สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 79 ทายปริศนาอักษร

            “พวกเขาช่วยเจ้าไว้แม่ก็ควรจะหาโอกาสตอบแทนอยู่หรอก แต่คนเหล่านั้นดูเหมือนคนยากไร้เจ้าคบค้าสมาคมด้วยมีแต่จะมัวหมอง ยิ่งไปกว่านั้นภายภาคหน้าเจ้าต้องได้แต่งงานกับผู้ดีมีสกุลคนประเภทนี้ ควรอยู่ห่างๆ ไว้จะดีกว่า”

            “ผู้ดีมีสกุลอะไรกัน!ข้าจะแต่งงานกับคนที่ตนเองรักเท่านั้น” ดวงใจของนางมีคนผู้นั้นอยู่ เมื่อผูกจิตปฏิพัทธ์ไปแล้วก็ไม่อาจรับใครเข้ามาได้อีก

            ฐานะและความมั่งคั่งล้วนไม่สำคัญสำหรับนาง ขอเพียงแค่สองใจผูกสมัครรักใคร่ แม้ต้องกินรำข้าวประทังชีวิตนางก็ยินดี

            “พูดจาเหลวไหล แม่ยอมอดมื้อกินมื้อเลี้ยงดูเจ้ามาจนโต เพื่อให้เจ้ามอบกายให้เจ้าหนุ่มยากจนไปเปล่าๆ กระนั้นรึเจ้าไม่คิดถึงตนเองบ้างหรือไร แม้แต่แม่ เจ้าก็ไม่คิดจะนึกถึงเลยใช่หรือไม่”

            หม่ากุ้ยฮวาวนกลับมาพูดจาแบบเดิมอีกครั้นเห็นบุตรสาวกำลังจะหลั่งน้ำตา ก็รีบปลอบโยน “เอาล่ะๆ แม่ไม่พูดแล้วไม่พูดแล้ว กลับห้องไปให้แม่ดูแผลก่อน ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง”

            แม่ลูกพยุงกันกลับเข้าห้องส่วนหมิงเป่าจูกับอีกสองคนยังคงเตร็ดเตร่อยู่บนท้องถนน อุตส่าห์เดินมาตั้งนาน แต่ดีเหลือเกินแม้แต่ประตูบ้านก็ยังไม่ให้เข้า

            “หาโรงเตี๊ยมค้างคืนก่อนเถอะ”หลี่ไหวฺอวี้เอ่ยปาก ท้องฟ้ามืดค่ำลงมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางกลับบ้านก็ยังอีกไกลความปลอดภัยย่อมลดน้อยถอยลง

            “เงินที่พกมาใกล้จะหมดแล้ว...” หมิงเป่าจูมองหลี่ไหวฺอวี้ด้วยสีหน้าลำบากใจ

            เพื่อให้ทุกคนได้สนุกสนานอย่างเต็มที่ในวันนี้หมิงเป่าจูจึงตั้งใจพกเงินติดตัวออกมาสองร้อยเหวินพวกเขาทั้งสามใช้เงินซื้อหน้ากากผีไปเกือบครึ่ง ต่อมาก็เป็นประทีปดอกบัวอาหารว่างจุกจิกอีกเล็กน้อย

            นางเขย่าถุงเหอเปาเบาๆตอนนี้เหลือเหรียญทองแดงอยู่เพียงไม่กี่เหรียญ ไม่พอค่าโรงเตี๊ยมหนึ่งคืนแน่ๆ

            ท่าทางชวนให้สงสารเอ็นดูหมิงเป่าจูไม่ค่อยแสดงสีหน้าอ่อนแอเช่นนี้ต่อหน้าหลี่ไหวฺอวี้เท่าใดนักยิ่งมองหัวใจเขาก็ยิ่งสั่นไหว จู่ๆ ก็อยากจะดึงนางมากอด ลูบเรือนผมนุ่มของนาง

            หลี่ไหวฺอวี้มองดูอย่างอารมณ์ดีแอบยิ้มอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกมามากนัก

            หากสายตาของเขาฉายแววหยอกเย้าแม้เพียงนิดเด็กสาวคนนี้อาจโกรธจนตัวสั่น ลุกขึ้นมาเต้นผางหาเรื่องเขาอย่างแน่นอน

            “ไปกันเถอะ” หลี่ไหวฺอวี้ละสายตากลัวว่าหากมองต่อไปตนเองจะอดใจไม่ไหว

            “ไปที่ใด”หมิงเป่าจูเงยหน้าขึ้น มองด้วยความสงสัย

            “กลับบ้านอย่างไรเล่าจะไปไหนอีกล่ะ นอนข้างถนนรึ” หลี่ไหวฺอวี้กอดอกเดินอย่างเอ้อระเหย

            “พี่หญิง พวกเราจะกลับบ้านกันแบบนี้จริงๆหรือ”

