THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 35 สุสานผีดิบ (ท่อนที่1)


                                                                    ประกาศรายชื่อผู้เล่นที่ผ่านเข้ารอบ2   ห้อง C1                                                           

                                                                                    ooooooooooooooooooooo

                                                                1.   องค์ชายผ้าขาวม้า

                                                                2.    กางเกงลิงลอยฟ้า

                                                                3.   คุมจีวอน

                                                                4.   ช้างน้อยคอยรัก

                                                                5.   วับ ๆ แวม ๆ

                                                                6.   ลองเข้าคุก

                                                                7.   เอกอน

                                                                    8.    …..ฯ.....

                                                                16. อินเซ็ปชั่น

     

                    เอกอนอ่านรายชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบ  2 ผ่านทางประกาศของระบบ ที่จะมีบอกไว้ในกระดานสนทนาของเกมส์ ซึ่งจะมีการอัพเดทข่าวสารแทบจะทุกนาทีหากมีการเปลี่ยนแปลง  หรือมีประกาศที่สำคัญจากระบบ    โดยผู้เล่นสามารถเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมเว็บไซต์  แล้วคลิ๊กเข้าไปดูได้ตลอดว่ามีอะไรแจ้งจากระบบมาบ้าง

                    “อินเซ็ปชั่นงั้นเหรอ”    

                    เอกอนอ่านทวนชื่อสุดท้ายของรายชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบ2 อย่างใช้ความคิด  เขาถูกวาร์ปออกมานอกโดมการแข่งขันได้พักใหญ่แล้ว  และถ้าจำไม่ผิดคน ๆ นี้คงจะเป็นผู้เล่นอันดับที่4 รุ่นที่ 2 เมื่อ 7 ปีก่อนตามที่ดราก้อนฟิชเคยส่งข่าวมาให้แน่นอน  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ห้องเดียวกับเขา  แบบนี้คงจะเล่นด้วยยากแน่ ๆ

                    “ช่างเถอะ”   เขาบอกปัดกับตัวเอง  ถึงเครียดไปก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก  ยังไงซะเขาก็ผ่านเข้ารอบสองแล้ว  ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ห้องที่เขาอยู่  มีแต่พวกที่อยากลองลงแข่งขัน  มากกว่าพวกหัวกะทิที่หวังจะได้แรร์ไอเทม

                    “อ้าว!...เอกอนอยู่นี่เองเหรอ”       เสียงของวรรณภาดังขึ้นจากทางด้านซ้ายของเขา  และเมื่อหันไปมองก็พบว่าเธอกำลังยืนยิ้มให้อยู่

                    “ผ่านเข้ารอบเหมือนกันสินะ”   

                    “อืม!...แต่ว่ายากพอควรเลยล่ะ เจอแต่พวกวัยรุ่นขี้หลีทั้งนั้น แถมห้องฉันยังมีกองกอยที่ฝีมือเก่งกาจอีก ตอนแรกก็คิดว่าเป็นผู้เล่นอิสระที่เก็บงำฝีมือ  ที่ไหนได้ยัยนั่นเป็นถึงอันดับที่ 5 รุ่น 2 น่ะ”     พูดจบคิ้วของอดีตอันดับที่ 3ถึงกับขมวดเข้าหากันทันที

                    “ห้องผมเป็นอินเซ็ปชั่นน่ะ”     วรรณภาทำสีหน้าหมองลงเล็กน้อย

                    “งั้นเหรอ”   เธอพูดได้แค่นั้นก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ไปมาภายในเมือง  ก่อนที่จะเป็นวรรณภาเองที่ถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

                    “เอาเถอะ...ถึงยังไงเราก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น  ยังไงซะก็ต้องเอาชนะให้ได้”    ราวกับเป็นการบอกให้ตัวเองฟัง แต่อย่างน้อย ณ เวลานี้ก็ควรจะทำใจให้สบายมากกว่า เพราะเรื่องที่คาดไม่ถึงต่อให้หลีกหนีไม่อยากเจอแค่ไหน  แต่ซักวันหนึ่งมันก็ต้องเวียนมาบรรจบให้ได้เห็นหน้าอยู่ดี

