บทที่ 7
เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์
ณ ดินแดนแห่งปฐมกาล
ฉู่ซิวหยุดลงเมื่อมาถึงระยะที่ 3002 จั้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือด หายใจหอบกระชั้น อกขยับขึ้นลงอย่างไม่สม่ำเสมอ การแบกรับพละกำลังอันยิ่งใหญ่ของฟ้าดินมาจนถึงที่นี่ แต่เขาก็ยังรู้สึกหนักอึ้ง ราวกับิญญาจะถูกบดขยี้จนสิ้นสูญไปทุกขณะ
เขามองไปยังแสงสี่แสงทีมีขนาดใหญ่ ดูแล้วช่างเหมือนกับเสาแสงสี่ต้น เมื่อมองไปจึงเห็นว่าเสาด้านขวาสุดขาดหายไปอย่างชัดเจน คงเคยมีทั้งหมดห้าเสา และที่นี่ก็คือเสาแห่งเจตจำนงกระบี่ เป็ที่ชัดเจนว่าเจตจำนงแห่งกระบี่ด้านขวาสุดนั้นได้ถูกใครบางคนนำออกไปแล้ว
บัดนี้เหลือเพียงสี่เสา จากซ้ายไปขวาสีคือ ขาว เื ดำ ม่วง ขนาดของเสาแสงนั้นั์ใหญ่ราวกับจะสามารถทะลุทะลวง์และแผ่นดินได้โดยง่าย ดูแล้วน่าเกรงขาม อานุภาพอันไพศาลปราศจากคู่ปรับ ต่อหน้าพวกมันฉู่ซิวดูเล็กกว่าเม็ดธุลีในอากาศ ไร้ค่าราวกับหยดน้ำในมหาสมุทร!
เขามิได้รีบร้อนเลือกเสาแห่งเจตจำนงกระบี่ในทันที แต่ค่อยๆปิดเปลือกตานั่งสงบนิ่งใช้ความคิดหวนรำพึงถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ ความรู้แจ้งอันลึกซึ้งพลันผุดขึ้นในใจ เขาทวนถามใจตนเองอยู่มิรู้จบ หนทางของข้าคือสิ่งใด?
หนทางของข้าคือสิ่งใด?
หนทางของข้า...
ในห้วงคิด รำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆหลังจากที่เขาได้ข้ามภพจากแผ่นดินโลกมายังทวีปต้าเทียนฉงนี้ จากตอนแรกที่ถูกผู้อื่นรังแกอยู่เสมอผ่านไปหลายสิบปี เขาก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับความรู้สึกเวลาฆ่าคน… การต่อสู้แต่ละครั้ง การนองเืแต่ละครั้ง
การไล่ล่า การสังหาร การหลบหนี การไล่ฆ่า…
ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า...
ฆ่าจนไม่มีผู้ใดในแผ่นดินกล้าเอ่ยอ้างว่าตนเองเก่งกล้า
ฆ่าจนทุกคนยอมก้มหัวให้
‘หนทางของข้าคือการแสวงหาความเป็ะ หนทางของข้าคือหนทางที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ ใช้การฆ่าเพื่อหยุดการฆ่า… ’
เจตจำนงแห่งกระบี่ของข้าคือการเป็ผู้ที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ เจตจำนงกระบี่ของข้า เพียงความคิดหนึ่ง เพียงคมเดียวย่อมไม่มีผู้ใดในโลกที่ข้าฟันไม่ขาด
ยามนี้ จิตใจของฉู่ซิ่วกระจ่างชัดกว่าที่เคย!
ไร้ตัวตน ไร้ผู้อื่น ไร้สรรพสิ่ง
ตึ้ง!!
