สายฟ้าลุกขึ้นนั่งชิดราวระเบียงนั่งกวาดตามองต้นอ้อยที่ถูกปลูกกว้างไกล โดนลมโหมไฟให้ไปเร็วขึ้นอีกลมหนาวกรูเกรียวเข้ามา พันดาวรีบใส่ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบ
‘เมื่อกี้เท้ายังร้อนอยู่เลยแปลกจริง’ หญิงสาวสาละวนกับเท้าตนเองที่เริ่มเย็นจนไม่ได้สังเกตอาการของผู้ชายข้างๆ
“ดูนั่น ลมยิ่งพัดไฟก็ยิ่งแรง ตรงนั้นเป็ช่องลมพอดี” สายฟ้าชี้ชวนให้เธอดูเหตุการณ์ตรงหน้า
“ช่องเขานั่นเหรอ?”
“ใช่”
“กว่าจะดับได้คงอีกนานสิคะ”
“อีกหลายชั่วโมงเลยล่ะ หรือไม่คงจะเช้าพอดี ไหม้ซะกว้างขนาดนี้”ชายหนุ่มถอนหายใจ “แต่เราก็วิ่งมาไกลเหมือนกันนะ”
“นั่นสิคะโรงไม้อยู่ตรงโน้นแน่ะ”พันดาวรู้สึกทึ่งที่ชายหนุ่มแบกเธอขึ้นหลังแล้ววิ่งฝ่าไร่อ้อยที่กว้างใหญ่มาถึงป่าตีนเขาได้
“พี่ฟ้าไม่ปวดขาเหรอคะ?”
พอเธอทักสายฟ้าจึงเริ่มรู้สึกปวดที่เท้าและที่น่อง “ดาวพูดปั๊บ พี่ปวดปุ๊บเลย”
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ”สองเสียงหัวเราะประสานกันดังลั่น การหนีตายทำให้สมองหยุดทำงานเื่ความเหนื่อยความปวดเมื่อยไปเสียสิ้น
“ปวดแล้ว ปวดเท้าและปวดน่องด้วย” เขาเริ่มถอดรองเท้าผ้าใบ และถุงเท้าออกสำรวจร่างกาย
ไอร้อนจากมวลเพลิงโดนลมพัดมาบางวูบ ดีที่ลมเย็นๆ ก็พัดมาแทรกอยู่บ่อยๆสายฟ้านึกอยากจะหาเื่คุยกับหญิงสาวตรงหน้า
“จำตอนเด็กๆ ได้ไหม? พี่จำได้ว่าเธอไว้ผมหน้าม้าเต่อ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พี่กับพฤกษ์กางเต็นท์นอนหน้าบ้านกัน เธอกับธาราแอบบุกเอาผ้าห่มมายึดเต็นท์เราตอนเช้าหน้าตาเฉย”
พันดาวหันไปมองหน้าผู้รำลึกความหลัง “จำได้แค่ว่า ตอนนั้นเต็นท์สีน้ำเงินหน้าบ้านธาราน่าเล่นบ้านน้อยมากแต่ไม่ยักจะจำได้ว่า พี่กับพี่พฤกษ์เป็คนกางไว้”
“นี่เธอจำอะไรเกี่ยวกับพี่ได้บ้าง?”
“จำได้แค่พี่กับพี่พฤกษ์ชอบขี่จักรยานไปเล่นด้วยกันส่วนธาราก็เอาแต่ร้องไห้อยากไปด้วย”
เมื่อได้รื้อฟื้นความทรงจำร่วมกันทั้งคู่ก็เริ่มประติดประต่อเื่ราวที่มองเห็นคนละมุมได้ชัดเจนขึ้น
“เธอแกล้งพี่หลายครั้งนะ”
“ดาวก็คิดแบบเด็กๆนี่นา พี่ฟ้าจะเก็บมาแค้นทำไมเล่า?”