                    “นั่นสินะ”

                    “ว่าแต่นายมาทำอะไรที่ร้านขายการ์ดของระบบ”    จู่ ๆ วรรณภาก็เปลี่ยนเรื่อง  เธอถามเอกอนถึงสถานที่ที่เขามาหยุดยืนอยู่ ณตอนนี้ซึ่งก็คือหน้าร้านขายการ์ดเมื่อไหร่จะรวย   ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ห่างจากโดมการแข่งขันของเมืองเกรย์ไปไม่มาก

                    “อ่อ...ว่าจะมาหาของเสริมนิดหน่อยน่ะ  เผื่อจะมีอะไรไว้ช่วยตอนแข่งขันบ้าง”

                    “งั้นเราก็เข้าไปดูกัน  ฉันก็อยากได้การ์ดไว้ใช้เพิ่มพอดี”

    +++++++++++++++++++++++

                    “วันหลังไม่เอาแล้วนะครับนายท่าน  นางซินดงซินดี้อะไรเนี้ย  ข้าปวดหูจะแย่อยู่แล้ว”

                    เซฟบ่นแบบนี้เป็นรอบที่สิบได้แล้วมั่ง  ตั้งแต่พ้นออกจากโดมการแข่งขันมาได้  ซึ่งมันก็คืนร่างมนุษย์เหมือนเดิมแล้ว  ส่วนแทซอนนั้นก็ยกมืออุดหูไว้แน่น    พลางหลับตาทำท่าไม่รับรู้อะไรจากสรรพเสียงของผู้ติดตามตัวเอง  ที่ดูเหมือนจะร่ายไม่หยุด  ซึ่งตัวเขาเดาว่าวันนี้คงมีพายุเฮอริเคนหรือไม่ก็สึนามิถล่มเมืองเกรย์แน่ๆ   เพราะเจ้าเซฟที่ปกติจะไม่พล่ามอะไรกลับพ่นคำพูดแบบน้ำไหลไฟดับ โดยเฉพาะชื่อของซินดี้ที่เจ้าตัวเลือกเน้นเป็นพิเศษ

                    “เซฟนายอยากกินมันนึ่งมั๊ย”  แทซอนพยายามเบี่ยงประเด็นเรื่องที่เจ้าเซฟพูด   เขาเหลือบไปเห็นร้านค้าร้านหนึ่งที่ขายมันนึ่งข้างทางระหว่างจะเดินออกจากเมือง  จึงใช้มันเป็นข้ออ้างทันที

                    “ไม่กินครับ...เผ่าพันธุ์แวมไพร์กินแต่เลือดสด   แล้วนายท่านช่วยอย่าเปลี่ยนเรื่องนะครับ  เรายังพูดไม่จบเรื่องยัยซินดี้เสียงเอคโค่นั่น”

                    “โธ่!   เซฟก็มันสุดวิสัยนี่นะ  นายก็เห็นไม่ใช่เหรอว่ามันได้ผลน่ะ  อย่างน้อยมันก็ทำให้คนอื่นหยุดชะงักไปชั่วครู่  ซึ่งพอให้ผมได้สอยง่ายขึ้น  แถมยัยแม่มดนั่นก็ไม่มารบกวนด้วยนะ”

                    “แต่ยังไงก็มีวิธีอื่นไม่ใช่เหรอขอรับ  แถมยังดีกว่าเอายัยกล่องเสียงนกหวีดออกมาอีก”     แทซอนรู้สึกว่าชื่อของซินดี้จะหายไปจากประโยคของเซฟแล้ว  และดูเหมือนมันจะแทนที่ด้วยสรรพนามแบบเสียดสีแทน

                    “เอานา...ยังไงนายก็อยู่ดีนี่นะยังไม่เห็นเป็นไรเลย”

                    “ใครบอกละครับ”    เซฟพูดแล้วจ้องหน้าแทซอนนิ่ง ๆ  “หากข้าปิดหูไม่ทันร่างกายคงระเบิดเละไปแล้วแน่ๆ   อีกอย่างทักษะนี้น่ะมันได้รับผลกระทบทุกคนนะครับยกเว้นผู้ใช้  เน้นนะครับ....ทุกคน!...”