            หมิงเป่าอวี้หดคอเส้นทางกลับบ้านทั้งสองข้างเป็นป่า ต้นไม้สูงใหญ่ จะมืดเพียงใดกัน

            เห็นได้ชัดว่าน้องชายรู้สึกหวาดกลัวแต่เพราะตนเองเป็นบุรุษ ไม่อยากแสดงความใจเสาะอ่อนแอออกมาให้เห็น เลยแสร้งทำเป็นสงบนิ่งมองพี่สาวด้วยรอยยิ้มหมิงเป่าจูซึ่งกลัวความมืดเหมือนกัน ก็จำต้องฝืนแข็งใจต่อหน้าน้องชาย

            “มีพี่ไหวฺอวี้อยู่ทั้งคนไม่เป็นไรหรอก” ไม่ไหว นางไม่ไหวจริงๆ ให้หลี่ไหวฺอวี้เป็นคนรับมือเถอะ

            หลี่ไหวฺอวี้ซึ่งเดินนำหน้าอยู่ได้ยินประโยคนี้ มุมปากก็ยิ่งโค้งสูงขึ้น

            ระหว่างทางที่เดินอยู่นั้นมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงอยู่รอบเวทีสูงด้านหน้า บนเวทีมีโคมไฟแขวนอยู่มากมายด้านหน้ามีติดป้ายประกาศอยู่หลายแผ่น ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเวทีมองดูผู้คนที่อยู่ด้านล่าง พลางจิบชาด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย

            หลี่ไหวฺอวี้ชำเลืองมองสองสามครั้งก่อนจะเดินตรงเข้าไป

            “ท่านจะไปไหน”

            จะกลับอยู่แล้วยังมิวายอยากรู้อยากเห็นอะไรอีก! หมิงเป่าจูจ้องมองด้วยความไม่พอใจ แต่ช่วยไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องตามไปอยู่ดีเพราะพวกเขายังต้องพึ่งพาการคุ้มครองจากจอมยุทธ์ผู้นี้

            “กติกาเป็นอย่างไร”หลี่ไหวฺอวี้เดินไปด้านล่างของเวที ฝั่งที่บุรุษผู้นั้นนั่งอยู่ แล้วถามเสียงดัง

            “ทายปริศนาชิงรางวัลยิ่งทายถูกมากเท่าไร ก็จะได้โคมไฟที่อยู่สูงขึ้นไปเท่านั้นแน่นอนว่าเจ้าต้องทายให้ถูกต้องก่อน!”

            บุรุษที่จิบชาอยู่ได้ยินเสียงคนถาม จึงก้มลงมอง เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง รูปร่างหน้าตาคมคายแต่เครื่องแต่งกายกลับธรรมดา ไม่เหมือนคนมีความรู้ จึงแนะนำกฎกติกาไปอย่างขอไปทีก่อนส่ายหน้า รู้สึกว่าไม่ได้เรื่อง

            โคมไฟบนเวทีแขวนไล่ระดับจากต่ำไปสูงไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวัสดุ ล้วนประณีตขึ้นตามลำดับ

            ตอนแรกเห็นชั้นแรกก็รู้สึกว่าไม่เลวนักแต่พอเห็นชั้นที่สอง ก็รู้สึกว่าชั้นแรกดูด้อยลงไปถนัดตา ยิ่งแหงนหน้ามองสูงขึ้นไปก็รู้สึกว่าโคมไฟชั้นแรกนั้น ไม่ควรเสียสายตามองเลยด้วยซ้ำ

            “เป็นอย่างไรบ้างไม่เลวใช่หรือไม่?” ชายคนนั้นเลิกคิ้วอย่างหยิ่งผยอง หลี่ไหวฺอวี้มิได้สนใจเขา

            “อยากได้อันไหน”หลี่ไหวฺอวี้หันมาถามหมิงเป่าจู นางรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไรจึงก้มลงมองเป่าอวี้

            “อันนั้น!”เป่าอวี้ก็มิใช่คนเขลา เข้าใจได้ในทันที ชี้นิ้วไปที่โคมไฟอันที่อยู่สูงสุดพร้อมกับยิ้มอย่างซุกซน

            “ชิไม่เชื่อพี่ชายคนนี้รึ รอดูก็แล้วกัน!” เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้ไม่เชื่อว่าเขาจะไขปริศนาได้จึงเลือกอันที่ยากที่สุด

            ไม่รู้ว่ากลัวเขาตอบไม่ได้ต้องอับอายขายหน้าหรือจงใจกลั่นแกล้งกันแน่ แต่ไม่เป็นไร เขาจะทำให้เด็กน้อยคนนี้ตะลึงพรึงเพริดไปเลย

            “ถ้าอยากได้ดวงนั้นต้องตอบถูกกี่ข้อ” หลี่ไหวฺอวี้ถามชายผู้จิบชา

            “พรืด!” บุรุษผู้นั้นมองตามนิ้วของหลี่ไหวฺอวี้น้ำชาที่ยังไม่ทันกลืนลงคอแทบจะพ่นออกมา พูดได้อย่างหน้าตาเฉยจริงๆ!

