ณัฐวุฒิถูกไล่ออกจากห้องนั้น เขายิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงความผิดหวังที่แสดงออกมาของคุณน้ำเพชร การที่เขาลงเอยกับน้ำฟ้า อย่างน้อยก็ถือว่าสร้างความเจ็บใจให้กับแม่เลี้ยงของธนากับธเนศที่หวังจะทรัพย์สินของศราวุฒิกุล เห็นทีเื่ดีๆ แบบนี้เขาต้องเล่าให้บอสทั้งสองของเขาฟังโดยด่วน
น้ำฟ้าถูกอาสาวกำชับให้ปิดความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับณัฐวุฒิเป็ความลับ “ห้ามพูดเื่นี้ให้พ่อกับแม่แกรู้เด็ดขาด”
“ทำไมคะ?”
“แกอยากให้สองคนนั่นอกแตกตายหรือไง? ได้ยินว่าแม่ของแกคิดจะติดต่อลูกชายของเพื่อนเก่ามาให้ด้วย ถ้ารู้ว่าแกคบกับเด็กในบ้านคุณกร คงจะรับไม่ได้เหมือนฉันนี่ล่ะ”
“ความลับไม่มีในโลกนะคะ ฟ้าว่าคุณณัฐเขาก็ดีออก เขาเป็คนที่คุณอากรก็ชมว่าดี พี่นากับพี่เนศก็ไว้ใจ”
“แกบ้าไปแล้ว คว้าเอาธนาไม่ได้ ก็ดันมาเอาเด็กในบ้านเขาแทน เื่นี้ถ้าคนอื่นรู้เขาคงหัวเราะเยาะเราแย่”
“ทำไมคะ? ตอนนี้คุณณัฐก็เป็เลขาของพี่นา เขามีงานทำ มีรถ มีคอนโด อยู่กับเขา ฟ้าไม่จำเป็ต้องทำตัวให้สวย ดูดีตลอดเวลา สบายดีออก”
“น้ำฟ้า แกสมองกลับไปแล้วเหรอ? ทั้งอา ทั้งพ่อแม่ของแก พยายามหาผู้ชายดีๆ ที่คู่ควรมาให้ แกจะคว้าเอาผู้ชายคนนี้ไม่ได้”
น้ำฟ้าถอนหายใจ ที่ผ่านมาอาของเธอหาวิธีล้อมธนาเอาไว้ให้เธอ เธอเคยเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ตอนนี้มองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยเกินไป
...การพยายามเอาใจคนที่ไม่คิดจะสนใจเราช่างเหนื่อยเหลือเกิน...
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอาของเธอได้แล้ว หญิงสาวจึงได้คิดหาวิธีอื่น “อาเพชร ยังไงฟ้าก็เลิกกับคุณณัฐไม่ได้หรอกค่ะเพราะเขาต้องฆ่าฟ้าแน่ๆ อาเพชรคงไม่รู้ว่าที่จริงเขาเป็ลูกน้องมาเฟียมาก่อน”
“จริงเหรอยายฟ้า?”
“ค่ะ เื่ที่อาเพชรแอบได้ยินคุณอากรคุยโทรศัพท์น่ะ เื่มันเป็ยังงี้ค่ะ” น้ำฟ้าเล่าเื่ให้ณัฐวุฒิดูน่ากลัวเกินจริงไปหลายเท่า ทำให้คุณน้ำเพชรใจนหน้าซีด ไม่เพียงเื่ที่เขาควบคุมกลุ่มบอดี้การ์ดที่น่ากลัวแต่น้ำฟ้ายังเล่าเื่ที่เธอเคยถูกไล่ยิงรถพร้อมกับณัฐวุฒิ
“ฟ้า แกโชคร้ายนัก แบบนี้ถ้าเกิดแกคิดจะหนีจากมันก็อาจจะ...”