“ยังมี เธอเคยเอารองเท้าผ้าใบพี่กับพฤกษ์ไปซ่อนในพงหญ้าแก้แค้นให้ธารา”
เธอตาโตขึ้นอีก ‘ยังจะรื้อฟื้นอีก’
“จำไม่ได้ค่ะ” จำต้องปฏิเสธไว้ก่อนเพราะคดีรู้สึกจะเพิ่มขึ้น
“แล้วก็ขว้างกุญแจรถของพี่ทิ้งลงน้ำ”
แม่สาวหน้ากลมรีบโบกมือ“พะ พอแล้วค่ะ เยอะเกินไปแล้ว” แม้จะพอนึกออกแต่ใครล่ะจะชอบให้โดนแฉความผิดมากมายขนาดนี้
“พี่จดบัญชีเธอไว้แล้วล่ะทีแรกก็จำไม่ได้ แต่พอพฤกษ์เล่าให้ฟัง ถึงได้นึกออกอีกหลายเื่ หึๆ” ยิ้มร้ายๆผุดขึ้นที่มุมปาก
แสงจันทร์นวลนุ่มที่สาดส่องใบหน้าด้านหน้าของเขาส่งผลให้ใบหน้าขาวซีด คมคายราวกับแวมไพร์ ดูคล้ายหลุดออกมาจากภาพยนตร์ทำเอาใจของเธอเต้นโครมคราม ‘อย่านะ ใจเย็นๆ วู่ๆ ใจเย็นๆ’
“หักล้างกับข้อตกลงของเราเถอะค่ะ จะได้หายกัน” น้ำเสียงเธออ่อนลงเจือแววออดอ้อน
สายฟ้าเห็นใบหน้าค่อนข้างกลมแก้มย้วยทำสายตาอ้อนวอนใจก็อ่อนยวบลง แม้เธอจะไม่ใช่คนสวยสะดุดตาแต่ในยามทำท่าแบบนี้กลับน่ารักราวกับน้องสาวตัวเล็กกำลังอ้อนพี่ชายตัวโต
“เพิ่มไปเป็ 15ครั้ง”
“ใช้ไปแล้วสามครั้งค่ะ”
“ไม่ เริ่มต้นใหม่อย่ามั่วนะ” เขาเริ่มหรี่ตา
พันดาวเห็นกริยานี้ของเขาสองสามครั้งและเธอเริ่มวิเคราะห์ว่า มันเป็สัญญาณอันตราย เห็นแก่ที่เขาช่วยเธออย่างไม่คิดชีวิต บุญคุณนี้ก็สมควรจะทดแทนอยู่แล้วแม้ทีแรกเธออยากจะแก้เผ็ดเขาให้สาสมที่กล้ามาวุ่นวายกลับเธอ ‘จริงสิ! เ้าแบงก์จะมาแล้ว’เธอนึกถึงคู่หูที่บอกว่าจะมาในสองวันนี้
“ก็ได้ค่ะไม่มีเพิ่มแล้วนะคะ หาก้าบริการต่อไป ต้องจ่ายเงินค่ะ”สาวน้อยเริ่มนึกวิธีปรามเขาขึ้นได้ ‘ไม่มีใครชอบเื่เสียเงิน’
“ไม่แน่นะพี่อาจจะเป็สายเปย์ก็ได้”
“หา!”