ณ ดินแดนแห่งปฐมกาล เสียงดังครวญครางของกระบี่ ดั่งเสียงแรกในยามที่จักรวาลไร้ซึ่งรูปทรง เสาแห่งเจตจำนงกระบี่สีเืสั่นไหว ส่วนหนึ่งของเสาแห่งแสงนั้นได้ดึงฉู่ซิวเข้าไป เสานั้นเต็มเปี่ยมด้วยจิตสังหาร เจตจำนงกระบี่สีเืนั้นเจาะเข้าสู่ทุกอณูของกระดูก ทุกหยาดเื ทุกรูขุมขนของเขา
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ฉู่ซิวค่อยๆลืมตา ในส่วนลึกที่สุดของดวงตาแวบผ่านเงาของกระบี่สีเื ขณะที่เสาแห่งเจตจำนงกระบี่หนึ่งต้นของดินแดนแห่งปฐมกาล กลับขาดหายซึ่ง เจตจำนงสีเืนั่น!
[ระบบแจ้ง: ขอแสดงความยินดี ท่านก้าวสู่ขั้นััเจตได้สำเร็จ]
[ในบรรดาเจตจำนงกระบี่ดั้งเดิมทั้งห้า ท่านได้รับเจตจำนงของกระบี่สังหาร์ ]
[ เจตจำนงกระบี่สังหาร์ ]
ประเภท: ััเจต
คุณภาพ: ???
ระดับปัจจุบัน: ???
คำอธิบาย: กระบี่เล่มนี้กำเนิดในความโกลาหล ถือกำเนิดเมื่อฟ้าดินแยกจากกัน มีเพียงผู้ที่ไปถึงจุดสิ้นสุดของดินแดนแห่งปฐมกาล เท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับจาก เจตจำนงกระบี่ พิสูจน์เส้นทางด้วยการฆ่า เติบโตในสนามรบ ด้วยการต่อสู้ของผู้ เจตจำนงกระบี่จึงจะยิ่งแกร่งกล้า
เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์ หากเป็ดังใจปรารถนา จักสังหารเหล่าปีศาจ สังหารมนุษย์ และสังหารเทพ์ด้วยเช่นกัน
ฉู่ซิวริมฝีปากคลี่ยิ้มเล็กน้อย ในใจปลื้มปิติยิ่งนัก
“เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์นี้ ถูกจริตกับข้ายิ่งนัก!” เขายังจดจำได้ว่าก่อนจะกลับมาเกิดใหม่ เจตจำนงแห่งกระบี่ที่ตนเคยเรียนรู้คือ เจตจำนงแห่งกระบี่หลิ่งเฟิงนั่นเป็เจตจำนงแห่งกระบี่คุณภาพ์ธาตุลม มีพละกำลังในขั้นกลางถึงสูง ซึ่งในเวลานั้นเขาก็พึงพอใจมากแล้ว
แต่เมื่อพิจารณาในตอนนี้… คนกับคนก็ต่างกัน สิ่งของกับสิ่งของก็ต่างกัน เมื่อเปรียบกับเจตจำนงกระบี่สังหาร์แล้ว เจตจำนงแห่งกระบี่หลิ่งเฟิงนั้นอ่อนแอจนน่าอนาถใจ
สัญลักษณ์รูปกระบี่สีเืปรากฏแสงวูบวาบที่ระหว่างคิ้วของเขา ก่อนจะค่อย ๆจางหายไป
“ลองใช้ระบบเพื่อพัฒนาเจตจำนงแห่งกระบี่ที…” ฉู่ซิวรีบหยิบสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ออกมาจากถุงเก็บของทั้งหมด
[ใช้ กระบี่ปีศาจจันทรา คุณภาพทั่วไป - ได้รับคะแนนระบบ 5 แต้ม]
[ใช้ เกราะเหล็กกล้า คุณภาพทั่วไป - ได้รับคะแนนระบบ 5 แต้ม]
[ใช้...]
