“แล้าเ้าชายทรงคิดเห็นประการใด” ประมุกโวกกังกล่าว
“คิดเห็นสิ่งใด” ไซฟาที่ยังเขินอยู่หลุดปากไปแล้วไห้นึกเสียใจที่บัดนี้ใบหน้าแต่ละคนเปื้อนรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า มีเพียงโวกกังเท่านั้นที่ดูจริงจังนั่นถือว่าเขาได้ช่วยแก้ให้ไซฟารอดพ้นต่อการถูกล้อเลียน
” ประมุขน้อยเป็ถึงพระธิดาของเ้าผู้ครองนครเฟรา หากเราคิดจะรวมเผ่า เพื่อโดดเดี่ยวผู้ครองนครนางจะเป็อุปสรรคสำคัญหากไม่กำจัด” ประมุขโวกกังแสดงความเห็น ในสายตาเขาเ้าหญิงซินอาร์คือก้างที่ขวางคอชิ้นโต
” ฆ่าประมุขน้อย...จะเท่ากับเราเปิดศึกสองทางตราบใดที่เรายังไม่ทราบเจตจำนงค์ที่แท้จริงของเผ่าอื่นๆ ให้ชัดเจน” ไซฟากล่าวน้ำเสียงจริงจังแม้ประมุขเผ่าต่างๆ มีท่าทีในการขอเข้าพบเขาครั้งนี้แต่ไม่ได้หมายความว่าประมุขเผ่าทั้งหลายจะเห็นด้วยกับแผนการของเขาและหันมาสนับสนุนเผ่าัให้ผงาดขึ้นอีกครั้ง ไซฟากำลังนึกถึงโคเอลประมุขเผ่าลิบบาทั้งคู่ยังไม่มีโอกาสได้สนทนากันเลยเขาอยากรู้ว่าโคเอลคิดอย่างไรกับเื่นี้และข่าวที่วายฮาว
“จงระวังผู้เข้ามาสอดแนมให้ดี”
” ขอรับเ้าชาย”
บรรยากาศหารือเคร่งเครียดจางลงในไม่ช้าเสียงหยอกเย้าเจ็บแสบก็ดังมาจากปากผู้เฒ่าที่มีอายุมากที่สุดในหอนอนที่บัดนี้กลายเป็เหลาสุราสำหรับบุคคลทั้งเจ็ดที่กลายเป็คนขี้เมาไปแล้ว
ข้างฝั่งชานันได้มีการหารือถึงการปรากฏตัวของเ้าชายไซฟาในฐานะประมุขเผ่าัแห่งเทือกเขากูริและการมาเยือนของอดีตประมุขเผ่าัซึ่งการปรากฏตัวของเผ่าัเป็สิ่งที่เหล่าผู้าุโคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วแต่ที่คาดไม่ถึงคือการเปิดเผยตัวของเ้าชายไซฟาแห่งโฟอูลในฐานะประมุขเผ่าัที่ถูกเก็บงำอย่างมิดชิดนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าแผนการรวบรวมชนเผ่าให้เป็หนึ่งเดียวของเผ่าัมีเป้าหมายเดียวกันกับเ้าผู้ครองนครโฟอูลในการนครเฟรา อย่างแยกจากกันไม่ออกถึงตอนนี้ความแจ่มชัดยิ่งกระจ่างมากขึ้น
เมื่ออาณาจักรโฟอูลที่ยิ่งใหญ่คิดจะรวมแผ่นดินโดยใช้แผนการรวมชนเผ่าน้อยใหญ่ที่ยังให้ความสำคัญต่อเผ่าัแห่งเทือกเขากูริผู้ซึ่งเคยเป็ผู้นำพวกเขามาก่อนย่อมมีความเป็ไปได้ที่ชนเผ่าทั้งหลายจะหันกลับไปให้การสนับสนุนเผ่าัอีกครั้ง พวกเขาคิดที่จะแยกชนเผ่าทั้งหลายออกจากการสนับสนุนเฟราเมื่อสิ้นประมุขซาโตแห่งชานัน เฟราอาจเข้าสู่วิกฤตหากยับยั้งแผนการของเ้าชายไม่สำเร็จ