“ค้างแล้ว”เขายื่นมือมาดันคางของเธอให้งับขึ้น
ปลายนิ้วนั้นอุ่นร้อนเธอดึงข้อมือเขาออก สายตาประเมินผู้ชายตรงหน้า ‘เอาจริงรึนี่!หรือว่า พี่แกจะเป็พวกเ้าชู้เงียบ’
“เอาไว้ค่อยมาประมูลแล้วกันค่ะ” พันดาวไม่ได้รู้สึกไว้ใจใครง่ายๆยิ่งเพศตรงข้ามที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ต้องระวังตัวไว้ก่อน
“เหนื่อยไหม? นอนได้เลยนะ บนนี้ปลอดภัยแน่”
“ค่ะ”
พันดาวล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน ลมหายใจของเธอค่อยๆ แ่ลง เขาหันมองเธอเล็กน้อยก่อนหันไปดูทะเลเพลิงที่ค่อยๆ มอดลง
ตกดึกยิ่งลมแรงต้นไม้สูงรายรอบทำให้อากาศยิ่งเย็นลงอีก พันดาวกอดอกแน่น มือแตะโดนผ้าบางๆพาดที่แขน ค่อยๆ ดึงมาปิดอก แต่รู้สึกอุ่นไม่พอ
แค่ก! แค่ก! หญิงสาวไอแห้งๆออกมา
สายฟ้าดึงผ้าขาวม้าขึ้นปิดคอให้เธอท่าทางกอดอกแน่น เขาอดไม่ได้ที่จะเอามือลูบแขนเธอผ่านผ้าขาวม้าเบาๆลมพัดชายผ้าทำให้แขนเธอพ้นออกมา มือของเขาจึงลูบโดนเนื้อใกล้ข้อศอกขนแขนเธอลุกเกรียว เขาเปิดดูมือสองข้าง เห็นเธอจิกต้นแขนตัวเองแน่น
เขาเอาผ้าขาวม้าคลี่ยืดให้มากที่สุดแล้วห่อส่วนคอและตัวของเธอไว้ โชคดีที่มีคนทิ้งผ้าผืนนี้เอาไว้
‘ขอโทษนะดาวถ้าให้เธอนอนหนาวขนาดนี้ คงได้ส่งเข้าโรงพยาบาลแน่’ เขาทรุดตัวลงช้อนเธอเข้าไปชิดผนังด้านที่ทึบสุดแล้วล้มตัวลงกอดเธอไว้ อากาศหนาวเย็น สายลมพัดใบไม้โกรกกราก เขาหวังเพียงว่าทั้งสองคนจะผ่านคืนนี้ไปแบบร่างกายยังแข็งแรงดี
“ฮือๆ ฮือๆ” เสียงครางเบาๆ เมื่อลมพัดมาระลอกใหญ่ความหนาวแทรกสอดเข้ามาตามรอยแผ่นไม้ที่ตอกตะปูไว้
ไม้กระดานที่ตอกตะปูไว้อย่างง่าย มีช่องว่างประมาณสองนิ้วนั่นก็กว้างพอที่จะทำให้ลมพัดกรูเข้ามา เขาสองคนสวมเพียงเสื้อยืดบางๆ สายฟ้าใช้มือลูบใบหน้าที่เย็นเยียบของเธอเพื่อให้อุ่นขึ้น
“อดทนนะ เดี๋ยวก็เช้าแล้ว”ชายหนุ่มกระซิบปลอบแ่เบา เขาเลื่อนสลับมาลูบแขนเธอเพื่อให้ความอบอุ่น
แสงฟ้าเรื่อเรือง อากาศยังเย็นสบาย แต่ไม่มีลมกรรโชกแล้ว เธอวิ่งๆหนีไฟจนไม่มีแรงอยู่แล้ว ครั้นวิ่งเข้าไปในป่าอีกด้านต้นไม้ขนาดเท่าขายังล้มทับตัวเธอไว้อีก กำลังจะยกออกต้นไม้อีกต้นที่ใหญ่กว่าเดิมก็ล้มตามมา คราวนี้ต้องไม้สองต้นทับเธอไว้แน่นผลักยังไงก็ไม่ออก
