ตอนที่ 7 ทำโทษ (1)
เห็นแบบนั้นหลินเฉินก็รู้สึกดีเ้าเด็กคนนี้คงกลัวว่าเขาจะกลับไปแล้วสินะ
เขาวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะก่อนกลับไปนั่งยังตำแหน่งเดิมเมื่อครู่ พลางกลอกดวงตาอันเฉียบคมมอง แล้วเอ่ยกับฉือม่อที่ยังยืนอึ้งอยู่กับที่ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“ยังไม่รีบมาอีก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉือม่อก็รีบใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าจากนั้นก็เผยรอยยิ้มชื่นบานออกมา “ขอรับ”
พอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าฉือม่อแล้ว หลินเฉินถึงค่อยโล่งใจ
เขาทอดมองอาหารหลายอย่างบนโต๊ะด้วยสายตาสับสนยื่นมือไปผลักอาหารพวกนั้นออกไปด้านข้าง แล้ววางจานอาหารที่ตัวเองทำไว้ตรงกลาง
แม้อาหารฝีมือเขาจะไม่นับว่าอร่อยเลิศเลอแต่เมื่อเทียบกับอาหารฝีมือของฉือม่อแล้ว ก็ถือว่ารสเลิศเชียวละ
เขาเพิ่งคีบผักเข้าปากไปได้คำเดียวก็แทบพ่นพรวดออกมาแม้สีสันของมันจะดูดีขึ้นมากแล้วก็ตาม แต่เหตุใดรสชาติถึงได้เหมือนเดิมแบบนี้เนี่ย!
หลังคิดอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะลงมือจัดการด้วยตัวเองสักหน่อย
ท่านตัวเอกขอรับ จงขอบคุณกระผมเถิด เห็นแก่อาหารมื้อนี้ วันหลังช่วยอ่อนโยนกับอาจารย์ตัวเองหน่อยนะ
เดิมทีฉือม่อตั้งใจว่าจะยื่นตะเกียบไปทางด้านนั้นแต่เพราะใกับสายตาอันเย็นเยียบของหลินเฉิน เลยเปลี่ยนทิศทางไปอีกด้าน
เ้าเด็กคนนี้ไม่ยอมกินอาหารฝีมือเขา! รังเกียจว่าเขาทำไม่อร่อยหรือไรกัน ‘ข้าทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว อยากกินหรือไม่ก็ตามใจ!’
หลินเฉินคิดอย่างขุ่นเคือง
ฉือม่อคีบอาหารเข้าปากไปหนึ่งคำก็รู้สึกมีความสุขและชื่นมื่นมาก
โอ้โฮ! อาหารฝีมืออาจารย์รสชาติสุดยอดไปเลย ดูท่าเขาต้องฮึดสู้บ้างแล้ว
ไม่นานทั้งสองก็กินอาหารจนหมดที่จริงหลินเฉินกินไปเพียงไม่กี่คำ เป็ฉือม่อต่างหากที่กินข้าวไปชามใหญ่
เด็กน้อยคงจะหิวสินะ...หลินเฉินมองฉือม่อด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูแต่ในสายตาของฉือม่อกลับพบว่า อาจารย์กำลังจ้องเขาด้วยใบหน้าเ็าอยู่
หรือจะเป็เพราะเขากินมากเกิน จนทำให้อาจารย์ไม่พอใจกันนะ
ฉือม่อใรีบวางชามลง มือน้อยๆ จับแขนเสื้อทั้งสองข้างไว้แน่น
หลินเฉินกลับไม่สังเกตเห็นถึงท่าทางเล็กๆ นั่นของฉือม่อคิดว่าอีกฝ่ายกินอิ่มแล้ว จึงลุกขึ้นยืนและพูดกับเขาคำหนึ่ง ก่อนจะจากไป
เพราะตอนนี้เขามีเื่ที่สำคัญยิ่งกว่า
พอกลับมาถึงที่พักตัวเองแล้ว หลินเฉินก็ะโขึ้นในใจ ‘เ้าระบบ บ๊บบ๊บ บบน้อย!’