                    “แล้วจะให้ผมทำไงล่ะเซฟ”

                    “ถ้านายท่านสัญญาว่าจะไม่เอายัยโทรโข่งนั่นออกมา  ข้าก็จะหยุดพล่าม”

                    “ก็ได้...คราวหลังถ้าผมจะใช้ทักษะนี้จะบอกก่อนล่วงหน้า  โอเคมั๊ย”         ซอนจ้องมองเซฟแน่นิ่งเพื่อรอคำตอบ

                    “ตกลง”        เท่านั้นแหละที่แทซอนค่อยถอนหายใจได้โล่งคอหน่อย      ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงถามผู้ติดตามตัวเองทันที

                    “นี่เซฟ...ผมถามหน่อยทำไมระดับนายยังเป็น5 อยู่เลย  ทั้ง ๆ ที่ค่าประสบการณ์ตอนไปสังหารมอนสเตอร์ที่ช่องเขาวันเดลก็ได้มาไม่ใช่น้อย”     เซฟมองแทซอนเหมือนจะงงในคำถาม  ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้จึงรีบตอบออกมา

                    “อ๋อ...เผ่าพันธุ์แวมไพร์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ต้องใช้ค่าประสบการณ์สูงน่ะครับ อีกอย่างข้ารู้สึกว่าจะได้รับค่าประสบการณ์จากการแบ่งของนายท่านน้อยมากเลยไม่รู้จะใช่ประเด็นหรือเปล่า”      เซฟพูดจบแทซอนก็ยืนคิดหนักทันที  เขากำลังค้นหาข้อมูลในสมองอยู่ว่า มีตอนไหนที่เขาทำให้เซฟได้รับค่าประสบการณ์น้อยหรือเปล่า

                    “ใช่แล้ว”    

                    ในที่สุดแทซอนก็พูดเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้  ก่อนจะรีบเปิดหน้าต่างตั้งค่าขึ้นมา  แล้วไล่สายตามไปตามฟังก์ชันต่าง ๆ   ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ฟังก์ชันหนึ่ง  ซึ่งมันก็คือส่วนแบ่งค่าประสบการณ์ให้ผู้ติดตาม

                    “เออ....เซฟผมตั้งค่ามอบค่าประสบการณ์ให้นายแค่5% น่ะ”    แทซอนพูดพร้อมกับมองหน้าเซฟด้วยสีหน้าเหยเก  ซึ่งคนเป็นผู้ติดตามก็ได้แค่ถอนหายใจอย่างปลงตกเท่านั้น

                ติ๊ด!

                    แทซอนเลื่อนปรับตั้งค่าใหม่ให้เป็น  50%  ก่อนจะกดตกลงแล้วหน้าจอนั่นก็ดับ   เป็นผลให้ผู้ติดตามที่ยืนมองดูอยู่ข้าง ๆ เห็นแล้วถึงกับตกใจทันที  เพราะมันเป็นการมอบค่าประสบการณ์ให้เยอะเอาการ

                    “ทำไม”     เซฟถามอย่างสังสัย

                    “ก็เดี๋ยวผมกะว่าจะพานายไปเก็บเลเวลน่ะ  อย่างน้อยรอบหน้าคงได้ช่วยกันมั่ง”     เซฟมองดูเจ้านายตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่แทซอนพูด

                    “ตามใจนายท่านครับ”     ดูเหมือนเซฟผู้เงียบขรึมคนเดิมจะกลับมาแล้ว

                    “โอเคตามนี้...เดี๋ยวจะพานายไปทัวร์ตะลุมบอนมอนเตอร์กัน”

                    “แล้วนายท่านไม่ไปหาคนอื่นเหรอครับ”        จู่ ๆ   เซฟก็ถามขึ้นมาระหว่างที่เขากำลังจะก้าวเดินอีกครั้งเพื่อออกจากเมืองเกรย์

