ชายวัยกลางคนสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่กำลังอ่อนแรง เขาจึงได้ใช้การโจมตีที่รุนแรงมากที่สุด ด้วยพลังของนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4จึงทำให้พลังริปเปอร์ทรงอานุภาพมากยิ่งขึ้น ไอรอนเรียกการโจมตีนี้ว่ากระสุนปืนใหญ่อัดอากาศ บนฝ่ามือทั้งสองลูกกลมสลัวๆก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเสมือนกับว่ากำลังบีบอัดจนถึงขีดสุด ใจกลางของมันราวกับเป็นพายุที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
"ตายซะ เนโครมอฟ!!"
ทันใดนั้นแรงอัดอากาศขนาดเกือบหนึ่งเมตรได้ถูกปลดปล่อยออกไปจากฝ่ามือ มันราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่ล่องหน อย่าลืมนะว่าอากาศคือสิ่งที่มองไม่เห็นแต่พวกเขาก็สัมผัสถึงมันได้ พลังริปเปอร์ของไอรอนนั้นคือทำให้แรงอัดอากาศก่อตัวกันจนเกิดเป็นกลุ่มก้อนอากาศขนาดใหญ่
"ร้ายกาจมาก!! นี่ถ้านักสู้แห่งดวงดาวระดับ4โดนเข้าไปจังๆร่างกายคงจะถูกกระแทกจนตายอย่างแน่นอน"
ไครเซอร์ตาหรี่ลงพร้อมกับอุทานขึ้นอยู่เล็กน้อย แรงอัดอากาศนี้มีทั้งความเร็วและความรุนแรงในระดับที่สูงมาก ต่อให้จะเป็นอากาศก็ตามแต่มันถูกควบแน่นโดยพลังริปเปอร์ มันคือพลังที่ผืนกฎเกณฑ์ของหลักวิชาการทั้งหมด ไม่รู้ว่ามันทำได้ยังไงแต่ริปเปอร์ก็คือพลังที่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตทำในสิ่งที่ไม่สามารถทำได้นั่นเอง
ก๊าชชชชชชชช!
เนโครมอฟสัมผัสได้ถึงพลังริปเปอร์ที่รุนแรง มันรีบใช้ระยางหนวดที่เหลือของมันยกขึ้นมาป้องกัน ประกายแสงสีขาวแทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งตัวราวกับเป็นกระดองเต่า ถึงมันจะไร้ซึ่งสติปัญญาแต่ความอันตรายที่มันสัมผัสได้ก็มากยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ลิบลับ
วินาทีนั้นกระสุนอากาศที่พุ่งเข้ามาก็ได้กระแทกเข้าใส่มันอย่างจังๆ ด้วยร่างกายที่สูงเกือบ5เมตรย่อมที่จะเป็นเป้าได้ง่ายๆ
ปัง!
เสียงอัดอากาศดึงกึกก้องขึ้นอย่างรุนแรง เศษทรายนับไม่ถ้วนถูกระเบิดด้วยแรงอัดอันมหาศาลจนปลิวว่อน ฝุ่นทรายนั่นได้แผ่กระจายไปทั่วก่อให้เกิดหมอกทรายที่ปกคลุมไปหลายสิบเมตร คนอื่นๆถึงกับต้องยกแขนขึ้นมาบดบังใบหน้า สีหน้าลูกน้องแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดสะพรึงกลัวและเคารพยำเกรง นี่แหละคืออดีตบอสของพวกมัน ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ยังน่ากลัวอย่างเช่นเดิม พลังริปเปอร์ของเขาขึ้นชื่อว่าเป็นการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดในเมืองไร้กฎหมายเลยก็ว่าได้
"สำเร็จไหมวะ รองหัวหน้าใช้การโจมตีสุดแรงเลยละ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เจ้าเนโครมอฟคงจะไม่เหลือซากแล้วละ กระสุนปืนใหญ่อากาศของท่านไอรอนไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานมันได้"
ลูกน้องทุกคนพูดคุยกันอย่างคึกคัก ใบหน้าแดงกล่ำขึ้นถึงขีดสุด พวกเขาจ้องมองไปยังจุดศูนย์กลางของกลุ่มทรายที่กำลังเริ่มจางหายไป ไอรอนเองก็มีสีหน้าที่จริงจังพร้อมกับมองไปยังเป้าหมายที่มันได้ลงมือโจมตี กระสุนอากาศระเบิดเข้าใส่มันจังๆเลย ต่อให้จะเป็นเนโครมอฟก็ตาม แต่มันก็เป็นเพียงแค่ระดับFเท่านั้น ถ้าเป็นระดับEหรือสูงกว่านี้ละก็ เขาเชื่อได้เลยว่ากระสุนอากาศของมันจะไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าพวกนั่นได้
และผลลัพธ์ที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อหมอกทรายทั้งหมดได้จางหายไปก็ต้องพบเจอกับเศษซากสีขาวที่ถูกบดขยี้ออกเป็นชิ้นๆ ทั้งระยางหนวดทั้งชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ พลังริปเปอร์ของไอรอนได้ทำลายเนโครมอฟจนกลายเป็นเศษซาก
"โอ้ว มันตายแล้ว? รองหัวหน้าไอรอนแข็งแกร่งจริงๆ!!"
ทันทีที่พวกเขาเห็นเสียงเฮจากคนของกองกำลังก็ดังขึ้นไปทั่ว ใบหน้าแดงกล่ำจนแทบจะสูบฉีด แต่คนพูดคุยกันอย่างบ้าคลั่งว่าสามารถล้มสิ่งชีวิตกลืนกินดวงดาวได้ ถึงต่อให้มันจะเป็นเพียงแค่ระดับFก็เถอะ แต่เนโครมอฟก็ยังเป็นเนโครมอฟ มันคือสิ่งมีชีวิตที่อันตรายมากที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหมดของจักรวาล มันคือตัวตนแห่งภัยพิบัติที่ไม่ว่าใครคนใดก็ไม่อยากจะพบเจอมัน
"ทำดีมากคุณไอรอน พลังของคุณร้ายกาจจริงๆ"
ไครเซอร์ถึงกับต้องชมในตัวของชายวัยกลางคนออกมา ถ้าเป็นเขาลงมือเองก็อาจจะต้องตึงมืออยู่บ้าง เพราะว่าพลังริปเปอร์อณูเลือดของเขานั้นไม่ได้มีพลังโจมตีที่รุนแรงระดับนั้น มันเหมาะสำหรับต่อกรสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมากกว่า อย่างหอกโลหิตที่เขาใช้บ่อยครั้งก็ด้วย ถ้าโจมตีไปยังส่วนหลักของร่างกายมัน ชายหนุ่มเชื่อเลยว่าเจ้าเนโครมอฟจะไม่ตกตายลงอย่างแน่นอน ส่วนเทคโนโลยีรีแอคชั่นก็ยังมีพลังไม่มากพอที่จะบดขยี้มันให้กลายเป็นเศษซากด้วยแรงโน้มถ่วง
"ชมเกินไปแล้วครับบอส ยังดีที่มันเป็นเพียงแค่ระดับFและไม่มีแกนกลาง ถ้าไปเจอระดับEหรือสูงกว่านั้นผมก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะลักษณะโครงสร้างของพวกมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามระดับขั้นของพลัง"