            เจ้าหนุ่มคนนี้ถึงกับกล้าชี้ไปที่โคมไฟหกเหลี่ยมด้านบนสุด!

            โคมไฟหกเหลี่ยมแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นในยาวกว่า ตรงกลางแขวนพู่ห้อยระย้าอย่างสวยงามทั้งด้านในและด้านนอก ล้วนมีตัวอักษรเขียนอยู่ น่าจะเป็นบทกวี หรือไม่ก็ถ้อยคำมงคล

            ชั้นนอกสั้นกว่ามีทั้งหมดหกด้าน แต่ละด้านวาดภาพที่แตกต่างกัน วิหค บุปผา กีฏ[1]มัจฉา ล้วนมีพร้อมสรรพ

            แต่ละมุมของโคมไฟหกเหลี่ยมมีเชือกไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ร้อยเรียงกันสะท้อนกับแสงเทียนจนกลายเป็นแสงสีรุ้งเจ็ดสี ส่องประกายกระทบกับโคมไฟดูงดงามยิ่งนัก

            “เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการดวงนั้น”

            บุรุษผู้นั้นถามอย่างเหลือเชื่อหลี่ไหวฺอวี้จ้องมองเขาอย่างแน่วแน่ เป็นนัยว่า ยังต้องสงสัยอีกหรือ

            “ต้องตอบถูกทั้งหมด!”

            เขากระแทกถ้วยชาลงอย่างแรงน้ำชาในถ้วยสั่นไหวไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะกระฉอกออกมาชายคนนั้นสะบัดมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะพูดเสียงดัง

            รอมาทั้งคืนแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดตอบถูกเกินสามข้อ เขาอยากรู้นัก เจ้าเด็กไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ไปเอาความกล้ามาจากที่ใด!

            “เริ่มเลยเถอะน้องชายข้าเหนื่อยแล้ว กำลังรอกลับบ้าน” หลี่ไหวฺอวี้เอ่ยอย่างรำคาญ

            ปัง!เสียงเคาะไม้ดังขึ้น หลี่ไหวฺอวี้มองตามไป เห็นมีคนเขียนไว้ว่า ก่อนทายปริศนาต้องจ่ายเงินสองเหรียญทองแดง หากตอบถูกทั้งหมด สามารถเลือกโคมไฟได้ตามใจชอบและจะได้รับเงินคืนอีกด้วย

            “สองเหวินยังมีอยู่หรือไม่”

            “มี”ถึงแม้จะเหลือไม่มาก แต่สองเหวินก็ยังพอมี

            “ฮึ่ม!นี่คือข้อแรก!” ท่าทางไม่แยแสของหลี่ไหวฺอวี้ ทำให้ชายคนนั้นขุ่นเคืองอย่างถึงที่สุดจึงลุกขึ้นยืน เดินไปที่ป้ายประกาศ ชี้ไปที่ประโยคหนึ่ง

            “เหอะ กระจอก‘พุ่มไม้’ ” หลี่ไหวฺอวี้เหลือบมองเพียงครั้งเดียวก็ตอบออกมา

            ข้อนี้ไม่ยากจริงๆหมิงเป่าจูเองก็เดาคำตอบได้ในทันที

            ชายคนนั้นแค่นเสียงเยาะในลำคอก่อนเดินไปที่ข้อที่สอง ข้อแรกมักจะเป็นคำถามทั่วไปที่ง่ายที่สุดและถูกวางไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าจ่ายเงินตอบคำถาม

            แต่หลังจากนี้ไปความยากจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถึงกระนั้น หลี่ไหวฺอวี้ยังคงตอบถูกติดต่อกันถึงห้าข้อ

            ตั้งแต่ข้อที่สามเป็นต้นมาสีหน้าของบุรุษนั้นก็เริ่มนิ่งขรึม ไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะมีความสามารถอยู่ไม่น้อยคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ!

            แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าไม่มีใครสามารถตอบถูกได้ทั้งหมดมิเช่นนั้นคงไม่ทุ่มทุนซื้อโคมไฟหกเหลี่ยมราคาแพงมาเป็นจุดขาย

            ปริศนาข้อที่หกคือ ‘แผงรั้วกั้นทหารสะท้อนเงาจันทร์เสี้ยวสองดวง’ ให้ทายว่าเป็นตัวอักษรอะไร

            หมิงเป่าจูตอบไม่ได้ตั้งแต่ข้อที่สองแล้วจึงล้มเลิกไป ส่วนเป่าอวี้ไม่เคยเรียนหนังสือ รู้จักตัวอักษรไม่มาก จึงได้แต่ชมความครึกครื้น

            ทุกคนต่างรอคอยคำตอบของหลี่ไหวฺอวี้หลายคนเชื่อว่าเขาต้องตอบได้อย่างแน่นอน


    เชิงอรรถ

    [1] กีฏอ่านว่า กี-ตะ หมายถึงแมลง 

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808