                    “ผมอยากมีโลกส่วนตัวบ้างน่ะ...”     แทซอนหันกลับมาตอบก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้เซฟทีหนึ่ง   “แต่ถ้าพวกเขาเหล่านั้นจัดปาร์ตี้ชุดนอนเมื่อไหร่ก็ค่อยไปร่วมแล้วกัน”  

                    แล้วแทซอนก็ผ่านประตูบานใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าเมืองเกรย์ออกไป  ส่วนเซฟนั้นก็ได้แต่มองดูเจ้านายตัวเองที่ดูเหมือนจะชอบทำตัวเล่น ๆ ไปซะส่วนใหญ่  จนบางครั้งมันเองก็นึกอยู่ว่าคิดดีหรือเปล่าที่มาเป็นผู้ติดตามของคน ๆ นี้

                    “ประโยคหลังนี่...นายท่านประชดสินะ”

    ++++++++++++++++++++++++

                    ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยมาอยู่ตรงกลางศีรษะพอดี   เป็นสัญญาณว่าเวลาเที่ยงวันได้มาถึงแล้ว    และผมก็กำลังยืนนิ่ง ๆ เป็นหุ่นขี้ผึ้งมองดูผู้เล่นหลากหลายอาชีพกำลังเดินเยี่ยมชมเมือง และหาซื้อของที่ผู้เล่นด้วยกันเอามาตั้งขายที่หน้าโดมการแข่งขันอยู่มาได้สักพัก  โดยยังไม่คิดขยับไปไหน

                    “นายท่านค่ะเราจะไปไหนต่อ”

                    เสียงของเวียร่าดังผ่านกำไลออกมา  หลังจากที่ผมกลับมาอยู่ข้างนอกโดมการแข่งขันสัก  10 นาทีเห็นจะได้  ส่วนไคน์นั้นก็ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยร่างที่ยังคงเป็นสุนัขขนสีเทาอยู่ 

                    “ไคน์คืนร่างได้แล้วล่ะ”     

                    สิ้นคำพูดผมเจ้าสุนัขที่ทำตาเหมือนเบื่อโลกที่อยู่ข้างๆ   ก็ค่อย ๆ ขยายร่างตัวเองให้ใหญ่ขึ้น  ขนสีเทาที่อยู่ตามตัวก็หดหายไปที่ละนิด  ปากที่ยื่นออกมาก็ค่อย ๆ ยุบลงไปเผยให้เห็นใบหน้าที่คมคายแบบมนุษย์ผู้ชายอีกครั้ง  ส่วนเสื้อที่ผมซื้อให้มันใส่นั้นก็ค่อย ๆ ปรากฏออกมา  กระทั่งไคน์ในร่างมนุษย์ก็กลับคืนมาดังเดิม  ในขณะที่ผมก็ยกกำไลสีฟ้าขึ้นมาเหนืออกแล้วพูดเบาๆ กับเวียร่า

                    “เวียร่าเธอก็ด้วย”    

                    แทบจะในทันทีที่ผมพูดจบ  กำไลสีฟ้าใสก็เปล่งแสงประกายจ้า  จากนั้นก็แตกละเอียดกลายเป็นละอองระยิบระยับ  แล้วลอยอ้อยอิ่งไปอยู่ข้างหน้าของผม  ก่อนมันจะเริ่มหมุนวนช้า ๆ และเปลี่ยนเป็นเร็วในที่สุด  พร้อม ๆ กับรวมตัวกันเป็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นมา

                    “กลับคืนร่างเดิมแล้วค่ะ”     เวียร่ากล่าวเสียงใสก่อนจะยิ้มให้แล้วเดินไปหยุดยืนข้างๆ ผม

                    “คนอื่น ๆ ล่ะ”       ไคน์ถาม ซึ่งมันคงจะหมายถึงเพื่อน ๆ ของผม และ 5 อันดับของปัจจุบัน

                    “ไม่รู้สิ  อาจจะถูกสุ่มเกิดภายในเมืองนี้แหละ”   