“ใช่ค่ะ ต่อหน้าเขา อาเพชรอย่าพูดเด็ดขาดนะคะว่ารู้ความจริงแล้ว ครอบครัวคุณอากรต้องอาศัยเขาดูแลความปลอดภัยค่ะ”
ตอนบ่ายณัฐวุฒิหายตัวออกไปทำธุระ น้ำเพชรกับน้ำฟ้าออกไปช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน พอตกค่ำชายหนุ่มก็กลับเข้ามานอนที่บ้านศราวุฒิกุลอีกครั้ง คุณน้ำเพชรไม่กล้าอยู่ขัดคอ เธอรีบชวนสามีขึ้นห้องนอนั้แ่หัวค่ำ
“คุณพูดท่าไหน? อาของคุณถึงไม่กล้าสบตาผม”
น้ำฟ้ายิ้มร้าย “ฉันก็แต่งเื่ให้คุณเป็พวกผู้ร้ายน่ากลัว แบบว่าถ้าฉันไม่ยอมอยู่กับคุณ คุณก็จะใช้กำลังฉุดกระชากลากถูและก็ใช้ปืนบังคับขู่เข็ญ”
“เกินไปแล้ว”
“เกินไปตรงไหน? ตอนอยู่คอนโดคุณเอาปืนสี่กระบอกนั่นออกมาให้ฉันดูเพราะว่าจะข่มขู่ฉันใช่ไหมล่ะ?”
เขาอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักโยกสะโพกของเธอให้เสียดสีกับร่างกายของเขา “ผมรู้ คุณไม่กลัวหรอก แต่ที่คุณอยู่กับผมเพราะว่าคุณติดใจปืนประจำตัวผมมากกว่า”
“ถ้ากระบอกนี้คุณเอาไปใช้กับคนอื่นล่ะก็ ฉันก็จะตัดมันซะ” เธอกอดคอเขาพร้อมยื่นหน้ามาใช้ปลายจมูกปัดกับจมูกเขาไปมา
“โหดร้าย!” เขาจูบเธอด้วยความรักใคร่ “พรุ่งนี้ผมต้องไปแล้ว คืนนี้คงต้องให้คุณได้รู้สักหน่อยว่าปืนของผมน่ากลัวขนาดไหน?”
“ต้องรีบหน่อยนะคะ คุณจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย”
ชายหนุ่มแหงนหน้าไปดูนาฬิกาที่ผนัง “เพิ่งหนึ่งทุ่ม เราก็เริ่มเลยก็แล้วกัน”
่ตีห้า ณัฐวุฒิได้รับโทรศัพท์จากบอดี้การ์ดในกลุ่ม เขาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่งพูดคุยอยู่ข้างเตียง “เดี๋ยวผมจะออกไปแล้ว เื่คนขับรถแทนเมฆเอาไว้พี่ไปถึงแล้วค่อยคุยกัน”
น้ำฟ้าผงกศีรษะขึ้น “ให้ฉันช่วยไหมคะ?”
ชายหนุ่มโน้มหน้าไปจูบศีรษะคนที่ยังเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่ม “ไม่กลัวเหรอ? งานนี้อันตรายนะ”
“แค่ขับรถก็พอไหวค่ะ”
“ตอนนี้หาคนมาเพิ่มคงไม่ทัน ถ้าคุณไม่กลัวก็โอเค”
“ฉันเคยอกสั่นขวัญแขวนมาแล้ว คราวนี้ต้องเตรียมตัวดีอย่างแน่นอน”
“ถ้างั้นก็ลุกขึ้นอาบน้ำเถอะ จะได้ออกไปพร้อมกัน”
น้ำฟ้าได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มไลน์สนทนาของเหล่าบอดี้การ์ดโดยใช้ชื่อบัญชีแฝง ณัฐวุฒิบอกกับทุกคนว่านี่คือคนขับรถที่เขาหามาแทนคนที่ไม่สบาย ทีมปฏิบัติแบ่งเป็สามทีม น้ำฟ้าเป็คนขับรถของทีมสอง
ธนาอ้างว่านัดหมายกับผู้จัดการและผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานซอส แต่พอไปถึงในนั้นกลับมียามดูแลโรงงานมากกว่าที่คิด เมื่อคนกลุ่มใหญ่เข้าไปในตัวโรงงานได้ไม่นาน ประตูก็ถูกปิด ผู้จัดการโรงงานซอสเดินนำท่านประธานธนาและอธิบายเื่เครื่องจักรเดิมในโรงงานอย่างละเอียดละออ
“มีคนอยู่รอบๆ เยอะมาก ประเมินแล้วราวยี่สิบคน” ณัฐวุฒิป้องปากพูดเข้าไปในหูฟังที่ต่อสายกับโทรศัพท์
คนในกลุ่มไลน์ทั้งหมดได้ยินคำพูดของเขาก็พากันใ น้ำฟ้าที่แอบฟังอยู่นึกเป็ห่วงขึ้นมาทันที ครั้งแรกพวกเขาประเมินว่าข้างในโรงงานน่าจะมีคนเพียงสิบคน แต่ตอนนี้มากกว่าที่คิดเท่าตัว ด้วยฝีมือบอดี้การ์ดสามคนย่อมจะอารักขาไม่ไหว
“เราต้องรีบไปช่วย” น้ำฟ้าขับรถรวดเร็วและน่าหวาดเสียว จนบอดี้การ์ดทั้งหมดในรถอ้าปากค้าง
หัวหน้าบอดี้การ์ดทีมสองร้องลั่น “เบาๆ ก็ได้ครับคุณฟ้า ใกล้จะถึง ขับแบบนี้เดี๋ยวเราหมอบข้างทางแทนจะได้ไปช่วย”
“ฉันร้อนใจนะ คุณณัฐจะสู้คนพวกนั้นไหวเหรอ?”
เอี้ยด....!
น้ำฟ้าเบรกรถจนทุกคนหัวทิ่ม คนในรถกรูกันตรงไปยังประตูทางเข้าอาคารโรงงาน ใช้ปืนยิงประตูให้เปิดออก แล้วบุกเข้าไปข้างใน
“พวกมันเริ่มยิงแล้ว!” เสียงณัฐวุฒิะโขึ้น “หลบเร็ว พวกมันใช้ปืนเก็บเสียง”
น้ำฟ้ามือสั่น เธอซ่อนตัวหมอบศีรษะเสียบหูฟังอยู่ในรถ ได้ยินเสียงรายงานสถานการณ์ภายในอยู่เป็ระยะๆ เธอมองไปเห็นรถต้องสงสัยโผล่มาแถวหน้าโรงงาน ทะเบียนรถไม่คุ้นตาก็รู้สึกสงสัย ครู่หนึ่งก็เห็นทักษพรภรรยาของธนาลงมาจากรถ
“พวกคุณมาได้ยังไงคะ?”
ทักษพรชะงัก “พวกเราสะกดรอยตามพี่นามาค่ะ แล้วคุณล่ะค่ะ?”
สายตาที่หวาดระแวงของทักษพรทำให้น้ำฟ้าต้องรีบอธิบาย “ฟ้ามาช่วยคุณณัฐค่ะ คนขับรถไม่สบายก็เลยต้องเป็คนพาบอดี้การ์ดทีมสองมา จริงสิ คุณผักกาดอยากรู้เหตุการณ์ข้างในไหมคะ?”
ทักษพรพยักหน้า “อยากรู้สิคะ สามีฉันอยู่ข้างในทั้งคน”
“ถ้างั้น ขึ้นไปหลบบนรถกันก่อนเถอะค่ะ” น้ำฟ้าชี้ไปยังรถของทักษพร
“รีบไปกันเถอะผัก อยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัย” เพื่อนสาวหล่อของทักษพรรีบนำไปขึ้นรถ
ในรถยนต์ของทักษพรมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งแฝงอยู่ ทักษพรจึงแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน น้ำฟ้ายิ้มทักทายแบงก์ที่เป็สาวหล่อและลิลี่แฟนสาวของแบงก์ด้วยความยินดี
“พวกเราไม่มีอาวุธ เอามาได้แค่ไม้เบสบอส ที่ช็อตไฟฟ้า หนังสติ๊กกับเชือก” ลิลี่รีบบอกน้ำฟ้า
“ฟ้าสวมเสื้อกันะุมาค่ะ คุณณัฐกลัวว่าจะเป็อันตราย และมีก็ไอ้นี่” หญิงสาวล้วงเอาที่ช็อตไฟฟ้าออกมาให้เธอดู
แบงก์พยักหน้า “ก็ยังดี ที่จริงแบงก์ยิงปืนเป็นะ แต่ไม่ได้ซื้อเอาไว้ แค่ไปฝึกยิงตามสนาม ที่จริงก็ไม่อยากใช้เพราะกลัวจะกลายเป็คดีรุนแรง แค่ตีต่อยก็พอแล้ว”
**********