[ติ๊ดๆ! มีเื่อะไรหรือขอรับนายท่าน]
หลินเฉิน ‘ที่นายพูดเมื่อกี้เป็ความจริงเหรอ’
[แน่นอนสิขอรับ กระผมไม่กล้าโป้ปดหรอก]
หลินเฉินยิ้มและพูด “งั้นปล่อยผ่านไปได้หรือเปล่า”
[ไม่ได้ขอรับ ไม่ได้! ใครบอกให้นายท่านทำผิดกฎกัน]
เมื่อได้ยินระบบปฏิเสธอย่างเด็ดขาดแบบนี้หลินเฉินก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง
ถ้ารู้แต่แรก เขาก็ไม่ยอมใจอ่อนแล้วเฮ้อ...อีกเดี๋ยวเขาต้องโชคร้ายแน่ๆ
จากนิสัยเฉพาะตัวของร่างเดิมแล้วจะไปมีทางทำอาหารให้ฉือม่อกินได้อย่างไร พอเขาไปทำแบบนั้นเข้า ระบบก็ย่อมทำโทษเขาเป็ธรรมดาอยู่แล้ว
เดิมทีเขาก็ไม่อยากเสี่ยงอันตรายเช่นนี้แต่พอเขาเห็นว่ามีครั้งหนึ่งที่ฉือม่อพยายามเอื้อมมือไปหยิบผลไม้ป่าจากบนต้นไม้เขาก็นึกเป็ห่วงขึ้นมา ตลอดหลายวันมานี้เ้าเด็กนี่กินแต่ของพวกนี้ประทังชีวิตทุกวันเลยหรือ
ทีแรกเขาก็ไม่นึกอยากจะเสี่ยงอันตรายหรอก แต่พอคิดว่าฉือม่อกินของแบบนี้อยู่ตลอดหัวใจพลันสั่นไหวขึ้นมาในอย่างอดไม่ได้
เขาบำเพ็ญเพียรถึงระดับจินตาน[1]แยกจากกายเนื้อธรรมดานี่ไปเนิ่นนานแล้ว จึงไม่จำเป็ต้องกินอาหารเป็ธรรมดาแต่ฉือม่อนั้นไม่เหมือนกัน อีกฝ่ายยังต้องกินข้าว เพื่อรับสารอาหารไปเสริมสร้างพลังงานในร่างกายอยู่
ในเวลานั้นเอง อยู่ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งในนิยายเื่‘วิถีมาร’ที่เขียนเล่าถึงฉือม่อในสมัยเด็กขึ้นมาได้
หลังจากหลินเฉินพาตัวฉือม่อกลับมาแล้วก็ให้ความสนใจฉือม่อเป็อย่างยิ่ง ทว่าหลินเฉินกลับเอาแต่ใส่ใจดูแลเขาแค่เื่ฝึกวิชาเท่านั้นส่วนที่ว่าจะมีข้าวกินหรือไม่ หลินเฉินไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ตัวฉือม่อเองก็ไม่สนใจกับเื่นี้ แค่อาจารย์พาเขากลับมาก็ถือเป็บุญคุณอันใหญ่หลวงแล้วจะไปมีหน้าขอให้อาจารย์ทำนั่นทำนี่ให้ได้อย่างไร
เพราะเหตุนี้ฉือม่อในนิยายถึงได้ฝึกวิชาทั้งที่ท้องหิวโซอยู่ตลอดเวลาเลยเก็บผลไม้ป่ามากินประทังความหิวเป็บางคราเหตุผลก็คงเพราะกินอาหารฝีมือตัวเองไม่ลงเหมือนกันกระมัง
ตอนนั้นเขาตัดสินใจทำอาหารให้ฉือม่อโดยไม่ทันคิดแม้ระบบจะแจ้งเตือนว่าไม่สามารถทำได้ แต่เขาก็ยังดึงดันที่จะทำต่อเพียงเพราะไม่อยากเห็นแววเศร้าโศกบนใบหน้านั้น
เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมคงเป็เพราะประสบการณ์ที่ฉือม่อต้องพบเจอในวัยเด็กนั้นคล้ายคลึงกับเขาละมั้ง
ก่อนหน้านี้ที่ตามอ่าน ‘วิถีมาร’ ไม่ใช่เพียงเพราะเนื้อเื่ที่สนุกอย่างเดียว ยังเป็เพราะเขาผ่านประสบการณ์และมีความรู้สึกคล้ายคลึงกับฉือม่อ
เพียงแต่ภายหลังฉือม่อกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนต่างเคารพยำเกรงขณะที่ตัวเขาในชีวิตจริงนั้นเป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
หลินเฉินนวดขมับ เื่ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วตอนนี้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ มานั่งคิดดีกว่าว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี
ในเมื่อเขายังติดค้างบทลงโทษจากระบบอยู่หนึ่งครั้ง...พอคิดถึงเื่นี้ทีไรคิ้วเรียวสวยของหลินเฉินก็ขมวดเข้าหากัน ทั้งยังปวดหัวตุบเขายังไม่รู้ว่าระบบจะลงโทษยังไง จึงทำได้เพียงเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อม
ทว่าเขายังไม่ทันเตรียมการอะไรวันรุ่งขึ้นตอนเขาตื่นนอนขึ้นมา ก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวผิดปกติทั้งยังแสบคันที่คอจนทรมาน เหมือนโดนกรงเล็บแมวข่วนมาแบบนั้น
หลินเฉินลุกพรวดขึ้นมาไอโขลกทีหนึ่งเขาถึงได้รู้ตัวเองเป็หวัดแล้ว
หรือนี่จะเป็การลงโทษจากระบบ...
แต่ผู้ยิ่งใหญ่ชื่อเสียงเลื่องลืออย่างหลินเฉินตัวจริงจะนอนติดเตียงเพราะเป็ไข้หวัดเชียวหรือหากข่าวนี้แพร่ออกไปละก็ เขาจะเอาหน้าไปซุกที่ไหนกัน
ไม่ได้...ไม่ได้ จะให้ใครรู้เื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด
ยังดีที่วันนี้เขานัดฉือม่อเอาไว้ดิบดีแล้วว่าจะพาอีกฝ่ายไปฝึกวิชาถ้าเ้าเด็กคนนั้นเห็นว่าเขาไม่มา ย่อมมาหาเขาที่นี่แน่นอน และถ้าเ้านั่นมาหาก็ต้องเห็นว่าเขามีอาการผิดปกติ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8
[1] ระดับพลังของการบำเพ็ญเพียรในขั้นที่สี่ เป็ขั้นพลังที่สามารถสร้างแกนลมปราณ หรือเมล็ดพลังทองคำ ผู้ที่บำเพ็ญเพียรมาถึงขั้นพลังนี้ จะสามารถรวบรวมพลังปราณมาใช้ได้