สักครู่ต่อมาพันดาวรู้สึกคันแขนข้างซ้ายเปลือกตาสองข้างยังคงหนัก เธอยกมือขวาขึ้นลูบเบาๆ ‘มดบ้า กวนเวลานอนชะมัด’เธอบี้มดตัวนั้นเบาๆ ‘โอ๊ย! ยังมีอีก’ เธอโดนอีกตัวกัดให้แล้ว คราวนี้จำเป็จะต้องลืมตาขึ้นมาดูเผื่อมีอีกหลายตัวรอรุมอยู่
‘เฮ้ย! ใคร?’ แขนยาวๆและขาใหญ่ในกางเกงแบบเดินป่าสีน้ำตาลที่พาดอยู่บนตัวเธอ ทำให้ต้องลำดับความทรงจำ
แย่แล้ว! พันดาวค่อยๆ ยกแขนเขาออกช้าๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่รู้สึกตัว ก็ค่อยๆ ยกขาอีกข้างนั้นออก ต้นไม้สองต้นนี้เอง
“อ้าว! อยู่ที่นี่กันเอง”
ลำแสงที่กราดทั่วร่างของพวกเขา ทำให้เธอชะงักในท่ายกขาเขาขึ้น ‘ตายแล้ว! ทำไมต้องมาเห็นตอนนี้พอดี’
“ผมเองน้าที”
เ้าของไฟฉายเห็นท่าทางของทั้งคู่ก็รู้สึกขัดเขิน ไม่รู้ว่า ตัวเขาขึ้นมาผิดเวลาไปหรือเปล่าแต่ด้วยความร้อนใจและเป็ห่วงของทุกคนน้าทีนำคนงานค้นหาสายฟ้าและพันดาวหลังจากไฟในไร่อ้อยดับมากกว่าสองชั่วโมงจวบจนฟ้าจะสาง จึงบุกเข้ามาถึงป่าตีนเขา
“โล่งอกไปที คุณพฤกษ์กับคุณหมอ เป็ห่วงพวกคุณมากพวกผมก็ไม่กล้าหยุดหา” น้าทีถอนหายใจเบาๆภารกิจในคืนนี้สำเร็จลุล่วง เมื่อพบคนที่หายไป
“พี่ฟ้าคงจะเหนื่อยมากค่ะ”
“ก็ใช่สิครับ พวกคุณวิ่งหนีมาไกลขนาดนี้ได้ยังไง?”น้าทีนึกถึงระยะที่พวกเขาวิ่งฝ่าไร่อ้อยขนาดใหญ่จากโรงไม้มาถึงที่นี่
“ก็ไฟมันไล่มาน่ะค่ะ”
พันดาวผุดนั่ง แล้วเขย่าคนข้างๆ เบาๆ “พี่ฟ้ามีคนมาช่วยเราแล้ว”
สายฟ้างัวเงีย หยีตาสู้แสงไฟ หยัดกายขึ้นนั่ง
“อ้อ”เขายังตกอยู่ในภาวะงุนงง เพราะเพิ่งหลับไปตอนฟ้าใกล้สาง ร่างกายที่เหนื่อยอ่อนยังคง้าหลับต่ออีกสักระยะ
“ลงไปกันเถอะค่ะ”
“คุณดาว นั่นถังอะไร?”
พันดาวหันไปมองถังพลาสติกใบเขื่องมุมห้อง “อ๋อ!ถังดับเพลิงไงคะ ดาวถือติดมือมาจากโรงไม้ค่ะ ฮ่าๆ”
“ฮ่าๆ” ฝ่ายมาช่วยอดหัวเราะไม่ได้“เอากลับด้วยนะครับ”
“ไม่เอากลับได้ไงคะ ผู้ช่วยชีวิตเชียวนะถ้าไม่มีมันก็อดน้ำตายกันพอ วิ่งมาแทบรากเืแน่ะ”
“ค่อยๆ ไต่ลงมานะครับ ว่าแต่ไม่มีใคราเ็ใช่ไหม?”
“ดาวข้อเท้าพลิกนิดหน่อยค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมให้คนงานเอาเปลมาด้วย”
สายฟ้ายังคงนั่งนิ่ง ปรับสายตา และบิดตัวไปมาเช็กร่างกายเขาเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเพลียมากเหลือเกิน
“ดาวลงไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่หิ้วถังลงไปให้”
**********************