” ได้ข่าวว่าประมุขเผ่าต่างๆ ขอเข้าพบเ้าชายไซฟาแต่ไม่ได้รับอนุญาต มีเพียงประมุขโวกกังจากเผ่าสรวง์และประมุขไคจากเผ่าเบงกอลเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต “นิชิต้ารายงานหลังจากได้รับภารกิจในการสอดแนมประมุขและผู้ติดตามเผ่าต่างๆ
“ประมุขเผ่าที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองของนครเฟรามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง” ผู้าุโชูริมในชุดนักบวชกล่าวสอบถามขึ้น
” มีประมุขเผ่าซุน ประมุขโทกิแห่งเผ่าแถบูเาอันนัมและประมุขเผ่าโครนที่มีการเคลื่อนไหวติดต่อกับประมุขเผ่าสรวง์และประมุขเผ่ามู ประมุขหุยเผ่าปงงุนมีการติดต่อกับเผ่าเบงกอลเ้าค่ะ”
“เป็เื่ที่นิ่งนอนใจไม่ได้ให้คนจับตาดูประมุขเผ่าทั้งห้าอย่าให้คลาดสายตาส่วนเผ่าอื่นๆ ก็ให้คนคอยสอดแนมห่างๆ อย่าให้พวกเขารู้ตัวเป็อันขาด”
“รับคำสั่งผู้าุโ” นิชิต้ารับคำและ ถอยออกจากห้องลับไปทันที
“ข้าคิดจะเชิญเฒ่าเ้าเล่ห์ฮอนอุนกับเ้าชายไซฟามาดื่มชาด้วยสักครั้ง ท่านประมุขมีความเห็นว่าอย่างไร” ผู้าุโเกรย์หันมาหารือ เหล่าผู้าุโทั้งแปดต่างรอฟังความเห็นของประมุขคนใหม่
“เป็ความคิดที่ดี ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน นี่ไม่ใช่แค่การรวมเผ่าเท่านั้นแต่เป้าหมายของพวกเขาคือการรวมดินแดนทั้งหมดของเฟราเข้ากับโฟอูล ข้าคงยินยอมให้เกิดเื่เช่นนั้นไม่ได้” ซินอาร์กล่าวน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว คงต้องเป็ศัตรูกันอย่างแท้จริง..ใช่ว่านางจะไม่รับรู้ถึงไมตรีของไซฟาแต่นางยังไม่ปักใจเขาอาจใช้เล่ห์เหลี่ยมกับนาง ผู้าุโเกรย์กำหนดให้หอกลีบเมฆเป็สถานที่นัดพบแขกที่เชิญมาดื่มชายามบ่าย ซินอาร์ส่งยอลโลเป็ผู้ไปแจ้งข่าวแก่เ้าชายที่หอบัวขาว
“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดตาเฒ่านั่นก็อดรนทนไม่ไหว” ผู้เฒ่าสูงสุดอดีตผู้นำเผ่าัแห่งกูริ หัวเราะขบขันขึ้นเมื่อไซฟาแจ้งเื่ที่ประมุขเผ่าชานันเชิญดื่มน้ำชายังหอกลีบเมฆฝั่งเหนือสุดของตัวปราสาท ทั้งคู่ตกปากรับคำเชิญอย่างไม่ต้องคิดมาก ใจของไซฟาเองอยากพบหน้าซินอาร์อยู่เช่นกัน พวกเขาเดินตามหัวหน้าองครักษ์ยอลโลลัดเลาะไปตามริมระเบียงที่ทอดยาวจากหอบัวขาวผ่านเข้ามายั้งสวนชั้นในที่เย็นสบายขึ้นต่างจากหอบัวขาวที่พวกเขาพำนักที่นั่นมีลมพัดแรงและหนาวเย็นกว่าในนี้มาก หรืออีกทีบรรดาหอรับรองอาคันตุกะชั้นนอกเป็หอหน้าและเป็ที่กำบังลมหนาวจากภายนอกไม่ให้พัดพาไอเย็นเข้ามาภายในนับว่าเป็ความคิดที่ชาญฉลาดทีเดียว
“ข้าไม่ได้มาเหยียบที่นี่นานมาก ไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย” ผู้เฒ่าฮอนอุนอดีตประมุขเผ่าักล่าวลำลึกถึงอดีต โฮเช่พูดไม่ผิดผู้เฒ่าฮอนอุนเคยมานี่ที่และอาจรู้จักที่นี่เป็อย่างดี
“ท่านเคยมาที่นี่ ด้วยสาเหตุอะไรช่วยเล่าให้ข้าฟังได้ไหม” ไซฟานึกอยากรู้อดีตของอาจารย์และเฒ่าขี้เมาบ้างหลังจากพบกันคราใดผู้เฒ่าฮอนอุนมักแสดงให้เห็นแต่ความไร้แก่นสารแต่เขาก็รู้ดีว่าบุคคลผู้นี้มีฝีมือสูงส่งแค่ไหนผู้เฒ่าฮอนอุนนับว่าเป็คนมีความสามารถที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ทางการเมืองได้คนหนึ่ง
“ข้าเคยถูกจับมาที่นี่น่ะสิ”
ไซฟาร้อง ฮ้า! ผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าัจึงค้อนขวับยังกับผู้หญิง ย้อนอดีตให้ฟังว่าตนกับอดีตประมุขคนก่อนคือมาร์โคบิดาของท่านซาโตเป็สหายรักกัน
“แล้วเพื่อนทำไมจับเพื่อนมาขังซะล่ะ”
“เขาไม่ได้กักขังข้าเ้าเด็กบ้า” ตาเฒ่าตวาดแว้ด “เผ่าของเราไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วถึงเราจะคบหากันเป็สหายรักแต่กลับไม่เคยล่วงรู้เื้ัของกันและกันมาก่อนจนตอนหลังมาร์โคล่วงรู้ความลับว่าข้าคือประมุขเผ่าั..”
“อ้อ! ปิดบังความลับไม่เก่ง”
“เขาจึงล่อล่วงข้ามายังปราสาทแห่งนี้และเปิดเผยฐานะที่แท้จริงให้ข้าล่วงรู้ เราทั้งสองต่างมีตำแหน่งเป็ประมุขเผ่าด้วยกันทั้งคู่ เขาไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายข้าแต่ความลับไม่มีในโลกเื่นี้ล่วงรู้ไปถึงตาเฒ่าเ้าเล่ห์หัวขาวนั่น” ผู้เฒ่าฮอนอุนหมายถึงผู้าุโเกร์ “หมอนั่นมันโกรธแค้นบรรพบุรุษเผ่าัที่สังหารครอบครัวมัน ตาเฒ่านั่นแหละที่แกล้งหลอกข้าให้หลงเข้าไปยังที่แห่งนั้น น่าเจ็บใจนักคอยดูข้าจะต้องหาทางแก้เผ็ดตาเฒ่าเ้าเล่ห์นั่นให้จงได้” ผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าักล่าวมาดมั่น
“ทางลับที่โฮเช่บอกน่ะหรือ มีที่แบบนั้นด้วยรึ” ไซฟางุนงง ทีตอนโฮเช่พูดและเขาก็เคยถามแต่ผู้เฒ่ากลับไม่พูดอะไรมาตอนนี้คงนึกอยากพูดถึงอดีตขึ้นมาบ้างเพราะได้กลับมายังสถานที่เดิมอีกครั้ง ผู้เฒ่าสูงสุดมองเขาตาขวาง
“คิดว่าข้ากุเื่มาล้อเ้าเล่นหรือไง”
ไซฟารีบแก้ตัวว่าเท่าที่สังเกตปราสาทแห่งนี้ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนขนาดสามารถซ่อนเส้นทางลับอะไรนั่นได้
“ทางลับนั่นอยู่ในหอประมุข” ผู้เฒ่าเฉลย
“อยู่ในหอท่านมาร์โคแล้วเหตุใดท่านจึงหลงกลเข้าไปโดยง่าย”