ไอรอนเมื่อถูกไครเซอร์ชมก็แทบจะยืนอกอย่างภาคภูมิใจ ใบหน้าบานใหญ่จนเต็มไปด้วยความสุข
"อืม? มันก็จริงอย่างที่คุณว่า ถ้าพวกเราไปเจอตัวระดับEที่มีแกนกลางจริงๆ การต่อสู้คงจะลำบากกว่านี้นับ10เท่า"
ไครเซอร์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เนโครมอฟระดับFเป็นเพียงแค่ลูกกระจ๊อกของเนโครมอฟเท่านั้น พวกเขาจึงสามารถทำการโจมตีมันได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าเกิดไปเจอระดับEหรือสูงกว่าเข้าละก็ ผลลัพธ์คงจะแตกต่างไปจากนี้อย่างแน่นอน เพราะระดับที่สูงกว่านั่นสามารถฟื้นคืนสภาพร่างกายของตนเองได้อย่างอิสระ ต่อให้จะถูกทำลายทั้งร่างกายหรือถูกตัดระยางหนวดเหมือนอย่างก่อนหน้านี้ พวกมันก็จะไม่เป็นอะไรแถมยังงอกใหม่ได้ในทันที ตราบใดที่ยังมีแกนกลางอยู่น่ะนะ แล้วไอ้แกนกลางนั่นก็ใช่ว่าจะมองเห็นหรือสัมผัสได้ มันจะเคลื่อนย้ายไปมาทั่วทั้งร่างกายอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้การทำลายมันก็เป็นเรื่องที่ยากมาก ถ้าไม่ใช่ริปเปอร์ที่มีพลังโจมตีทำลายล้างเป็นวงกว้างหรือมีพลังในตรวจจับตำแหน่งระดับสูงก็คงจะหมดสิทธิ์สังหารมันไปเลย
"ว่าแต่ทำไมกลางทะเลทรายเช่นนี้ถึงได้มีเนโครมอฟปรากฏตัวขึ้นละ..?"
ขณะนั่นไอรอนก็ได้เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย ใบหน้ามึนงงตามประสาของคนที่ไม่รู้
ไครเซอร์เลือบมองไปยังเศษซากนั้น ดวงตาแสดงความซับซ้อนขึ้นอยู่นิดๆ
"ไม่แปลกหรอก ไม่ใช่แค่ที่ทะเลทรายแห่งนี้ พวกมันปรากฏตัวสุ่มไปทั่วทุกหนแห่งของจักรวาล แม้แต่ในเมืองแอลเมื่อหลายปีก่อนก็ยังโผล่มาใจกลางเมืองเลยแถมยังเป็นถึงเนโครมอฟระดับBอีก ในครานั่นผู้คนล้มตายไปหลายหมื่นคน ยานรบหลายร้อยลำพังทลาย ผู้คุมการ์เดี้ยนอีกนับไม่ถ้วนเลยละ สมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกถึงกับต้องส่งริปเปอร์ระดับสูงหลายสิบคนออกมายับยั้งมันเลยเชียวนะ"
ไอรอนที่ได้ยินเช่นนั่นก็ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ในใจสั่นไหวขึ้นอย่างหวาดกลัว เนโครระดับBหรอ มันคือภัยพับิติที่สามารถทำลายเมืองขนาดใหญ่ได้เลยนะ ถ้ามันมาปรากฏตัวขึ้นที่เมืองไร้กฏหมาย พวกมันทั้งหมดก็คงจะถูกกวาดล้างจนสิ้นอย่างแน่นอน
"นี่คือความคิดของผมนะ ผมว่าพวกมันสามารถเคลื่อนย้ายร่างกายผ่านห้วงมิติได้อย่างอิสระยังไงยังงั้น เหมือนอย่างเช่นพวกเราที่เดินทางผ่านเทคโนโลยีระดับสูงสุดอย่างประตูมิติวาปนั่นแหละ"
ชายหนุ่มพูดจบก็เงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่ห่างไกล จักรวาลแห่งนี้ยังมีอะไรอีกมากที่พวกเขายังไม่รู้ อย่างเช่นก็เนโครคอฟนั่นมาจากที่ไหน มันถือกำเนิดขึ้นมาได้ยังไง มันคือสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ นักวิจัยชั้นนำของจักรวาลก็ยังใช้เวลาในการหาคำตอบของพวกมันตลอดหลายพันปีมานี้ แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่พวกเขาก็ยังไม่ทราบถึงความจริงข้อนั้น มันคือหนึ่งในปริศนาของจักรวาลที่ผู้คนยังไม่ค้นพบมันก็ว่าได้