                    เป็นการคาดเดาจากผมที่ไม่ค่อยจะมีมูลความจริงนัก  แต่อย่างน้อยมันก็ถูกในระดับหนึ่ง  ว่าการที่ผมออกมาข้างนอกโดมการแข่งขันแล้วไม่เจอคนอื่นๆ นั้น  อาจจะเป็นเพราะระบบสุ่มวาร์ปมาก็ได้ อีกอย่างผมมีบางอย่างที่ต้องไปทำก่อนจะเริ่มการแข่งขันรอบสอง  เลยไม่คิดว่าจะต้องตามหา หรือรอคอยใคร   ซึ่งหากมีธุระจริง ๆ ค่อยพูดกันผ่านทางหน้าต่างรายชื่อเพื่อนก็ได้

                    “พี่เควิน”      เสียงของเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มดังขึ้นเบื้องหลัง  ทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง  แล้วก็พบว่าเทลเลอร์กำลังโบกมือเร็ว ๆ ให้ 2-3ที

                    “ว่าไงผ่านเข้ารอบมั๊ย”

                    “ฝีมือชั้นนี้แล้ว”    เทลเลอร์ยืดอกแล้วพูดเหมือนเด็กคุยโอ่เวลาผู้ใหญ่ชม   ซึ่งผมก็ได้แต่แอบส่ายหน้าในใจ

                    “เห็นคนอื่น ๆ หรือเปล่า”

                    “ถ้าเป็นพี่วรรณภากับพี่เอกอนละก็  ผมเห็นเดินเข้าร้านขายการ์ดทางใต้ของเมืองนู้น  ส่วนคนอื่น ๆ ไม่เห็นครับ  อาจจะไปช้อปปิ้งแถวนี้ละมั่ง”

                    “ในเวลาแบบนี้เนี้ยนะ”

                    “แหม่พี่...การแข่งขันมันก็พึ่งเริ่มนะ  อย่าซีเรียสสิ”    แล้วเทลเลอร์ก็มองผมด้วยสายตาที่เหมือนกับกำลังมองคนแก่อายุปูน 60 ปีที่กำลังพูดเรื่องจริยธรรมให้เด็กฟัง

                    “เฮ้ย!...เอาเถอะ...นี่เจ้าจอมทึ่ม พอจะรู้ข้อมูลของเมืองเกรย์บ้างมั๊ย”    เทลเลอร์มองผมอย่างสงสัย 

                    “พอดีพี่ต้องการรู้ว่ามีบอสที่ไหนบ้างที่ตกค่าประสบการณ์เยอะๆ หน่อยน่ะ”

                    “แล้วพี่จะเอาไปทำอะไร”

                    “เก็บค่าประสบการณ์ให้ดาบมังกรพิโรธ  เนื่องจากพี่เห็นมันเหลืออีกไม่มากก็จะเลื่อนระดับแล้ว  เลยอยากจะอัพเกรดความแข็งแกร่งมันหน่อยเผื่อจะช่วยได้บ้างตอนรอบสอง”    เทลเลอร์ทำท่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อผมพูดจบ สักพักหนึ่งเจ้าตัวจึงเอากำปั้นทุกฝ่ามือตัวเองเหมือนคนที่คิดอะไรได้

                    “ถ้างั้นละก็ต้องเป็นที่นี่เลย...”     เทลเลอร์เว้นวรรคพูดแล้วมองหน้าผม     “สุสานผีดิบ  แต่ว่าบอสมันจะออกเป็นเวลานิดหนึ่งนะครับ”

                    “ยังไง”

                    “คือแบบนี้...ที่สุสานผีดิบเนี้ยถือว่าเป็นที่เก็บค่าประสบการณ์ของพวกระดับ 60 ขึ้นไปครับหรือก็คือพวกชั้นซิลเวอร์นั่นแหละ  แต่ในตอนเย็นประมาณ  17.00 น. จะมีบอสออกมาครับ  และบอสตัวเนี้ยก็มีระดับ 13 ด้วยซึ่งคงพอจะให้มีค่าประสบการณ์ให้ดาบของพี่เควินได้เปลี่ยนระดับอยู่แหละ”

                    “อืม!”  ผมครางในลำคออย่างพอใจหลังจากฟังเทลเลอร์พูดจบ  

                    “งั้นเราก็ไปที่นั่นกันเลย”

     


     

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน