรกสิบห้าต่อหนึ่ง
หลู่เส่าโหย่วแห่งตระกูลหลู่อายุสิบหกปี ผู้ฝึกยุทธ์ระดับนักรบขั้นสาม เป็นผู้ฝึกยุทธ์สามธาตุ ได้แก่ธาตุลม, ไฟ และดิน อัตราเดิมพันเข้าสู่ห้าอันดับแรกสิบห้าต่อหนึ่ง
หยางเมี่ยวแห่งตระกูลหยางอายุสิบเจ็ดปี ผู้ฝึกยุทธ์ระดับนักรบขั้นสาม เป็นผู้ฝึกยุทธ์สองธาตุ ได้แก่ธาตุไฟและธาตุน้ำอัตราเดิมพันเข้าสู่ห้าอันดับแรก สิบต่อหนึ่ง
หลู่เส่าหู่แห่งตระกูลหลู่ อายุ...
“บนผนังมีข้อมูลของผู้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ไปนำข้อมูลพวกนี้มาจากที่ไหน” หลู่เส่าโหย่วพึมพำออกมา นี่มันเปรียบได้กับหนูมีวิธีของหนูงูมีวิธีของงูจริงๆ เขาได้ข้อมูลจากที่แห่งนี้มากทีเดียว ดูเหมือนว่าคู่แข่งของเขานั้นจะมีไม่น้อยเลย
กูตู๋ปิงหลัน อายุสิบแปดปีระดับบ่มเพาะไม่ทราบ ระดับธาตุไม่ทราบ อัตราเดิมพันหนึ่งต่อสิบ
ในหน้าสุดท้ายของข้อมูลเหล่านี้หลู่เส่าโหย่วก็ได้เห็นข้อมูลของกูตู๋ปิงหลัน ข้อมูลของนางนั้นไม่มีรายละเอียดใดๆซึ่งมันหมายความว่าคนเหล่านี้ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของกูตู๋ปิงหลันได้
“หนึ่งต่อสิบ” หลู่เส่าโหย่วเผยยิ้มออกมาผู้อื่นไม่รู้เรื่องของกูตู๋ปิงหลัน แต่ตัวเขารู้ นี่ไม่เรียกว่าเป็นการยื่นเงินให้เขาหรอกหรือการที่กูตู๋ปิงหลันจะเข้าสู่ห้าอันดับแรกนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีปัญหาแน่นอน
“ข้าลงเดิมพันกูตู๋ปิงหลันเข้าสู่ห้าอันดับแรกหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญ”หลู่เส่าโหย่วเดินไปที่โต๊ะรับรองด้านในร้านและหยิบบัตรหยกออกมา
“เดิมพันหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญทอง”ทันใดนั้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่รอบๆ ต่างก็มองมายังหลู่เส่าโหย่วด้วยความประหลาดใจในบรรดาผู้ที่มาเดิมพันนั้น ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผู้เดิมพันที่ร่ำรวยอยู่บ้างอย่างในปีก่อน มีคนไม่น้อยที่สูญเสียจนสิ้นเนื้อประดาตัวเงินหนึ่งพันเหรียญทองนั้นไม่นับว่าน้อยถือได้ว่าสามารถเข้าสู่อันดับของนักพนันที่ร่ำรวยได้เลยคนธรรมดาที่ไหนจะมีเงินมากขนาดนี้มาลงเดิมพัน
“ไม่มีปัญหา นี่คือใบรับรองนายน้อยต้องเก็บไว้ให้ดี”ชายวัยกลางคนที่อวบอ้วนได้กล่าวและมอบใบรับรองให้กับหลู่เส่าโหย่วจากนั้นก็หยิบกล่องที่มีลักษณะเหมือนหยกออกมาและรูดบัตรหยกของหลู่เส่าโหย่วหนึ่งครั้งเพื่อนำเงินออกไปหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญทอง
“หนึ่งต่อสิบหลังจากนี้สามวันก็จะกลายเป็นเงินหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองแล้ว”หลู่เส่าโหย่วยิ้มเบาๆ จากนั้นก็ออกไปจากร้านพนัน ในใจของเขาไม่รู้สึกกังวลเท่าไร ด้วยความแข็งแกร่งของเทียนเป่าเหมินหากกูตู๋ปิงหลันไม่มีความสามารถที่จะเข้าสู่ห้าอันดับแรกก็คงไม่ไปเข้าร่วมอย่างแน่นอน
ตลอดทางกลับตระกูลหลู่ หลู่เส่าโหย่วก็ไม่ได้พบเจอกับอันตรายใดๆอีกทั้งคราวนี้เขายังได้เข้าตระกูลจากประตูหน้าอีกด้วย
“คารวะนายน้อยเส่าโหย่ว”เมื่อชายสองคนที่อยู่หน้าประตูเห็นหลู่เขาก็รีบร้อนทำความเคารพและรู้สึกกังวลจนตัวสั่นขึ้นมา
“เหอะ”หลู่เส่าโหย่วส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา ทั้งสองคนนี้คือสุนัขรับใช้ที่ไม่ให้หลู่เส่าโหย่วใช้ประตูหน้าในตอนที่เขาพึ่งข้ามมิติมายังโลกใบนี้ถึงแม้หลู่เส่าโหย่วจะรู้ว่าไม่มีอะไรให้ไปคิดเล็กคิดน้อยกับคนรับใช้ทั้งสองแต่ในใจของเขาก็ยังคงรู้สึกโกรธอยู่เล็กน้อย
ทว่าหลู่เส่าโหย่วก็ไม่ได้สร้างความลำบากให้กับสุนัขรับใช้ทั้งสองคนนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่ของเขาก็ได้เตรียมอาหารเย็นรออยู่แล้ว ซึ่งนั่นทำให้หลู่เส่าโหย่วรู้สึกอบอุ่นไปทั่วหัวใจหลังจากกินข้าวเสร็จ หลู่เส่าโหย่วก็ได้พูดคุยกับมารดาเป็นเวลาหนึ่ง แล้วจากนั้นค่อยกลับไปที่ห้องของตัวเอง
หลู่เสี่ยวไป๋ทำงานที่ต้องจัดการได้อย่างรวดเร็วผนังห้องที่แตกร้าวได้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว เมื่อกลับมาถึงห้อง หลู่เส่าโหย่วก็หยิบโอสถเจิ้งหยวนออกมาหนึ่งเม็ดและกินเข้าไปครั้งก่อนที่ขัดเกลาโอสถเจิ้งหยวนเพื่อทะลวงระดับนักรบขั้นสี่นั้น ได้ถูกดูดซับไปหมดแล้วตอนนี้เขาสามารถขัดเกลาโอสถได้อีกครั้ง ยิ่งมีพลังบ่มเพาะสูงขึ้น เมื่อถึงวันประลองโอกาสที่จะเข้าสู่ห้าอันดับแรกก็จะมากขึ้นด้วย