จะแลกของในถุงเก็บของ ที่ในสายตาของเขาพวกมันล้วนแล้วแต่เป็ขยะ แลกเป็คะแนนได้รับคะแนนระบบ 521 แต้ม ของกองมหึมาที่เคยขอยืมมาจากอาจารย์ช่างกระจอกงอกง่อย แลกได้แค่ 1121 แต้ม
“เปิดแผงสถานะข้า”
[เ้าของระบบ]: ฉู่ซิว
[ขอบเขตพลัง]: กงล้อสมุทร ระดับสอง
[ลักษณะพิเศษ]: กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
[พร์]:617「 ระดับฟ้า 」
[ เจตจำนงแห่งกระบี่ ]: เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์
[เคล็กวิชาที่ฝึกฝน]: คุมภีร์เต๋าจิง —บทพื้นฐาน
[คะแนนสะสม]:2142
[ค่าโชคชะตา]:-18 "ดำ" หากนายท่านฆ่าใครสักคนด้วยโชคลาภ ท่านสามารถดูดซับโชคของพวกเขาไว้ใช้เองได้
หมายเหตุ:โชคชะตากำหนดโชคลาภ ผู้ที่มีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ แม้จะนอนอยู่เฉยๆ ก็จะประสบความสำเร็จเป็ผู้แข็งแกร่งได้
[การประเมินพลังการต่อสู้โดยรวม]:พลังการต่อสู้สูงกว่าระดับเดียวกันทั่วไป 25 เท่า
[โปรดเลือกสิ่งที่้าพัฒนา]
[ คุมภีร์เต๋าจิง ][ เจตจำนงแห่งกระบี่ ][ วิชาเพลงกระบี่ชิงเฟิง คุณภาพลึกลับ ]
[ วิชาเคลื่อนรูปไร้รอย คุณภาพลึกลับ ]
“เจตจำนงแห่งกระบี่”
[ตรวจพบว่านายท่านได้เข้าถึงเจตจำนงกระบี่สังหาร์ ระดับไม่อาจระบุได้ (ระดับสูงเกินไป) การจะก้าวข้ามขอบเขตยากยิ่งนัก จำเป็ต้องเพิ่มความเร็วเป็สิบปีหนึ่งรอบ คาดว่าใช้คะแนนสะสมนึ่งล้านแต้มในแต่ละสิบปี]
[คะแนนระบบที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการก้าวข้ามขอบเขต โปรดหาคะแนนสะสมเพิ่มก่อน แล้วจึงดำเนินการก้าวข้ามขอบเขตของเจตจำนงแห่งกระบี่ต่อไป]
“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าคงไม่ง่าย!” คะแนนสะสมหนึ่งล้านแต้มนี้ สร้างความรู้สึกไม่ค่อยดีให้ฉู่ซิว
“ยังไงก็ต้องก้าวข้ามขอบเขตให้ได้!” ฉู่ซิวกัดฟัน พลางคิดในใจว่าสมควรแลกกับราคานี้เพื่อทำให้การฝึกฝนผู้บำเพ็ญกระบี่เร็วขึ้น
หากว่าในยามที่ข้ามมิติมาที่ทวีปต้าเทียนฉง ระบบมีฟังก์ชันเร่งความเร็วในการฝึกเช่นนี้ เวลาหนึ่งร้อยปีนั้น ไม่ต้องกล่าวถึงขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์เพราะอาจจะยากไปหน่อย แต่ถ้าเป็ขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์ล่ะก็ ต้องได้อย่างแน่นอน
“ระบบ ช่วยข้าพัฒนา《คัมภีร์เต๋าจิง》”
[ตรวจพบว่านายท่านต์เป็กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ รากฐานถูกสร้างขึ้นถึงระดับสิบ เพื่อให้บรรลุความก้าวหน้าที่สำคัญ จำเป็ต้องเร่งความเร็วในรอบปี และคาดว่าจะใช้คะแนนระบบในการก้าวข้ามขอบเขต 500 แต้มทุกปี]
[ปีแรกเนื่องจากท่านเป็กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ จึงเริ่มเข้าสู่การด้าวข้ามขอบเขต ได้รับความเข้าใจบางประการ แต่ก็ล้มเหลว]
[ปีที่สอง ท่านได้พยายามอีกครั้ง และได้รับผลประโยชน์อย่างล้นหลาม ท่านประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามขอบเขต ท่านประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ขอบเขตกงล้อสมุทร ระดับสาม]
[ปีที่สาม ท่านยังอยู่ใน่บำเพ็ญ มีความเข้าใจบางประการ แต่ล้มเหลว]
[ปีที่สี่ ท่านยังอยู่ใน่บำเพ็ญ ท่านประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามขอบเขต ท่านประสบความสำเร็จในการก้าวสู่อบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่ อยู่ในขอบเขตกงล้อสมุทร ขั้นกลาง]
ความเข้าใจจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจ พลังปราณอันเข้มข้นเริ่มรวมตัวกัน แล้วก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของฉู่ซิว ไหลเวียนผ่านไปทั่วทั้งร่าง แล้วหลอมรวมเข้ากับกงล้อสมุทร....
กงล้อสมุทรสีทองเริ่มขยายตัว
สามสิบห้าเท่า สี่สิบเท่า สี่สิบห้าเท่า ของระดับปกติ....
[การก้าวข้ามขอบเขตครั้งนี้สิ้นสุดลง เ้าบ้านก้าวข้ามขอบเขตกงล้อสมุทร ขึ้นสู่ระดับสี่ เวลารวมที่ใช้สี่ปี ใช้คะแนนสะสมไป 2000 แต้ม]
[คะแนนสะสมคงเหลือ : 142 แต้ม]
[การประเมินพลังต่อสู้โดยรวม] : พลังต่อสู้สูงกว่าระดับเดียวกัน 30 เท่า
ฮ่า~
ฉู่ซิวลืมตาขึ้น แววตาเป็ประกายวูบหนึ่ง
“ระบบ ทำไมการเร่งความเร็วถึงทำให้ก้าวข้ามขอบเขตล้มเหลวได้ล่ะ?”
[หึหึ ท่านบำเพ็ญแบบปิดมาหนึ่งปี ท่านรับรองได้หรือไม่ว่าจะก้าวข้ามขอบเขตย่อยได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์]
“ระบบ! ระวังคำพูดของเ้าหน่อย อย่ามาเหน็บแนมข้า!”
[เอาเถอะ! ╮(╯▽╰)╭]
ฉู่ซิวขมวดคิ้วคมพลางถามว่า "คะแนนสะสมจะยิ่งใช้มากขึ้น เมื่อการบำเพ็ญยิ่งสูงขึ้นงั้นหรือ?"
[แน่นอน เหมือนในเกมออนไลน์ พอเลเวลสูงประสบการณ์ที่ต้องใช้ ก็ต้องมากเป็ธรรมดา]
“ตามสัดส่วนการเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณบวกกับการก้าวข้ามขอบเขตสูงสุด เมื่อไปถึงขั้นสูงสุดแล้ว ไม่ต้องใช้คะแนนสะสมมหาศาลเลยรึ?”
“แถมการบำเพ็ญหนึ่งรอบยังไม่รับประกันว่าจะก้าวข้ามขอบเขตได้”
“ไยข้าจึงรู้สึกราวกับว่าสิ่งนี้คือหลุมดำที่มิอาจเติมเต็ม!”
“อนาคตข้างหน้าข้าต้องยากเย็นแสนเข็ญแน่ ๆ!”
[นายท่านสามารถแก้ไขได้สองหนทาง]
[หนึ่ง]:เสริมสร้างรากฐานการบำเพ็ญ เพิ่มพูนประสิทธิภาพในการบำเพ็ญ
[สอง]:ใช้สมบัติแห่ง์และโลกอันล้ำค่าเป็ตัวช่วยเหลือ [ยกตัวอย่างเช่น ผลก่อกำเนิด...]
“หนทางแรก กระทำได้โดยง่าย!” ฉู่ซิวหัวเราะ
“มีอาจารย์คอยดูแลอยู่ บวกกับวิธีการฝึกฝนแบบหยินหยางแปดทิศด้วยแล้ว การก้าวข้ามขอบเขตของข้า น่าจะไม่ใช่เื่ยาก”
“ส่วนหนทางที่สองก่อนที่จะเกิดใหม่ ข้าได้ซุกซ่อนสมบัติแห่ง์และโลก อันล้ำค่าเอาไว้”
“แต่ทว่าของเ่าั้ ล้วนถูกซ่อนอยู่ในดินแดนต้องห้ามอันตรายยิ่งนัก หากด้วยความสามารถอันต่ำต้อยเช่นข้าในบัดนี้ หากคิดจะไปนำกลับคืนมา ก็ไม่ต่างอันใดกับการแสวงหาความตาย...”